บทที่ 19 ศิลปะแห่งการถอนขนแกะ
เว็บไซต์จำหน่ายตั๋วถือกำเนิดขึ้นจากตลาดภาพยนตร์และการแสดงที่เฟื่องฟูขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมการบริโภคที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป และการแพร่หลายของระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
เว็บไซต์รุ่นแรก ๆ อย่างต้าเหม่ยหวังก่อตั้งขึ้นในปี 2004 แต่กว่าเว็บไซต์จำหน่ายตั๋วจะเริ่มเป็นที่นิยมก็ราว ๆ ปี 2008 บางแห่งก็ผนวกเข้ากับการซื้อแบบกลุ่ม เช่น เมาเหยี่ยนเตี้ยนอิ่ง ซึ่งเดิมทีก็คือเหม่ยถวนเตี้ยนอิ่ง
เมื่อเทียบกับพระเอกนิยายย้อนเวลาสุดเทพที่วางแผนการใหญ่โตมาตั้งแต่อายุเจ็ดแปดขวบหรือสิบสองสิบสามขวบ เหยาหยวนก็แค่ทำไปตามน้ำเท่านั้น ห่างชั้นกันไกลลิบ
ช่วงวันหยุดชาติ เขาลาไปสองสามวัน ก็นึกขึ้นได้ว่าต้องกลับไปทำงาน
พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อกับแม่อยากเห็นใบปริญญาใบนั้น เขาคงไม่สนใจภารกิจฝึกงานอะไรนี่หรอก คงจะลาออกไปนานแล้ว
ความคิดช่างหัวโบราณจริง ๆ สมัยนี้การที่นักศึกษาจะเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องที่หาได้ยาก ในสายตาผู้ปกครองถือเป็นการทำอะไรเหลวไหล ไม่เหมือนในยุคหลังที่รัฐบาลสนับสนุนให้เริ่มต้นธุรกิจ ทำไมถึงสนับสนุนน่ะเหรอ ก็เพราะบัณฑิตจบใหม่ปีละหลายล้านหลายสิบล้านคน หางานทำยากขึ้นแล้วน่ะสิ
วันที่ 5 ตุลาคม ที่สำนักข่าว
สำนักข่าวบางแห่งจะหยุดทำการในช่วงวันหยุดชาติ ที่ที่ไม่หยุดก็จะลดจำนวนหน้าลง เพราะไม่มีข่าวอะไร นักข่าวส่วนใหญ่ก็จะผลัดกันหยุดพักผ่อน แย่งชิงช่วงเวลาว่างที่หาได้ยาก
แน่นอนว่าวันที่ 5 ก็เริ่มทำงานกันแล้ว เหยาหยวนมารายงานตัวที่แผนกข่าวบันเทิงเป็นวันแรก
มีทั้งหมดห้าคน ผู้หญิงสามคน ผู้ชายสองคน ชาติที่แล้วเขาไม่เคยข้องเกี่ยวกับแผนกข่าวบันเทิงมาก่อน วันนี้เพิ่งจะก้าวเท้าเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างจากแผนกอื่น
“โย่ คนขายแผ่นมาแล้ว”
“ยังมีคนมาฝึกงานที่แผนกเราด้วยเหรอ แปลกจริง ๆ!”
“นายชื่อเหยาหยวนใช่ไหม ฉันว่าชื่อคุ้น ๆ นะ”
“เอ๊ะ ๆ เรื่อง ‘เจี่ยฟางอี่ฟาง’ ที่เกอโหยวแสดงก็ชื่อเหยาหยวนไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ ๆ แต่คนนี้หล่อกว่าลุงเกอเยอะเลย”
“ฮ่า!”
หยูเจียเจียยกนิ้วโป้งให้ “ต่อไปก็เป็นคนกันเองแล้วนะ!”
พูดจบก็ดึงตัวเหยาหยวนมา แนะนำงานอย่างง่าย ๆ ชัดเจน “มีสามภารกิจ หนึ่งคือสัมภาษณ์ดาราและกิจกรรมต่าง ๆ สองคือแนะนำข้อมูลการแสดงต่าง ๆ สามคือวิจารณ์ปรากฏการณ์ในวงการบันเทิง นายดูสิว่าทำอะไรได้บ้าง?”
“ผมแล้วแต่ผู้ใหญ่จัดสรรเลยครับ!”
เขาทำอะไรได้บ้างน่ะเหรอ?
เขามาถอนขนแกะต่างหากล่ะ
“ได้ งั้นไปนั่งพักที่โซฟาก่อน นักข่าวคนไหนไม่อยู่ก็ใช้คอมพิวเตอร์เขาได้ ถ้ามีโอกาสจะพานายออกไปสัมภาษณ์”
เหยาหยวนนั่งลงอย่างว่าง่าย หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเอง
หยูเจียเจียก็ไปทำงานของตัวเองต่อ ไม่นานนักข่าวคนหนึ่งก็ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “หัวหน้าครับ ผมจะไปดักฉวี่อิ่ง!”
“วันนี้จะสำเร็จไหม?”
“น่าจะนะ มีนักข่าวหกสำนักไปดักรออยู่ใต้ตึกเธอ ยังไงก็น่าจะได้ข่าวมาเขียนสักเรื่อง”
พี่ชายคนนั้นสะพายกล้องแล้วก็เดินจากไป
เหยาหยวนนิ่งไปครู่หนึ่ง เดินไปที่โต๊ะของเขา นั่งลงแล้วเริ่มเล่นคอมพิวเตอร์
หยูเจียเจียเหลือบมองแล้วพูดว่า “แผนกเราไม่ค่อยได้รับความสำคัญเลย งบประมาณก็น้อย ถ้าได้งบมาสักหน่อย ฉันจะบุกไปจับชู้ถึงเกาะดอกท้อเลย ไม่ต้องมาอ้อมค้อมแบบนี้หรอก”
“จะไปจับชู้อะไรเล่า เขายังไม่ยอมรับเลย”
“พวกเขาคิดว่าคนอื่นตาบอดรึไง ตอนนี้โจวซวิ่นไปกองถ่าย หลี่ย่าเผิงยังขับรถไปรับไปส่งเลย”
“เธอว่าโจวซวิ่นชอบอะไรเขาน่ะ? ห่างชั้นกันเกินไปแล้ว”
“ก็คงเป็นพวกหน้าตาดี มีฐานะ รวย เก่งเรื่องบนเตียงนั่นแหละ หลี่ย่าเผิงก็เกาะผู้หญิงกินมาตลอด!”
ที่นี่มีแต่คนเก่ง ๆ คุยกันก็รู้เรื่องกันเอง ข่าววงใน ข่าวลือล่าสุด ไม่เหมือนคนนอกที่ได้แต่เดาไปเรื่อย
ถ้าเป็นชาติที่แล้ว เหยาหยวนคงจะเข้าไปร่วมวงด้วย แต่ตอนนี้เขาไม่มีความสนใจ เขาล็อกอินเข้าฐานข้อมูลของแพลตฟอร์ม ค้นหาข้อมูลการแสดงต่าง ๆ มีทั้งโอเปร่า ซิมโฟนี บัลเลต์ ละครเวที และรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์
กิจกรรมประเภทนี้มักจะทำสองอย่าง
หนึ่งคือเชิญนักข่าวจากสำนักต่าง ๆ มา แต่จะลงข่าวหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่ากิจกรรมนั้นสำคัญแค่ไหน และค่าเดินทางเพียงพอหรือไม่
สองคือแจกตั๋วฟรี เช่น รอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ ปกติจะให้นักข่าวหนึ่งที่นั่ง พร้อมกับตั๋วฟรีอีก 2-3 ใบ
“...”
เหยาหยวนส่งข้อมูลให้เหยาเสี่ยวโป พร้อมกับเหลือบมองหยูเจียเจีย ลูบคาง: ดูท่าต้องสร้างสัมพันธ์อันดีไว้แล้ว!
………………
เสิ่นหยาง
เหยาเสี่ยวโปกำสมุดบัญชีไว้ในมือ พลางคุย QQ กับเหยาหยวนอย่างออกรส
เพิ่งจะได้รับรายได้ของเดือนกันยายน 18 วัน ได้มา 5,300 หยวน ทั้งสองคนลงทุนไปทั้งหมดประมาณ 5,000 หยวน แค่รอบแรกก็ได้กำไรเล็กน้อยแล้ว
ตอนที่เริ่มทำไม่ได้ตกลงเรื่องส่วนแบ่งกัน เหยาหยวนก็ไม่ได้โอนเงินให้เหยาเสี่ยวโป บอกว่ามีเรื่องต้องใช้ เหยาเสี่ยวโปก็ไม่มีปัญหาอะไร แถมยังดีใจอีกต่างหาก เขามีทัศนคติแบบตามพี่ใหญ่ไปทุกที่ แน่นอนว่าถ้าในอนาคตธุรกิจใหญ่ขึ้นก็ต้องแบ่งผลประโยชน์กันอย่างชัดเจน
“นายสร้างเว็บเล็ก ๆ ขึ้นมาอีกเว็บหนึ่ง เอาข้อมูลการแสดงพวกนั้นไปลง ไม่ต้องมีฟังก์ชันอะไรเลย เอาแบบง่ายที่สุด แล้วก็ทำลิงก์เชื่อมกับคลับหาคู่ จากนั้นที่คลับก็จัดกิจกรรมจับรางวัล แจกกล้อง แจกบัตรเติมเกม แจกตั๋วดูการแสดงตลก”
“เราจะไปเอากล้องกับบัตรเติมเกมมาจากไหน?”
“ก็ของปลอมไง นายเอาเบอร์โทรศัพท์ฉันไปลงไม่ได้เหรอ? นายทำให้ฉันถูกรางวัลไม่ได้เหรอ? ใครมันจะไปรู้ว่าถูกจริงหรือถูกปลอม!”
“พี่ พี่นี่มันเจ้าเล่ห์จริง ๆ!”
“ช่วยไม่ได้ ในมือฉันมีแต่ตั๋วดูการแสดงตลก รอให้ฉันถอนขนแกะได้มากกว่านี้ก่อน”
เหยาเสี่ยวโปไม่มีหัวด้านธุรกิจเลย เหยาหยวนต้องอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด “เว็บไซต์ข้อมูลการแสดงนี้ ตอนนี้ยังทำกำไรไม่ได้ แต่สามารถดึงดูดผู้คน สร้างพฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
เรายังสามารถสร้างเว็บไซต์พันธมิตรข้อความได้อีกหลายเว็บ ให้บริการที่แตกต่างกันไป ทำเงินแยกกัน แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือดึงคนเข้าคลับ ตอนนี้มีคนเข้าชมเท่าไหร่แล้ว?”
“วันละหมื่นกว่าครั้ง สมาชิกสามพันคน ออนไลน์พร้อมกันหลายร้อยคน”
สมาชิกแต่ละคนทำเงินได้ 2.55 หยวน
“ยังไม่ถึงขีดสุดเลย ต้องทำให้พวกเขาเข้าเว็บแล้วรู้สึกว่ามันช้า นั่นแหละถึงจะเรียกว่าถึงขีดสุดแล้ว ยังต้องโปรโมทอีก”
เหยาหยวนมีกลยุทธ์มากมาย แต่หนึ่งคือเงินทุนไม่พอ สองคือกลัวโดนลอกเลียนแบบ
ตั้งแต่มีผลิตภัณฑ์อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นมา ก็มีแต่การลอกเลียนแบบกันไปมา ในสภาพแวดล้อมที่ยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในปัจจุบัน ฟังก์ชันเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เห็นได้ทั่วไปในยุคหลัง ในวันนี้ถือเป็นนวัตกรรม
กำลังทรัพย์ของตัวเองก็สู้เขาไม่ได้ เท่ากับปูทางให้คนอื่น ดังนั้นต้องค่อย ๆ ปล่อยออกมาทีละนิด
เหยาหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง คงต้องใช้วิธีปกติแล้ว เลยพูดว่า “นายเอากิจกรรมจับรางวัลไปลงก่อน ฉันจะไปถามไป่ตู้เรื่องการจัดอันดับแบบเสียเงิน”
“การจัดอันดับแบบเสียเงิน?”
“ก็คือแกค้นหาคีย์เวิร์ดอะไร พอจ่ายเงิน เขาก็จะจัดอันดับให้แกอยู่ข้างบน ไป่ตู้เพิ่งจะเปิดให้บริการเมื่อเดือนที่แล้ว ถ้าราคาไม่แพงก็จะซื้อเลย”
เหยาหยวนพูดจบก็ยักไหล่ ตอนนี้คงไม่แพงหรอก
…………
ไป่ตู้เริ่มแรกให้บริการเครื่องมือค้นหาสำหรับเว็บไซต์พอร์ทัล
พอเกิดวิกฤตฟองสบู่ดอทคอมแตก หลี่เหยียนหงก็ต้องหาทางรอด เลยตัดสินใจสร้างเว็บไซต์ค้นหาของตัวเองขึ้นมา นั่นก็คือ ไป่ตู้.com
จากนั้นในเดือนกันยายน ปี 2001 ก็ได้เปิดตัวบริการจัดอันดับแบบเสียเงิน เปิดให้บริการวันที่ 22 กันยายน วันแรกได้เงิน 1.9 หยวน วันที่สองได้ 3 หยวนกว่า วันที่สามได้ 10 หยวน แต่วันที่ห้าก็ทะลุ 200 หยวนแล้ว
ตอนนั้นหลี่เหยียนหงตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2002 จะต้องทำรายได้ให้ได้ 6,000,000 หยวน
จากนั้นปลายปี 2001 ก็ทำรายได้ไป 120,000 หยวน ถึงปลายปี 2002 ก็ทำรายได้ไป 5,800,000 หยวน ถือว่าทำตามเป้าหมายได้
พอผ่านไปอีกสิบปี ก็คำนวณกันเป็นหลักพันล้านหมื่นล้านแล้ว ยาปลอม โรงพยาบาลปลอมเต็มไปหมด ใครจะไปค้นหาอาการป่วยอะไรในไป่ตู้ แค่เป็นหวัดก็แทบจะตายแล้ว
ส่วนเหยาหยวนนั้นลงมือทำเร็วมาก เขารีบหาพนักงานขายบริการจัดอันดับแบบเสียเงิน พอถามราคาก็พบว่าถูกมากจริง ๆ