พล็อตที่คุ้นเคย รสชาติที่คุ้นเคย
เมื่อดูรางวัลของภารกิจแล้ว ค่าประสบการณ์ก็ไม่มีอะไรต้องพูดถึงมากนัก สะสมให้ครบ 100 แต้มก็จะได้เลือกสมบัติ
แต่เจ้า ‘การ์ดลมหายใจ’ นี่สิ ช่างน่าขบคิดยิ่งนัก เขาจึงลองกดเข้าไปดู
[หลังจากใช้ไอเทม ทุกครั้งที่หายใจเข้าออก จะได้รับรางวัล 1 หยวน จำกัดเวลา 24 ชั่วโมง รางวัลจะถูกมอบให้หลังจากหมดเวลา]
“มีรางวัลแบบนี้ด้วยเหรอ!”
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาค้นหาใน Baidu
ความถี่ในการหายใจของคนเราในหนึ่งวัน อยู่ที่ประมาณ 23,000 ถึง 28,000 ครั้ง
นั่นหมายความว่า ขอแค่ทำภารกิจนี้สำเร็จ อย่างน้อยๆ ก็จะมีเงินสดเข้ากระเป๋าถึง 23,000 หยวน!
จากนั้น หลินเจียง ก็หันไปให้ความสนใจกับ [ป้ายประเมิน]
[หลังจากได้รับรางวัล จะสามารถมองเห็นป้ายประเมินที่คนอื่นมีต่อตัวเองได้ มีผลเป็นเวลาเจ็ดวัน]
หวังเต๋อฟา!(1)
อะไรวะเนี่ย?
มองเห็นป้ายประเมินที่คนอื่นมีต่อตัวเอง?
นี่มันของพรรค์ไหนกัน?
โชคดีที่ยังมีการ์ดลมหายใจ เงินสองหมื่นกว่าหยวน ยังไงก็ไม่ถือว่าน้อยเลย
เอี๊ยด—
ในตอนนั้นเอง เสียงประตูถูกผลักเปิดออก
ตอนแรก หลินเจียง คิดว่าเป็นลูกค้าที่มากินข้าว แต่กลับเป็น เฉิน จิ้งเจีย เธอมาเร็วกว่าที่เขาคิดไว้
เฉิน จิ้งเจีย สวมชุดเดรสลายดอกไม้เล็กๆ สีฟ้าสไตล์โบฮีเมียน เท้าสวมรองเท้าส้นแบนของ Dior สีดำ ทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของเธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก
เพียงแต่หลังจากเข้ามาแล้ว เธอก็ยืนอยู่แค่ตรงประตู พยายามรักษาระยะห่างจาก หลินเจียง ให้มากที่สุด
สวีหลิน ที่กำลังกินบะหมี่อยู่ก็หันกลับไปมองแวบหนึ่ง สายตาของเธอหยุดนิ่งอยู่สองสามวินาที
เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่ หลินเจียง แต่งงาน ในฐานะเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน แถมยังพาลูกมากินบะหมี่ที่นี่บ่อยๆ แน่นอนว่าเธอก็ไปร่วมงานแต่งด้วย
พอ เฉิน จิ้งเจีย เข้ามา เธอก็จำได้ในทันที จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ของเธอต่อไป
“ของเก็บให้หมดแล้ว อยู่ตรงโถงทางเดินนั่นแหละ ไปถึงก็เห็นเอง” หลินเจียง เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน อารมณ์ของเขาไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ
หนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีสิ่งที่ต้องเผชิญไม่ได้ สิ่งที่ต้องมาก็ย่อมต้องมา
ถึงแม้จะไม่คิดจะแต่งงานกันแล้ว ก็หลีกเลี่ยงการพบหน้ากันไม่ได้อยู่ดี เพราะของของเธอยังไม่ได้เอาไป และเอกสารหย่าก็ยังไม่ได้ทำ
ชีวิตคู่ก็เป็นแบบนี้ สิ่งสำคัญคือการจากกันด้วยดี ฝืนไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
ถ้าพูดถึงแค่หน้าตาและรูปร่าง เฉิน จิ้งเจีย ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร หากไปเดินอยู่บนถนน รับรองว่าต้องมีคนเหลียวหลังมอง
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ช่วงครึ่งปีหลังมานี้ เธอติดดูคลิปคู่รักที่จัดฉากในโต่วอินมากเกินไป อารมณ์ก็เริ่มฉุนเฉียวขึ้นเรื่อยๆ และไม่คงที่
จนกระทั่งในวันแต่งงาน เธอบังคับให้เขาแจกอั่งเปาให้ญาติฝ่ายเธอคนละ 1,888 หยวน ไม่อย่างนั้นก็จะไม่แต่ง
คำขอที่ไร้เหตุผลแบบนี้ นอกจากพวกผู้ชายแสนดีแล้ว หมาเห็นยังต้องส่ายหัว สุดท้ายความขัดแย้งก็ระเบิดขึ้นในงานแต่ง และงานก็ล่มไป
“ฉันไปถามมาแล้ว การหย่าร้างมีระยะเวลาไตร่ตรองหนึ่งเดือน พรุ่งนี้ว่างไหม เราไปที่สำนักงานกิจการพลเรือนกันก่อนเลย จะได้รีบๆ หย่าให้เสร็จ”
“ได้”
“ถึงแม้เราจะหย่ากัน แต่ฉันว่าเราไม่จำเป็นต้องทำตัวเหมือนศัตรูกันก็ได้ จากกันด้วยดี ให้เราทั้งคู่ดูดีหน่อย”
“บรรยากาศระหว่างเราก็ดีอยู่แล้วนี่ แบบนี้ก็ดีแล้ว”
“ถ้าเป็นไปได้ ก็หาโอกาสสู้ชีวิตหน่อยนะ ผู้ชายจะทำตัวแบบนี้ไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก การเปิดร้านบะหมี่มันไม่มีอนาคต”
“ฉันว่ามันก็ดีนะ มีกำไร แถมยังมีอิสระ” หลินเจียง ตอบกลับเรียบๆ
เฉิน จิ้งเจีย เห็นแล้วก็ได้ส่ายหัวอย่างจนใจ “ข้อตกลงฉันร่างมาให้แล้ว เราไม่มีทรัพย์สินร่วมกัน ก็เลยไม่มีอะไรต้องแบ่ง ของคุณก็คือของคุณ ของฉันก็คือของฉัน ไม่มีการแบ่งครึ่ง ใครก็ไม่ต้องเอาเปรียบใคร”
พูดจบ เธอก็หยิบข้อตกลงการหย่าออกจากกระเป๋า หลินเจียง เหลือบมองดู เนื้อหาหลักๆ ก็เป็นเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน
เพราะระยะเวลาไตร่ตรองก็ยังถือว่าเป็นความสัมพันธ์สมรส ในข้อตกลงจึงระบุว่า ทรัพย์สินที่ทั้งสองฝ่ายได้รับในช่วงเวลานี้ ถือเป็นของส่วนตัว ไม่ใช่ทรัพย์สินร่วม
หลินเจียง รู้สึกขำเล็กน้อย รวมระยะเวลาไตร่ตรองหนึ่งเดือนเข้าไป ความสัมพันธ์สมรสยังไม่ถึงสองเดือนเลยด้วยซ้ำ แต่กลับทำเรื่องให้เป็นทางการซะขนาดนี้ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พูดให้ชัดเจนไปเลย ดีต่อทั้งสองฝ่าย
เมื่อดูจนทั่วแล้วพบว่าไม่มีปัญหา หลินเจียง จึงเซ็นชื่อลงไป
ข้อตกลงมีสองฉบับ หลังจากเซ็นเสร็จ เฉิน จิ้งเจีย ก็หยิบฉบับของตัวเองแล้วเดินจากไป ส่วน สวีหลิน ก็กินเสร็จพอดี
“คราวหน้าทำให้น้อยกว่านี้อีกหน่อยก็ได้นะคะ นี่ก็กินจนแน่นแล้ว”
“ฮ่าๆ ครับ นี่ก็ลดให้ครึ่งหนึ่งแล้วนะครับ” หลินเจียง ยิ้มหัวเราะพูดอย่างจนปัญญา
สีหน้าของ สวีหลิน ดูจนใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดติดตลกกับตัวเอง
“ก็ผู้หญิงน่ะนะ ยังไงก็ต้องควบคุมน้ำหนักอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนอายุเท่าฉัน การเผาผลาญมันไม่ดีเท่าเด็กสาวๆ แล้ว ก็เลยยิ่งต้องควบคุม”
“ไม่จริงมั้งครับ ตามหลักแล้ว ผู้หญิงอายุ 18 การเผาผลาญน่าจะอยู่ในช่วงที่พีคที่สุดไม่ใช่เหรอครับ?”
“ปากหวานจริงๆ เลยนะค่ะคุณเนี่ย”
สวีหลิน หัวเราะจนเอวสั่น แต่ก็ไม่กล้าหัวเราะเสียงดัง กลัวว่ารอยตีนกาจะขึ้นที่หางตา
[ได้รับการชื่นชมจากเพื่อนบ้านสาวสวย, เสน่ห์ +1]
เสียงแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้ หลินเจียง ประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะมีฟังก์ชันซ่อนเร้นแบบนี้ด้วย
“ผมพูดความจริงทั้งนั้นครับ ข้อดีที่ใหญ่ที่สุดของผมก็คือเป็นคนซื่อสัตย์” หลินเจียง พูดพลางยิ้ม
“งั้นฉันจะเชื่อคุณแล้วกัน”
ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ความสัมพันธ์ก็ดูใกล้ชิดขึ้นเล็กน้อย ซึ่งก็เป็นไปตามเป้าหมายของ หลินเจียง
สวีหลิน ลุกขึ้นยืน จัดกระโปรงของเธอเล็กน้อย จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่องดูตัวเอง เมื่อแน่ใจว่าเครื่องสำอางยังไม่เลอะ เธอจึงหยิบผลไม้ที่ซื้อมาแล้วเตรียมตัวกลับบ้าน
“จ่ายเงินให้แล้วนะคะ ฉันกลับก่อนนะ”
เมื่อเห็นเครื่องหมายตกใจบนหัวของ สวีหลิน หลินเจียง ก็ขมวดคิ้ว รู้สึกร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย
ตอนนี้บ่ายสามโมงแล้ว ลูกชายของเธอเรียนอยู่ชั้นประถม ก่อนหน้านี้เคยได้ยินเธอพูดแวบๆ ว่าเรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมหวยเหอแห่งที่สอง เวลาเลิกเรียนน่าจะประมาณห้าโมงเย็น
นั่นหมายความว่า เขามีเวลาทำภารกิจอีกแค่สองชั่วโมงเท่านั้น
ถ้าพลาดไป ภารกิจนี้ก็จะไม่สำเร็จ!
“พี่หลินครับ ผมช่วยถือให้ดีกว่า ผมก็กำลังจะปิดร้านกลับพอดี”
“ปิดร้านเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ช่วงนี้รู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะครับ เลยว่าจะกลับไปพักผ่อนเร็วหน่อย” หลินเจียง แกล้งหาเหตุผล
“งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ”
หลินเจียง พบว่า ตอนที่ สวีหลิน ยิ้มนั้นดูสวยมากจริงๆ แฝงไปด้วยเสน่ห์ของหญิงสาวในวัยผู้ใหญ่
“เพื่อนบ้านกัน ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ”
หลินเจียง เก็บถ้วยชาม แล้วปิดร้านปิดประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกลับบ้านไปพร้อมกับ สวีหลิน
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันในหมู่บ้าน หลินเจียง ถือของให้ ส่วนในหัวก็กำลังครุ่นคิดว่าจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้อย่างไร
และในตอนนั้นเอง หลินเจียง ก็เห็นรถ BMW X5 คันหนึ่งขับสวนมาจากในหมู่บ้าน
เดิมที หลินเจียง ไม่ได้สนใจรถคันนั้น แต่กลับเห็นโดยบังเอิญว่า เฉิน จิ้งเจีย นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ
คนขับเป็นผู้ชาย สวมแว่นกันแดด ใส่เสื้อโปโลสีขาว สายตาของเขามองตรงไปข้างหน้า ราวกับว่าคนรอบข้างไม่มีอยู่ในสายตา
หลินเจียง ยิ้มออกมา นี่มันเปลี่ยนคนใหม่แบบไร้รอยต่อจริงๆ
แต่บทละครที่เริ่มต้นด้วยการหย่าร้างแบบนี้...
ทำไมมันถึงเหมือนพล็อตเรื่อง ‘สามสิบปีตะวันออก สามสิบปีตะวันตก อย่ารังแกเด็กหนุ่มที่ยังจน(2)’ จังเลยนะ?
…………
(1)[หวังเต๋อฟา (王德发) – เป็นคำที่เสียงอ่านพ้องกับคำสบถในภาษาอังกฤษ ‘What the f*ck’ แต่เขียนด้วยตัวอักษรจีนที่มีความหมายดี จึงเป็นการเล่นคำเพื่อแสดงความตกใจหรือสบถแบบสุภาพ]
(2)[สามสิบปีฝั่งตะวันออก สามสิบปีฝั่งตะวันตก อย่าได้รังแกคนหนุ่มที่ยังจน (三十年河东,三十年河西,莫欺少年穷) – เป็นสำนวนและพล็อตเรื่องที่นิยมมากในนิยายจีน หมายความว่า โชคชะตาและวาสนาของคนเราไม่แน่นอน สามารถพลิกผันได้เสมอ เปรียบเหมือนแม่น้ำที่อาจเปลี่ยนทิศทางได้ในรอบสามสิบปี ดังนั้นจึงอย่าได้ดูถูกดูแคลนคนที่ยังหนุ่มและยากจนในวันนี้ เพราะในอนาคตเขาอาจจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้]