บทที่ 78 แบรนด์ชั้นนำออกมาประกาศจุดยืน ไซโกสั่นสะเทือน
ข่าวของนาฬิกาบล็องแปงและอูลิสส์ นาร์แดงที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลกระทบเกินกว่าที่เส้าเหวยติ้งคาดคิด
ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับข่าวที่แน่ชัดจากฝั่งฮ่องกง
ไม่มีข้อมูลโฆษณาใดที่จะน่าเชื่อถือไปกว่าการเติบโตของยอดขาย
ยอดขายของนาฬิกาบล็องแปงและอูลิสส์ นาร์แดงในฮ่องกงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นความจริงที่ทุกคนได้เห็น
กระแสต่อต้านควอตซ์ ได้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดครั้งใหม่ในขณะนี้
แบรนด์หรูชั้นนำต่างๆ ต่างก็อัดอั้นตันใจ ไม่ยอมน้อยหน้า
ปาเต็ก ฟิลิปป์เป็นแบรนด์แรกที่ตอบสนอง
ทายาทของตระกูลอย่างเปเปอร์ได้ประกาศว่านาฬิกาที่ระลึกครบรอบ 150 ปีของปาเต็ก ฟิลิปป์ จะเป็นนาฬิกากลไกที่มีความซับซ้อนและมีฟังก์ชันการทำงานมากที่สุด
นาฬิกากลไกเรือนนี้จะเริ่มผลิตตั้งแต่ปีนี้ และจะเปิดตัวในปี 1989
ข่าวนี้เปรียบเสมือนการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงกลางวงการนาฬิกาทั่วโลก
ความหมายที่สื่อออกมาก็ชัดเจนเช่นกัน ปาเต็ก ฟิลิปป์จะไม่ทอดทิ้งนาฬิกากลไก
และในฐานะแบรนด์นาฬิกาที่ขายดีที่สุด โรเล็กซ์ก็ไม่ยอมน้อยหน้า
ประธานแอนดรูว์ยึดมั่นในจุดยืนต่อต้านนาฬิกาควอตซ์อย่างแน่วแน่
เขาประกาศอย่างเปิดเผยในหนังสือพิมพ์ว่า เนื่องจากต้องใช้แรงงานที่มีคุณภาพสูงจำนวนมากในการผลิตและประกอบชิ้นส่วน กลไกนาฬิกาชั้นนำจึงยังคงมีราคาแพงและเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว นาฬิกาควอตซ์ที่เคยมีราคาแพงมากในตอนแรก จะกลายเป็นของธรรมดาไปในไม่ช้า
และยังชื่นชมคำพูดของเส้าเหวยติ้งเป็นอย่างมากที่ว่า ‘คนรวยไม่ได้ต้องการเครื่องมือที่แสดงเวลาได้ แต่พวกเขาต้องการเครื่องประดับข้อมือที่สวยงามและหรูหรา’
การประกาศจุดยืนของปาเต็ก ฟิลิปป์และโรเล็กซ์ทำให้วงการนาฬิกาทั่วโลกสั่นสะเทือน
กระแสดูเหมือนจะกำลังพลิกกลับ
เงามืดของวิกฤตการณ์ควอตซ์ที่ปกคลุมมานานถึงยี่สิบปี ดูเหมือนจะกำลังจะจางหายไป
ที่อีกฟากหนึ่งของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาสวิส ใกล้กับชายแดนเยอรมนี
สำนักงานใหญ่ของ IWC ตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่น
“เดวิด มาดูหนังสือพิมพ์พวกนี้เร็ว”
“ทิศทางของเราถูกต้องแล้ว กระแสกำลังพลิกกลับ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในฝั่งฮ่องกงกำลังพิสูจน์เรื่องนี้”
“นาฬิกากลไกคลาสสิกจะไม่ถูกกลืนหายไปในกระแสของนาฬิกาควอตซ์ราคาถูกในที่สุด”
ชายผมบลอนด์ตาสีฟ้าคนหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้น เขามีลักษณะเด่นของชาวเยอรมันอย่างชัดเจน มือทั้งสองข้างถือหนังสือพิมพ์ ดวงตาทอประกาย
พวกเขาก็กำลังยืนหยัดในการผลิตนาฬิกากลไกเช่นกัน
ชายที่ชื่อเดวิดมีสีหน้าสงบนิ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เราก็ต้องประกาศจุดยืนเช่นกัน IWC ต้องส่งเสียงของตัวเองออกมา”
เกือบจะในวันเดียวกัน IWC, ไบรท์ลิง, เจเกอร์-เลอคูลทร์, เพียเจต์, เบรเกต์, A ลังเงอ และเซอเนอ, โอเดอมาร์ ปิเกต์, วาเชอรอง คอนสแตนติน, โอเมก้า, ชีราร์ เปอเรอโก, ลองจินส์
ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หรูระดับสูงสุด หรือแบรนด์หรูที่จับต้องได้ ต่างก็ออกมาประกาศจุดยืนในวันเดียวกัน ยืนยันที่จะทุ่มเทและวิจัยนาฬิกากลไก และชูธงต่อต้านนาฬิกาควอตซ์
‘นาฬิกา ไม่ใช่แค่เครื่องมือบอกเวลา’
กลายเป็นคำขวัญร่วมกันของนาฬิกากลไกทุกแบรนด์
เมื่อข่าวนี้ไปถึงญี่ปุ่น ไซโก คาสิโอ ซิติเซน หรือแม้แต่อุตสาหกรรมนาฬิกาของญี่ปุ่นทั้งหมดต่างก็รู้สึกตกใจและหวาดกลัว
พวกเขาไม่กล้าที่จะมองกระแสในฮ่องกงด้วยทัศนคติที่ไม่แยแสอีกต่อไป
ประธานบริษัทไซโก อิโต ชุนจิ หยิบข่าวที่รายงานเกี่ยวกับฮ่องกงก่อนหน้านี้ขึ้นมาจากกองขยะ
“สวอทช์ สวอทช์”
หน้าอกของอิโต ชุนจิกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ดวงตาจ้องมองเนื้อหาบนนั้น ท่องซ้ำไปมาในใจทีละคำ
“เข้าซื้อกิจการบล็องแปงและอูลิสส์ นาร์แดง สองแบรนด์นาฬิกากลไกหรู ตอนนี้ยังเปิดตัวแบรนด์นาฬิกาควอตซ์ที่เป็นต้นฉบับของตัวเองอีก”
“ความทะเยอทะยานนี้”
ความทะเยอทะยานนี้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน
แต่การประกาศจุดยืนของแบรนด์หรูในสวิตเซอร์แลนด์ครั้งนี้ ทำให้เขาตระหนักว่านาฬิกากลไกยังไม่ตาย
และอาจจะไม่ตายด้วยซ้ำ!
“ฐานการผลิตรับจ้างอย่างฮ่องกง ทำไมถึงได้มีคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลระดับโลกเช่นนี้เกิดขึ้นได้”
แค่มีแบรนด์นาฬิกากลไก เขาไม่กลัว
แต่การที่มีทั้งแบรนด์นาฬิกากลไกหรู และแบรนด์นาฬิกาควอตซ์ด้วย
ทำให้ในใจของเขามีความกังวล
อิโต ชุนจิเต็มไปด้วยคำถาม เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้สวอทช์กรุ๊ปพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว
สร้างภัยคุกคามต่อไซโกหรือไม่
ไม่ได้การ ต้องสืบสวนให้ชัดเจน
“เข้ามา!”
สิ้นเสียงเรียกของเขา ชายร่างสูงหน้าตาเย็นชา จมูกโด่ง หน้ามีมิติ ก็เดินเข้ามา
เขาสูงประมาณหนึ่งเมตรเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร การยืนอยู่ต่อหน้าอิโต ชุนจิกลับให้ความรู้สึกกดดัน
“คุณไปฮ่องกงเดี๋ยวนี้ ไปสืบสวนกลุ่มบริษัทในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ให้ชัดเจน”
“ละเอียดแค่ไหน?”
“ทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่”
อิโต ชุนจิกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
........
ความประทับใจของคนญี่ปุ่นที่มีต่อฮ่องกงคืออะไร?
เมืองท่องเที่ยว อาณานิคม เป็นดินแดนที่มีชาวจีนอาศัยอยู่หลายล้านคน
นี่คือความประทับใจของคนญี่ปุ่นทั่วไปที่มีต่อฮ่องกง
ส่วนคนญี่ปุ่นที่เคยทำงานในอุตสาหกรรมนาฬิกาและอิเล็กทรอนิกส์ จะมีความเข้าใจเกี่ยวกับฮ่องกงลึกซึ้งกว่านั้น
เมืองที่รับการถ่ายทอดอุตสาหกรรมจากญี่ปุ่น อุตสาหกรรมรับจ้างผลิตที่พัฒนามาก
และป้ายกำกับอื่นๆ จะปรากฏขึ้นในใจของพวกเขาโดยอัตโนมัติ
เหมือนกับนาฬิกา ที่แน่นอนว่าเป็นการผลิตรับจ้าง ไม่สามารถเทียบกับนาฬิกาญี่ปุ่นได้แม้แต่เส้นขน
เมด อิน ฮ่องกง
ตราบใดที่ติดป้ายนี้ ก็หมายถึง ราคาถูก คุณภาพต่ำ ไม่ปลอดภัย ไม่น่าเชื่อถือ
ดังนั้น ในร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินญี่ปุ่น เมื่อนาฬิกาสวอทช์ถูกส่งมาถึงญี่ปุ่น พนักงานร้านชาวญี่ปุ่นจึงนำไปวางไว้ในมุมที่ลับตาที่สุดทันที
มัตสึโมโตะ โกจูนิเป็นวิศวกรของโตโยต้ามอเตอร์ในเครือมิตซุยไซบัตสึ ได้รับเงินเดือนสูงและสวัสดิการระดับสูงสุด
ช่วงวันหยุดฤดูร้อนของลูกชาย เขาได้พาครอบครัวไปเที่ยวยุโรป
เที่ยวสิบวัน ตระเวนไปทั่วยุโรปทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์
การท่องเที่ยว นอกจากการเปิดหูเปิดตาแล้ว ก็คือการชอปปิง ชอปปิง และชอปปิง
ดังนั้น ตอนขากลับ พวกเขาแต่ละคนจึงถือถุงของขวัญใบใหญ่
“พ่อครับ อีกสองวันก็จะถึงวันเกิดผมแล้ว ผมอยากได้ของขวัญวันเกิด”
แม้ว่าในมือจะถือถุงใบใหญ่อยู่สองใบ แต่สายตาของมัตสึโมโตะ ริวตะก็ยังคงจับจ้องไปที่ร้านค้าปลอดภาษีที่อยู่ข้างๆ
“ก็ได้ ลูกกับเคโกะเข้าไปเลือกของขวัญคนละชิ้น วันนี้พ่อจะจ่ายให้เอง”
มัตสึโมโตะ โกจูนิโบกมือ ท่าทางใจกว้างมาก
ช่วยไม่ได้ เขารู้จักนิสัยลูกชายดี
ถ้าไม่ให้เขาไปเดินดู วันนี้อาจจะออกจากสนามบินไม่ได้
อีกอย่างของในร้านค้าปลอดภาษีก็ถูก เขามีเงินเดือนปีละหลายสิบล้านเยน การใช้เงินแค่นี้ถือเป็นอะไรไปได้
มัตสึโมโตะ ริวตะและมัตสึโมโตะ เคโกะเมื่อได้ยินคำอนุญาตจากพ่อ ก็โห่ร้องด้วยความดีใจ รีบวิ่งเข้าไปในร้านค้าปลอดภาษี dpS ทันที
สินค้าฟุ่มเฟือยมากมายละลานตาจนทำให้พวกเขามองไม่ทัน
สินค้าบางอย่างพวกเขาเคยเห็นที่ยุโรปแล้ว จึงรีบเดินผ่านไป
เริ่มเลือกของขวัญจำพวกของเล่นและขนม
เดินเข้าไปเรื่อยๆ
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาผิดหวังคือ ร้านค้าปลอดภาษีที่นี่กลับไม่ขายของเล่นหรือขนมระดับพรีเมียม
ขณะที่กำลังจะกลับออกไปอย่างผิดหวัง เคโกะที่อยู่ข้างๆ ก็พลันดวงตาเป็นประกาย ชี้ไปที่ที่ไม่ไกลนัก “พี่ชาย ดูนั่นสิ”
ริวตะมองตามทิศทางที่เคโกะชี้ไป ก็เห็นนาฬิกาสีสันสดใสตั้้งวางเรียงรายอยู่ในมุมหนึ่ง
รูปลักษณ์ที่แตกต่างจากยุคปัจจุบันโดยสิ้นเชิง
ความสดใส ความเท่ ความทันสมัย และความน่าหลงใหล
แทบจะในทันทีที่เห็น สายตาของริวตะก็ถูกดึงดูด
เมื่อมัตสึโมโตะ โกจูนิและภรรยาเดินเข้ามา ก็เห็นเคโกะลูกสาวของพวกเขาวิ่งไปก่อนแล้ว และกำลังจ้องมองนาฬิกาในตู้โชว์
ต่างจากลูกๆ ที่จ้องมองนาฬิกา เขากลับถูกดึงดูดโดยประโยคโฆษณารอบๆ
[สวอทช์ นาฬิกาเรือนที่สองในชีวิต]
[นาฬิกา เป็นมากกว่าแค่การบอกเวลา]
[กลิ่นอายแห่งความโรแมนติก คู่แท้แต่กำเนิด]
[ออกแบบโดยคุณ เพื่อคุณ]
[พายุแห่งความเยาว์วัย พร้อมจุดประกายทันที นาฬิกาที่สร้างขึ้นเพื่อคนหนุ่มสาวโดยเฉพาะ]
“พ่อครับ เราซื้อนาฬิกาอีกเรือนได้ไหมครับ?”
มัตสึโมโตะ ริวตะเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอน
เคโกะลูกสาวของเขาก็มองมาที่เขาเช่นกัน กะพริบตาด้วยสีหน้าปรารถนา
ตอนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์พวกเขาได้ซื้อนาฬิกามาแล้ว แต่ประโยคที่ว่า [นาฬิกาเรือนที่สองในชีวิต] ราวกับจะกระตุ้นเขา มัตสึโมโตะ โกจูนิโบกมืออย่างใจกว้าง “ซื้อได้เลย วันนี้พ่อจ่ายให้”
“โอ้!”
เสียงโห่ร้องของเด็กๆ ดังขึ้น ต่างคนต่างให้พนักงานขายเลือกแบบที่ตัวเองชอบ
แม้แต่ภรรยาของมัตสึโมโตะ โกจูนิ ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลไปด้วย เธอเลือกคอลเลกชันราศีคู่รักสองเรือน
เมื่อมองดูหน้าปัดราศีกรกฎสีดำสนิทบนข้อมือ ลวดลายการออกแบบที่ประณีต ทำให้เธอทึ่ง
และสิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจที่สุดคือนาฬิกาเหล่านี้ทั้งหมดเขียนว่า [เมด อิน ฮ่องกง]
ภรรยากระซิบข้างหูมัตสึโมโตะ โกจูนิด้วยความทึ่ง “เหลือเชื่อมาก ฮ่องกงสามารถผลิตนาฬิกาที่มีแนวคิดการออกแบบและประณีตขนาดนี้ได้”
มัตสึโมโตะ โกจูนิสัมผัสนาฬิกาสวอทช์ในมืออย่างละเอียด และเปรียบเทียบกับนาฬิกาไซโกที่ข้อมือขวาอย่างเงียบๆ
พึมพำว่า “ใช่ ไม่เหมือนของที่ผลิตในฮ่องกงเลย ประณีตกว่านาฬิกาไซโกเสียอีก”
เมื่อมัตสึโมโตะ ริวตะ และมัตสึโมโตะ เคโกะ ใส่นาฬิกาสวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดปรากฏตัวที่สนามบิน ก็ดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากในทันที
บางคนถึงกับเข้ามาถามว่าซื้อที่ไหน
เมื่อรู้ว่าซื้อจากร้านค้าปลอดภาษี dpS ก็มีคนรีบวิ่งไปที่นั่นทันที
และเมื่อรู้ว่าเป็นแบรนด์ของฮ่องกง บางคนก็หยุดชะงัก แต่ก็ยังมีบางคนที่ไปดูด้วยความอยากรู้
ในช่วงสองสามวันแรก ร้านค้าปลอดภาษี dpS ที่สนามบินญี่ปุ่นยังไม่ค่อยคึกคัก
แต่หลังจากผ่านไปสามสี่วัน นาฬิกาสวอทช์กลับสร้างสถิติขายได้หนึ่งร้อยเรือนต่อวันโดยไม่รู้ตัว
ในอีกไม่กี่วันต่อมา ยิ่งน่าทึ่งกว่านั้น ถึงกับเริ่มมีการต่อแถวยาวเหยียดในสนามบิน
การที่จะซื้อนาฬิกาถึงกับต้องไปที่ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน แถมยังต้องต่อแถวยาวขนาดนี้ นี่เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
คนเหล่านี้พอเข้ามาก็ถามหา นาฬิกาสวอทช์ ทันที
เป้าหมายชัดเจน คือมาเพื่อนาฬิกาสวอทช์
พนักงานร้าน dpS รู้สึกเหมือนตัวเองจะบ้าไปแล้ว
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คนญี่ปุ่นต้องมาแย่งซื้อนาฬิกาที่ผลิตในฮ่องกงกัน สามแบรนด์นาฬิกาใหญ่ของญี่ปุ่นไม่ดีพอหรือไง?
“ฉันต้องการนาฬิกาสวอทช์ทุกคอลเลกชัน กรุณารวบรวมให้ฉันด่วน”
คนแปลกหน้าคนหนึ่งเสนอคำขอที่แปลกประหลาด
พนักงานร้าน dpS เพิ่งมารู้ในวันรุ่งขึ้นเมื่อดูข่าวว่า คนแปลกหน้าคนนั้นคือเลขานุการของประธานบริษัทไซโก
โลกนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว?
ไซโกเป็นอะไรไป?
เขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่เข้าใจโลกใบนี้แล้ว
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กลุ่มบริษัทนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลก ต้องมาซื้อนาฬิกาของฮ่องกงด้วยล่ะ ห๊ะ?