โดนหลอกอีกแล้ว

เช้าวันหนึ่ง หูเฟย มาถึงห้องเรียน และเช่นเคย เซี่ยจือ ก็มาถึงเร็วกว่าเขาอีก

พอเธอมาถึงเช้า เธอก็จะนั่งทำโจทย์คณิตศาสตร์ หรือไม่ก็ทำโจทย์ฟิสิกส์ เรื่องนี้ หูเฟย ยอมรับว่านับถือจริงๆ

ดูสิ นี่แหละที่เรียกว่านักเรียนดีเด่น ทั้งๆ ที่ฉลาดกว่า เก่งกว่า ยังขยันกว่าอีกด้วย

“เพื่อนร่วมชั้น เซี่ยจือ อรุณสวัสดิ์ครับ!”

“เอ่อ... อรุณสวัสดิ์ค่ะ!” เซี่ยจือ ได้ยินเสียงก็หันกลับไปดู ปรากฏว่าเป็น หูเฟย

ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า ใบหน้าหล่อเหลาของ หูเฟย เผยรอยยิ้มที่อบอุ่นยิ่งกว่าแสงแดด สายตาของ เซี่ยจือ ถูกดึงดูดไปทันที

จริงๆ นะ ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่ยึดติดกับหน้าตา แต่หน้าตาของ หูเฟย นี่หล่อทะลุสวรรค์ จนไม่อาจมองข้ามได้จริงๆ

ผ่านไปครู่ใหญ่ เซี่ยจือ ถึงได้สติกลับมา ใบหน้าพลันแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย รีบหันกลับไปมองโต๊ะของตัวเองทันที

หูเฟย เดินมาถึงที่นั่งของตัวเองพร้อมถุงซาลาเปาลูกเล็กๆ และถุงน้ำเต้าหู้ แล้ววางน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ลงบนโต๊ะของ เซี่ยจือ อย่างเป็นธรรมชาติ

“คุณนี่มัน...” เซี่ยจือ เงยหน้ามอง หูเฟย อย่างสงสัย

“ผมไม่ดื่มน้ำเต้าหู้ คุณก็ทราบ!” (อ้างถึงมุกแพ้น้ำเต้าหู้เมื่อก่อนหน้านี้)

หูเฟย วางน้ำเต้าหู้ลง แล้วก็กลับไปนั่งที่ของตัวเอง ทานขนมปังซาลาเปาต่อ โดยไม่ให้โอกาส เซี่ยจือ ได้ปฏิเสธเลย

เซี่ยจือ จ้องมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง พยายามปฏิเสธ หูเฟย

เธอต้องการใช้แววตาที่แน่วแน่บอกจุดยืนของตัวเอง ปฏิเสธ หูเฟย ให้ชัดเจน

แต่ว่า.. ไม่เป็นผล เรียกได้ว่า ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย

หูเฟย ส่ายหัวเล็กน้อย ทำท่าทางกะล่อน

“ถ้าคุณไม่รับนะ ผมก็จะทิ้งมันซะ”

“ถึงตอนนั้น ความผิดฐานทิ้งอาหารก็จะตกไปอยู่ที่ คุณ นะ”

“.....”

“ทำแบบนี้ได้ยังไง!” เซี่ยจือ ประท้วง

แต่การประท้วงไร้ผล หูเฟย ก็ยังคงทานซาลาเปาต่อไปเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย

สุดท้าย เซี่ยจือ ถอนหายใจอย่างหมดเรี่ยวแรง หันหลังกลับไปอย่างท้อแท้สิ้นหวัง

น่าโมโหจริงๆ!

เขามักจะใช้กลโกงนี้ซ้ำๆ เพื่อบังคับเธอด้วยเหตุผลเรื่องห้ามทิ้งอาหาร

แต่เธอกลับไม่มีทางสู้ได้เลย จนต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย คิดแล้วก็อดโมโหไม่ได้จริงๆ

พอเห็น เซี่ยจือ ดื่มน้ำเต้าหู้ด้วยท่าทางโกรธๆ แก้มป่องๆ หูเฟย ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

เห็นไหม จัดการเจ้าตัวเล็ก ต้องใช้ความกะล่อนหน่อยถึงจะได้ผล

ทานอาหารเช้าเสร็จ หูเฟย เอียงตัวไปทาง เซี่ยจือ พบว่าเธอกำลังทำแบบฝึกหัดฟิสิกส์อยู่เป็นการบ้านฟิสิกส์เมื่อวาน

เจ้าตัวเล็กค้างอยู่ที่โจทย์ข้อใหญ่ข้อแรก

กระดาษทดข้างๆ เต็มไปด้วยรูปภาพและสมการมากมาย

“เพื่อนร่วมชั้น เซี่ยจือ มาถึงกี่โมงครับ?”

“หกโมงครึ่งค่ะ” เซี่ยจือ ไม่ได้เงยหน้าขึ้น ยังคงเขียนสมการอยู่

“เช้าขนาดนี้ ทำโจทย์ฟิสิกส์ตลอดเลยเหรอ?”

“ใช่แล้วค่ะ ฉันมีหลายข้อที่ทำไม่เป็น ก็เลยรีบมาทำแต่เช้า”

เซี่ยจือ ทำแบบฝึกหัดต่อไป ใช้นิ้วเรียวเล็กจัดปอยผมที่ห้อยอยู่หน้าผาก

หูเฟย อดใจไม่ไหวที่จะอุทานว่า ‘ช่างเป็นนักเรียนดีเด่นจริงๆ!’

นิสัยจริงจังของ เซี่ยจือ นี่ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ เห็นเจ้าตัวเล็กพยายามอยู่ตั้งนานแต่ก็ยังทำไม่ได้ ทำเอา หูเฟย ทนไม่ไหวจริงๆ

“เอ่อ... จริงๆ แล้วข้อนี้ผมทำได้นะ อยากให้ผมให้คำใบ้ไหม?”

“อ๊ะ คุณทำได้เหรอคะ?”

เซี่ยจือ หลังจากที่รู้จักกันเมื่อวาน เธอรู้ว่า หูเฟย ภาษาอังกฤษภาษาจีนแย่ แต่คณิตศาสตร์เขากลับเก่งมาก ..ในส่วนวิชาอื่นเป็นอย่างไร เธอยังไม่รู้

“ผมทำได้ครับ” หูเฟย พยักหน้า

“งั้น... คุณช่วยสอนฉันได้ไหมคะ?”

ถึงแม้จะยังเขินๆ อยู่บ้าง แต่เรื่องเรียน เซี่ยจือ จะกล้าถามมากกว่าเรื่องอื่น

“ไม่มีปัญหาครับ”

หูเฟย ก็ยกเก้าอี้มานั่งข้างๆ เซี่ยจือ อีกครั้งโดยไม่รีรอ

ครั้งนี้ใกล้กว่าครั้งที่แล้วอีก สามารถได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูจากผมของอีกฝ่าย น่าจะเป็นแชมพูรีจอยส์ กลิ่นส้ม (飘柔 - Rejoice ยี่ห้อแชมพู)

หูเฟย ชอบกลิ่นนี้มาก อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ

เซี่ยจือ มองเขาอย่างแปลกใจเล็กน้อย หูเฟย รีบอธิบายว่า “ไม่เป็นไรครับ จมูกผมตันนิดหน่อย ขอสูดอากาศหน่อยนะ”

“ได้ค่ะ”

หยิบข้อสอบขึ้นมา หูเฟย มองดู ใช้เวลาห้าวินาทีในการอ่านโจทย์จนจบ แล้วกระบวนการแก้โจทย์ก็ปรากฏขึ้นในสมอง

เขาหยิบปากกาวาดลงบนข้อสอบ ส่วนใหญ่ก็ทำเพื่อให้ เซี่ยจือ ดู

“นี่ ตามโจทย์แล้ว พลังงานกลที่รถคันเล็กสูญเสียไปในแต่ละเนินชะลอความเร็ว ตั้งแต่เนินที่ 31 ถึง 50 คือ”

“e=mgd·sinθ1” (สมการฟิสิกส์)

“สมมติให้พลังงานกลที่รถคันเล็กสูญเสียไปในการผ่านเนินชะลอความเร็ว 30 ลูกแรกลงเป็น ?E ดังนั้น”

“mg(L+49d)sinθ-mmgs=ΔE+20e2” (สมการฟิสิกส์)

“พลังงานกลที่สูญเสียไปโดยเฉลี่ยในแต่ละเนินชะลอความเร็วคือ...”

“.....”

“.....”

“รวมสมการ 145 จะได้”

“L>d+ms/sinθ” (สมการฟิสิกส์)

“เห็นไหมครับ ที่นี่จริงๆ แล้วต้องการทดสอบเรื่องกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม ส่วนตรงนี้ต้องใช้สูตรพลังงานกล คุณจะสับสนไม่ได้นะ”

“ตรงนี้ต้องระวัง เป็นจุดตัดคะแนนที่ผู้ตั้งโจทย์จงใจวางกับดักไว้”

“เห็นไหม คุณผิดตรงนี้แหละ และคุณต้องจำไว้ โจทย์ประเภทนี้ จุดที่ออกสอบก็คือ...”

หูเฟย อธิบายชัดเจนมากๆ และละเอียดสุดๆ

เริ่มจากอธิบายกระบวนการแก้โจทย์หนึ่งครั้ง จากนั้นก็เริ่มวิเคราะห์แนวคิดการแก้โจทย์ จุดที่ออกสอบ จุดที่ผิดง่าย และกับดัก

วิเคราะห์ว่าทำไม เซี่ยจือ ถึงทำผิด และควรจะระวังจุดออกสอบที่แตกต่างกัน เสร็จแล้วยังขยายความให้เธอเกี่ยวกับโจทย์ประเภทเดียวกัน และโจทย์ที่คล้ายกัน ต้องใช้แนวคิดแบบไหนในการแก้โจทย์

โดยพื้นฐานแล้ว ต่อให้อาจารย์ฟิสิกส์มาสอน ก็ยังสอนไม่ชัดเจนและละเอียดเท่าเขา

“อย่างนี้เข้าใจหรือยังครับ?” หูเฟย วางปากกาและข้อสอบลงมอง เซี่ยจือ

“อืมๆ เข้าใจแล้วค่ะ” เซี่ยจือ พยักหน้าเล็กๆ ใบหน้าสวยแดงขึ้นเล็กน้อย

เธอไม่เคยฟังแนวคิดการแก้โจทย์ที่ละเอียดขนาดนี้มาก่อน จุดที่ออกสอบทุกขั้นตอน แนวคิดการแก้โจทย์ จุดที่ผิดง่าย อธิบายหมดทุกอย่าง

ปัญหาหลายอย่างที่เธอเองก็ไม่เคยสังเกตเห็น หูเฟย ก็ช่วยอธิบายให้หมด ทั้งนี้ไม่เคยมีใครอดทนอธิบายโจทย์ให้เธอขนาดนี้มาก่อน แม้แต่อาจารย์ก็ไม่เคย

อธิบายจบแล้ว หูเฟย ก็ให้ เซี่ยจือ ลองทำเองอีกรอบ

เซี่ยจือ รีบหยิบสมุดออกมา เขียนวิธีทำตั้งแต่ต้นจนจบอีกครั้ง

หูเฟย นั่งอยู่ข้างๆ เซี่ยจือ มองดูเด็กสาวกำลังเขียนตามขั้นตอนที่เขาเพิ่งสอนไปอย่างจริงจังมากๆ

เซี่ยจือ จริงๆ แล้วฉลาดมากๆ ที่ผลการเรียนสายวิทย์ค่อนข้างแย่ อาจเป็นเพราะตรรกะที่ผู้หญิงมีโดยกำเนิดไม่ดีเท่าผู้ชาย อีกอย่างคือยังไม่ได้จับหลักในการแก้โจทย์ได้

และพอ หูเฟย อธิบาย เธอก็เข้าใจได้ทันที

“อืม ดีมาก ข้อนี้คุณทำเป็นแล้ว เชื่อว่าต่อไปหากเจอโจทย์แนวนี้ คงไม่ผิดอีกแล้ว”

“จริงเหรอคะ?” เซี่ยจือ เงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ มอง หูเฟย ด้วยความตั้งใจสุดๆ

ดวงตาของ เซี่ยจือ สุกใสเหมือนดวงดาวเจิดจรัส

ดวงตาของ หูเฟย ลึกซึ้งเหมือนทะเลลึก มองไม่เห็นสุดขอบ

ตอนที่แสงดาวสาดส่องลงบนผิวน้ำทะเล...

ถ้ามีกล้องถ่ายภาพ จับภาพนี้ไว้ได้ จะเป็นภาพวาดที่สวยงามสุดๆ

“แน่นอน ตราบใดที่คุณจำแนวคิดและเทคนิคการแก้โจทย์ที่ผมเพิ่งสอนไปได้ รับรองไม่มีปัญหาแน่นอน”

หูเฟย ยิ้มตอบ

อย่ามองว่าโจทย์มีมากมายนับพัน แต่จุดที่ออกสอบก็มีแค่ไม่กี่อย่าง ประเภทของโจทย์ก็ตายตัวแล้ว

หูเฟย ทำโจทย์มาเยอะขนาดนี้ เขาย่อมรู้กฎเกณฑ์และรูปแบบทั้งหมด

เซี่ยจือ ที่ได้รับคำตอบ รู้สึกดีใจและมีความสุขมาก เหมือนได้กินน้ำผึ้ง(หวานชื่น) : “เพื่อนร่วมชั้น หูเฟย ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ”

“ดีครับ เที่ยงนี้ผมจะกินข้าวอบหม้อดินครับ”

(=`w?=)??? (อิโมจิ แสดงอาการงงๆ ตกใจเล็กน้อย)

เซี่ยจือ อึ้งไปครู่หนึ่ง “อ๊ะ... เพื่อนร่วมชั้น หูเฟย คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ คุณจะใช้กลอุบายแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ”

หูเฟย : “งั้นผมไม่สนแล้ว!”

U^ェ^U (อิโมจิ หน้าตาดีใจ)

เธอนี่ซื่อบื้อดีจริงๆ!

ตอนก่อน

จบบทที่ โดนหลอกอีกแล้ว

ตอนถัดไป