บทที่ 6 ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเงินถึงจะมีค่า
บทที่ 6 ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเงินถึงจะมีค่า
“ไม่ต้องกังวล ถึงสีมันจะดูเด่นไปหน่อย แต่ถ้าใส่ลงไปในของอย่างไวน์แดงล่ะก็ ไม่มีทางสังเกตเห็นได้เลยล่ะ”
เมื่อสังเกตเห็นความกังวลของมูน เจ้าของร้านจึงอธิบายอย่างใจเย็น:
“และเมื่อเทียบกับข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มันไม่ค่อยจะแนบเนียนนี้ ข้อดีของมันมีมากกว่าเยอะเลยนะ แค่ดื่มเข้าไปหยดเล็กๆ หยดเดียว แม้แต่ช้างก็ยังต้องหมดเรี่ยวแรง ล้มพับลงกับพื้น”
ดวงตาของมูนเป็นประกาย: “ร้ายกาจขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“แน่นอนสิคะ ของดีราคาก็ต้องดีตามไปด้วยสิ ร้านเราทำธุรกิจเล็กๆ มาตลอด ไม่เคยหลอกลวงทั้งเด็กและผู้ใหญ่”
เจ้าของร้านยกยอปอปั้นตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยื่นมือเล็กๆ ที่ขาวสะอาดและเรียวบางเกินงามออกมาตรงหน้ามูนและคนในชุดคลุมสีดำอีกคนหนึ่ง พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม:
“ทั้งหมดหนึ่งแสนสามหมื่นเอมิล ไม่รับต่อรองราคาหรือติดหนี้ ขอบคุณค่ะ”
“หนึ่งแสนสามหมื่น...”
มุมปากของมูนกระตุกเล็กน้อย
เอมิลคือสกุลเงินที่ใช้กันทั่วไปในโลกนี้ มีกำลังซื้อใกล้เคียงกับเงินหยวนในชาติก่อนของมูน
ดังนั้นตอนนี้เขาจะไม่รู้ตัวได้ยังไงว่า ที่เจ้าของร้านพูดว่าทำธุรกิจเล็กๆ ไม่เคยหลอกลวงทั้งเด็กและผู้ใหญ่นั้นล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ จะมียาสลบขวดไหนขายกันถึงหนึ่งแสนสามหมื่น!
แต่โชคดีที่ตอนนี้เขายังคงเป็นบุตรชายของดยุกผู้มีทุกอย่างพร้อมสรรพ แค่หนึ่งแสนสามหมื่นไม่นับว่าเป็นอะไรจริงๆ
“ไม่ทราบว่าจะรูดบัตรหรือจ่ายเงินสดดีคะ?”
เจ้าของร้านถูมือเล็กๆ ของเธออย่างตื่นเต้นเล็กน้อย โอกาสที่จะเจอหมูอ้วนสองตัวพร้อมกันแบบนี้มีไม่บ่อยนัก เป็นธรรมดาที่จะต้องเชือดได้ก็ต้องเชือด
“รูดบัตร”
มูนโยนบัตรคริสตัลของเขาออกไปอย่างเศรษฐี บัตรคริสตัลระดับของเขามีมาตรการรักษาความลับระดับสูงมาก ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าจะเปิดเผยตัวตน
“ได้เลยค้า~”
เจ้าของร้านรูดบัตรไปหนึ่งแสนสามหมื่นเอมิลอย่างชำนาญ จากนั้นก็หยิบขวดเล็กๆ ขวดหนึ่งออกมาจากชั้นวางของข้างๆ ส่งมอบให้พร้อมกับบัตรคริสตัลด้วยสองมือ
“เชิญคุณชายเดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ นี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากทางร้านค่า~ ”
“ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ? คืออะไร?”
“คิกๆ ก็ต้องเก็บความลับไว้บ้างสิคะ จริงไหม? แต่ขอแนะนำให้ใช้ร่วมกับยาขวดนั้นนะคะ จะได้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์เลยล่ะ”
“ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์?”
จะช่วยเพิ่มฤทธิ์ยาเหรอ?
มูนขมวดคิ้ว เขาซึ่งไม่ค่อยจะรู้เรื่องยาเวทมนตร์มากนักก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก จึงเก็บยาทั้งสองขวดใส่กระเป๋าเสื้อไปอย่างง่ายๆ เตรียมจะจากไป
และทางด้านนี้ หลังจากเก็บเงินหนึ่งแสนสามหมื่นเอมิลจากมูนแล้ว เจ้าของร้านก็หันไปมองคนในชุดคลุมสีดำอีกคน
“แล้วคุณล่ะคะ คุณลูกค้า รูดบัตรหรือจ่ายเงินสดดี?”
“ฉันไม่มีเอมิลพอ และก็ไม่คิดจะจ่ายด้วยเอมิล”
คนในชุดคลุมสีดำกล่าวคำพูดที่อันตรายอย่างยิ่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เมื่อได้ยินดังนั้น มูนก็อดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้า หันไปมองคนในชุดคลุมสีดำด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
หรือว่า ในสถานที่อย่างตลาดมืดใต้ดิน จะมีคนกล้าปล้นกันซึ่งๆ หน้าด้วยเหรอ?
“โอ้? ความหมายของคุณลูกค้าคือ...” เป็นไปตามคาด ไอเย็นเยียบที่น่าขนลุกแผ่ออกมาจากใต้ผ้าคลุมศีรษะของเจ้าของร้าน
“ถึงจะไม่มีเงิน แต่ฉันสามารถขายข้อมูลชิ้นหนึ่งให้เธอได้”
“หนึ่งแสนสามหมื่นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะคะ~”
“ข้อมูลนี้มีค่าถึงหนึ่งแสนสามหมื่นแน่นอน”
คนในชุดคลุมสีดำยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เจ้าของร้าน: “กระทั่งสำหรับบางคน มันมีค่ามากกว่าหนึ่งแสนสามหมื่นซะอีก”
“โอ้?”
แม้จะมองไม่เห็นใบหน้า แต่มูนในตอนนี้ก็สามารถจินตนาการเห็นภาพเจ้าของร้านเลิกคิ้วอย่างสงสัยได้
“น่าสนใจดีนี่”
เจ้าของร้านรับกระดาษแผ่นนั้นมา คลี่ออก แล้วกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตา มูนรู้สึกราวกับอากาศหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“โอ้หยา โอ้หยา นี่มันช่าง!”
เจ้าของร้านเงยหน้าขึ้น มองคนในชุดคลุมสีดำ น้ำเสียงของเธอแฝงไว้ด้วยความจริงจังแล้ว
“คุณแน่ใจนะว่า ข้อมูลนี้เป็นความจริง?”
“จะจริงหรือไม่ ด้วยความสามารถของเจ้าของร้าน ตรวจสอบดูก็รู้แล้วนี้ ใช่ไหม?”
“...ช่างเชื่อใจฉันเสียจริงนะ แต่ก็อย่างที่คุณว่า ข้อมูลชิ้นนี้มีค่าถึงหนึ่งแสนสามหมื่นจริงๆ”
เจ้าของร้านโยนยาให้คนในชุดคลุมสีดำ: “เอาไปสิ มันเป็นของคุณแล้ว”
คนในชุดคลุมสีดำรับยามา ยังคงเงียบขรึมเช่นเคย ไม่ได้พูดอะไรมากนัก ก็หันหลังเดินจากไปทันที
เย็นชาและมีประสิทธิภาพ ราวกับเครื่องจักร
มูนถึงกับยังไม่ทันได้ตั้งตัว ตามองกระดาษแผ่นนั้นอย่างอยากรู้อยากเห็นโดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลอะไรกัน ที่จะมีค่าถึงหนึ่งแสนสามหมื่น?
“โอ้หยา~ คุณชายก็สนใจข้อมูลชิ้นนี้ด้วยเหรอคะ? ถ้างั้นก็ขายให้คุณไปด้วยเลยแล้วกัน เห็นแก่ที่เราก็ถือว่าเป็นคนคุ้นเคยกันแล้ว ลดราคาให้ เหลือแค่ราคานี้ก็พอนะ~”
เจ้าของร้านยื่นนิ้วเรียวงามเก้านิ้วออกมา ทำท่าบอกราคา
“เก้าหมื่น?”
“คิกๆ คุณชายช่างพูดเล่นเสียจริง เก้าหมื่นร้านเล็กๆ ของฉันก็ขาดทุนตายสิคะ~”
เจ้าของร้านหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า:
“เก้าแสนเอมิล!”
“…”
มุมปากของมูนกระตุก ไม่สนใจเจ้าของร้านอีก หันหลังเดินจากไปทันที
เอาข้อมูลที่ได้มาจากการหลอกขายยาสลบที่ไม่รู้ว่าราคาจริงเท่าไหร่ มาคิดจะขายเก้าแสนเอมิลเนี้ยนะ?
เป็นไปตามคาด ยัยนี่มันแม่ค้าหน้าเลือดชัดๆ!!
…
“โอ้หยา โอ้หยา นี่มันช่าง”
หลังจากมูนจากไปแล้ว เจ้าของร้านยังคงมองข้อมูลบนกระดาษแผ่นนั้น
ผ้าคลุมศีรษะที่ใช้ปลอมตัวถูกถอดออกไปนานแล้ว คิ้วเรียวงามดุจใบหลิวเลิกสูงขึ้นราวกับถูกลมพัด
“พรุ่งนี้เดิมทีเป็นเพียงงานเลี้ยงฉลองบรรลุนิติภาวะของลูกชายไม่ได้เรื่องของดยุกแคมป์เบล แต่ดูเหมือนว่าขอแค่ปล่อยข้อมูลนี้ออกไป มันก็จะกลายเป็นเรื่องน่าสนุกขึ้นมาทันทีเลยนะ”
“เอาล่ะ ฉันควรจะขายให้ใครดีนะ? องค์ชายรองน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว ยังไงซะเขาก็เกลียดน้องสาวที่เก่งกาจของเขามาตลอด ด้วยสถานะของเขา เรียกสักสองล้านก็คงไม่มากเกินไปหรอกนะ”
“แล้วก็ยังมีดยุกเรย์มอนด์ตาแก่นั่นอีก เขาต้องสนใจมากแน่ๆ”
“โอ้หยา~ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ฉันนี่มันร้ายกาจจริงๆ เลยนะ”
เจ้าของร้านเท้าคางอย่างกลัดกลุ้ม แต่ที่มุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์จนทำให้ใจคนหวั่นไหว:
“แต่ยังไงซะ ก็ไม่มีใครกำหนดไว้นี่นา ว่าของอย่างข้อมูล จะขายให้คนคนเดียวได้เท่านั้น จริงไหม?”
…
“นายน้อยมูน”
มูนกลับมาถึงคฤหาสน์ดยุก ก็ได้พบกับอันที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานอย่างยุ่งเหยิงพอดี
“เป็นยังไงบ้าง เรื่องของสาวใช้จัดการเรียบร้อยดีไหม?”
“จัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ หัวหน้าสาวใช้จะจ้างคนเพิ่มในคืนนี้เลย และก็ได้จัดสรรบุคลากรใหม่แล้ว พรุ่งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไรแล้วเจ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว เวลากระชั้นชิดขนาดนี้ ลำบากพวกเธอจริงๆ” มูนพยักหน้า
“ไม่เลยเจ้าค่ะ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเราไม่ได้จัดเตรียมการให้ถูกต้องล่วงหน้าเอง ทำให้นายน้อยต้องเป็นกังวลแล้ว” อันโค้งคำนับขออภัย
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น นี่เป็นสิ่งที่ฉ้นสมควรทำ”
มูนโบกมือ เป็นสัญญาณให้อันยืดตัวตรง
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไปพักผ่อนแต่เนิ่นๆ เถอะ พรุ่งนี้คงไม่มีเวลาให้พักผ่อนมากนักหรอก”
“แต่ดิฉันยังต้องรับใช้นายน้อย...”
“ไม่ต้องแล้ว ฉันไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่ต้องให้คนคอยดูแลทุกเรื่องสักหน่อย อีกอย่างคืนนี้ฉันก็จะพักผ่อนแต่หัวค่ำเหมือนกัน”
พูดจบ มูนก็ไม่เปิดโอกาสให้อันได้ตอบกลับ หันหลังเดินตรงไปยังห้องของตัวเองทันที
คืนนี้ให้เขาอยู่คนเดียวจะดีกว่า บาปกรรมที่เขาควรจะแบกรับ ไม่ควรจะมีผู้บริสุทธิ์อีกคนมาแบ่งเบา
“…”
เพียงแต่ อันที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม มองแผ่นหลังของมูนที่ค่อยๆ เดินจากไป ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยซึ่งไม่เคยจางหายไป บัดนี้ยิ่งทวีความเข้มข้นและลึกล้ำขึ้น
“แปลก? แปลกชะมัด?”
อันครุ่นคิดไปพลาง กัดริมฝีปากของตัวเองโดยไม่รู้ตัวไปพลาง
จนกระทั่งเลือดซึมออกมาจากริมฝีปาก หยดลงบนปกเสื้อชุดสาวใช้สีขาว เธอก็ยังไม่รู้สึกตัว แต่กลับจ้องมองแผ่นหลังของมูนเขม็ง จนกระทั่งเขาหายลับไปจากสายตา
“นายน้อยมูน ท่านเริ่มอ่อนโยนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?”