แบล็กแมมบา
ตอนที่ 21 แบล็กแมมบา
หลินชิงลากร่างและหัวของ A013 กลับมาด้วยมือเปล่า
ไม่ใช่ว่าเธอไม่สามารถยัดร่างนั้นเข้าไปในไอเทมบ็อกซ์ เพียงแต่ว่าเธอรู้สึกรังเกียจนิดหน่อย
สำหรับเธอ มันเหมือนกับจะทำให้ไอเทมบ็อกซ์เปรอะเปื้อน
แต่ไม่นาน เธอก็รู้ว่าการทำเช่นนี้มันค่อนข้างแปลกเล็กน้อยเช่นกัน
แต่ก็ถือว่ามีข้อดีอยู่ เพราะเนื่องจากกลิ่นอายของ A013 ซอมบี้รอบข้างจึงไม่กล้าเข้าใกล้ ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด ตัวเธอเป็นเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ และเดินอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่าเรื่องผีๆ ในหนังซอมบี้เสียอีก
เธอจึงพยายามอย่างเต็มที่ๆ จะมองหาพาหนะที่พอจะขับได้ตลอดเส้นทาง
อย่างเช่น รถมอเตอร์ไซค์ที่เธอรับมาได้เมื่อไม่นานมานี้ มันมีกุญแจเสียบเอาไว้ ทำให้สามารถนำมาใช้งานได้ทันทีหลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว
แต่เนื่องจากซอมบี้ระบาดเกิดขึ้นอย่างกะทันหันในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ผู้คนจึงตื่นตระหนก พยายามหนีเอาชีวิตรอด ซึ่งนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง
ยานพาหนะส่วนใหญ่จึงตกอยู่ในสภาพพังยับเยิน และแม้ว่าจะสามารถขับไปได้ แค่อีกสักพักก็คงจะพัง และกลายเป็นเศษเหล็ก
เธอจึงตั้งเป้าหมายไปที่จักรยานที่เรียบง่ายมากที่สุด
มันทั้งใช้งานง่าย และสะดวกสบาย
หลังจากมัดร่างของ A013 ไว้ที่เบาะหลัง และวางหัวไว้ในตะกร้าแล้ว หลินชิงก็ขี่จักรยานกลับไปยังห้องเดิมพร้อมกับครวญครางจากซอมบี้รอบๆ
หลังจากกลับไปถึง และพลิกตัวไปมาทั้งคืน เธอก็ผล็อยหลับไป
เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นตัวจุดประกายการพูดคุยอย่างดุเดือดบนช่องแชทภูมิภาค
“โอ้พระเจ้า! นี่ฉันตาฝาดไปรึเปล่าเนี่ย รวยข้ามคืนฆ่าบอสไปสองตัวแล้ว เขาแอบออกไปฆ่ามอนสเตอร์โดยไม่บอกพวกเราอีกแล้วเหรอ”
“หืม… ลองเช็คดูแล้ว ดูเหมือนจะเป็นอย่างงั้นจริงๆ ตอนนี้ตำแหน่งอันดับหนึ่งยังคงเป็นเขา แต่จำนวนบอสที่เขาลงมือฆ่าได้เปลี่ยนไปแล้ว”
"โอ้ เกมเอาชีวิตรอดนี่เต็มไปด้วยความเสี่ยงถึงตายจริงๆ มีบอสอยู่ทุกโลก พวกเราจะเอาชีวิตรอดไปได้จริงๆ หรือเนี่ย”
“นี่มันทำให้ฉันนอนไม่หลับอีกแล้ว คนอื่นๆ สามารถออกไปฆ่าพวกมอนสเตอร์กลางดึก กลับกันฉันต้องซ่อนตัวอยู่ในห้องคอยหลบหนีพวกมัน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรอดไปได้อีกนานแค่ไหน ช่างน่าเศร้าจริงๆ”
“ฉันยังจำบทเรียนครั้งก่อนที่เกือบตายได้อยู่แล้ว หลังจากประกาศสังหารบอสครั้งแรก ก็ดูเหมือนจะมีผู้คนมากมายที่อยากทำตาม แต่ก็ทำให้เกิดคนตายจำนวนมาก ฉันก็เกือบตายไปเหมือนกัน แค่คิดก็ยังหวาดกลัวไม่หาย”
“บอสดันเจี้ยนจะพบเจอได้ก็ต่อเมื่อเริ่มภารกิจหลักแล้วเท่านั้น น่าเสียดาย ฉันไม่มีพลังมากพอ คนธรรมดาอย่างเราหาหีบสมบัติ และเสบียงก็เหนื่อยแทบตายแล้ว การฆ่าบอสดันเจี้ยนเป็นเรื่องที่ยากเย็นมากเกินไป”
เมื่อระยะเวลาคุ้มครองสำหรับผู้เล่นใหม่สิ้นสุดลง และพวกเขาเข้าสู่โลกที่สอง สถานการณ์ที่ยากลำบากของผู้เล่นส่วนใหญ่ก็เริ่มปรากฏเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้เล่นบางคนที่อัปเกรดห้องของตน และสามารถปกป้องตัวเองได้ก็รู้สึกอุ่นใจ
ระหว่างนั้นก็มีผู้เล่นบางคนที่ระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะพวกเขาตระหนักได้ว่าโลกถัดจากนี้น่าจะยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ
วันรุ่งขึ้น หลินชิงตื่นขึ้นมาเพราะเสียงแม่ไก่
เมื่อเหลือบมองเวลา มันก็เกือบจะ 10 โมงแล้ว
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงรู้สึกหิวนิดหน่อย
หลินชิงล้างหน้าด้วยน้ำจากเครื่องกรองน้ำ ล้างปากเพื่อรักษาสุขอนามัย และเอาข้าวฟ่าง และน้ำให้กับแม่ไก่เพื่อเป็นรางวัลตอบแทน
แม่ไก่กระโดดออกมาจากตู้ฟักทำมือ เผยให้เห็นไข่นกอินทรีหัวขาวที่ยังคงสมบูรณ์ และเริ่มกินอาหาร
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินชิงก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
จากนั้น เธอเปิดกล่องเค้กทีรามิสุ และขวดนมเพื่อกินเป็นอาหราเช้า
ขณะกินอาหารเช้า เธอเปิดช่องแชทภูมิภาคอีกครั้งเพื่อดูว่ามีข่าวคราวใดๆ ที่สำคัญที่เธอพลาดไปหรือเปล่า
นอกเหนือจากความจริงที่ว่าเธอออกไปต่อสู้กับบอสในช่วงเวลากลางดึก ซึ่งก่อให้บทสนทนาที่ดุเดือด ข้อความที่พบบ่อยที่สุดคือ คำขอความช่วยเหลือ
ผู้เล่นส่วนใหญ่เหล่านั้นยังคงมีห้องระดับหนึ่ง ซึ่งพลังป้องกันต่ำมาก เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่พยายามบุกรุกเข้ามา ก็แทบจะไม่สามารถรับมือกับมอนสเตอร์เหล่านั้นได้เลย
เมื่อเวลาผ่านไป ข้อความขอความช่วยเหลือก็ค่อยลดลง และภาพก็มืดลงไปพร้อมๆ กัน
จำนวนผู้เล่นที่ยังคงออนไลน์อยู่ก็ค่อยๆ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ
นั่นทำให้หลินชิงรู้สึกหนักใจไม่น้อย และรู้สึกถึงวิกฤตที่คืบคลานเข้ามา
ในขณะนี้เธอสังเกตเห็นข้อความหนึ่ง
“เพื่อนๆ ที่รัก ทุกคนก็เห็นแล้วว่าหลังจากเล่นไปเพียงสามวัน จำนวนผู้เล่นในภูมิภาคของเราลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เอาจริงๆ ถึงแม้ผมจะเป็นเพียงผู้เล่นธรรมดาๆ ที่ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าผู้เล่นชื่อดังในลีดเดอร์บอร์ด แต่ผมก็พร้อมช่วยเหลือทุกคน”
"มารวมพลังกันเถอะ ผมอยากให้ทุกคนอธิบายสภาพแวดล้อมของแต่ละโลกที่เราอยู่ทุกครั้งที่มีการอัปเดต บางทีอาจจะมีผู้เล่นจากโลกเดียวกันอยู่ที่นั่นด้วยก็เป็นได้ เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราจะได้ช่วยเหลือกัน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการค้นหาหีบสมบัติ และพัฒนาความแข็งแกร่งในการต้านทานภัยอันตราย”
“พูดตามตรง ผมกำลังร่วมมือกับเพื่อนอีกหลายคน พวกเราใช้วัสดุด้วยกันเพื่ออัปเกรดห้องเป็นระดับสอง ทำให้ระดับการป้องกันในปัจจุบันต้านทานการรุกบุกจากศัตรูภายนอกได้”
นี่เป็นข้อเสนอแนะจากผู้เล่นที่ชื่อ แบล็กแมมบา ซึ่งน่าดึงดูดใจสำหรับผู้เล่นต่ำที่อ่อนแอบางคน
แต่ก็มีบางคนที่ตั้งคำถามว่า…
“หากฉันกำลังรายงานสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองผ่านช่องทางภูมิภาค ซึ่งเทียบเท่ากับการเปิดเผยตำแหน่งโดยประมาณให้ทั่วทั้งภูมิภาคได้รับรู้ หากพบเจอคนที่มีเจตนาร้ายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ”
“ใช่ เหมือนกับที่ผู้เล่นไนท์โรสถูกตามล่าโดยผู้เล่นเอ็กซ์โพลดิงวิลโอเดอะวิสป์ นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เธอถูกฆ่าตาย”
“ฉันเห็นด้วย อย่าไปเชื่อคำโกหกของเขา ตอนนี้พวกเราควรมุ่งเน้นไปที่การหาหีบสมบัติและพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง ไม่งั้นผู้เล่นที่อ่อนแอก็จะตกอยู่เหยื่อของผู้เล่นที่แข็งแกร่งกว่า”
“พี่ชิงเฟิงพูดถูก พวกเราควรฟังคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า”
“การสร้างพันธมิตรไม่ใช่เรื่องผิด แต่การสร้างพันธมิตรที่ไม่มีหลักประกันอะไรเลยนั้นมีแต่จะทำให้ตายเร็วขึ้น ไม่ต้องพูดถึงพวกเราที่แทบไม่เคยเจอหน้ากันจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น เกมเอาชีวิตรอดยังบอกไว้แต่แรกแล้วว่า มีเพียงการยกระดับห้องของตัวเองเท่านั้นที่จะรับประกันความปลอดภัยขั้นพื้นฐานได้”
“ฉันเห็นด้วยกับพี่ชิงเฟิง ไม่มีใครรู้ว่าคนที่ชวนไปอัปเกรดห้องด้วยกันนั้นมีเจตนาแอบแฝง และจะทำเรื่องไม่ดีภายใต้หน้ากากนักบุญอยู่หรือเปล่า”
"ฉันก็เห็นด้วย แก่นแท้ของเกมนี้คือ การแข่งขัน แน่นอนว่าไม่มีทางที่จะทิ้งช่องโหว่ที่ชัดเจนเอาไว้ อย่าไปเชื่อใจใครง่ายๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ความตายโดยไม่ทันรู้ตัว”
“ฮ่าๆ ผมแค่เสนอแนะเท่านั้น หากไม่ต้องการก็ไม่ว่า แต่ก็ไม่ควรมาใส่ร้ายกัน ไม่ว่ายังไงผมกับเพื่อนก็ได้อยู่ในห้องที่ปลอดภัย และได้กินแต่ของอร่อยๆ แล้วอย่ามานึกเสียใจภายหลังล่ะกัน สำหรับคนที่เห็นด้วย สามารถติดต่อมาทางช่องแชทส่วนตัวได้”
หลินชิงไม่ได้อ่านต่อเพราะพอจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นคร่าวๆ แล้ว
เธอเห็นด้วยกับความคิดเห็นของชิงเฟิงจ้าน และคนอื่นๆ มากกว่า เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การอากาศในวันแรกก็ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ห้องที่พวกเขาอยู่มีความสำคัญมากเพียงใด
แบล็กแมมบาต้องการที่จะเป็นผู้นำ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะความเจตนาดีหรือเจตนาร้ายกันแน่ แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ต้องได้รับผลประโยชน์บางอย่างๆ แน่นอน
และการเปิดเผยตำแหน่งของตัวเองก็มีแค่คนโง่เท่านั้นที่คิดจะทำ เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่จะดึงดูดผู้เล่นที่มีเจตนาร้ายให้เข้ามาหา
ขณะนี้หลินชิงอาศัยอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย เธอจึงไม่มีความคิดที่จะสร้างพันธมิตร
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน สิ่งที่พึ่งพาได้ก็มีเพียงความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้น
หลังจากกินอาหารเช้าจนอิ่ม เธอก็วางบุหรี่ เหล้า และน้ำสะอาดไว้บนชั้นวางของร้านค้า เพื่อแลกกับวัสดุอัปเกรดห้องอย่างแผ่นไม้
สินค้าที่เธอวางขายเสมือนเป็นสกุลเงินแข็ง น่าจะผู้เล่นบางคนก็เต็มใจที่จะซื้อมันไปอย่างแน่นอน
แต่เธอก็ไม่คิดจะพึ่งพารายได้จากร้านค้าเพียงอย่างเดียว ดังนั้น เธอจึงวางแผนที่จะออกไปข้างนอก และสำรวจต่อไป
เป้าหมายที่วางเอาไว้ก็คือ การหาวัสดุให้เพียงพอสำหรับการสร้างเสียม และมากพอสำหรับอัปเกรดห้องเป็นระดับสาม
จะเป็นการดีที่สุดหากรีบหาอุปกรณ์ และหินที่จำเป็นสำหรับห้องระดับสามให้ได้เร็วที่สุดในวันนี้ เพื่อที่จะได้เริ่มการอัปเกรด และนำหน้าคนอื่นอยู่เสมอ
ไม่แน่ว่าบางทีหลังจากอัปเกรดแล้ว อาจจะมีเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพิ่มเข้ามาอีกเหมือนโต๊ะคราฟก็เป็นได้