สามีของ สวีหลิน
ผู้หญิงที่เข้ามา หลินเจียง รู้จักดี ชื่อของเธอคือ โจว หว่านอวี๋
เธอเป็นลูกค้าประจำที่มากินข้าวที่ร้านบ่อยๆ ทั้งสองคนยังเป็นเพื่อนในวีแชทกันด้วย บางครั้งเธอก็จะส่งข้อความมาสั่งบะหมี่ล่วงหน้า
เหตุผลที่เขาจำเธอได้แม่นยำ นอกจากจะมาทานบ่อยแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง
โจว หว่านอวี๋ เป็นพนักงานขายในห้างสรรพสินค้าเบิร์กลีย์ ขายนาฬิกาข้อมือระดับไฮเอนด์ยี่ห้อ Glashütte Original
และแบรนด์นี้ ก็เป็นแบรนด์ที่ หลินเจียง ชื่นชอบมากที่สุด ไม่มีแบรนด์อื่นใดเทียบได้
ตึก ตึก ตึก—
โจว หว่านอวี๋ สวมรองเท้าส้นสูงเดินมาอยู่ตรงหน้า หลินเจียง
“จะปิดร้านแล้วเหรอคะ?”
“ถ้าคุณไม่มาก็จะปิดแล้ว แต่ในเมื่อคุณมาแล้ว ผมจะปล่อยให้คุณหิวได้ยังไง”
“ฉันรู้เลยว่า มาที่คุณน่ะไม่ผิดหวังแน่นอน”
โจว หว่านอวี๋ หัวเราะคิกคัก แล้วดึงเก้าอี้มานั่งลง สีหน้าดูอ่อนล้าเล็กน้อย
“เอาเหมือนเดิมไหม? บะหมี่ซุปไก่กับโค้ก?”
“วันนี้ไม่กินบะหมี่ซุปไก่แล้วค่ะ มีบะหมี่เนื้อไหมคะ?”
“มีครับ รอแป๊บนะ”
“อ้อ จริงสิ โค้กไม่ต้องเย็นนะคะ”
ญาติมาสินะ
“ได้ครับ”
หลินเจียง หันกลับเข้าไปในครัว ทำบะหมี่เนื้อให้ โจว หว่านอวี๋ หนึ่งชาม แถมยังใส่เนื้อเพิ่มให้อีกสองสามชิ้น
ขณะเตรียมอาหาร หลินเจียง ก็กดไปที่เครื่องหมายตกใจบนหัวของเธอ
[ชื่อภารกิจ: กระต่ายจนตรอกยังกัดคน(1)]
[รายละเอียดภารกิจ: ต้องการรวบรวมหลักฐานการนอกใจของผู้จัดการหม่า ซ่างสี่ เพื่อไล่เขาออกจากห้างสรรพสินค้าเบิร์กลีย์]
[รางวัลภารกิจ: การ์ดโชคดี x1, ค่าประสบการณ์ 40 แต้ม]
ให้ค่าประสบการณ์ถึง 40 แต้ม!
สีหน้าของ หลินเจียง จริงจังขึ้น เขามองดูภารกิจอีกครั้ง รู้สึกว่ามันค่อนข้างยาก
หม่า ซ่างสี่ คนนี้ หลินเจียง รู้จัก เขาเป็นผู้จัดการของห้างสรรพสินค้าเบิร์กลีย์
ตอนที่เขาจะเปิดร้านใหม่ๆ เขาเคยคิดจะไปเปิดที่ศูนย์อาหารชั้นใต้ดินของห้าง แต่ หม่า ซ่างสี่ กลับปฏิเสธเขา แถมยังดูถูกเขาอีกด้วย
บอกว่าร้านที่ไม่ใช่แบรนด์แฟรนไชส์ จะทำให้ระดับของห้างตกต่ำลง
ตอนนั้นเขายังแอบสาบานในใจเลยว่า จะต้องทำร้านบะหมี่ให้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง แย่งธุรกิจของศูนย์อาหารมาให้หมด
แต่ความปรารถนานี้ก็ยังไม่เป็นจริง…
บะหมี่ทำเสร็จแล้ว หลินเจียง หยิบโค้กอุณหภูมิห้องขวดหนึ่งมายกให้ โจว หว่านอวี๋
เพราะมากินบ่อย โจว หว่านอวี๋ จึงไม่ทำตัวเป็นคนนอกเมื่อมาที่ร้านของ หลินเจียง
เธอถอดรองเท้าออกข้างหนึ่ง เท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่บนเก้าอี้ อีกข้างหนึ่งห้อยลงมาอย่างผ่อนคลายเป็นพิเศษ
โจว หว่านอวี๋ ถือโค้กขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้า หลินเจียง พร้อมกับส่งยิ้มซุกซน
“คุณเจ้าของร้านคะ รบกวนหน่อยค่ะ”
หลินเจียง ยิ้มออกมา แล้วช่วยเธอเปิดขวดโค้ก
อึก อึก เธอดื่มเข้าไปอึกใหญ่ สีหน้าดูพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
“วันนี้คุณเข้ากะดึกเหรอ”
“ใช่แล้วค่ะ ยืนทั้งวันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว แล้วยังโดน ไอ้เฒ่าหัวงู นั่นลวนลามทั้งวันอีกเป็นเหมือนโดนชกสองหมัดซ้อนเลย”
โจว หว่านอวี๋ นวดข้อเท้าของตัวเอง สีหน้าอ่อนล้า
“จริงๆ แล้วฉันไม่ค่อยหิวหรอกค่ะ ก็แค่อยากออกมาสูดอากาศข้างนอก ต้องมาสนองความต้องการของตัวเองหน่อย”
“คุณหมายถึงสนองความต้องการแบบไหนล่ะ ผมต้องดูตามสถานการณ์นะ”
เมื่อตระหนักถึงความสองแง่สองง่ามในคำพูด โจว หว่านอวี๋ ก็หัวเราะออกมา
“แน่นอนว่าต้องสนองกระเพาะของฉันสิคะ แต่ฉันสงสัยว่าคุณกำลัง ขับรถ(2) อยู่นะคะ และฉันก็มีหลักฐานแล้วด้วย”
จริงๆ แล้วผมก็สนองให้ถึงที่... ถึงท้อง(3)ได้ในขั้นตอนเดียวนะครับ
“เมื่อกี้คุณบอกว่ามีคนลวนลามคุณ คือหม่า ซ่างสี่ เหรอ?”
“นี่คุณยังเดาถูกอีกเหรอคะ?” โจว หว่านอวี๋ มอง หลินเจียง อย่างประหลาดใจ
“ผมเคยเจอเขา ดูจากโหงวเฮ้งก็รู้แล้วว่าเป็นพวกเฒ่าหัวงู หน้าตาของคุณในห้างทั้งหมดก็ถือว่า สวยระดับตัวท็อป เขาคิดไม่ดีกับคุณก็เป็นเรื่องธรรมดา”
“จริงๆ แล้วเมื่อก่อนเขาก็เคยส่งสัญญาณให้ฉันนะคะ แต่ตอนนั้นฉันมีลุงทำงานอยู่ในห้าง เป็นหัวหน้าเล็กๆ คนหนึ่ง เขาก็เลยยังไม่กล้าทำอะไรมาก ตอนนี้ลุงฉันเกษียณแล้ว เขาก็เลยกลับมาคิดไม่ดีกับฉันอีก วันๆ เอาแต่ส่งข้อความมาหา น่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว”
เมื่อพูดถึงหม่า ซ่างสี่ โจว หว่านอวี๋ ก็เหมือนกับเปิดฉากระบายความในใจ
“คนที่ห้างเรา ไม่มีใครไม่รำคาญเขาเลย ยังมีคนไปซื้อตุ๊กตาฟางจากในเน็ต แล้วแอบกลับไปแทงตอนกลางคืนเลยนะ ฮ่าๆๆ”
“เขาทำไม่สำเร็จมาตลอดเลย แล้วเขาได้แอบข่มขู่คุณบ้างไหม?” หลินเจียง ค่อยๆ หย่อนเบ็ดลงไป รอให้ โจว หว่านอวี๋ ค่อยๆ เล่าเรื่องราวออกมา
“จะไม่มีได้ยังไงล่ะคะ เพราะฉันไม่สนใจเขามาตลอด ช่วงนี้ก็เลยหาเรื่องฉันบ่อยๆ เห็นได้ชัดว่าจงใจเล่นงานฉัน”
“แล้วคุณจะทำยังไง? ลาออกเหรอ?”
“จะเป็นไปได้ยังไงกันคะ เงินเดือนกับสวัสดิการที่นี่ก็ดีจะตาย มีทั้งประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ ก็ลาออกไม่ได้แน่นอน”
โจว หว่านอวี๋ มอง หลินเจียง อย่างลึกลับ “จะบอกอะไรให้นะคะ เขาคนนี้ไม่สะอาดหรอก ข้างนอกยังมีผู้หญิงคนอื่นอีก ฉันอยากจะหาหลักฐานมาแฉเขา แบบนี้ที่ทำงานก็คงไม่เก็บเขาไว้แล้ว”
“วิธีนี้ไม่ผิดเลย แต่จะรวบรวมหลักฐานยังไง นี่แหละคือประเด็นสำคัญ”
“ฉันคิดไว้แล้ว ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็จะจ้างนักสืบเอกชน เอาวะ สู้ตาย!”
“นี่ก็เป็นวิธีหนึ่ง แต่ก็รีบร้อนไม่ได้”
แม้จะไม่ได้รู้จักกันลึกซึ้ง แต่ก็รู้ว่า โจว หว่านอวี๋ เป็นคนเด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย เธอสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้จริงๆ
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็คงไม่มีอะไรให้เขาทำแล้ว ภารกิจก็ไม่ต้องทำ
เพราะเรื่องเน่าๆ ของหม่า ซ่างสี่ นั้นสืบหาได้ไม่ยากเลย
“จริงด้วยค่ะ รีบร้อนไม่ได้ ต้องหานักสืบเอกชนที่ไว้ใจได้ ค่อยๆ ทำไป”
กินไปกินมา โจว หว่านอวี๋ ก็วางตะเกียบลงทันที มอง หลินเจียง อย่างจริงจัง
“คุณมองผมด้วยสายตาแบบนี้ จะทำให้ผมรู้สึกว่าคุณต้องการการสนองความต้องการแล้วนะ”
“ฮ่าๆๆ…” โจว หว่านอวี๋ หัวเราะจนตัวงอ การหยอกล้อแบบนี้เธอไม่ได้โกรธเลย
“ฉันนึกวิธีหนึ่งออกแล้วค่ะ”
“คงไม่ได้จะให้ผมเป็นนักสืบไปสืบเขาหรอกนะ? นี่ไม่ใช่ทางถนัดของผมเลย”
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ หลินเจียง ก็คิดอีกทีว่า ถ้าให้เขาทำเรื่องนี้จริงๆ ก็ดูเหมือนจะทำได้เหมือนกัน
เพราะกระบวนการไม่สำคัญ ขอแค่เป้าหมายสำเร็จก็พอ
“ฉันรู้ว่าคุณไม่ถนัดเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นคุณแกล้งทำเป็นแฟนฉัน แล้วไปที่ห้างกับฉันเพื่อขู่เขาสักหน่อยดีไหมคะ”
โจว หว่านอวี๋ ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าอกของ หลินเจียง อย่างกล้าหาญ
“ฉันรู้สึกว่าคุณตัวใหญ่ดีนะ พอเห็นคุณแล้ว เขาคงไม่กล้ามาลวนลามฉันแล้วล่ะ”
เรื่องการเป็นไม้กันหมาแบบนี้ หลินเจียง ไม่ได้รังเกียจ
แต่ความต้องการของภารกิจไม่ใช่แบบนี้…ก็เลยไม่จำเป็นต้องทำ
ตามกฎของเกม ภารกิจที่มอบให้ล้วนเป็นสิ่งที่ NPC คิดอยู่ในใจ ดังนั้นคำพูดเมื่อกี้ของเธอน่าจะเป็นการล้อเล่น ไม่ได้อยากให้เขาทำแบบนั้นจริงๆ
มิฉะนั้นรายละเอียดภารกิจคงเปลี่ยนไปแล้ว
“ถ้าคุณต้องการ ผมก็ไม่เกี่ยง” หลินเจียง ยิ้ม
“ฉันรู้เลยว่าคุณเป็นคนไว้ใจได้ แต่ฉันก็แค่พูดไปงั้นๆ คุณอย่าไปจริงจังเลยนะ ฉันไม่อยากรบกวนคุณ”
หลังจากกินบะหมี่ไปสองสามคำ โจว หว่านอวี๋ ก็วางตะเกียบลง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสแกนจ่ายเงิน
“ฉันไปก่อนนะคะ บ๊ายบาย”
“บายครับ”
โจว หว่านอวี๋ จากไปแล้ว ในร้านไม่มีลูกค้คนอื่น หลินเจียง ก็เตรียมจะปิดร้าน
เขาปิดไฟในร้าน ล็อกประตูแล้วดึงประตูม้วนลงมา เอาป้ายที่เขียนว่า ‘วันนี้ปิดร้าน’ มาติดไว้ที่ประตู แล้วก็กลับบ้าน
[ผู้เล่นทำงานหนักมาทั้งวัน, ร่างกาย +1]
ระหว่างทางกลับบ้าน เขาแวะซื้อปีกเป็ดพะโล้ยี่ห้อดังไปเล็กน้อย เพื่อเฉลิมฉลองให้กับชีวิตอันแสนวิเศษ
เขาเดินช้าๆ กลับมาถึงบ้าน เพิ่งจะออกจากลิฟต์ก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน
“ที่รัก โครงการนี้มันเร่งด่วนมากเลย กลับมาบ้านได้ไม่นานก็ต้องไปอีกแล้ว งานนี้ผมน่ะเบื่อเต็มทนแล้ว”
…………
(1)[กระต่ายจนตรอกยังกัดคน (兔子急了还咬人) – เป็นสำนวนมีความหมายตรงกับสำนวนไทย หมายถึง แม้แต่คนที่ดูอ่อนแอหรือยอมคนมาตลอด หากถูกบีบคั้นจนถึงที่สุดก็สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้]
(2)[ขับรถ (开车) – เป็นสแลงในอินเทอร์เน็ตหมายถึง การพูดเรื่องตลกสองแง่สองง่าม เรื่องลามก หรือการเล่าเรื่อง 18+ ประโยค ‘สงสัยว่าคุณกำลังขับรถ’ จึงหมายถึง ‘สงสัยว่าคุณกำลังเล่นมุกทะลึ่งอยู่นะ’]
(3)[สนองให้ถึงที่... ถึงท้อง (一步到胃) – เป็นการเล่นคำพ้องเสียงจากสำนวน 一步到位 ที่แปลว่า “ทำให้สำเร็จในขั้นตอนเดียว” โดยเปลี่ยนตัวอักษร 位 ที่แปลว่า ‘ตำแหน่ง’ เป็น 胃 ที่แปลว่า ‘กระเพาะอาหาร’ แต่ในบริบทนี้เป็นการเล่นมุกสองแง่สองง่าม แฝงนัยยะถึงเรื่องทางเพศ]