บทที่ 10 หญิงสาวผู้ชาญฉลาดมักจะมองเห็นเค้าลางได้เสมอ
บทที่ 10 หญิงสาวผู้ชาญฉลาดมักจะมองเห็นเค้าลางได้เสมอ
“วิธีการเชิญคน? เรื่องนี้ทำให้ผมสับสนอยู่บ้างครับ”
ในฐานะตัวร้ายที่ล้มเหลวอย่างรวดเร็วและมีบทแค่ยี่สิบบท มูนไม่รู้เลยว่าวิธีการเชิญคนของตัวเองในอดีตเป็นยังไง
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมมันสับสนเกินไป นึกไม่ออกเลยจริงๆ
“ฉันจำได้ว่าน่า อือ… จะเป็นตอนงานเต้นรำของสถาบันครั้งที่แล้วมั้ง?”
เซลีเซียไม่ได้ใส่ใจกับความขี้ลืมของมูน พลางนึกย้อนความหลังด้วยตัวเอง
“เหมือนคุณอยากจะเชิญคนอื่นเต้นรำ อีกฝ่ายเป็นธิดาของไวเคานต์มั้ง? เอ— ฉันจำได้ว่า ตอนนั้นคุณน่าจะพูดแบบนี้นะ…”
เซลีเซียเงยหน้าขึ้น คิ้วเรียวงามดุจใบหลิวขมวดเล็กน้อย
แม้ว่าบนใบหน้าจะยังคงไม่มีสีหน้าอะไร แต่ก็ดูออกว่า เธอกำลังพยายามเลียนแบบท่าทางที่หยิ่งยโสโอหัง
“นังหญิงผู้นี้ จงดีใจและโห่ร้องยินดีเถิด นายน้อยผู้นี้มีเมตตาประทานสิทธิ์ให้เธอได้เต้นรำกับฉันหนึ่งเพลง!”
“…”
“เป็นยังไง ฉันเลียนแบบได้เหมือนดีไหม?”
“…”
จะเหมือนเฉยๆ ได้ยังไง ตอนนี้เท้าฉันแทบจะจิกพื้นจนสร้างบ้านสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นได้อยู่แล้วโว้ย!
มูน·แคมป์เบลเอ๋ยมูน·แคมป์เบล แกจะบ้าก็บ้าไปสิ ทำไมถึงต้องทำตัวจูนิเบียวขนาดนี้ด้วยวะ!?
เรื่องที่แย่ที่สุดคือ การทำตัวจูนิเบียวต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น แกน่ะดีสิ เตะขาสองทีก็หนีไปเลย
แล้วฉันจะทำยังไง? อับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแล้วโว้ย!
“เรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงอดีตที่ไม่อยากจะหวนนึกถึงเท่านั้น ได้โปรดองค์หญิงลืมมันไปเถอะ”
มูนยิ้มแหยๆ จากนั้นเพื่อคลายความกระอักกระอ่วน เขาก็เร่งจังหวะการเต้นรำให้เร็วขึ้น
แต่เซลีเซียยังคงสง่างาม ยังคงเยือกเย็น ต่อให้มูนจงใจเร่งจังหวะการเต้นรำ กระทั่งไม่สนใจจังหวะของดนตรี เธอก็ไม่เคยสูญเสียการเป็นผู้นำเลยสักนิด กลับกันในช่วงหลังมูนกลับถูกเธอจูงไปเสียอย่างนั้น
เซลีเซีย·เลโอโปลด์ ช่างเป็นหงส์ขาวที่สูงศักดิ์และหยิ่งทะนงตลอดกาลจริงๆ
สมกับเป็นผู้หญิงที่จีบยากที่สุดในนิยายต้นฉบับ
มูนถอนหายใจในใจอย่างเงียบๆ
………
หนึ่งเพลงจบลง จังหวะการเต้นรำก็สิ้นสุดลงตามไปด้วย
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว
มูนเมินสายตาอิจฉาที่แทบจะฆ่าคนได้ของตัวเอกคนหนึ่ง พลางยิ้มและทำความเคารพต่อทุกคน
หน้าผากของมูนมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาบ้างแล้ว แต่สีหน้าของเซลีเซียกลับยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
“ดูเหมือนองค์หญิงจะเหนื่อยแล้วเช่นกัน ไม่สู้เราไปหาที่เงียบๆ ดื่มกันสักแก้วดีไหม?”
อาศัยบรรยากาศที่ค่อนข้างดี มูนจึงเอ่ยเชิญอีกครั้ง
“ได้สิ”
ครั้งนี้เซลีเซียถึงกับไม่ลังเล พยักหน้าตอบตกลงโดยตรง
เยส!
แม้จะพยายามรักษาสีหน้าให้ไม่เปลี่ยนแปลง แต่มนุษย์ตัวเล็กๆ ในใจของมูนกลับกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจไปแล้ว
การเริ่มต้นทุกอย่างล้วนยากลำบาก ขอแค่เชิญอยู่ตามลำพังได้สำเร็จ การกระทำทั้งหมดก็สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง!
…
“ขออภัย ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์”
“หา? แค่ไวน์แดงเท่านั้นเอง ดื่มสักหน่อยเถอะ...”
“ไวน์แดงก็ไม่ได้”
เซลีเซียปัดปอยผมสีเงินขาวที่ตกลงมาทัดไว้ที่หลังหู “ร่างกายของฉันไม่ถูกกับแอลกอฮอล์ แม้แต่หยดเดียวก็ไม่ได้”
“…”
ในห้องที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ มูนที่ถือขวดไวน์แดงที่ใส่ยาไว้ล่วงหน้าแล้ว อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง
ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้?
ไวน์แดงก็ไม่ได้?
แล้วตัวเองจะวางยาได้ยังไง ห๊ะ?
แต่เมื่อลองคิดดูดีๆ ในนิยายต้นฉบับก็ไม่มีการบรรยายเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ของเซลีเซียจริงๆ ปัญหาที่เธอดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ จึงไม่ได้ดูแปลกประหลาดเกินไป
และในนิยายต้นฉบับ มูน·แคมป์เบลก็วางยาในน้ำชา ทำให้เซลีเซียโดนเข้าไปได้สำเร็จ
เดิมทีมูนก็สามารถทำตามนั้นได้
แต่ปัญหาเดียวก็คือ ยาที่ตัวเองซื้อมา มันเป็นสีแดง สีแดงเลยนะโว้ย!
สีแดงเหมือนเลือดสดๆ ยังไงยังงั้นเลย!
ใส่ลงไปในน้ำชา แน่ใจนะว่าจะไม่ถูกค้นพบ?
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่... ไม่มีอะไร เพียงแต่องค์หญิงไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แล้วจะท่านจะดื่มอะไรดีล่ะ?”
“น้ำ...”
“ไม่! มีแค่ชาแดงเท่านั้น”
“?”
“ผมบอกว่ามีแค่ชาแดงเท่านั้น”
มูนจ้องมองดวงตาของเซลีเซีย พลางเอ่ยอย่างจริงจัง:
“ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ คืนนี้ที่นี่นอกจากไวน์แดงและชาแดงแล้ว ไม่มีการให้บริการเครื่องดื่มอื่นใด”
“มีแค่... ชาแดงเหรอ?”
เซลีเซียที่ปกติสีหน้าจะเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมานับหมื่นปี ยังอดไม่ได้ที่จะเผยความสงสัยออกมาเล็กน้อย แต่เธอก็ยังไม่ได้คิดไปในทางที่ไม่ดีในตอนนี้ เพียงแค่คิดว่ามูนไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า
“เช่นนั้นก็ชาแดงแล้วกัน”
“ขอบคุณครับ”
มูนปาดเหงื่อเย็น รีบลุกขึ้นไปเตรียมการ
“เดี๋ยวก่อนนะ”
เซลีเซียเรียกเขาไว้ทันที ดวงตาที่เย็นเยียบแวบผ่านความสงสัยเล็กน้อย:
“คุณจะไปเตรียมด้วยตัวเอง?”
“ครับ มีปัญหาอะไรเหรอ?”
“...ไม่มี”
เซลีเซียส่ายหน้า: “ฉันแค่ประหลาดใจมากน่ะ ที่นายน้อยมูนจะยอมทำเรื่องแบบที่คนรับใช้เขาทำกัน”
แย่แล้ว เธอเริ่มสงสัยแล้ว!
หัวใจของมูนกระตุกวูบ แต่สีหน้ายังคงเป็นปกติ พลางยิ้มกล่าวว่า:
“ช่วยไม่ได้ คืนนี้สาวใช้ในคฤหาสน์ดยุกยุ่งกันมาก แม้แต่สาวใช้ส่วนตัวของผมตอนนี้ก็ยังปลีกตัวไม่ได้ ดังนั้นเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ผมจึงต้องลงมือทำด้วยตัวเอง”
“ก็จริงนะ”
เซลีเซียพยักหน้าเบาๆ ดูเหมือนจะแสดงความเห็นด้วย
“เช่นนั้นฉันจะตั้งตารอนะ รอชาที่นายน้อยมูนชงด้วยตัวเอง”
…
“สมกับเป็นเซลีเซียจริงๆ ประมาทเธอไม่ได้เลยแหะ”
นอกห้อง มูนเผชิญหน้ากับชาแดงที่ตัวเองชงมั่วๆ ขึ้นมา พลางเช็ดเหงื่อเย็นด้วยความรู้สึกใจหายใจคว่ำ
เมื่อครู่ถ้าหากสภาพจิตใจของเขาแย่ไปกว่านี้อีกนิด เกรงว่าคงจะเผยพิรุธออกมาจริงๆ แล้ว
“ใครบอกว่าขั้นตอนนี้ง่ายกันวะ ที่จริงแล้ว ส่วนที่ไม่ได้บรรยายไว้ในหนังสือต่างหากที่ยากที่สุดโว้ย!”
มูนอดไม่ได้ที่จะกัดฟันกรอด เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่เรียกว่าการแก้ไขเส้นเรื่องของโลกนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวประกอบอย่างเขาเลย กระทั่งเกือบจะทำให้เรื่องใหญ่พังเพราะการตั้งค่าที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาของเซลีเซีย!
“แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงต้องลุยต่อไปเท่านั้น!”
มูนหยิบขวดยาทั้งสองขวดออกมาจากอกเสื้อ
“ชาแดงก็เป็นสีแดงเหมือนกัน ไม่น่าจะถูกค้นพบ ส่วนของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่ว่านี่...”
มูนเปิดขวด “ของแถม” ที่เจ้าของร้านหน้าเลือดให้มา ข้างในเป็นผงสีขาว น่าจะเป็นชนิดที่ละลายน้ำได้
“ถึงจะไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร แต่ในเมื่อเจ้าของร้านบอกว่าใช้ด้วยกันแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ งั้นก็น่าจะเป็นชนิดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสินะ?”
“ช่างมันแล้ว ใส่เข้าไปด้วยกันเลย!”
“ได้แต่หวังว่าเซลีเซียจะดื่มเข้าไปจริงๆ ก่อนที่จะทันสังเกตเห็นความผิดปกติ”
“เหะๆๆ ใครใช้ให้องค์หญิงฉลาดนักล่ะ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายใส่ยาแรงก็แล้วกัน!”
มูนยกชาแดงที่ใส่ยาแล้วขึ้นมา เผยรอยยิ้มชั่วร้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวร้ายออกมาโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว
…
“องค์หญิง ชาของท่านครับ”
มูนทำราวกับบริกรมืออาชีพ นำชาแดงที่ตนเองชงอย่างพิถีพิถันมาให้เซลีเซียด้วยท่วงท่าที่สง่างาม
“ขอบคุณค่ะ”
เซลีเซียรับชาแดงมาอย่างสุภาพ แต่ก็ไม่ได้รีบดื่ม แต่กลับพิจารณาชาอย่างละเอียด
“นายน้อยมูน ชาแดงของคุณ...เอ่อ แดงจังเลยนะ”
“ชาแดงก็ต้องเป็นสีแดงไม่ใช่หรือครับ?” มูนยิ้มถาม
“อย่างนั้นเหรอ แต่ชาแดงที่ฉันดื่มปกติ จะเป็นสีแดงอ่อนๆ นะ”
“เช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะแหล่งผลิตของใบชาไม่เหมือนกันละมั้ง? ก็เหมือนกับส้มจากภูมิภาคทางเหนือดูเนอร์เทียบกับส้มจากภูมิภาคทางใต้เซอร์ลิ่ง แม้ลูกจะเล็กกว่า แต่ก็หวานกว่าเป็นธรรมดา ชาแดงจากต่างพื้นที่ สีก็อาจจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย”
“อือ พูดจามีเหตุผล”
เซลีเซียยังคงไม่ดื่ม แต่กลับเงยดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งขึ้นมา จ้องมองมูนเขม็ง
“เช่นนั้น—ไม่สู้ให้ นายน้อยมูนดื่มก่อนดีไหม?”