บทที่ 31 คนท้องถิ่นทุกคนคือขุมทรัพย์
เอ็ดเวิร์ดทำอย่างอื่นไม่เก่ง แต่เรื่องวิ่งนี่ไวเหมือนกระต่าย พอมาถึงหน้ารถก็กระโดดขึ้นไปนั่งตำแหน่งคนขับ ตะโกนบอกฮอว์กที่ตามมาข้างหลัง “ขึ้นรถเร็ว!”
ฮอว์กเข้าไปนั่งข้างคนขับ โยนกุญแจรถให้เอ็ดเวิร์ด
เอ็ดเวิร์ดสตาร์ทรถ มอนดิโอหักเลี้ยวกลับรถในทันที แล้วมุ่งหน้าออกไปนอกสวนสาธารณะ
ฮอว์กคอยสังเกตการณ์อยู่ข้างหลังตลอดเวลา พอรถเลี้ยวไปสองสามโค้ง ไม่เห็นมีรถตามมา ก็พูดว่า “วางใจได้ เราสลัดพวกมันหลุดแล้ว”
เอ็ดเวิร์ดหายใจให้เป็นปกติ ถอดกล้องที่คล้องคอออก ขับรถเข้าไปในลานจอดรถแห่งหนึ่ง พอจอดสนิทก็พูดว่า “เจ้านายครับ งานของเรามันน่าตื่นเต้นแบบนี้ทุกครั้งเลยเหรอ ไอ้ผอมนั่นชักปืนออกมาเลยนะ!”
ฮอว์กพูดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องเล็กน้อยน่า ปืนไฟฟ้าเทเซอร์เอง ผมจัดการมันได้สบายๆ”
เอ็ดเวิร์ดตบไปที่ตำแหน่งหัวใจ “ผมคิดว่าคุณจะวิ่งหนีไปซะแล้ว”
“ผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ” ฮอว์กพูดอย่างใจกว้าง “บอกว่าจะไปรับคุณ ก็ต้องไปรับคุณแน่นอน คุณทำงานให้ผม ผมจะปล่อยให้คุณเกิดเรื่องไม่ได้”
เอ็ดเวิร์ดถึงจะยังใจหายไม่หาย แต่เจ้านายก็ปรากฏตัวได้ทันเวลาจริงๆ แถมยังล้มสองคนได้ในคนเดียว ช่วยให้เขาหนีออกมาได้สำเร็จ เขาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “คุณเป็นเจ้านายที่กล้าหาญและมีคุณธรรมที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา”
“จำไว้ก็พอ” ฮอว์กหยิบกล้องมา แล้วถามว่า “ถ่ายมาได้ไหม”
“ผมก็ไม่แน่ใจ” เอ็ดเวิร์ดทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก ตอนนั้นก็เลยถ่ายมั่วไปหมด “ไม่รู้ทำไม ตอนที่ผมถ่ายรูป ผมตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนเจอเหตุยิงกันที่คอมป์ตันเสียอีก”
เขาเอามือกุมหน้าอก “หัวใจผมเต้นตึกตัก จะบรรยายยังไงดีนะ? เหมือนเจอผู้หญิงสวยที่หย่าแล้วมีลูกติด”
“นายสติไม่ดีรึไง” ฮอว์กต่อกล้องดิจิทัลเข้ากับโน๊ตบุ๊ค คัดลอกรูปภาพทั้งหมดออกมา แล้วก็เปิดดูทีละรูป
สามรูปแรกมีแต่ผ้าเต็นท์ ถ่ายคนไม่ติดเลย แถมยังเบลอมาก
สามรูปต่อมาแสงจ้าเกินไป มองไม่เห็นคนชัดเจน
อีกห้ารูปต่อมา ผู้ชายยกมือขึ้นมาบังหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกถ่าย
ส่วนรูปอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึงเลย
ฮอว์กเลือกอย่างละเอียด จากรูปกว่ายี่สิบใบ ในที่สุดก็เจอรูปที่ใช้ได้หนึ่งใบ เอ็ดเวิร์ดถ่ายติดหน้าของเอ็ดดี้ เมอร์ฟี ส่วนข้างหลังมีผู้หญิงเกือบจะเปลือยทั้งตัวกำลังใช้สองมือปิดหน้าอยู่
เขาหันโน๊ตบุ๊คไปทางเอ็ดเวิร์ด “ดูแวบเดียวรู้ไหมว่าเป็นใคร”
เอ็ดเวิร์ดพูดว่า “เอ็ดดี้ เมอร์ฟีไง! ว้าว ฝีมือผมไม่เลวเลยนะ ถ่ายชัดมาก ผู้หญิงข้างหลังหุ่นดีชะมัด ไม่น่าแปลกใจเลยที่เอ็ดดี้จะทิ้งสายข่าวของคุณ”
ฮอว์กพูดว่า “คุณถ่ายเสียไปตั้งหลายสิบใบ นี่เหรอที่คุณบอกว่าใช้เป็น?”
เอ็ดเวิร์ดเกาหัว “ก็แค่เล็งกล้องไปที่คน แล้วก็กดชัตเตอร์ไม่ใช่เหรอ? ผมเคยถ่ายรูปให้คนอื่นมาเยอะแล้วนะ”
ฮอว์กชูนิ้วกลางให้เขา แล้วก็เอาโทรศัพท์โนเกียมาต่อกับคอมพิวเตอร์ คัดลอกรูปเต็นท์ที่เขาถ่ายออกมา แล้วเอามารวมกับรูปพวกนี้เป็นแพ็คเกจสินค้าหนึ่งชุด
เอ็ดเวิร์ดเหมือนคนดำส่วนใหญ่ เป็นพวกมองโลกในแง่ดี ไม่สนใจเลยว่าฮอว์กจะทำอะไร แล้วก็ถามว่า “เราจะไปไหนกันต่อ?”
“รอเดี๋ยว” ฮอว์กหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เริ่มโทรหาหนังสือพิมพ์ซุบซิบสองสามฉบับ แนะนำสินค้าในมือคร่าวๆ แล้วก็ถามราคา
เอ็ดดี้ เมอร์ฟีค่อนข้างจะตกยุคไปแล้ว แถมยังเป็นคนดำ ผู้หญิงที่ไปยุ่งด้วยก็ไม่ใช่นักแสดง ไม่ใช่ภรรยาของคนดัง ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเหมือนโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์กับซาราห์ ปาร์คเกอร์ หนังสือพิมพ์ ‘เนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์’ ที่ให้ราคาสูงสุดก็ให้มาแค่ 4,000 ดอลลาร์
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฮอว์กก็ได้พบกับแจ็คชายเคราดกที่เดิม
แจ็คตรวจสอบรูปแล้ว ก็บ่นว่ามีรูปที่ใช้ได้แค่ใบเดียว ที่เหลือเบลอเกินไป ราคาก็เลยถูกลดลงเหลือ 3,500 ดอลลาร์
คุณภาพของรูปที่เอ็ดเวิร์ดถ่ายก็เป็นอย่างที่เห็น ฮอว์กก็ไม่มีอะไรจะพูด
เมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้น แจ็คก็พูดว่า “ไม่ถึงสัปดาห์ คุณก็ทำข่าวระดับพาดหัวได้สองครั้งแล้ว เพื่อนยาก คุณมีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ นะ”
ฮอว์กพูดว่า “ผมเพิ่งจะมาลอสแอนเจลิส พอสถานการณ์เปิดกว้างขึ้น ก็จะมีข่าวมากกว่านี้”
แจ็คยัดเช็คใส่มือเขา “ขอแค่ข่าวเด็ดพอ คุณติดต่อผมได้ตลอดเวลา”
ที่ฮอว์กพูดแบบนี้ก็มีจุดประสงค์ของเขา “ได้ยินว่าสำนักพิมพ์ออกบัตรนักข่าวพิเศษให้ได้ ขอให้ผมสองใบได้ไหม”
แจ็คไม่ปฏิเสธ “เดี๋ยวจะมีงานประกาศผลรางวัลออสการ์แล้ว คุณหาข่าวใหญ่ให้ผมได้ไหม”
ฮอว์กไม่ถนัดเรื่องการคาดการณ์อะไรพวกนี้ หนึ่งคือเขาไม่มีความน่าเชื่อถือ สองคือทิศทางของปีนี้ชัดเจนเป็นพิเศษ อย่างเช่นเดนเซล วอชิงตันกับแฮลลี เบอร์รีก็ได้รับรางวัลสมาคมนักแสดงไปล่วงหน้าแล้ว
รางวัลนี้มีความสอดคล้องกับรางวัลออสการ์ถึง 95%
ฮอว์กคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ลองถามดู “ได้ยินว่าหลังจบงานออสการ์ทุกครั้ง จะมีปาร์ตี้ลึกลับ ไม่ใช่งานออสการ์ไนท์ แต่เป็นแบบที่ใส่หน้ากากแล้วทำอะไรกันมั่วๆ”
แจ็คก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน สายตามองไปที่ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของฮอว์ก แล้วก็แนะนำว่า “คุณยังหนุ่ม ยังมีชีวิตให้สนุกอีกเยอะ อย่าไปหาเรื่องตายเลย”
ฮอว์กฟังเข้าใจ “ผมเข้าใจแล้ว”
แจ็คเก็บไดรฟ์ที่คัดลอกรูปเสร็จแล้ว ก่อนจะลงจากรถก็พูดว่า “บัตรนักข่าวพิเศษต้องรอหลังจบงานออสการ์”
ฮอว์กรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโยนเหยื่อล่อ
คนตกปลากลับถูกปลาตก ก็เป็นเรื่องปกติ
พอเอ็ดเวิร์ดกลับมา ฮอว์กก็พาเขาไปกินมื้อดึก
ถือโอกาสสอนเอ็ดเวิร์ดใช้กล้องถ่ายรูปกับกล้องวิดีโอ
หมอนี่วิ่งเร็ว ผิวดำ ขับรถเก่ง แถมยังคุ้นเคยกับสภาพถนนในลอสแอนเจลิส เป็นคนท้องถิ่นอีกด้วย
ฮอว์กเคยได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากคนท้องถิ่นที่พาร์คซิตี้
เขารู้สึกว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นตัวเลือกที่ดีในการเป็นผู้ช่วย
ขณะกินมื้อดึก ฮอว์กก็บอกเขาว่า “เรียนรู้การใช้กล้องถ่ายรูปกับกล้องวิดีโอ ทำข่าวใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คุณก็ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำแล้ว”
“คุณวางใจได้เลย ผมจะตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึก” เอ็ดเวิร์ดกินแฮมเบอร์เกอร์คำใหญ่ ปากก็ไม่พ้นเรื่องเดิม “ถ้าได้บรรจุ คุณจะช่วยแนะนำผู้หญิงที่หย่าแล้วมีเงินค่าเลี้ยงดูให้ผมได้ไหม”
ฮอว์กถามกลับ “คุณหาเงินจากพวกเธอได้เหรอ”
“ผมออกจากคอมป์ตันตอนอายุ 17 ตอนนี้ก็สิบปีแล้ว” เอ็ดเวิร์ดภูมิใจมาก “คนดำรุ่นเดียวกับผมที่คอมป์ตัน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็ตายหรือหายสาบสูญไปตอนที่ใช้ชีวิตข้างถนน ที่เหลือส่วนใหญ่ก็เร่ร่อนอยู่ตามถนนคนจน ส่วนน้อยที่เข้าร่วมแก๊งค์ ก็เป็นเป้าหมายที่ถูกขูดรีด คนที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนผม มีแค่คนเดียวเท่านั้น!”
เขาดึงเสื้อนอกที่ค่อนข้างสะอาดของตัวเอง “ผมอาศัยอยู่ในบ้านของพวกเธอ กินข้าวที่พวกเธอทำ ใช้เงินค่าเลี้ยงดูที่สามีเก่าให้ สบายจะตาย จนกระทั่งมาเจอยัยบรีสารเลวนั่น”
ฮอว์กกลับกำลังคิดว่า ประสบการณ์กับเส้นสายของเอ็ดเวิร์ด จะนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่?
คนท้องถิ่นทุกคนคือขุมทรัพย์มหาศาล
เอ็ดเวิร์ดกลับมาที่คำถามเดิม “เจ้านาย คุณช่วยแนะนำให้ผมได้ไหม ถ้าได้ประโยชน์ผมจะแบ่งให้คุณด้วย”
“เหมือนจะมีนะ” จู่ๆ ฮอว์กก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว แล้วพูดว่า “คุณว่าภรรยาของโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์เป็นยังไงบ้าง”
เอ็ดเวิร์ดประหลาดใจ “พวกเขาเหมือนจะยังไม่หย่ากันนะ”
ความคิดของฮอว์กชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ “ไม่หย่าก็ไม่เป็นไร เราหาทางทำให้พวกเขาหย่ากันได้”
การหย่าร้างถือเป็นนักฆ่าคนดัง อย่างน้อยก็ต้องเสียทรัพย์สินไปครึ่งหนึ่ง
“เกิดเรื่องแบบนี้ พวกเขาต้องหย่ากันแน่ใช่ไหม” เอ็ดเวิร์ดไม่แน่ใจ
ฮอว์กนึกถึงซาราห์ ปาร์คเกอร์กับโบร เดอริค ฮอลลีวูดมีเรื่องแย่ๆ แบบนี้เยอะเกินไป บางทีพวกเขาเองก็ชินแล้ว ทะเลาะกันครั้งใหญ่ก็กลับมาคืนดีกัน
แต่คนติดยามานานอย่างดาวนีย์ ยิ่งมีเรื่องวุ่นวายรอบตัว อารมณ์ของเขาก็จะยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น ทำให้ความต้องการบางอย่างเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แบบนี้ ฮอว์กก็จะมีโอกาสหาทางทำให้เขาเสียชื่อเสียงอย่างสิ้นเชิง
ฮอว์กเปลี่ยนเรื่องถาม “เพื่อนเก่าของคุณไว้ใจได้ไหม”
เอ็ดเวิร์ดพูดว่า “ขอแค่มีเงิน พวกเขาไว้ใจได้มากกว่าคนขาวอีกนะ จะว่าไปแล้ว คนขาวต่างหากที่เป็นพวกสารเลว ควรจะส่งไปเก็บฝ้ายที่ไร่นา!”
ฮอว์กลองหยั่งเชิงดูเล็กน้อย แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ
เกี่ยวกับดาวนีย์ เขามีแผนใหม่คร่าวๆ แล้ว แต่ก็ต้องปรับปรุงตามสถานการณ์จริงอีกที
ทั้งสองคนกินมื้อดึกเสร็จ ก็ไปวนเวียนแถวที่ที่ดาราบันเทิงมักจะไปปรากฏตัว โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ได้ถ่ายอะไรที่มีค่าเลย
ระหว่างนั้น เอริคก็โทรหาฮอว์ก แคทเธอรีนตกลงจะช่วย หลังจบงานประกาศผลรางวัลออสการ์ จะให้เพื่อนแนะนำฮอว์กเข้าเทรซี่ ฟิตเนส
ใกล้ถึงงานออสการ์แล้ว นอกจากจะสืบเรื่องดาวนีย์แล้ว ฮอว์กยังสั่งพิมพ์นามบัตรอีก 2,000 ใบ
ฮอว์กเตรียมจะแจกนามบัตรครั้งใหญ่
ตอนนี้มีเอ็ดเวิร์ดเป็นแรงงานแล้ว ก็ต้องใช้งานให้คุ้ม
ที่สตูดิโอ ฮอว์กยื่นนามบัตรให้เอ็ดเวิร์ด แล้วพูดว่า “คุณไม่ได้มีเพื่อนเยอะเหรอ จ้างคนงานชั่วคราวสักสองสามคนก็ได้ เงินผมเป็นคนจ่าย”
มีเงินก็ทำอะไรได้ง่าย เอ็ดเวิร์ดตอบว่า “เจ้านาย คุณวางใจได้เลยครับ” เขาถามว่า “เราจะไปแจกที่ไหน”
ฮอว์กหลีกเลี่ยงจุดที่นักข่าวรวมตัวกัน หาทางใหม่ “เป้าหมายของคุณคือสองพื้นที่ โดยมีโรงละครโกดักกับโรงแรมเบเวอร์ลีฮิลตันเป็นศูนย์กลาง รัศมีห้าไมล์ ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดประเภทแฮมเบอร์เกอร์ไก่ทอดทั้งหมด โดยเฉพาะแมคโดนัลด์กับเบอร์เกอร์คิง”
เอ็ดเวิร์ดแปลกใจ “ผมไปสืบมาแล้วนะ สตูดิโอสื่ออื่นๆ จะไปหาสายข่าวตามบาร์ ไนต์คลับ โรงแรมห้าดาว กับร้านอาหารมิชลินที่เป็นสถานที่หรูๆ ที่เราเลือกมันไม่ค่อยถูกต้องนะ”
ฮอว์กพูดคลุมเครือ “ดาราหลายคนเป็นคนชอบแฮมเบอร์เกอร์”
เขาจำได้ว่าหลังปี 2010 มีหน่วยงานมืออาชีพเคยทำสถิติไว้ ดาราที่อดอาหารเป็นสัปดาห์หรือครึ่งเดือนเพื่อเดินพรมแดงงานออสการ์ หลังจบงานประกาศผลรางวัล อาหารที่พวกเขาเลือกกินมากที่สุดก็คือแฮมเบอร์เกอร์
ดาราหลายคนจะไปร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเพื่อกินอย่างเอร็ดอร่อย
ฮอว์กก็ไม่ลืมที่จะกระตุ้นเอ็ดเวิร์ด “เราหาสายข่าว ก็เป็นกระบวนการคัดเลือกเป้าหมายของคุณด้วย ไม่แน่ว่าอาจจะมีผู้หญิงที่หย่าแล้วมีลูกติดก็ได้”
เอ็ดเวิร์ดมีกำลังใจขึ้นมาทันที “ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
เขาไปแจกนามบัตร ส่วนฮอว์กก็ปลอมตัว แล้วไปเช่าบ้านหลังใหม่ที่ซานตาโมนิกาทางตะวันตก เพื่อใช้เป็นเซฟเฮาส์ชั่วคราว
ยังหาซื้อรถเชฟโรเลตจากร้านขายรถมือสอง เพื่อใช้เป็นรถสำรอง จอดไว้ในลานจอดรถสาธารณะเก่าที่มีทางออกหลายทาง