พบ เซี่ยจือ อีกครั้ง

วันนี้เป็นวันสอบวัดระดับก่อนเปิดเทอมภาคเรียนใหม่ของชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 3 ที่โรงเรียนมัธยมปลายที่สอง

บริเวณประตูใหญ่มีนักเรียนพลุกพล่านไม่ขาดสาย นักเรียนของโรงเรียนต้องสวมเครื่องแบบถึงจะเข้าไปได้ ส่วนผู้ปกครองต่างยืนรออยู่ด้านนอก

หูเฟย เนื่องจากเป็นนักเรียนย้ายมาใหม่ จึงยังไม่ได้รับเครื่องแบบ เลยใส่เสื้อผ้าของตัวเองเข้ามา

หลังจากเข้ามาในโรงเรียน หูเฟย ก็มองหารอบๆ บริเวณประตู เขากำลังเฝ้ารอการปรากฏตัวของใครคนหนึ่ง

………

ที่จริงแล้ว โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ 2 มีประตูสองแห่ง นอกเหนือจากประตูใหญ่แล้ว ยังมีประตูหลังอีกแห่งเพื่อความสะดวกในการเข้าออกของนักเรียน

ท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยรถรา มีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสีดำคันหนึ่งกำลังวิ่งอยู่บนถนน

บนรถมีคนสองคน คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคน สวมหมวกกันน็อกสีเหลือง ส่วนด้านหลังเป็นนักเรียนหญิงในชุดนักเรียนสีฟ้าขาว สวมหมวกกันน็อกสีชมพู มีสติกเกอร์หมีพูห์ติดอยู่ด้านบน

“เซี่ยจือ ถึงแล้ว”

ในที่สุดรถไฟฟ้าคันเล็กก็จอดอยู่ที่ประตูหลังของโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ 2

“อืม” เสียงของนักเรียนหญิงฟังดูนุ่มนวล ราวกับยังนอนไม่เต็มอิ่ม

ขณะที่ก้าวลงจากรถไฟฟ้า ขาทั้งสองข้างที่เรียวยาวและขาวผ่องก็แตะพื้น เมื่อถอดหมวกกันน็อกออก หนังยางมัดผมก็หลุดออกโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผมตรงยาวสีดำสลวยทิ้งตัวลงมาคล้ายน้ำตก

ใต้แสงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ เส้นผมสีดำสลวยสะท้อนแสงเป็นประกายราวแพรไหม เปล่งประกายความงามในวัยแรกรุ่นที่กำลังผลิบาน

ทันใดนั้น นักเรียนที่เดินผ่านไปมาต่างอดไม่ได้ที่จะหยุดยืนมอง

ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้า สังเกตเห็นสายตา ‘ดุร้ายราวกับหมาป่า’ จากรอบข้าง จึงยืนบังสายตาของนักเรียนชาย เหมือนกำลังปกป้องลูกน้อย

“มองอะไรกัน?” นักเรียนชายต่างแตกกระเจิงไปเมื่อได้ยินคำพูดข่มขู่จากชายคนนั้น

เมื่อเห็นว่าพ้นวิกฤติแล้ว ชายคนนั้นจึงหันกลับมา

“เสี่ยวจือ ลูกต้องจำไว้นะ ไม่ว่าจะอยู่ข้างนอก หรืออยู่ในโรงเรียน ต้องดูแลตัวเองให้ดี” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูปนตำหนิเล็กน้อย

พูดไปก็จัดระเบียบหน้าม้าให้ลูกสาวไป หน้าม้าที่ยาวลงมาปกปิดหน้าผากที่เกลี้ยงเกลา ใบหน้าที่งดงามแต่เดิมก็ถูกลดทอนความโดดเด่นลงไปมากทันที

ชายคนนั้นพูดบ่นต่อไปว่า “หน้าที่ของลูกตอนอยู่มัธยมปลาย คือการตั้งใจเรียน เพื่อในอนาคตจะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้ จำไว้นะ ห้าม ห้าม ห้ามเสียสมาธิเด็ดขาด”

พูดจบ ชายคนนั้นก็หยิบแว่นตากรอบดำอันใหญ่ขึ้นมา สวมให้กับลูกสาว

คราวนี้ ดวงตาที่เคยดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษก็ถูกบดบังไปหมด ใบหน้าสวยสดใสที่เคยน่ารัก ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสาวนักเรียนที่ดูเป็นเด็กเรียนไปโดยสิ้นเชิง

ชายคนนั้นจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“จำที่พ่อพูดได้ไหม?”

“จำได้ค่ะ คุณพ่อ” เซี่ยจือ พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

พ่อพร่ำบ่น แต่เธอกลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายหรือหงุดหงิดแม้แต่น้อย

ตั้งแต่เด็ก เธอเป็นเด็กที่เชื่อฟังมาตลอด มีนิสัยเก็บตัวเงียบๆ เป็นที่รักของครูบาอาจารย์และผู้ปกครอง

“เอาล่ะ งั้นลูกรีบเข้าไปเถอะ จะได้ไม่สาย”

“ค่ะ ไว้เจอกันนะคะคุณพ่อ” เด็กสาวโบกมือลา

………

นักเรียนไหลมาเหมือนกระแสน้ำ หูเฟย ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น เฝ้าค้นหาอย่างตั้งใจ

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว เขายังไม่พบเงาของเธอเลย

ตื่นสายเหรอ?

หรือรถติด?

เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?

หูเฟย คิดสับสนวุ่นวายในใจอย่างกะทันหัน

แต่แล้ว ในตอนนั้นเอง—

“เพื่อนร่วมชั้น กำลังมองหาอะไรอยู่เหรอคะ?”

เสียงหวานนุ่มนวลดังมาจากด้านหลังใบหู เด็กสาวคนหนึ่งตบที่ไหล่ของ หูเฟย เบาๆ

เซี่ยจือ ที่เพิ่งเข้ามาทางประตูหลังโรงเรียน กำลังจะไปร้านค้าเล็กๆ ในโรงเรียน แต่ท่ามกลางฝูงชน เธอสังเกตเห็นนักเรียนชายคนหนึ่งซึ่งไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน ยืนมองไปรอบๆ อย่างต่อเนื่อง ใบหน้าแสดงความกังวลใจ แน่นอนว่าต้องมีปัญหาบางอย่าง

หูเฟย ได้ยินเสียง จึงหันกลับไปในชั่วพริบตา ร่างกายราวกับถูกแช่แข็ง

เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า สวมชุดนักเรียน สะพายเป้สีฟ้า ผมตรงยาวสีดำทิ้งตัวลงบนบ่า ใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากเล็กๆ สีชมพูเผยอขึ้นเล็กน้อย ราวกับดอกพุดซ้อนที่ยังตูมในยามเช้า ทั้งอ่อนเยาว์และงดงามจนน่าประทับใจ

แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะแตกต่างจาก เซี่ยจือ ที่เขาเจอเมื่อหลายสิบปีในอดีตมาก แต่ หูเฟย ก็จำได้ทันที

ดวงตาคู่นั้น เหมือนกับในความทรงจำ นุ่มนวลราวสายน้ำ เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและใจดี ใต้ตาข้างขวา ไฝรูปหยดน้ำนั้นยังคงชัดเจน

ในชั่วขณะนั้น การไหลของเวลาภายนอกดูเหมือนจะช้าลงอย่างมาก ในสมองของ หูเฟย ผุดขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำทั้งหมดที่มีต่อ เซี่ยจือ ภาพทุกเฟรมของชีวิตที่ใช้ร่วมกัน

ความทรงจำเหล่านั้นวนซ้ำ ภาพฉายซ้ำ เซี่ยจือ จากสองห้วงเวลา ในที่สุดก็ซ้อนทับกัน กลายเป็นเด็กสาวคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าของเขา

ลมเบาๆ พัดมา เส้นผมของเด็กสาวปลิวไสว เส้นเล็กๆ เหล่านั้นติดอยู่บนแก้มที่อมชมพูอ่อนๆ เสียงแตรรถนอกโรงเรียน เสียงเพลงจากกระจายเสียงของโรงเรียน เสียงพูดคุยของนักเรียน...

ตอนนี้ทั้งหมดถูกดึงออกไป โลกทั้งใบพลันเงียบสงัด

หูเฟย ได้ยินแต่เพียงเสียงหัวใจของตัวเองเท่านั้น

ตุบ ตุบ ตุบ... หนึ่งร้อยสิบเก้าครั้ง

คนที่ฝันถึงนับครั้งไม่ถ้วนในความฝัน ตอนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าอย่างสดใส ข้ามผ่านความเป็นความตาย ข้ามผ่านห้วงเวลา…

ในขณะนี้ ในใจของ หูเฟย มีถ้อยคำนับพัน ความหลงใหลมากมาย

แต่...

ต้องอดทน

ต้องอดทน

และต้องอดทนอีกครั้ง!

“สวัสดีครับ เพื่อนร่วมชั้น”

ควบคุมน้ำเสียง ควบคุมสีหน้า ทำให้ตัวเองดูเป็นธรรมชาติที่สุด หูเฟย กล่าวออกไปเบาๆ

“ใช่..ครับ ผมทำของตกไว้ชิ้นนึง”

“อ๊ะ? ของอะไรคะ? สำคัญมากไหม?”

สีหน้าของเด็กสาวตึงเครียดขึ้นทันที มองหาไปบนพื้นรอบๆ ราวกับจะช่วยหา

“เป็นของที่ล้ำค่าที่สุดของผมชิ้นหนึ่ง”

“แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะครับ เพราะผมคิดว่า... ผมเจอมันแล้ว”

เด็กหนุ่มจ้องมองเด็กสาวอย่างลึกซึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนไร้ขีดจำกัด

สิ่งล้ำค่าที่ผมตามหา ก็คือคุณนี่แหละ!!! ผู้หญิงของผม

………

“เจอแล้วเหรอคะ?”

เซี่ยจือ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดีจังเลยค่ะ”

“เพื่อนร่วมชั้นก็มาสอบเหมือนกันเหรอคะ? ทำไมถึงไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนล่ะ?”

“ผมเป็นนักเรียนย้ายมาใหม่ครับ ยังไม่ได้ชุดนักเรียน” หูเฟย พูดเบาๆ

“อ๋อ”

บทสนทนาชะงักลงทันที เซี่ยจือ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

เมื่อครู่นี้เข้ามาเพื่อจะช่วย แต่โดยปกติเธอไม่ถนัดการสื่อสารกับคนแปลกหน้าเลย ยิ่งเป็นผู้ชายด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่

“งั้น... งั้นก็ขอให้คุณโชคดีในการสอบนะคะ”

“ครับ คุณด้วย”

“ใกล้เวลาสอบแล้ว รีบเข้าไปเถอะค่ะ” เซี่ยจือ เตือน

“ได้ครับ”

“ว่าแต่เพื่อนร่วมชั้น ชื่ออะไรเหรอครับ? ผมขอ QQ ได้ไหม?” หูเฟย คว้าโอกาสถาม

“อ๊ะ?” คำพูดของ หูเฟย ทำให้เสียงเตือนในใจของ เซี่ยจือ ดังขึ้นทันที

คำพูดของพ่อดังก้องอยู่ในหู

ระวังพวกผู้ชายที่เข้ามาทักทาย ระวังพวกที่ถามชื่อแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ระวังพวกที่ขอช่องทางติดต่อ… โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่หน้าตาดีมากๆ!!!

เซี่ยจือ เงยหน้าขึ้นมอง หูเฟย

เมื่อครู่นี้ เธอไม่ได้มองหน้า หูเฟย เลยแม้แต่น้อย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มองอย่างตั้งใจ

ผมสีดำขลับซอยสั้นอย่างอิสระ มีปอยผมหน้าม้าตกลงมาที่หน้าผาก

โครงหน้าสมบูรณ์แบบเกินไป—

คิ้วสีดำสนิทเข้มกว่าสีของค่ำคืน เบ้าตาลึกซึ้ง ราวกับก้นทะเลลึก สันจมูกโด่งเป็นสัน คล้ายหน้าผาสูงชัน ริมฝีปากบางๆ ยกยิ้มจางๆ

ส่วนกรามคมที่กระชับได้รูป ก็เป็นส่วนสุดท้ายที่ทำให้ใบหน้าของเขาดูสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด

ความหล่อเหลาที่ดูเย็นชา รอยยิ้มบางๆ ที่ดูมีเสน่ห์ลึกซึ้ง

เซี่ยจือ ไม่เคยเห็นใครที่หน้าตาดีขนาดนี้มาก่อนเลย

ในชั่วขณะนั้น สายตาแทบจะละไปจากใบหน้าของ หูเฟย ไม่ได้เลย ไปราวกับถูกใบหน้าของเขาดึงดูดไว้ด้วยแรงแม่เหล็ก

ด้วยการอบรมสั่งสอนของพ่อ เซี่ยจือ ซึ่งปกติไม่เคยรู้สึกอะไรกับความหล่อของผู้ชายเลย แต่ในตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตอย่างอธิบายไม่ถูก

ตุบ ตุบ ตุบ...

หัวใจเต้นแรงราวกับกระต่ายในทุ่งร้าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหมาป่า หรือถูกลูกศรของกามเทพยิงเข้าใส่ จึงเต้นอย่างไม่สงบเช่นนี้

ความรู้สึกแบบนี้ เซี่ยจือ ไม่เคยมีมาก่อน อธิบายไม่ถูก และยิ่งไม่ชัดเจน สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกตกใจและรู้สึกทำตัวไม่ถูก

“เอ่อ... เพื่อนร่วมชั้นคะ ฉัน... ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ”

ไม่ยอมบอกชื่อให้ หูเฟย รู้ ใบหน้าของ เซี่ยจือ แดงจัดไปหมด ก้มหน้าลง รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วราวกับจะหนีอะไรบางอย่างที่น่าอาย

“เห้ยอ้าว เดี๋ยวสิ เพื่อนร่วมชั้น…”

หูเฟย ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

เกิดอะไรขึ้นวะ?

ทำไมถึงวิ่งหนีไปซะงั้นล่ะ?

ฉันไม่ได้จะกินเธอซะหน่อย!!!

………

ตอนก่อน

จบบทที่ พบ เซี่ยจือ อีกครั้ง

ตอนถัดไป