บทที่ 99 ความขัดแย้งระหว่างปรัสเซีย-รัสเซีย
เมทเทอร์นิชตอบอย่างจนใจว่า “ฝ่าบาท รัฐบาลฝรั่งเศสทำงานไม่มีประสิทธิภาพมาโดยตลอด ตอนนี้พวกเขายังคงถกเถียงกันอยู่ในรัฐสภา!”
สำหรับประสิทธิภาพการทำงานของชาวฝรั่งเศส เขาก็ยอมรับเลย ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสนธิสัญญา เงื่อนไขทั้งหมดก็ตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว พอถึงเวลาลงมือกลับเกิดปัญหาขึ้นมาได้
“อะไรนะ หรือว่าชาวฝรั่งเศสจะหมดความสนใจในภูมิภาคอิตาลีกะทันหัน ตอนนี้อยากจะกลับคำ?” นายกรัฐมนตรีเฟลิกซ์ถามด้วยความสงสัย
เมทเทอร์นิชพูดด้วยรอยยิ้มที่ฝืนขม “ไม่ใช่ รัฐบาลฝรั่งเศสไม่ได้คิดจะกลับคำ ตอนนี้พวกเขากำลังถกเถียงกันเรื่องจำนวนทหารที่จะส่งไป ใครจะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ และจะส่งหน่วยไหนไป”
คิดดูก็น่าขำ เรื่องแค่นี้ยังต้องให้รัฐสภาตัดสินใจ คาดว่ากว่าพวกเขาจะตกลงกันได้ ออสเตรียก็คงจะจัดการราชอาณาจักรซาร์ดิเนียเสร็จไปแล้ว
ฟรานซ์นวดขมับแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ พันธมิตรฝรั่งเศสของเราคนนี้ไม่น่าเชื่อถือ โชคดีที่เราไม่ได้หวังพึ่งพวกเขาทำอะไรแต่แรก ตราบใดที่พวกเขาไม่มาสร้างความวุ่นวายก็พอ”
“ให้กระทรวงการต่างประเทศจับตาดูชาวอังกฤษให้ดี ด้วยนิสัยของพวกเขาแล้ว ตอนนี้ต้องกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่แน่ อย่าให้โอกาสพวกเขา”
ตามสนธิสัญญาลับระหว่างออสเตรีย-ฝรั่งเศส ในช่วงยุทธการที่เวนิส ชาวฝรั่งเศสควรจะส่งทหารไปโจมตีรังของชาวซาร์ดิเนีย ทำลายราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย แล้วทั้งสองฝ่ายก็จะแบ่งดินแดนของราชอาณาจักรซาร์ดิเนียกันคนละครึ่ง
ตอนนี้ยุทธการที่เวนิสจบลงไปแล้ว แต่รัฐสภาฝรั่งเศสยังไม่ได้ข้อสรุป ฟรานซ์ก็ไม่หวังว่าชาวฝรั่งเศสจะช่วยอะไรได้มากนัก
“ฝ่าบาท รัฐสภาฝรั่งเศสที่ยังไม่ได้ข้อสรุปมาจนถึงตอนนี้ ก็เป็นเพราะฝีมือของชาวอังกฤษ สมาชิกรัฐสภาที่โปร์อังกฤษหลายคนยังคงคัดค้านการส่งทหาร”
“เพียงแต่ว่าสิ่งล่อใจของอิตาลีนั้นใหญ่เกินไป กลุ่มผู้มีอำนาจภายในฝรั่งเศสอดใจไม่ไหว ชนชั้นนายทุนและกองทัพของฝรั่งเศสต่างก็ผลักดันปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้ ถึงได้สามารถกดดันเสียงคัดค้านลงได้” เมทเทอร์นิชตอบ
การแทรกแซงของชาวอังกฤษนั้นฟรานซ์ไม่ได้แปลกใจ การที่ออสเตรีย-ฝรั่งเศสแบ่งราชอาณาจักรซาร์ดิเนียกัน อังกฤษจะต้องสูญเสียเงินกู้ไปอย่างน้อยหลายสิบล้านปอนด์ และยังสูญเสียผลประโยชน์ก้อนใหญ่ในภูมิภาคอิตาลีอีกด้วย
เพียงแต่ว่าปัญหาภายในของฝรั่งเศสนั้นยังคงทำให้เขาประหลาดใจอยู่บ้าง เดิมทีคิดว่าการแบ่งราชอาณาจักรซาร์ดิเนียในครั้งนี้ ออสเตรียได้ยอมอ่อนข้อให้อย่างมาก และยังมีชนชั้นนายทุนและกองทัพผลักดันอยู่ น่าจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไม่คิดว่าจะยังติดขัดอยู่
ยิ่งนานวันยิ่งมีปัญหา ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ สิ่งที่ชาวอังกฤษสามารถทำได้ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น โอกาสที่ทั้งสองประเทศจะสามารถแบ่งราชอาณาจักรซาร์ดิเนียกันได้ก็จะยิ่งน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ชาวฝรั่งเศสย่อมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล พวกเขาก็ต้องคำนึงถึงเสียงเรียกร้องของกลุ่มผลประโยชน์
ฝรั่งเศสถูกกดขี่มานานเกินไปแล้ว หลังจากเงียบหายไปนานขนาดนี้ กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ก็กำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ในตอนนี้การที่จะให้พวกเขายอมทิ้งเนื้อชิ้นโตที่มาถึงปากแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
“ฝ่าบาท หากชาวฝรั่งเศสไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ เราจะสามารถฉีกสัญญาได้หรือไม่?”
“ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่ง ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยให้พวกเขาขยายอำนาจมายังภูมิภาคอิตาลี!” อาร์ชดยุกหลุยส์คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด
สิ่งล่อใจที่จะกลืนอิตาลีทั้งหมดนั้นใหญ่เกินไป ปฏิบัติการทางทหารที่ราบรื่นเกินไป ก็ได้กระตุ้นความทะเยอทะยานของคนบางกลุ่มในออสเตรีย อาร์ชดยุกหลุยส์เป็นเพียงตัวแทนของคนเหล่านี้ในการแสดงความคิดเห็น
“การที่เราจะกลืนราชอาณาจักรซาร์ดิเนียเพียงลำพังนั้นมีความเสี่ยงสูงเกินไป เราต้องคำนึงถึงท่าทีของมหาอำนาจต่างๆ ด้วย ถึงตอนนั้นเราอาจจะต้องเผชิญหน้ากับการกดดันร่วมกันของอังกฤษและฝรั่งเศส” ฟรานซ์คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด
เขายังคงมีสติอยู่ เขารู้ดีว่าออสเตรียมีศักยภาพเพียงใด หากออสเตรียในตอนนี้มีกำลังเทียบเท่ากับจักรวรรดิเยอรมันที่ 2 ในประวัติศาสตร์ การกลืนอิตาลีทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นไปไม่ได้ แค่การร่วมมือกันของอังกฤษและฝรั่งเศสก็ทำให้ออสเตรียรับมือไม่ไหวแล้ว
ที่ไม่ได้กล่าวถึงรัสเซียและปรัสเซีย นั่นเป็นเพราะตอนนี้ทั้งสองประเทศกำลังขัดแย้งกันอยู่ จึงไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอิตาลี
หลังจากเกิดการปฏิวัติเดือนมีนาคมในเบอร์ลิน บารอนอาร์นิม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปรัสเซียซึ่งมาจากฝ่ายเสรีนิยม ก็ได้ขึ้นมามีอำนาจ เขาดำเนินนโยบายการทูตที่โปร์อังกฤษ-ฝรั่งเศสและต่อต้านรัสเซีย
เขามองทะลุธาตุแท้ของชาวรัสเซีย เชื่อว่ารัสเซียเป็นเพียงยักษ์ใหญ่บนขาดินเหนียว ฝ่ายเสรีนิยมของปรัสเซียซึ่งนำโดยเขา จึงสนับสนุนการปฏิวัติของชาวโปแลนด์เพื่อบั่นทอนกำลังของรัสเซีย
แน่นอนว่า ฝ่ายเสรีนิยมของปรัสเซียก็ไม่ใช่นักต่อสู้เพื่ออุดมการณ์สากล พวกเขาสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูโปแลนด์ ถึงขนาดไม่ลังเลที่จะสละดินแดนปรัสเซีย-โปแลนด์ออกไป เป้าหมายหลักก็เพื่อที่จะควบคุมรัสเซีย และสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการรวมชาติเยอรมัน
โชคดีที่ พระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 4 ได้หยุดยั้งการกระทำครั้งนี้ได้ทันท่วงที มิฉะนั้นแล้วตอนนี้ปรัสเซียก็คงจะเปิดฉากสงครามกับรัสเซียไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเสรีนิยมก็ไม่ได้นิ่งเฉย พวกเขาได้จับตามองดัชชีชเลสวิกและโฮลชไตน์ของเยอรมันอีกครั้ง ทันทีที่การปฏิวัติในเบอร์ลินสิ้นสุดลง พวกเขาก็ได้ยื่นข้อเสนอต่อเดนมาร์กให้ผนวกดัชชีทั้งสองนี้เข้ากับเยอรมนี
เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ไม่สามารถตกลงกันได้ เมื่อการเจรจาไม่เป็นผล ก็ต้องใช้กำลัง วันที่ 10 เมษายน ปรัสเซียได้ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อเดนมาร์ก และในวันที่ 23 เมษายน ทั้งสองประเทศก็ได้ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ราชอาณาจักรเดนมาร์กที่เสื่อมโทรมไปแล้ว ย่อมไม่สามารถสู้กับปรัสเซียได้ และถูกปรัสเซียตีจนยับเยินไปตลอดทาง จนกระทั่งวันที่ 21 พฤษภาคม กองทัพปรัสเซียก็ได้บุกไปถึงคาบสมุทรจัตแลนด์แล้ว
รัฐบาลเดนมาร์กเห็นว่าถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้แน่ ศัตรูแข็งแกร่งเกินไป ในยามที่ถูกบีบบังคับจึงได้ใช้ไม้ตายสุดท้าย เรียกพี่ใหญ่
เมื่อเห็นน้องชายถูกรังแก รัสเซียซึ่งเป็นพี่ใหญ่ย่อมต้องออกหน้า มิฉะนั้นแล้วหน้าตาของหมีใหญ่จะไปไว้ที่ไหน?
“ฝ่าบาทพูดถูกแล้ว การผนวกราชอาณาจักรซาร์ดิเนียเพียงลำพังมีความเสี่ยงสูงเกินไป ดูอย่างปรัสเซียเป็นตัวอย่าง พวกเขาต้องการผนวกชเลสวิกและโฮลชไตน์ ตอนนี้ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้ว” นายกรัฐมนตรีเฟลิกซ์กล่าวเสริม
เมื่อคิดถึงพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 4 อารมณ์ของฟรานซ์ก็ดีขึ้นมามาก ในขณะที่กำลังลับมีดเตรียมเชือดแกะเช่นเดียวกัน สถานการณ์ทางการทูตของรัฐบาลออสเตรียกลับดีกว่ามาก
สงครามออสเตรีย-ซาร์ดิเนียครั้งนี้ ราชอาณาจักรซาร์ดิเนียเป็นฝ่ายเริ่มสงครามก่อน ราชอาณาจักรซาร์ดิเนียผิดเอง ความรับผิดชอบในสงครามทั้งหมดจึงต้องรับไว้เอง ความคิดเห็นของนานาชาติส่วนใหญ่จึงเอนเอียงไปทางออสเตรีย
ในยุคนี้ อิตาลีเป็นเพียงชื่อทางภูมิศาสตร์ ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นประเทศ การอ้างว่ารวมชาติอิตาลีนั้น ไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลทางกฎหมายในการทำสงครามได้เลย
ในสายตาของประชาคมระหว่างประเทศ สงครามครั้งนี้คือสงครามรุกรานที่ชาวซาร์ดิเนียเป็นผู้ก่อขึ้น ออสเตรียไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทางศีลธรรม นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชาวอังกฤษซึ่งสนับสนุนราชอาณาจักรซาร์ดิเนียอย่างชัดเจน กลับไม่ได้ใช้มาตรการที่เป็นรูปธรรม
ภูมิภาคเยอรมันก็เป็นเพียงชื่อทางภูมิศาสตร์เช่นกัน ดัชชีชเลสวิกและโฮลชไตน์ของเยอรมัน ในสายตาของคนภายนอกแล้วไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับปรัสเซียเลย
แน่นอนว่าถึงแม้จะมีความเกี่ยวข้อง ทุกคนก็จะไม่ยอมรับ มิฉะนั้นแล้ว สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก ก็ควรจะเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนีด้วยหรือไม่?
อย่างน้อยที่สุด ในการประชุมรัฐสภาแฟรงก์เฟิร์ต ภูมิภาคเหล่านี้และดัชชีชเลสวิกและโฮลชไตน์ ก็ถูกถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนี
ความชอบธรรมทางกฎหมายที่ไม่เพียงพอ ทำให้ปฏิบัติการทางทหารของปรัสเซียขาดความชอบธรรม และตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองทางการทูต