การเป็นสามีภรรยา

บทที่ 19 การเป็นสามีภรรยา

ซูฮวาเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย

จุมพิตของกู้เป่ยเสวียนจึงประทับลงบนคางของเธอแทน

ซูฮวาสัมผัสได้ชัดเจนว่าแรงกดดันรอบตัวเขาลดต่ำลงไปหลายส่วน

มือข้างที่กู้เป่ยเสวียนใช้เชยคางเธออยู่นั้น ค่อยๆ เลื่อนลงไปตามแผ่นหลังของเธอ ก่อนจะรวบเอวเธอไว้ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น “ทำไมถึงไปบอกเสิ่นหวยว่าผมเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณ”

ซูฮวาหลุบตาลงต่ำแล้วตอบเสียงเบา “ยังไงเราก็ใกล้จะหย่ากันแล้วนี่คะ ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครต่อใครรู้ว่าเราเป็นสามีภรรยากันอีก อีกอย่าง ตระกูลของคุณก็สูงส่งขนาดนั้น หากหย่ากันไปแล้วถูกเพื่อนร่วมงานรู้เข้า พวกเขาจะต้องมองฉันในแง่ไม่ดีแน่ ฉันไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ภรรยาหลวงตระกูลใหญ่ที่ถูกทอดทิ้ง’ หรอกนะคะ บอกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆ น่าจะดีกับตัวฉันมากกว่า”

กู้เป่ยเสวียนมองเธออย่างมีความหมายลึกซึ้ง “คุณนี่ช่างคิดได้รอบคอบดีจริงๆ”

ซูฮวาหัวเราะเยาะตัวเอง “ช่วยไม่ได้นี่คะ มันเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผู้หญิงตัวเล็กๆ”

“คุณไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ หรอกนะ คนที่ปั่นหัวผมจนหัวหมุนได้ ทั้งเมืองหลวงนี่มีไม่กี่คนหรอก” มุมปากของเขาประดับด้วยรอยยิ้มล้อเลียน เขามองเธอด้วยสายตาที่น่าค้นหา

“ท่านอย่ามาล้อฉันเล่นเลยค่ะ ฉันนี่เหรอจะกล้าไปปั่นหัวท่าน” ซูฮวารู้สึกอับอายเล็กน้อย เธอจึงหันหลังให้เขา ไม่ยอมคุยด้วย

ทันทีที่เธอพูดจบ โทรศัพท์ของกู้เป่ยเสวียนก็ดังขึ้น

เขาล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงสแล็คขึ้นมาดู แววตาก็พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ซูฮวาอดสงสัยไม่ได้จึงหันไปมอง หางตาของเธอเหลือบไปเห็นคำว่า “สั่วสั่ว” พอดี ในท้องของเธอก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันที “รับสิคะ”

กู้เป่ยเสวียนเลิกคิ้วมองเธอ “คุณไม่โกรธเหรอ”

ซูฮวาคิดในใจ ‘ฉันโกรธ แล้วคุณจะไม่รับหรือไง สุดท้ายก็รับอยู่ดีนั่นแหละ’

“รีบรับเถอะค่ะ อย่าให้คนอื่นเขารอนาน” เธอแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วเร่งเขา

กู้เป่ยเสวียนมองเธอด้วยสายตาล้ำลึกแวบหนึ่ง ก่อนจะกดรับสาย “สั่วสั่ว มีธุระอะไร”

เสียงที่ทั้งอ่อนแอและน่าสงสารของฉู่สั่วสั่วดังลอดมาจากโทรศัพท์ “พี่เป่ยเสวียนคะ พี่ไปไหนมาเหรอคะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็ไม่มาเยี่ยมฉันที่โรงพยาบาลเลย วันนี้มาหาฉันได้ไหมคะ ถ้าพี่ไม่มา ฉันกินข้าวไม่ลงเลย ทรมานจังเลยค่ะ”

ความรู้สึกรังเกียจแล่นพล่านขึ้นมา ซูฮวาแทบจะอาเจียน

เธอเขย่งปลายเท้าเข้าไปใกล้ๆ โทรศัพท์ แล้วเลียนแบบน้ำเสียงของฉู่สั่วสั่ว “ที่รักคะ เสื้อผ้าของฉันก็ถอดหมดแล้ว คุณยังจะชักช้ารออะไรอยู่อีกล่ะคะ”

ในโทรศัพท์พลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า!

กู้เป่ยเสวียนก้มหน้าลงมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ยิ้มก็ไม่ใช่ไม่ยิ้มก็ไม่เชิง

ซูฮวาจ้องตอบเขากลับไปนิ่งๆ

ทั้งสองต่างจ้องตากัน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ผ่านไปเนิ่นนาน ในโทรศัพท์จึงมีเสียงที่อ่อนระโหยโรยแรงของฉู่สั่วสั่วดังขึ้นมา “ถ้างั้นพี่ก็ยุ่งต่อไปเถอะค่ะ พี่เป่ยเสวียน”

แล้วเธอก็วางสายไป

ซูฮวาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา เอ่ยเสียงเรียบ “คุณรีบไปโรงพยาบาลดูเธอเถอะค่ะ มือของเธอก็ยังไม่หายดี เดี๋ยวโรคซึมเศร้าจะกำเริบเอา ถ้าเกิดเธอคิดสั้นกินยานอนหลับขึ้นมา ก็จะกลายเป็นความผิดของฉันอีกตามเคย”

กู้เป่ยเสวียนยกมือขึ้นขยี้ผมของเธอเบาๆ “ผมขอตัวไปโทรศัพท์แป๊บนึงนะ”

เขาถือโทรศัพท์เดินออกไปนอกบ้าน แล้วโทรหาฉู่โม่เฉิน

เมื่อปลายสายรับ เขาก็พูดว่า “นายช่วยส่งคนไปดูสั่วสั่วหน่อย พอดีเมื่อกี้เธอโทรหาฉัน เหมือนจะได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจนิดหน่อย ฉันกลัวว่าเธอจะคิดสั้น ทำอะไรลงไปอีก”

“ได้” ฉู่โม่เฉินนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “สั่วสั่วถูกพวกเราตามใจมาตั้งแต่เด็ก นิสัยก็เลยจะเอาแต่ใจไปหน่อย เธอคิดมาตลอดว่ายังไม่ได้เลิกกับนาย เวลาทำอะไรก็เลยไม่มีขอบเขต เลยสร้างเเต่ความลำบากให้นาย”

กู้เป่ยเสวียนเงียบไปหลายวินาที “ไม่เป็นไร ที่เธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ฉันเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องเหมือนกัน”

“ภรรยาของนาย เธอจะไม่โกรธเหรอ”

กู้เป่ยเสวียนขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มบางเบา “ไม่หรอก เธอเป็นคนอารมณ์ดี มีเหตุผล แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจฉันขนาดนั้นหรอก”

แน่นอนว่าครึ่งประโยคหลัง เขาไม่ได้พูดออกไป ผู้ใหญ่แล้วย่อมไม่เปิดเผยความในใจให้ใครรู้ได้ง่ายๆ

ฉู่โม่เฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง “ไว้เดี๋ยวฉันจะเลี้ยงข้าวนายกับภรรยาของนายเป็นการขอโทษนะ”

“ไว้มีเวลาค่อยว่ากัน”

“ได้”

หลังจากวางสาย กู้เป่ยเสวียนก็เดินกลับเข้ามาในห้อง เห็นซูฮวากำลังพิงหัวเตียงอ่านหนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่งอยู่ สีหน้าของเธอดูสงบนิ่ง อ่านอารมณ์ไม่ออก

เขาเดินไปนั่งลงข้างเตียง ลูบใบหน้าของเธอเบาๆ แล้วใช้ปลายจมูกคลอเคลียเส้นผมของเธอ “ผมไปก่อนนะ”

“ค่ะ”

“เดี๋ยวตอนกลางคืนผมจะมาหาใหม่”

“ก็ฉันบอกเเล้วไงคะว่ามันไกล คุณยังต้องทำงานอีก อย่าลำบากเดินทางไปๆ มาๆ เลยค่ะ”

“ถ้างั้นคุณก็รีบกลับไปพร้อมผมสิ คุณเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว มาอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ ผมจะวางใจได้ยังไง แผลที่มือก็ยังไม่หายดี กินข้าวยังลำบากเลย” เขาหยิบมือข้างที่บาดเจ็บของเธอขึ้นมา แล้วก้มลงดู

ซูฮวารู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย

การกระทำเช่นนี้ของเขา ทำให้เธอตัดใจจากเขาได้ยากเหลือเกิน

เขามักจะมาดึงเธอไว้เสมอในตอนที่เธอตัดสินใจจะจากไป

แล้วก็มักจะมาแทงมีดลงบนหัวใจของเธอซ้ำอีกในตอนที่เธอใจอ่อน

ความสัมพันธ์แบบตัดบัวยังเหลือใยนี่แหละที่ทรมานใจคนที่สุด

ซูฮวาดึงมือกลับ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาห่างเหิน “คุณไปเถอะค่ะ ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องมาแล้วนะคะ ฉันโตมากับที่นี่ ตอนนั้นไม่มีคุณ ฉันก็อยู่มาได้อย่างดีไม่ใช่เหรอคะ”

“นั่นก็จริง” กู้เป่ยเสวียนบีบมืออีกข้างของเธอเบาๆ “คุณนี่นะ..ใครๆ ก็คงคิดว่าคุณดูบอบบางน่าทะนุถนอม แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว... ข้างในกลับเข้มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ บางที... จิตใจของคุณอาจจะเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าผมด้วยซ้ำไป”

ซูฮวาเม้มปากเล็กน้อย พลางคิดในใจ “เห็นๆ อยู่ว่าใจคุณต่างหากที่แข็งกระด้าง ยังจะมาโยนความผิดให้คนอื่นอีก ร้ายกาจที่สุด”

กู้เป่ยเสวียนลุกขึ้นยืน “ไปจริงๆ แล้วนะ ไม่คิดจะเดินไปส่งผมหน่อยเหรอ”

ซูฮวาเบือนหน้าหนีไม่ยอมมองเขา ในใจรู้สึกสับสนปนเปไปหมด อยากให้เขาไป แต่ก็ไม่อยากให้เขาไป

กู้เป่ยเสวียนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไป

เมื่อออกมาจากบ้านก็เจอเสิ่นหวยพอดี แววตาของเขาเย็นชาลงทันที เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่างเหิน “คุณจะกลับเมื่อไหร่คะ”

เสิ่นหวยยิ้มบางๆ “พอดีผมลาพักร้อนอยู่ครับ กว่าจะกลับก็มะรืนนี้ แผลที่มือของซูฮวายังต้องทำความสะอาดทุกวัน ในเมื่อผมเป็นหมออยู่แล้ว ให้ผมเป็นคนดูแลก็น่าจะสะดวกที่สุดครับ”

สีหน้าของกู้เป่ยเสวียนเคร่งขรึมลง เขามองไปยังที่ที่ไม่ไกลนัก

บอดี้การ์ดสองคนกำลังนั่งอยู่บนม้านั่ง ซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคำโตๆ

เขาสั่งการว่า “พวกแกสองคนอยู่ต่อ ดูแลซูฮวาให้ดีล่ะ”

บอดี้การ์ดรีบวางกล่องบะหมี่ลงแล้วลุกขึ้นยืน “ครับ ท่านประธานกู้”

กู้เป่ยเสวียนหันไปมองป้าหลิวที่กำลังล้างชามอยู่ข้างอ่างน้ำ “ป้าหลิว ขึ้นรถมากับผม”

ป้าหลิวรีบเช็ดมือกับเสื้อผ้า แล้วเดินตามเขาไปที่รถ

เมื่อนั่งลงที่เบาะหน้าข้างคนขับ เธอก็บิดนิ้วไปมาอย่างประหม่า “ท่านประธานกู้คะ เมื่อวานคุณผู้หญิงสั่งให้ฉันปิดเครื่อง ฉันเลยไม่กล้าขัดคำสั่งเธอค่ะ”

กู้เป่ยเสวียนยกขาขึ้นไขว่ห้าง วางแขนพาดบนขอบหน้าต่าง ใช้นิ้วนวดขมับเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ต้องกลัว ผมเรียกคุณมาถามเรื่องอื่น ซูฮวามีท่าทีกับนายเสิ่นนั่นยังไง”

ป้าหลิวคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน “คุณผู้หญิงสุภาพกับคุณหมอเสิ่นมากค่ะ รักษาระยะห่างตลอด ไม่น่าจะคิดอะไรด้วย แต่ว่า... คุณหมอเสิ่นดูเหมือนจะชอบคุณผู้หญิงมากนะคะ คอยดูแลเอาใจใส่ดีมาก กล้องวงจรปิดที่โรงพยาบาลก็เป็นเขาที่สั่งให้คนมาลบให้ แล้วพวกเราก็อาศัยรถของเขามาที่นี่ค่ะ ท่านประธานกู้คะ จะให้ฉันบอกคุณหมอเสิ่นไหมคะว่าคุณผู้หญิงเป็นภรรยาของท่าน”

“ไม่ต้อง ถ้าเธออยากจะเล่นบทนี้ ก็ปล่อยให้เธอเล่นไป”

“ค่ะ ท่านประธานกู้”

กู้เป่ยเสวียนหยิบเช็คเงินสดใบหนึ่งออกจากกระเป๋าส่งให้เธอ “ดูแลเธอให้ดี อย่าให้เธออยู่กับนายเสิ่นนั่นตามลำพังล่ะ”

ป้าหลิวยิ้มกว้าง รับเช็คมา “วางใจได้เลยค่ะ ฉันรับรองว่าจะไม่ปล่อยให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันตามลำพังเด็ดขาด”

“ลงรถได้แล้ว”

ป้าหลิวผลักประตูรถแล้วลงไป

คนขับรถสตาร์ทเครื่องยนต์

กู้เป่ยเสวียนลดกระจกรถลง มองออกไปข้างนอก แต่ไม่เห็นร่างของซูฮวา ในใจก็รู้สึกโหวงๆ ขึ้นมา

แม่คนใจร้าย เขาอุตส่าห์เดินทางรอนแรมมาหาเธอทั้งคืน เธอกลับไม่แม้แต่จะออกมาส่งเขาสักนิด

รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ทิ้งฝุ่นไว้เบื้องหลังเป็นทางยาว

เมื่อใกล้จะถึงทางเลี้ยว กู้เป่ยเสวียนยังตัดใจไม่ขาด เขาหันกลับไปมองข้างหลังอีกครั้ง แล้วก็เห็นร่างบางระหงยืนตัวตรงอยู่ที่ทางแยก สวมเสื้อไหมพรมถักสีขาว

ใบหน้าเล็กๆ งดงามขนาดเท่าฝ่ามือนั้น คือซูฮวานั่นเอง

เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วยิ้มออกมา ‘อย่างน้อย... ก็ถือว่ายังพอมีมโนธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง’

รถเลี้ยวลับโค้งไป ร่างของซูฮวาก็หายไปจากสายตาโดยสิ้นเชิง

กู้เป่ยเสวียนค่อยๆ เลื่อนกระจกรถขึ้น พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน ตอนที่เขาเจอเธอเป็นครั้งแรก

ตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุยี่สิบ เรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

ใบหน้าของเธอเล็กนิดเดียว ดูทั้งขาวทั้งบอบบาง ดวงตากลมโตมีขนตายาวเป็นแพ สวยงามเกินความคาดหมายของเขา

ตอนนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดจาอยู่แล้ว เขาถามคำ เธอก็ตอบคำ ไม่ถามก็ไม่พูด บนใบหน้ามีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยระยะห่าง คล้ายกับรอยยิ้มค้างแบบในรูปติดบัตร ภายใต้รูปโฉมที่งดงามนั้นแฝงไปด้วยความดื้อรั้นอยู่หน่อยๆ

เขาจำได้ว่าวันนั้นอากาศหนาวมาก เธอยังถือกล่องของขวัญมาให้เขาด้วย

ข้างในเป็นอะไร เขาจำไม่ได้แล้ว จำได้เพียงนิ้วมือเรียวๆ ของเธอที่แข็งจนแดงระเรื่อ

เมื่อมองมือนั้น เขาก็รู้สึกสงสารขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

และในวันนั้นเอง พวกเขาก็ได้จดทะเบียนสมรส และกลายเป็นสามีภรรยากัน



ตอนก่อน

จบบทที่ การเป็นสามีภรรยา

ตอนถัดไป