อะไรกันเนี่ย, ทำไมคุณอีกแล้วล่ะ?

ร้านค้าเล็กๆ ในโรงเรียน

“ลุงคะ ขอลูกอมบ๊วยหนึ่งถุงค่ะ”

“ขอโทษด้วยนะหนู ที่ร้านเราลูกอมบ๊วยขายหมดแล้วล่ะ มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งเมื่อเช้านี้มาเหมาเอาไปหมดเลย”

“อ๊ะ... ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ”

“งั้นที่นี่ไม่มีเลยเหรอคะแม้แต่ถุงเดียว?”

“หมดจริงๆ จ้ะหนู”

“...งั้นก็ได้ค่ะ”

เจ้าของร้านค้าส่ายศีรษะ มองดูเด็กสาวเดินจากไปด้วยความผิดหวัง พลางรู้สึกผิดอยู่ในใจเล็กน้อย

รู้งี้เอามาลงเยอะๆ ก็ดี

เด็กสาวอะไรจะน่ารักขนาดนี้

หรือจะบอกว่าไม่ขายให้หนุ่มน้อยคนนั้นไปซะก็ดี

………

หลังจากที่ เซี่ยจือ กลับมาจากร้านค้าด้วยความผิดหวัง เธอก็ตรงไปยังห้องสอบของตัวเอง

เจอที่นั่งแล้วก็ทรุดตัวลงนั่ง

เหลือเวลาอีก 20 นาทีก่อนเริ่ม ช่วงเวลานี้ควรจะเป็นเวลาที่ต้องตรวจเช็คเครื่องเขียนและบัตรเข้าห้องสอบ

เซี่ยจือ หยิบกระเป๋าเครื่องเขียนออกมาจากกระเป๋านักเรียน เป็นกระเป๋าเครื่องเขียนสีชมพูลายหมีพูห์ น่ารักมากๆ เธอเตรียมปากกามาทั้งหมดสี่ด้าม มีปากกาสำหรับข้อสอบแต่ละวิชาโดยเฉพาะ

ราวกับเป็นความเชื่อส่วนตัวว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ได้คะแนนดี

ตรวจสอบปากกาและบัตรเข้าห้องสอบเรียบร้อย ทุกอย่างครบถ้วน

การสอบครั้งนี้สำคัญมาก แม้เธอจะเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้น

ทุกครั้งที่ต้องสอบ เธอก็จะเป็นแบบนี้

และเพื่อคลายความตื่นเต้น ทุกครั้งเธอต้องกินลูกอมบ๊วยหนึ่งเม็ด

วันนี้ตอนที่มาจากบ้าน ลูกอมบ๊วยที่บ้านก็หมดแล้ว ก็คิดว่าที่ร้านค้าโรงเรียนคงมีขาย แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะขายหมดเกลี้ยงเลย

ตอนนี้เธอรู้สึกกระวนกระวายใจมากๆ

เธอพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อคลายความตึงเครียด

………

ในห้องสอบ ผู้เข้าสอบมากันเกือบครบแล้ว ส่วนใหญ่ต่างก็นั่งประจำที่อย่างเงียบๆ

ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงฮือฮาเล็กน้อยในห้องสอบ นักเรียนหญิงหลายคนส่งเสียงอุทานชื่นชมออกมา

“ว้าว หล่อจัง”

“ใช่เลย นี่อยู่ห้องไหนเนี่ย ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

“ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือน หูเกอ เลยอ่ะ”

“ไม่ใช่สิ หล่อกว่า หูเกอ อีกตั้งหากเล่า”

“ไม่ไหวแล้ว รู้สึกเหมือนตกหลุมรักเลย”

“ไปไกลๆ เลยนะ ยัยตัวร้าย อย่ามาแย่งผู้ชายของฉัน”

เซี่ยจือ : “...”

อะไรกันเนี่ย มันจะเวอร์วังขนาดนั้นเลยเหรอ?

เซี่ยจือ เงยหน้าขึ้นมองเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่ประตูห้องเรียน เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีฟ้าซีด รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อสีแดงขาว

การแต่งกายเรียบง่าย แต่เมื่ออยู่บนร่างของเด็กผู้ชายคนนี้ กลับดูสะอาดสะอ้านและดูดีเป็นพิเศษ ไม่เหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นส่วนใหญ่

เด็กผู้ชายคนนี้รูปร่างดีมากๆ สมส่วนสุดๆ ราวกับเป็นนายแบบมืออาชีพ ส่วนหน้าตานั้นคมคายราวกับสลักเสลา คิ้วเข้มเป็นทรงสวยงาม

ใบหน้าที่ขาวใสปนความรู้สึกเย็นชาเล็กน้อย สันจมูกที่โด่งเป็นสันดูเหมือนจะมีความดื้อรั้นอยู่ในที

บรรยากาศรอบตัวดูสงบนิ่ง แต่ก็ทำให้ผู้คนอดใจที่จะหลงใหลไม่ได้

นี่... ไม่ใช่เด็กผู้ชายที่เจอเมื่อกี้นี้เหรอ?

เซี่ยจือ ตกใจจนต้องยกมือขวาขึ้นมาปิดปากเล็กๆ ของตัวเอง เหมือนจะกลัวว่าเสียงของตัวเองจะไปดึงดูดความสนใจของใครบางคนเข้า

ไม่คิดว่าจะมาเจอเขาที่นี่อีกแล้ว

เขาดันมาอยู่ห้องสอบเดียวกันกับฉัน

อะไรจะบังเอิญขนาดนี้

ขณะที่กำลังคิดและมองดูอยู่ สายตาของเด็กผู้ชายคนนั้นก็กวาดมาทางนี้พอดี และสบเข้ากับตาของ เซี่ยจือ อย่างจัง

สายตาสี่คู่ประสานกัน

มุมปากของเด็กผู้ชายคนนั้นยกขึ้น เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา

ราวกับนายพรานที่ตามหามานาน และในที่สุดก็เจอเหยื่อที่หนีไปจากมือของตัวเอง

ใบหน้าของ เซี่ยจือ แดงก่ำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอรีบก้มหน้าลง ซุกหน้าไว้ในวงแขน

ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถึงกล้าเงยหน้าขึ้นมาได้เล็กน้อย

แอบมองดูด้วยหางตา เด็กผู้ชายคนนั้นก็ไม่อยู่ตรงประตูแล้ว

“ฮู่ว์~”

เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นค่อยๆ นั่งตัวตรงขึ้นมา

สายตาและรอยยิ้มของเด็กผู้ชายเมื่อครู่นี้ มันมีทั้งแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน และยังแฝงความท้าทายไว้อย่างชัดเจน

มองปราดเดียวก็รู้ว่าคิดไม่ดีแน่ๆ

...แต่มันเพราะอะไรกันนะ?

ทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

หัวใจยิ่งเต้นเร็วขึ้นเฉยเลย

รู้สึกเหมือนว่าในตาของเขามีเรื่องราวบางอย่างซ่อนอยู่

พูดจริงๆ นะ ค่อนข้างดูดีเลยทีเดียว!

เซี่ยจือ เหมือนยังคงจมอยู่ในความรู้สึกเมื่อครู่

อืม? ไม่สิ...

เซี่ยจือ เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย?

ทำไมถึง...

อ๊า...

o(≧口≦)o

รีบตื่นได้แล้วนะ ใกล้จะสอบแล้ว ต้องมีสมาธิกับการสอบสิ

ต้องมีสติ ต้องมีสติ

เซี่ยจือ พร่ำเตือนตัวเองซ้ำๆ ในใจ

ผู้ชายมีแต่จะรบกวนสมาธิในการเรียนของเราเท่านั้นแหละ

โดยเฉพาะพวกที่หน้าตาดีๆ

...แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ห้องสอบใหญ่ขนาดนี้ เราคงไม่ต้องเห็นเขาอีกแล้ว

ทีนี้เขาคงรบกวนเราไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

………

มองนาฬิกา เหลือเวลาอีก 10 นาที

“เซี่ยจือ ใจเย็นๆ ตั้งสมาธิเตรียมตัวสอบได้แล้ว” เซี่ยจือ บอกตัวเอง

สมองได้โยน หูเฟย ออกไปจนหมดสิ้นแล้ว ไม่มีอิทธิพลอีกต่อไป

ทันใดนั้น รู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิดที่กลางหลังเบาๆ แล้วก็สะกิดอีกครั้ง

“เพื่อนร่วมชั้นครับ เพื่อนร่วมชั้น ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ?”

เสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ดังมาจากด้านหลัง

เซี่ยจือ หันศีรษะไป “มีอะไ...”

‘ค้าง’ ศีรษะเล็กๆ ของเธอราวกับสกรูที่ขึ้นสนิม หมุนไปได้ครึ่งเดียวแล้วค้างไปเสียดื้อๆ

“อ๊ะ... คุณ... คุณมานั่งอยู่ข้างหลังฉันได้ยังไง?” ด้วยความตกใจเกินเหตุ เสียงท้ายของ เซี่ยจือ ก็สูงขึ้นหลายระดับกะทันหันแถมมีอาการสั่นเครือเล็กน้อย

ดวงตาที่เหมือนลูกแมวเบิกกว้าง กลมโต ในดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยและความตื่นตระหนกเต็มไปหมด

เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนคนนี้ถึงมานั่งอยู่ข้างหลังฉันได้ล่ะ?

“อ้าว เป็นเธอเองนี่นา ช่างบังเอิญจริงๆ เลยนะ”

หูเฟย แสร้งทำเป็นตกใจ เลียนแบบ เซี่ยจือ ยกมือขึ้นปิดปาก แสดงท่าทีตกใจ (?°艸°?)

ฝีมือการแสดงนี้... สุดยอดไปเลย

เพียงแต่ ไม่ว่าเขาจะแสดงเก่งแค่ไหน มุมปากก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มแปลกๆ ออกมา

เซี่ยจือน้อย มาดูสิว่าเธอจะหนีไปไหนได้อีก?

สุดขอบฟ้าหรือก้นทะเล ฉันก็จะตามหาเธอจนเจอ

โอ้โหะ ฮ่าฮ่าฮ่า!

………

จากนั้น “เพื่อนร่วมชั้น ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ?” หูเฟย พูดอย่างสุภาพมาก

แม้ว่านักเรียน เซี่ยจือ จะอยากหันกลับไป แต่การช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนด้วยกันก็เป็นเรื่องที่ควรทำ ถ้าอีกฝ่ายมีปัญหาจริงๆ แล้วตัวเองช่วยได้แต่ไม่ช่วย แบบนั้นก็ไม่ดีมากๆ

เส้นแบ่งทางศีลธรรมเข้าครอบงำชั่วขณะ

เซี่ยจือ ผู้ใจดี พยักหน้าอย่างแข็งทื่อ ขนตากะพริบเล็กน้อย “คุณพูดมาสิ”

“เอ่อ... คุณพอจะให้ผมยืมปากกาได้ไหม?”

“อ๊ะ? ยืมปากกาเหรอ?” เซี่ยจือ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

สมัยนี้ยังมีคนมาสอบโดยไม่พกปากกามาด้วยเหรอเนี่ย?

“นี่ไง ปากกาผม...”

เห็น หูเฟย หยิบปากกาที่ตัวเองพกมา ถอดปลอกออก แล้วลองวาดลงบนกระดาษขาว

หมึกซึม

เขียนปุ๊บหมึกก็ซึมปั๊บ

เธอเพิ่งจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น น่าจะเป็นเพราะปากกาของเขาตก ลูกปืนตรงหัวปากกาเลยหลุด

ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจเขาผิดไปแล้ว

“งั้นคุณรอแป๊บนะ”

พูดจบ เซี่ยจือ ก็หันกลับไป ค้นกระเป๋าเครื่องเขียนของตัวเอง

เธอพกปากกามาสี่ด้าม เป็นปากกาใหม่ทั้งหมด หนึ่งในนั้นเป็นปากกาหมึกเจลสีน้ำเงิน เป็นด้ามโปรดที่สุดของเธอ เตรียมไว้สำหรับทำข้อสอบคณิตศาสตร์โดยเฉพาะ

เพราะวิชาคณิตศาสตร์ของเธอค่อนข้างอ่อน ดังนั้นจึงหวังว่าปากกาด้ามนี้จะนำโชคมาให้เธอ

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจจะให้เขายืมปากกาสีน้ำเงินด้ามนี้ เพราะปากกาด้ามนี้เขียนดีที่สุด เธอมักจะชอบเก็บของดีๆ ไว้ให้คนอื่นเสมอ

ยังไงตอนนี้ก็สอบวิชาภาษา ตัวเองก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้ปากกาด้ามนี้ชั่วคราว

“นี่ ปากกาด้ามนี้ให้ยืมนะ” เซี่ยจือ ค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะของ หูเฟย

“โอเคครับ ขอบคุณมากนะเพื่อนร่วมชั้น”

หูเฟย รับปากกาไป “เพื่อนร่วมชั้นดีมากเลย ให้ลูกอมเป็นการขอบคุณแล้วกันนะ”

“นี่ผมซื้อมาเมื่อเช้านี้ที่โรงเรียน”

“อ๊ะ ไม่ต้องลำบากหรอก ไม่...”

เมื่อ เซี่ยจือ เห็น หูเฟย หยิบถุงลูกอมบ๊วยออกมา เธอก็ถึงกับตกตะลึง ดวงตากะพริบปริบๆ

ที่แท้คนที่มาเหมาลูกอมบ๊วยไปท้ายที่สุดแล้วก็คือเด็กผู้ชายคนนี้เอง

เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงบังเอิญขนาดนี้อีกแล้วเนี่ย?

เห็น หูเฟย แกะถุง แล้วหยิบลูกอมเม็ดเล็กๆ ที่ห่อแยกไว้ภายในออกมา

“เพื่อนร่วมชั้น เอาไปสักเม็ดไหม?”

หูเฟย เขย่าถุงลูกอมในมือ ในขณะนี้ เขาดูเหมือนหมาป่าตัวใหญ่กำลังล่อลวงลูกกระต่ายน้อยที่ไร้เดียงสา

ทำยังไงดีล่ะ?

เขาถามว่าอยากได้ไหม?

แน่นอนว่าฉันอยากได้มากๆ เลยสิ

ถ้าไม่มีลูกอมบ๊วย ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วเนี่ย?

แต่... เด็กผู้หญิงไม่ควรรับของจากคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า ยิ่งห้ามกินของที่คนอื่นให้โดยไม่คิดหน้าคิดหลังเด็ดขาด

เซี่ยจือ ลังเล แต่ว่า... เขาให้เพราะขอบคุณที่ฉันให้เขายืมปากกา นี่ไม่ถือว่าเป็นการรับของสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกมั้ง

ใช่แล้ว เรื่องนี้มีที่มาที่ไป

ในที่สุดเธอก็หาเหตุผลมาโน้มน้าวใจตัวเองได้

“งั้น... งั้นฉันขอแค่เม็ดเดียวก็ได้ค่ะ” เซี่ยจือ หดคอลง พูดด้วยเสียงแผ่วเบาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

หูเฟย หัวเราะแล้วหยิบลูกอมออกมาเม็ดหนึ่ง กำไว้ในมือ ยื่นไปตรงหน้า เซี่ยจือ

อ๊ะ ทำไมเขาไม่วางไว้บนโต๊ะล่ะ?

เซี่ยจือ ใจเต้นแรงทันที

ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยื่นมือขวาออกไป แบฝ่ามือ

ทั้งสองคนเหมือนกำลังทำพิธีส่งมอบอะไรบางอย่างที่ลึกลับ

เมื่อ หูเฟย คลายมือออก ลูกอมบ๊วยก็ร่วงลงสู่ฝ่ามือของ เซี่ยจือ พอดี

ลูกอมยังมีความอุ่นเล็กน้อยจากมือของ หูเฟย อยู่ด้วย เซี่ยจือ รีบหดมือเล็กๆ กลับทันที รู้สึกถึงความอุ่นที่ยังคงอยู่บนฝ่ามือ

“ว่าแต่เพื่อนร่วมชั้น ผมชื่อ หูเฟย อักษร เฟย ที่หมายถึง วรรณกรรมน่ะ คุณยังไม่บอกชื่อของคุณเลยนะ?”

ที่แท้เขาชื่อ หูเฟย เหรอเนี่ย

ชื่อเพราะดีจัง

ฉันควรจะบอกชื่อให้เขาไหมนะ?

...ขณะที่ เซี่ยจือ กำลังจะอ้าปากพูด เธอกลับเงยหน้าขึ้นไปเห็นมุมปากของ หูเฟย ที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆ ไม่เชิงว่าร้าย ลูกกระต่ายน้อยตกใจจนแข็งทื่อไปทันที

“เพื่อนร่วมชั้นคะ ขอบคุณสำหรับลูกอมค่ะ”

เซี่ยจือ ทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามของ หูเฟย แสร้งทำเป็นซื่อ พูดขอบคุณแล้วก็รีบหันหลังกลับไปทันที

“...”

ไม่สำเร็จเหรอ?

ครั้งที่สองแล้วนะเนี่ย

หูเฟย ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

เด็กสาวคนนี้นี่ ระมัดระวังตัวมากเกินไปแล้วมั้ง

หูเฟย เอ๊ย หูเฟย ทำไมนายถึงควบคุมสีหน้าตัวเองไม่ได้นะ?

ตอนก่อน

จบบทที่ อะไรกันเนี่ย, ทำไมคุณอีกแล้วล่ะ?

ตอนถัดไป