บทที่ 27 จบตานี้แล้วฉันจะ...
บทที่ 27 จบตานี้แล้วฉันจะ...
การที่เรียกว่าไดอารี่ ก็คือการบันทึกประสบการณ์ของตัวเองอย่างหนึ่ง
ถ้าความสามารถของหนังสือสีดำคือ “การจดบันทึกไดอารี่” เช่นนั้นนักฆ่าที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ก็เป็นการบันทึกอย่างหนึ่งด้วยหรือเปล่านะ?
ถ้านักฆ่าสามารถถูกบันทึกโดยหนังสือสีดำได้ แล้วสิ่งอื่นล่ะ? หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ คนอื่นล่ะ?
มูนยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็เท่ากับมีเนตรวงแหวนเวอร์ชันโคตรทุกข์แล้วไม่ใช่เหรอ? แค่บันทึกกระบวนท่าของคนอื่น ก็สามารถใช้วิธีนี้สูบวิชามาฟรีๆ ได้เลย ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนด้วยซ้ำ!”
“และสภาพแวดล้อมกับคู่ต่อสู้ที่สมจริงขนาดนี้ ย่อมสามารถเข้าใจทักษะได้เร็วยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน!”
“มีตัวช่วยที่ทรงพลังขนาดนี้ ยังจะกลัวตัวเอกไม่เก่งอีกเหรอ?”
ดวงตาของมูนยิ่งสว่างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมองเห็นอนาคตที่เตะตัวเอก ต่อยตัวร้าย แต่งงานกับสาวสวยรวยเสน่ห์ ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตอยู่ตรงหน้า!
“อ๊ะ”
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้คิดดีว่าตัวเองจะแต่งงานกับสาวสวยรวยเสน่ห์แบบพี่สาวใจดี หรือจะแต่งงานกับสาวสวยรวยเสน่ห์แบบพี่สาวปากร้ายเจ้าเล่ห์ดี มูนก็เห็นนักฆ่าปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง
แล้วก็ยกกริชขึ้น
“บัดซบ”
มูนไม่มีโอกาสตอบโต้เลย ทำได้เพียงสบถออกมาอย่างหัวเสีย
ดังนั้นหัวจึงหลุดจากบ่าอีกครั้ง
…
“อีกครั้ง!”
สติกลับคืนสู่ความเป็นจริง มูนยังไม่ทันได้ซึมซับรสชาติของความตายอย่างจริงจัง ก็ตบลงบนหน้าหนังสือสีดำทันที
“ฉันไม่เชื่อหรอก!”
…
พื้นที่มืดมิด มูนลืมตาขึ้น
นักฆ่ายังคงยืนอยู่ไม่ไกล ห่างออกไปประมาณสิบกว่าเมตร ตำแหน่งไม่แตกต่างไปจากตอนที่เขาเข้ามาครั้งแรกและครั้งที่สองเลย
แต่มูนรู้ว่า ระยะห่างนี้สำหรับนักฆ่าแล้ว แทบจะเท่ากับไม่มี
“ถ้าอย่างนั้น เป้าหมายของฉันตอนนี้คือการเรียนรู้ก้าวเท้านั่นของเธอสินะ?”
ทักษะที่สามารถวาร์ปได้ในพริบตาสิบกว่าเมตรนั้น ทำให้มูนน้ำลายไหลอย่างแท้จริง มีมันแล้ว อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ความสามารถในการหลบหนีเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่นอน!
“อย่างน้อยก็ต้องให้ฉันมีอาวุธสักชิ้นสิ”
มูนมองไปรอบๆ ที่ว่างเปล่า
“มือเปล่าจะไปสู้กับเธอได้ยังไง?”
สิ้นเสียงพูด มูนก็พบว่าในมือของเขามีของเย็นๆ บางอย่างเพิ่มขึ้นมา
ก้มหน้าลงมอง นั่นคือกริชเล่มหนึ่ง
เป็นกริชที่เหมือนกับในมือนักฆ่าทุกประการ
“เป็นไปตามคาด จำลองได้เฉพาะสิ่งที่ถูกบันทึกไว้เท่านั้นสินะ?”
มูนไม่ถนัดใช้กริช
แต่ไม่เป็นไร ทักษะการใช้กริชของนักฆ่าก็เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเรียนรู้
มูนเงยหน้าขึ้น มุมปากโค้งเป็นรอยยิ้ม
ถึงแม้ว่ามูนเมื่อเทียบกับกลุ่มตัวเอกที่โกงๆ นั่นแล้วจะเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ แต่ยังไงซะเขาก็เป็นบุตรชายของดยุก พื้นฐานที่สร้างมาตั้งแต่เด็กในด้านสถานะก็ถือว่าเป็นผู้โดดเด่นในหมู่คนวัยเดียวกัน
จากระดับนักรบที่ยังคงสามารถรักษาระดับให้ใกล้เคียงกับตัวเอกที่เริ่มจะเก่งขึ้นแล้วก็พอจะมองเห็นได้
การเผชิญหน้ากับนักฆ่าตรงหน้าจริงๆ แน่นอนว่าไม่มีโอกาสชนะเลย แต่ว่า...
“ตอนนี้เธอเป็นเพียงเงาตกค้างที่หนังสือสีดำบันทึกไว้เท่านั้น”
มูนจับกริชกลับด้าน ตั้งท่า
“เพราะฉะนั้น จงมอบกระบวนท่าและทักษะทั้งหมดออกมาซะดีๆ!”
…
นักฆ่าเป็นเพียงเงาตกค้างที่หนังสือสีดำสร้างขึ้นมา ย่อมไม่ตอบสนองต่อมูน เธอทำได้เพียงเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โจมตีมูนอย่างเงียบๆ
“มาแล้ว!”
สายตาของมูนจับจ้อง
นักฆ่ายังคงเหมือนเดิม เท้าที่สวมรองเท้าหนังเล็กๆ กระทืบลงบนพื้นอย่างแรง!
ร่างพลันหายไป แต่นั่นไม่ใช่การหายไปจริงๆ เพียงแต่เป็นเพราะความเร็วที่มากเกินไป ทำให้หลุดออกจากสายตาของมูนไปชั่วขณะเท่านั้น
ดังนั้นเมื่อเธอปรากฏตัวอีกครั้ง ก็อยู่ตรงหน้ามูนในระยะประชิดแล้ว
“เธอคิดว่า กระบวนท่าเดิมๆ ยังจะใช้ได้ผลกับฉันอีกเหรอ?”
ต่อให้เป็นหมู ถูกกระบวนท่าเดิมๆ ฆ่าไปสองครั้งก็ยังต้องมีปฏิกิริยาตอบสนอง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคน!
ดังนั้นมูนจึงคาดการณ์ได้ในทันทีที่นักฆ่าลงมือ เป้าหมายของเธอ ต้องเป็นคออย่างแน่นอน!
ระดับความแข็งแกร่งแตกต่างกันมาก การสู้ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันอ่านทางล่วงหน้าได้!
ดังนั้นในทันทีที่นักฆ่าหายไปจากสายตา มูนก็รีบเอียงศีรษะไปทางซ้ายทันที หลบการโจมตีที่มาจากทางขวา ซึ่งเล็งมาที่หลอดเลือดแดงใหญ่อย่างแม่นยำ
ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่านักฆ่าจะเล็งที่หลอดเลือดแดงใหญ่ไหม มันก็ไม่สำคัญ เพราะทุกครั้งกริชที่คมกริบของเธอ ก็จะตัดคอของมูนขาดโดยตรง
แต่ว่า กริชที่คมกริบแค่ไหน ก็ต้องสัมผัสกับเป้าหมายถึงจะสร้างความเสียหายได้!
กริชที่แทงไม่โดน จะต่างอะไรกับของเล่น!
เมื่อมองดูนักฆ่าที่ดูเหมือนจะชะงักไปเล็กน้อยเพราะกริชพลาดเป้าไปจากคอ มูนอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มที่หยิ่งผยองออกมา
“เป็นยังไงล่ะ ต่อให้ระดับความแข็งแกร่งจะต่างกันมาก แต่ฉันก็แค่ต้องใช้สมองนิดหน่อย ก็สามารถ...”
มูนยังพูดไม่ทันจบ
เพราะเขาได้ยินเสียงลมหวีดหวิว
นั่นคือเสียงของของมีคมที่แหวกผ่านอากาศ
กริชแทงพลาดไปจริงๆ แต่นักฆ่าไม่ได้เปลี่ยนกระบวนท่า หรือถอยกลับไปตั้งหลักใหม่
เธอเพียงแค่คลายนิ้วทั้งห้าออก
กริชหมุนอยู่ในฝ่ามือของเธอ ราวกับผีเสื้อที่โบยบิน
เธอจับกริชแน่นอีกครั้ง แต่ตำแหน่งของกริชได้เปลี่ยนไปแล้ว
จากการแทงตรง กลายเป็นการจับกลับด้าน
ดังนั้น คมมีดที่พลาดเป้าไปจากคอของมูน หลังจากหมุนไปหนึ่งรอบ ก็กลับมาอีกครั้ง
“บัดซบ”
มูนยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักทาย กริชก็แทงเข้าที่หลอดเลือดแดงใหญ่ของเขาอย่างแม่นยำ
เลือดสาดกระเซ็น
สติเลือนลาง
…
“บ้าเอ๊ย”
มูนพลันลืมตาขึ้น
ในดวงตายังคงหลงเหลือความหวาดหวั่นจากการตายอย่างกะทันหัน
“กระทั่งปฏิกิริยาตอบสนองเฉพาะหน้า ก็ยังเหมือนกับตัวจริงเลยเหรอ?”
สามวันก่อนตอนที่นักฆ่าตัวจริงลอบสังหารเซลีเซีย ไม่ได้ควงมีดโชว์ลวดลายไปด้วย
นั่นก็หมายความว่า พฤติกรรมของสาวใช้ในพื้นที่มืดมิดเมื่อครู่นี้ เป็นการตอบสนองเฉพาะหน้าของ “บันทึก” ที่หนังสือสีดำสร้างขึ้นมาเองโดยสิ้นเชิง
“การจำลองบันทึกของหนังสือสีดำน่ากลัวถึงเพียงนี้เชียว?”
หลังจากคิดดูดีๆ แล้ว มูนไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกหงุดหงิด ทว่าในดวงตากลับปรากฏความตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
ยิ่งบันทึกสมจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีประโยชน์ต่อเขามากเท่านั้น!
มูนเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง
“อัตราการไหลของเวลาเท่ากัน จิ๊ๆ นั่นก็หมายความว่าฉันทนได้แค่สามวินาทีเองเหรอ?”
“อีกครั้ง!”
มูนตบลงบนหนังสือสีดำอย่างแรงอีกครั้ง
…
“ครั้งนี้ห้าวินาที รู้สึกดี ไม่เลว สู้ต่อไป!”
“อีกครั้ง!”
…
“สิบวินาที!”
“อีกครั้ง!”
…
“บ้าเอ๊ย ท่ากวาดแนวนอนนั่นควรจะป้องกัน ไม่ใช่หลบ!”
“อีกครั้ง!”
…
“นังบ้า! เข่าลอย เธอใช้เข่าลอยเป็นด้วย!”
“อีกครั้ง!”
…
“บัดซบ! เตะผ่าหมาก หน้าไม่อายเกินไปแล้ว! เก่งกว่าฉันตั้งเยอะยังจะเล่นแบบนี้อีกเรอะ?”
“อีกครั้ง!”
…
“นายน้อยเจ้าคะ ทานอาหารเย็นได้แล้ว”
แอนที่นำอาหารมาให้มูนโดยเฉพาะเพื่อดูแลเขา เคาะประตูห้อง
“…”
“แปลกจัง ทำไมไม่มีเสียงตอบรับ หรือว่าหลับไปแล้ว?”
แอนไม่ได้เรียกต่อ แต่กลับเปิดประตูห้องอย่างเป็นธรรมชาติ
สายตากวาดไปรอบๆ
โต๊ะหนังสือมีร่องรอยการใช้งาน ดูเหมือนนายน้อยจะไม่ได้นอนหลับตลอดเวลา
หลังจากวางอาหารไว้บนโต๊ะแล้ว แอนก็หันไปมองที่เตียง
จะเห็นได้ว่ามูนกำลังห่อตัวเองไว้ในผ้าห่มอย่างแน่นหนา ห่อจนกลายเป็นลูกบอล
“เฮ้อ โตขนาดนี้แล้ว ยังนอนเหมือนเด็กๆ อยู่เลย”
“น่าจะเพิ่งหลับไป อย่าไปรบกวนเขาเลยดีกว่า”
คิดอยู่ครู่หนึ่ง แอนก็วางอาหารไว้บนโต๊ะ ร่ายเวทมนตร์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อรักษาความร้อนไว้ แล้วก็จากไปอย่างระมัดระวัง ไม่ส่งเสียงดังเลยแม้แต่น้อย
หลังจากแอนจากไป บนลูกบอลที่ห่อด้วยผ้าห่ม ก็พลันมีศีรษะหนึ่งโผล่ออกมา
มูนลืมตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดง มองดูอาหารเย็นที่หอมกรุ่น พึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงคนเดียว
“อีกครั้งเดียว ขออีกครั้งเดียว จบตานี้แล้วฉันจะลุกไปกินข้าว!”