บทที่ 43 คืนส่งท้ายปีเก่า
วันที่ยี่สิบเก้าตามปฏิทินจันทรคติ
คนเกือบทั้งเมืองออกมาเดินกันให้วุ่น ร้านค้าและแผงลอยต่างก็อยากจะขายของส่งท้ายกันอีกสักรอบ ส่วนคนที่มาเดินเที่ยวและจ่ายตลาดก็อยากจะตุนของสำหรับปีใหม่เป็นครั้งสุดท้าย
สองข้างทางของถนนการค้าเต็มไปด้วยแผงลอยเล็ก ๆ มีทั้งคำอวยพรคู่ ปฏิทินจีน ถุงเท้าและกางเกงในสีแดง ผลไม้แห้งและของเชื่อม ขนมกุ้งกรอบและลูกอมนมตรากระต่ายขาว ไปจนถึงธูปเทียนและกระดาษแดงสำหรับไหว้บรรพบุรุษ มีครบทุกอย่าง
ตลาดสดยิ่งคึกคักกว่า กุยช่ายราคาพุ่งขึ้นไปถึงกิโลกรัมละหลายหยวน ปลาและกุ้งเป็น ๆ พอเอาขึ้นมาก็ถูกแย่งซื้อจนหมด รถยนต์ส่วนตัวไม่กี่คันในเมืองดูเหมือนจะมาอัดกันอยู่หน้าประตูจนน้ำก็ยังไม่สามารถไหลผ่านไปได้
“ปี๊น ๆ!”
รถแท็กซี่คันหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านฝูงชนไปอย่างยากลำบาก ถนนเส้นเดียวใช้เวลาเดินห้านาที พอเลี้ยวตรงหัวมุมถึงจะเร่งความเร็วขึ้นมาได้หน่อย แล้วก็ขับมาถึงตึกที่พักของครอบครัวบุคลากรในโรงเรียน
“รบกวนเข้าไปในลานหน่อยครับ!”
รถแท็กซี่ขับเข้าไปอีกครั้ง จอดอยู่ใต้ตึก เหยาหยวนหยิบเงินสามหยวนออกมา คนขับไม่รับแล้วพูดว่า “ห้าหยวนแล้ว!”
อ้อ!
ขึ้นราคารับปีใหม่
เหยาหยวนเปลี่ยนเป็นธนบัตรใบละห้าหยวน ลงจากรถ เปิดประตูหลัง มองดูแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจ
เบาะหลังเต็มไปด้วยของ ลังแล้วลังเล่า มีทั้งสไปรท์ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มรสลิ้นจี่ยี่ห้อเจินเจิน และเบียร์ยี่ห้อบลูริบบอนแบบกระป๋อง
คนขับรถก็ใจดี ช่วยยกของลงมาวางกองไว้ที่หน้าประตูทางเข้า
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงแตรดังขึ้นอีกสองครั้ง เหยาเยว่หมินก็นั่งแท็กซี่กลับมาเหมือนกัน เขาหิ้วถุงใหญ่ ๆ หลายใบที่เต็มไปด้วยเนื้อ ผัก และขนม รวมถึงเครื่องในหมูหนึ่งถุงกับปลาเป็น ๆ อีกสองสามตัว
พ่อลูกสบตากัน เหยาเยว่หมินยิ้มร่าเริง ในใจคนส่วนใหญ่ นี่เรียกว่าของไหว้ปีใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
เหยาหยวนจำได้ว่าเทศกาลตรุษจีนแบบนี้ดำเนินต่อไปอีกนาน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ของไหว้ปีใหม่เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ การฉลองปีใหม่ก็ไม่สนุกเหมือนเดิม พอถึงวัยกลางคน แม้แต่เทศกาลก็ไม่อยากจะฉลองแล้ว
“ของวางไว้ตรงนี้ไม่เป็นไรหรอก แบกกันเถอะ!”
พ่อพูดคำเดียว พ่อลูกก็เริ่มทำงาน
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลมสิบกว่าลัง ขนครั้งละสามลัง ขึ้นไปชั้นห้า วิ่งไปสามรอบ
กล้ามเนื้อบนแขนของเหยาหยวนสั่นระริก หอบหายใจฟืดฟาด ให้ตายสิ! ไม่ว่าแกจะขับแลนด์โรเวอร์หรือเบนซ์ กลับบ้านก็ต้องมาช่วยแม่แกขนผักกาดขาวอยู่ดี!
ฉัน เหยาเศรษฐีเงินล้าน ยังต้องมาทำงานใช้แรงแบบนี้อีก!
ยาย ตา และปู่ของเหยาหยวนเสียชีวิตไปหมดแล้ว เหลือเพียงย่าคนเดียว วันเทศกาลก็แวะไปเยี่ยมเยียน
ดังนั้นทุกปีจึงต้องชวนครอบครัวของลุงเล็กมาฉลองตรุษจีนด้วยกัน แค่เครื่องดื่มสิบกว่าลังนี้ สองสามวันก็หมดแล้ว
ญาติฝั่งหยวนลี่ผิงไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันบ่อยนัก แค่รวมตัวกันก็พอแล้ว
ประมาณเที่ยง หยวนลี่ผิงก็กลับมา ซื้อดอกไม้สดมาประดับมากมาย ถึงแม่จะเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้วก็โรแมนติกมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกครูสอนภาษาจีนจีบติดหรอก
กินข้าวกันง่าย ๆ ก็เริ่มคุยกันถึงชีวิตในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
“เสี่ยวหยวน ฝึกงานเป็นยังไงบ้าง”
“ก็พอใช้ได้ครับ ผมไม่ค่อยได้ออกไปสัมภาษณ์ ส่วนใหญ่รับผิดชอบเรื่องเก็บข้อมูลแล้วก็พัฒนาตลาด”
“แล้วจะได้บรรจุไหม”
“ไม่ได้หรอกครับ รุ่นเรามีสี่คน สามคนเป็นเด็กเส้น มีคนหนึ่งชื่อหลิวเวยเวย ทำอะไรก็ไม่เป็น กินอะไรก็ไม่อิ่ม แต่เจ้านายกลับชอบเธอ ได้ยินว่าเงินเดือนตอนเข้าทำงานสูงกว่าคนทั่วไปสามเท่า เรื่องแบบนี้จะไปหาเหตุผลที่ไหนได้”
“โอ้ย สำนักข่าวของลูกนี่ก็ไม่ค่อยดีเลยนะ!”
“เจ้านายนี่ก็ไม่ใช่คนดี!”
“ใช่ ๆ ไม่ใช่คนดี...”
เหยาหยวนพยักหน้าเห็นด้วย ในใจคิดไปคิดมา เอาเถอะ ปูทางไว้หน่อยดีกว่า เลยพูดว่า
“จริง ๆ แล้วมีเรื่องหนึ่งอยากจะบอกพ่อกับแม่ ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง หน้าตาดี ฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์มาก เขาเห็นว่าตอนนี้อินเทอร์เน็ตกำลังมาแรง ก็เลยชวนเพื่อน ๆ ที่สนิทกันมาลองทำเว็บไซต์เล็ก ๆ ดู”
“เว็บไซต์แบบไหน”
“ก็แค่คุยกันน่ะครับ ชาวเน็ตเข้ามาคุยกันสารพัดเรื่อง ตอนนี้คนก็ค่อนข้างเยอะ ผมว่าอนาคตน่าจะดี เลยอยากจะใช้โอกาสนี้ฝึกฝนตัวเอง”
“ได้สิ ลูกไปที่อื่นก็ต้องเริ่มจากศูนย์เหมือนกัน ฝึกฝนก่อนก็ดี”
“ใช่แล้ว ตอนนี้ลูกยังหนุ่ม ขัดเกลาตัวเองหน่อยก็ดี ไม่ต้องรีบ”
พ่อกับแม่นึกว่าลูกชายกำลังจะเรียนจบแล้วรีบหางานทำ ก็เลยปลอบใจกันใหญ่
เหยาหยวนพยักหน้าหงึก ๆ ปูทางเสร็จก็ไม่พูดอะไรต่อ แต่หยวนลี่ผิงก็หยุดไปครู่หนึ่งแล้วส่งสายตาให้เหยาเยว่หมิน เหยาเยว่หมินไอสองสามครั้งแล้วถามว่า
“เสี่ยวหยวน ลูกน่ะ มีความคิดเรื่องส่วนตัวบ้างไหม”
“เรื่องส่วนตัวอะไรครับ”
“ก็คือ มีแฟนหรือยัง”
แปะ!
เหยาหยวนตบหน้าผากตัวเอง อีก 20 ปีข้างหน้าฉันก็นัดบอด ย้อนกลับมา 20 ปีก็ยังต้องมานัดบอดอีก!
“ดูสิ ฤดูร้อนนี้ลูกก็จะเรียนจบแล้ว เข้าสู่สังคมก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการแล้ว เรื่องนี้ต้องใส่ใจหน่อยนะ ที่โรงเรียนของแม่มีหลานสาวของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง...”
“หยุด ๆ ๆ!”
เหยาหยวนรีบห้าม “ผมหาเอง ผมหาเอง”
“ได้ ๆ ๆ หาเอง เราไม่รีบ”
ปากบอกไม่รีบ แต่หยวนลี่ผิงก็พูดต่ออีกว่า “เสี่ยวโปเด็กคนนั้นน่าสนใจดีนะ ไม่พูดไม่จาแต่มีแฟนแล้ว บอกว่าเป็นนักศึกษาแพทย์ ป้าสะใภ้ของลูกเคยเห็นรูปแล้ว ตัวสูง ผิวขาวสะอาด”
พรวด!
เหยาหยวนพ่นน้ำอัดลมออกมา “เหยาเสี่ยวโปมีแฟนแล้วเหรอ”
“ทำไมล่ะ”
ชาติที่แล้วเขาเป็นหนุ่มบริสุทธิ์จนถึงอายุ 25 เลยนะ!
“พวกเขาสองคนรู้จักกันได้ยังไง”
“ได้ยินว่าคุยกันทางเน็ตแล้วก็รู้จักกัน ลูกดูสิ เขารู้จักฉวยโอกาสแค่ไหน ลูกไม่ได้ทำเว็บไซต์เองเหรอ งั้น อ้อ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่รีบ”
ให้ตายสิ!
เหยาเสี่ยวโปแกนี่มันคนหน้าซื่อใจคด แกก็ทรยศต่อการปฏิวัติด้วยเหรอ?!
น้องชายคนนี้เก็บไว้นานไม่ได้แล้ว!
………………
พริบตาเดียวก็ถึงวันส่งท้ายปีเก่า ถนนหนทางเงียบสงัดลงทันที
ตอนเที่ยง ครอบครัวของลุงเล็กมาถึง กินอาหารรวมญาติมื้อใหญ่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พูดคุยสารทุกข์สุกดิบกัน เหยาเยว่หมินพอพูดถึงเรื่องซึ้ง ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหล กอดคอลุงเล็กร้องไห้กันใหญ่
หยวนลี่ผิงยืนมองอยู่ข้าง ๆ อย่างพูดไม่ออก
เพราะพ่อของเขาเป็นคนมีอารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย ดื่มเหล้าเข้าไปก็ยิ่งแล้วใหญ่
จากนั้นก็นอนพักผ่อนกัน พอถึงตอนเย็นก็ลุกขึ้นมาเปิดทีวีช่องกลาง 1 ฝั่งหนึ่งนวดแป้งเตรียมห่อเกี๊ยว อีกฝั่งก็รอดูรายการพิเศษวันตรุษจีน
เวลานี้ เด็ก ๆ ไม่ต้องช่วยอะไร แม้เหยาหยวนจะอายุ 22 แล้วก็ไม่ต้องทำอะไร
ตอนอายุ 32 ออกจากบ้าน ยังถูกแม่กำชับให้ระวังรถเลย
ทำอาหารเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่สี่คน เหยาหยวนเลยลากเหยาเสี่ยวโปเข้าห้องนอนตัวเองแล้วดุว่า “แกนอนกับเธอแล้วเหรอ”
“พี่! ผมอยู่ข้างพี่นะ!”
เหยาเสี่ยวโตรีบแสดงความจงรักภักดี “แต่นี่มันเป็นพรหมลิขิต พรหมลิขิตมาผมก็ห้ามไม่ได้ ทุกอย่างต้องขอบคุณพี่เลยนะ ถ้าพี่ไม่ทำคลับนั่นเราก็คงไม่รู้จักกัน”
“อย่ามาพูดไร้สาระ ฉันไม่สนหรอกว่าแกจะมีแฟนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย! ประเด็นคือแกมีแฟนแบบนี้ มันทำให้ฉันเดือดร้อนนะ!”
“งั้นพี่ก็หาคนหนึ่งสิ พี่ฉลาดกว่าผม หล่อกว่าผม ต้องหาคนที่ถูกใจได้แน่”
“ถึงแกจะพูดความจริง แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น”
เหยาหยวนทำปากจิ๊บจั๊บ ด้วยสภาพจิตใจที่ผ่านอะไรมาเยอะแยะ มันไม่ง่ายที่จะหวั่นไหว
เล่น ๆ น่ะพอได้
……………
“ก๊อก ๆ ๆ!”
“ใครครับ”
“ส่งเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย!”
เหยาหยวนเปิดประตู ชายชราสวมเสื้อนวมเก่า ๆ อุ้มภาพพิมพ์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยหนึ่งปึก “เชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยไหมครับ”
“เท่าไหร่ครับ”
“ห้าหยวนครับ”
เหยาหยวนให้ไปสิบหยวน ชายชรากล่าวขอบคุณแล้วจากไป
เขากลับมามองนาฬิกาแล้วตะโกนว่า “เริ่มแล้ว! เริ่มแล้ว!”
“เอ้อ มาแล้ว ๆ!”
ผู้ใหญ่รีบล้างมือ
เวลาสองทุ่มตรง รายการพิเศษวันตรุษจีนก็เริ่มขึ้น ในเวลานี้ ไม่รู้ว่ามีกี่ครอบครัวทั่วประเทศที่ได้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา นั่งอยู่หน้าทีวีรอดูรายการ
ประเพณีนี้เริ่มต้นตั้งแต่ยุค 80 และดำเนินต่อไปอีก 20 ปี
อีก 20 ปีข้างหน้า ไม่ว่ารายการพิเศษวันตรุษจีนจะถูกวิจารณ์อย่างไร ก็ไม่ส่งผลกระทบต่ออิทธิพลของมัน ถึงแม้คนจะไม่ดู ก็ยังต้องเปิดทีวีทิ้งไว้
เปิดฉากด้วยการเต้นรำหมู่ที่อลังการตามธรรมเนียม
หนีผิง จูจวิน โจวเทา หวังเสี่ยวหยา เหวินชิง หลี่หย่ง ขึ้นเวที ถ่ายทอดสดจากห้าเมืองคือปักกิ่ง เสิ่นหยาง เซินเจิ้น ซีอาน และเซี่ยงไฮ้
ปีนี้เป็นปีม้า
หลังเปิดฉาก ซ่งจู่หยิงก็มาร้องเพลงเดี่ยว ตามด้วยรายการตลกรายการแรก คุณลุงเฝิงก่งปรากฏตัว ถือขิมร้องเพลงคู่กับกัวตงหลิน
“ทำไมเฝิงก่งไม่เล่นเซี่ยงเซิงแล้วล่ะ”
“นั่นสิ เมื่อก่อนเล่นเซี่ยงเซิงดีจะตาย ต้องมาเล่นละครสั้น แล้วหนิวฉวินไปไหนแล้ว”
“ไปเป็นนายอำเภอแล้วมั้ง”
ผู้ใหญ่สี่คนวิพากษ์วิจารณ์กัน สรุปก็คือเฝิงก่งตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“…”
เหยาหยวนหาว รออีกไม่กี่ปี เดี๋ยวก็ได้คุณลุงเฝิงมาช่วยกู้สถานการณ์ อย่างน้อยก็หน้าคุ้น
ต่อมาเป็นการแสดงร้องรำทำเพลงต่อเนื่อง เจี่ยเสี่ยวตงและซุนเยี่ยนจือร้องเพลงคู่กันในเพลง เชื่อมต่อกับโลก ลู่อี้และโจวซวิ่นก็ร้องเพลงคู่กันในเพลง ปีนี้ช่างงดงาม
โหวเหย่าเหวินเล่นเซี่ยงเซิงหนึ่งตอน ไต้จื้อเฉิงและเจียงคุนจับคู่กัน ก็มาเล่นเซี่ยงเซิงอีกตอน
เหยาหยวนพยายามค้นหาความทรงจำ แต่พบว่ามีเรื่องที่จำได้น้อยลงเรื่อย ๆ ทำไมน้อยลง ก็เพราะรายการดี ๆ มันน้อยลง
เสวี่ยชุนน่าจะเป็นนักร้องคนแรกที่ดังจากอินเทอร์เน็ต เขาร้องเพลง ออกไปข้างนอก เสวี่ยชุนลงจากเวที รายการต่อไป ทุกคนก็ตื่นตัวขึ้นมา
ลุงเปิ่นซานขึ้นมาแล้ว
ปีที่แล้วเรื่อง ขายไม้ค้ำ ปีนี้เรื่อง ขายรถ เฉินเสี่ยวเอ้อร์ถอนตัว แม่เจ้าจ้าวเสียชีวิต ลุงเปิ่นซานก็ได้รับการสถาปนาเป็นราชาละครสั้นรุ่นที่สามอย่างเป็นทางการ!
ช่วงที่เขาดังที่สุด รายการพิเศษวันตรุษจีนจะจัดให้ละครสั้นของเขาเป็นรายการตลกสุดท้ายก่อนเที่ยงคืน ก็เพราะกลัวว่าถ้าฉายก่อน คนดูจะเลิกดูไปซะก่อน
“เห็นไหมล่ะ ตัวเองก็ไปหาเอง!”
“เพราะเท้าของคุณทั้งสองข้างลอยจากพื้นแล้ว ไวรัสก็ปิดตัวลง ดังนั้นก็เลยไม่มีอะไรขึ้นไปได้อีกแล้ว ไอคิวที่ชาญฉลาดก็กลับมาครองที่สูงอีกครั้ง!”
“ยินดีด้วยนะ ตอบคำถามได้แล้ว!”
“พี่ใหญ่ ผมจะบอกอะไรให้นะ ไอคิวอย่างผมน่ะ ต่อไปก็คงจะดูนาฬิกาไม่เป็นแล้ว!”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
เกี๊ยวถูกยกมาวางบนโต๊ะแล้ว ทั้งสี่คนกินไปหัวเราะไปจนตัวโยน เป็นเสียงหัวเราะที่ดังที่สุดตั้งแต่เริ่มรายการมา
ไฟทุกดวงสว่างไสว ตึกข้างนอกก็สว่างไสว มีคนจุดประทัดแต่เนิ่น ๆ เสียงประทัดปัง ๆ ผสมกับไอคิวของพ่อครัวฟ่าน พร้อมกับกลิ่นหอมของเกี๊ยว ธูปเทียนไหว้บรรพบุรุษ ลอยไปทั่วทุกบ้าน
“โอ้ย!”
เหยาหยวนกินไปกินมา จู่ ๆ ก็กัดโดนของแข็ง ถ่มเหรียญออกมาจากปาก
“เสี่ยวหยวนกัดโดนแล้ว ปีหน้าต้องโชคดีแน่!”
ป้าสะใภ้ตบมือพูด
“อืม”
ในเวลาเดียวกัน เหยาเสี่ยวโปก็กัดโดนเหมือนกัน
“ว้าย เสี่ยวโปก็กัดโดนด้วย ฉันห่อไว้สองอัน พอดีเด็ก ๆ กัดโดนทั้งสองคนเลย!”
หยวนลี่ผิงพูดอย่างดีใจ
ผู้ใหญ่ทุกคนร่าเริงกันมาก เหยาหยวนและเหยาเสี่ยวโปสบตากัน ทุกปีพวกเราก็กัดโดนตลอด
พร้อมกันนั้นก็แกล้งทำเป็นสงสัย ทำไมพวกเราถึงกัดโดนทุกครั้งเลยนะ
…
กลางคืน
ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงคืน เหยาหยวนสวมเสื้อผ้าลงไปข้างล่าง จุดประทัดหนึ่งสาย มองดูประทัดแดงที่แตกกระจายไปในเสียงปัง ๆ แล้วก็เงยหน้ามองระเบียงบ้านตัวเอง
อธิษฐานในใจ ขอให้ทุกปีมีแต่ความสงบสุข ทุกคนมีความสุข