บทที่ 21 เรื่องไม่คาดฝัน

เวสต์ฮอลลีวูด พิพิธภัณฑ์ศิลปะลอสแอนเจลิส
งานประมูลศิลปะเพื่อการกุศลเพิ่งจบลง เมลิสซา อัคเคอร์แมนในชุดราตรีหรูหรายิ้มพลางเดินจากไป เธอคือลูกสาวสุดที่รักของบัดดี้ อัคเคอร์แมน และเป็นซีอีโอของอัคเคอร์แมน พิคเจอร์ส
โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์วิ่งตามมาจากด้านหลัง ตามติดเมลิสซาไป แล้วถามเสียงเบา “โปรเจกต์ ‘โกสต์แมน’ น่ะครับ มีบทหนึ่งที่เหมาะกับ…”
“นั่นเป็นโปรเจกต์หนังที่โซนี่กับวอร์เนอร์เป็นแกนนำ ฉันแค่เข้าร่วมลงทุนรวมๆ” เมลิสซาขัดจังหวะดาวนีย์ เธอหยุดเดิน หันข้างมองเขา แล้วถามว่า “คุณกำลังเลิกยาเสพติดจริงๆ เหรอ”
ดาวนีย์สาบานเสียงหนักแน่น “ผมสาบาน!”
สายตาของเมลิสซาเย็นชา “ถ้าการติดยาของคุณสร้างความเสียหายให้บริษัท ฉันจะให้คุณกินจนอ้วกแตกไปเลย”
ดาวนีย์ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เมลิสซาหันหลัง เดินจากไปอย่างสง่างาม
ดาวนีย์รออยู่สองสามนาที จึงออกจากพิพิธภัณฑ์ ขึ้นรถของตัวเอง พอนึกถึงคำพูดและสายตาของเมลิสซา ในใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ รีบหยิบถุงพลาสติกออกมา เสพเข้าไปหนึ่งทีเพื่อระงับความกลัว
พอจิตใจสงบลง เขาก็ขับรถไปยังไนต์คลับไวเปอร์รูมบนถนนซันเซ็ต ชีวิตกลางคืนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
อีกด้านหนึ่ง เมลิสซาให้คนขับรถรออยู่ครู่หนึ่ง เบลัก เบอร์นันก็ขึ้นมาบนรถโรลส์รอยซ์แฟนธอมคันนี้
รถสตาร์ท แผ่นกั้นเสียงก็เลื่อนขึ้นมา
เมลิสซาถามตรงๆ “นานขนาดนี้แล้ว ยังหาตัวไม่เจออีกเหรอ”
“หิมะวันนั้น กลบร่องรอยไปเยอะมาก” เบลักยังคงพูดคำเดิม “ตำรวจท้องที่ไม่มีทางทุ่มกำลังกับคดีเดียวได้ตลอด ประสิทธิภาพการสืบสวนคดีฆาตกรรมของพวกเขาคุณก็รู้ คดีถูกแขวนไว้แล้ว”
เมลิสซาไม่อยากฟังเรื่องพวกนี้
เบลักพูดต่อ “คนของเราขยายขอบเขตการค้นหาไปไกลขึ้น พบร่องรอยบางอย่างที่เมืองไฮแลนด์ทางตอนเหนือ เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตคนหนึ่งบอกว่าเคยเห็นคนที่คล้ายๆ กัน แต่เราไม่เจอรถของเขาที่นั่น ตรวจสอบโรงแรมและที่พักทุกแห่ง ก็ไม่พบร่องรอยของเขาเหมือนกัน เบาะแสมาขาดช่วงที่แถวไฮแลนด์”
“แค่นี้เองเหรอ” น้ำเสียงของเมลิสซาเรียบเฉย
เบลักพูดว่า “ผมใช้ชื่อมูลนิธิในต่างประเทศจ้างบริษัทนักสืบพิงเกอร์ตันให้สืบสวนต่อ”
เมลิสซากำชับ “เจอตัวแล้วอย่าเพิ่งเอะอะ คุมตัวไว้ก่อน”
เบลักอยากจะถามว่าทำไม แต่ก็ฉลาดพอที่จะไม่เปิดปาก
เมลิสซานึกถึงตัวเองขึ้นมาเพราะเรื่องของพ่อ เธอเองก็ต้องการถุงเลือดสำรองไว้เผื่อฉุกเฉินเช่นกัน
…..
อีสต์ฮอลลีวูด ถนนฟาวน์เทน
รถมอนดิโอมือสองจอดอยู่หน้าประตู ฮอว์กสะพายกระเป๋ากล้อง มือหนึ่งถืออาหารเย็น อีกมือหนึ่งถือหนังสือพิมพ์ เดินตรงไปยังตัวบ้าน
ข้างถังขยะใกล้ๆ มีชายแก่ร่างท้วมคนหนึ่งกำลังคุ้ยหาขวดกับกระป๋องอยู่ พอเห็นหนังสือพิมพ์กองโตในอ้อมแขนของฮอว์ก ก็พูดขึ้นมา “เฮ้ เพื่อนยาก หนังสือพิมพ์เก่าฉันจัดการให้เอง”
ฮอว์กจำได้ว่าเป็นคนที่ชูนิ้วกลางให้เขาเมื่อตอนกลางวัน เขาอยากจะชูนิ้วกลางกลับไปบ้าง แต่ติดที่มือไม่ว่าง
“ฉันชูให้แกเอง!” แฟรงก์ชูนิ้วกลางให้ตัวเอง แล้วยัดเข้าไปในปาก ขยับไปมาสองสามที เลียริมฝีปากที่ดำคล้ำสองข้าง แล้วพูดว่า “แกสบายใจขึ้นยัง ให้ฉันได้หรือยัง”
ฮอว์กทึ่งในความหน้าด้านของเขา พูดส่งๆ ไปว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
“ตกลงตามนี้นะ!” แฟรงก์เช็ดคราบดำที่ปาก โซซัดโซเซเดินไปยังลานจอดรถในสวนสาธารณะฝั่งตรงข้าม
ฮอว์กเข้าบ้าน แอบมองดูที่หน้าต่าง
ชายแก่เดินตรงไปยังรถบ้าน ดูเหมือนว่าจะอาศัยอยู่ในนั้น
ฮอว์กกินข้าวเสร็จ ก็ค้นหาข่าวของดาวนีย์ในอินเทอร์เน็ต จดบันทึกสถานที่ที่เขาไปปรากฏตัว แล้วก็พลิกดูหนังสือพิมพ์ซุบซิบดารา แยกส่วนที่เกี่ยวกับดาวนีย์ออกมา จดสถานที่ลงบนกระดาษแผ่นเดียวกัน
เขาทำการนับจำนวนครั้งที่ไปปรากฏตัวมากที่สุด พบว่ามีอยู่สี่แห่ง
เบรนต์วูด เทรซี่ ฟิตเนส ไนต์คลับไวเปอร์รูม โรงฝึกมวยเอริค โอแลง
สองแห่งแรกฮอว์กเพิ่งไปมาวันนี้ แต่ยังไม่ได้อะไร
ไนต์คลับไวเปอร์รูมตั้งอยู่บนถนนซันเซ็ต เจ้าของคือจอห์นนี เดปป์ เขาลงทุนตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ปัจจุบันเป็นหนึ่งในไนต์คลับยอดนิยมของดาราและนักกีฬา
ส่วนแห่งสุดท้าย ฮอว์กใส่ชื่อดาวนีย์กับโรงฝึกมวยลงในกูเกิล แล้วก็เจอโพสต์บล็อกหนึ่ง
คนที่อ้างว่าเป็นลูกศิษย์ของเอริคโพสต์ว่า โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์อยากจะขอเป็นศิษย์ของเอริค โอแลงเพื่อเรียนหย่งชุน
ฮอว์กพยายามนึกย้อนถึงข่าวที่เคยเห็นในโลกอินเทอร์เน็ตในชาติก่อน ดาวนีย์เหมือนจะเคยเรียนหย่งชุนจริงๆ
ในคอลัมน์แนะนำที่เกี่ยวข้องข้างโพสต์บล็อก ก็ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับดาวนีย์ หัวข้อเขียนว่า ‘ประวัติรักของดาวนีย์’
ฮอว์กคลิกเข้าไปดู แล้วก็เจอชื่อหนึ่ง ซาราห์ ปาร์คเกอร์!
ก่อนที่ผู้หญิงคนนี้จะแต่งงานกับโบร เดอริค เธอเคยคบหากับดาวนีย์มาหลายปี
ฮอว์กส่ายหน้า แต่พอนึกว่าคนพวกนี้อยู่ในวงการบันเทิง ก็ไม่รู้สึกแปลกใจแล้ว
ดาราฮอลลีวูด ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ถ้าไม่มีแฟนเก่าสักสิบกว่าคน ก็อายที่จะออกจากบ้าน
เมื่อกำหนดเป้าหมายของวันพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้ว ฮอว์กก็จุดไฟเผากระดาษที่จดบันทึกสถานที่จนเป็นเถ้าถ่าน
หนังสือพิมพ์ก็ถูกวางกลับที่เดิม เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ ‘เวิลด์นิวส์’ ‘ยูเอส วีกลี่’ ‘เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์’ และ ‘ฮอลลีวูด ไลฟ์’ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ซุบซิบที่ขายดีที่สุดสี่ฉบับ
บนนั้นมีเบอร์โทรศัพท์สายด่วนข่าวและเบอร์สำหรับส่งเรื่องราวโดยเฉพาะอยู่ทั้งหมด
กล้องถ่ายรูปและกล้องวิดีโอของฮอว์ก ไม่ได้เตรียมไว้สำหรับดาวนีย์คนเดียว แต่ยังเตรียมไว้เพื่อหาเงินด้วย
เป็นที่รู้กันดีว่า พอเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นมา ก็มักจะเชือดดารามาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
สำหรับฮอว์ก ดารานั้นมีฐานแฟนคลับกว้าง มีอิทธิพลสูง หาเงินได้เยอะ ความเสี่ยงต่ำ แถมยังไม่ขัดแย้งกับการจัดการดาวนีย์ด้วย
เขาบันทึกเบอร์ติดต่อของหนังสือพิมพ์ทั้งสี่ฉบับลงในโทรศัพท์มือถือ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮอว์กตื่นนอนตามเวลา เข้าไปวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าในสวนสาธารณะฝั่งตรงข้าม แถมยังซื้ออาหารเช้ามาด้วย พอกลับมาก็พบว่า ชายแก่ร่างท้วมในสวนสาธารณะกำลังนั่งขอทานอยู่ริมถนน มีหมวกวางอยู่ใบหนึ่ง
มีคนเดินผ่านไปมาหยอดเงินให้บ้างเป็นครั้งคราว
ฮอว์กกลับบ้านกินอาหารเช้า สะพายกระเป๋าอุปกรณ์ ถือหนังสือพิมพ์กองหนา ออกมาที่ริมถนน วางหนังสือพิมพ์ที่ไม่ใช้แล้วไว้ข้างชายแก่
แฟรงก์หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมา แล้วพูดว่า “ขอบคุณ”
ฮอว์กไม่อยากพูดมาก พยักหน้าแล้วเดินไป
แฟรงก์พลิกดูหนังสือพิมพ์ แล้วเหลือบมองกระเป๋าที่ฮอว์กสะพายอยู่ พูดว่า “นักข่าว? นักข่าวอิสระ? หรือว่าเพิ่งเข้าวงการ”
ฮอว์กหยุดเดิน มองไปยังชายแก่
แฟรงก์พูดอย่างโอ้อวด “เพิ่งย้ายมา สะพายกระเป๋ากล้อง ซื้อหนังสือพิมพ์ซุบซิบมาเป็นตั้ง เดาง่ายจะตาย” เขาหัวเราะหึๆ “ที่ลอสแอนเจลิสทำอาชีพนี้กันเยอะแยะ ส่วนใหญ่ก็เจ๊งกันหมด”
ฮอว์กคิดอยู่ครู่หนึ่ง จงใจถามว่า “มีคำแนะนำอะไรไหม”
แฟรงก์โบกหนังสือพิมพ์ ราวกับเห็นแก่ที่มันเอาไปขายได้เงิน “ถ้าขุดเจอข่าวใหญ่ ขายให้ช่อง 11 พวกเขาถูกฟ็อกซ์นิวส์เน็ตเวิร์กซื้อไปแล้ว จ่ายหนัก”
ฮอว์กจดไว้ ขึ้นรถแล้วขับออกไป
ไม่นานนัก รถยนต์มอนดิโอก็เข้าสู่นอร์ธฮอลลีวูด จอดที่ช่องจอดรถริมถนนวิกตอรีบูเลอวาร์ด
ใกล้ๆ กันมีโรงฝึกมวยเอริค โอแลงติดป้ายชื่อภาษาจีนและอังกฤษอยู่ด้วย
ฮอว์กเข้าไปในโรงฝึก ก็มีคนเข้ามาต้อนรับทันที
พอรู้ว่าเขาอยากจะเรียนหย่งชุน คนคนนั้นก็พาเขาเข้าไปในห้องแสดงผลงานโดยเฉพาะ ชมรูปดาราที่แขวนอยู่บนผนังทีละรูป ในคำพูดแฝงไปด้วยการพยายามขายคอร์สเรียน
ในห้องแสดงผลงาน ฮอว์กเห็นรูปของบรูซ ลีและยิปมัน รวมถึงรูปถ่ายของเอริคกับอาจารย์ของเขา จาง จั๋วชิ่ง
แต่ดาราฮอลลีวูดกลับมีอยู่เพียงน้อยนิด
โรงฝึกมวยแห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแท้จริง
ฮอว์กขอใบเสนอราคากับตารางเรียนส่วนตัว แล้วก็ออกจากโรงฝึกไป
เรียนมวยไม่มีทางเป็นไปได้ ค่าเรียนแพงกว่าเทรซี่ ฟิตเนสเสียอีก
ฮอว์กยืนอยู่ริมถนน สังเกตการณ์ซ้ายขวาครู่หนึ่ง แล้วก็ข้ามถนนไปยังร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม
หลังเคาน์เตอร์แคชเชียร์มีหญิงผิวขาวอายุประมาณสามสิบปีคนหนึ่งยืนอยู่ ข้างชั้นวางของใกล้ๆ มีชายผิวดำลูกครึ่งกำลังจัดของอยู่
ฮอว์กพบว่าในโซนขายของมีวัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารจีนอยู่ จึงหยิบมาอย่างละนิดละหน่อย
ตอนนั้นเองชายผิวดำก็หยิบของออกมาจากห้องเก็บของ
หญิงผิวขาวรีบวิ่งเข้าไป กระซิบว่า “ให้ตายสิ เอ็ดเวิร์ด คุณไม่มีสมองหรือไง ของพวกนี้ฉันจะเอาไปให้คนอื่น เอามาขายไม่ได้”
ชายผิวดำถามกลับ “ไม่ขายแล้วเอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของทำไมล่ะ งั้นคุณก็ผิดสิ”
หญิงผิวขาวเริ่มโมโห “สมองของคุณไปกองอยู่ข้างล่างหมดแล้วหรือไง หรือว่าเมื่อคืนคุณพ่นน้ำสมองออกมาหมดแล้ว รีบเอาไปเก็บเลย”
ชายผิวดำทำได้แค่ขนของกลับไป
ฮอว์กเห็นว่า ของที่ชายผิวดำขนออกมาเป็นพลุ
ในแคลิฟอร์เนีย ถ้าไม่มีใบอนุญาต การขายและจุดพลุอันตรายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
แน่นอนว่า คนที่ไม่ปฏิบัติตามมีเยอะแยะไปหมด
ฮอว์กแสร้งทำเป็นไม่เห็น ตอนจ่ายเงินเขาก็ยื่นนามบัตรให้ผู้หญิงคนนั้น แล้วพูดว่า “ผมเป็นนักข่าว ได้ยินว่ามีดารามาที่โรงฝึกมวยฝั่งตรงข้ามบ่อยๆ ถ้าคุณเห็นครั้งหน้าโทรมาเบอร์นี้ได้นะครับ มีรางวัลเป็นเงินสดให้”
ผู้หญิงคนนั้นรับไว้ วางไว้บนเคาน์เตอร์ แล้วก็ทำตามบ้าง เอานามบัตรของร้านกับใบปลิวสินค้าให้ฮอว์ก “ที่ร้านมีบริการส่งของ ยอดรวมเกิน 25 ดอลลาร์ ฉันจะให้พนักงานไปส่งให้ถึงที่ แต่ค่าทิปกับค่าส่งคิดแยกต่างหาก”
ชายผิวดำไม่พอใจ “ผมเป็นแฟนคุณ ไม่ใช่ลูกจ้าง!”
ฮอว์กเก็บนามบัตรกับใบปลิวใส่กระเป๋า แล้วก็ออกไปแจกนามบัตรที่อื่นต่อ

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 21 เรื่องไม่คาดฝัน

ตอนถัดไป