บอสปรากฏตัว
หลังจากความหฤหรรษ์ครั้งแรกผ่านไป การเล่นไพ่ครั้งที่สองก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
หลินเจียง โชคดีมาก จับได้ไพ่ดีๆ หลายใบ คืนหนึ่งคำที่ สวีหลิน พูดบ่อยที่สุดก็คือ ‘อย่า… อย่า… อย่า…’
แสงแดดส่องผ่านช่องว่างของม่านเข้ามา ทั้งสองคนตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น
แต่ยังมองไม่ออกในทันทีว่าใครสดชื่นกว่ากัน
[เมื่อคืนคุณได้สังหารโหดไปทั่วทั้งสี่ทิศ พลังการต่อสู้ +1]
ระบบเอ๋ย แกนี่มันประเมินเก่งจริงๆ
“รีบไปล้างหน้าล้างตาอย่าโอ้เอ้ วันนี้ร้านของลูกพี่ลูกน้องหม่า ซ่างสี่ เปิดแล้ว มีเรื่องให้คุณยุ่งอีกเยอะ”
“ไม่เป็นไร ผมรู้ดี”
หลังจากลุกขึ้นมา กินอะไรไปง่ายๆ แล้ว หลินเจียง ก็ไปที่ร้าน
ตอนที่มาถึง ก็พบว่า เฉิน จิ้งเสียน มาถึงแล้ว
เพราะมาทำงาน การแต่งกายของ เฉิน จิ้งเสียน จึงดูคล่องแคล่วมาก กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่กับเสื้อยืดสีขาว ดูอ่อนกว่าวัยไปมาก เหมือนกับนักศึกษาสาว
“รอนานไหมครับ”
“ก็ไม่นานเท่าไหร่” เฉิน จิ้งเสียน จัดผม แล้วพูดว่า “เมื่อกี้ฉันไปดูที่ร้านข้างๆ มาแล้ว พวกเขาก็มีโปรโมชั่นเหมือนกัน กินบะหมี่แถมเครื่องดื่ม แถมยังให้คูปองเงินสด 3 หยวนด้วย”
หลินเจียง มองไปที่ประตูร้านบะหมี่ชุนเหอ มีกระเช้าดอกไม้วางอยู่สองแถว มีพรมแดงด้วย มีคนกำลังง่วนอยู่ที่ประตู แม้แต่ประทัดก็ยังเอาออกมา
“จัดงานใหญ่เหมือนกันนะ” หลินเจียง พึมพำ
“เพราะงั้นเราก็ต้องมีสำนึกในวิกฤตบ้าง”
“วางใจเถอะ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของผมแล้ว”
เขาหยิบกุญแจออกมาเปิดประตูร้าน ไม่นาน หลี่ หยวนหยวน กับจาง กั๋วฟู่ ก็มาถึง
หลินเจียง แนะนำตัวกันง่ายๆ แล้วก็เริ่มเปิดร้านอย่างเป็นทางการ
“ลด 50%? โปรโมชั่นลดราคานี่มันโหดเกินไปแล้วนะ โดยพื้นฐานแล้วก็คือขาดทุนเพื่อเรียกแขกชัดๆ”
เมื่อเห็นแผนโปรโมชั่นที่ หลินเจียง เขียน เฉิน จิ้งเสียน ก็พูดอย่างประหลาดใจ
“นี่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว สร้างแรงกดดันให้พวกเขาก่อน ผมยังขาดทุนไหว”
“เข้าใจแล้ว”
ปัง ปัง ปัง... ปัง ปัง ปัง...
ในตอนนั้นเอง เสียงประทัดก็ดังขึ้น หลี่ หยวนหยวน สงสัย จึงออกไปดู
“พี่เจียง ร้านข้างๆ เปิดแล้วค่ะ กำลังจุดประทัดอยู่”
“เธอเอาป้ายโฆษณาโปรโมชั่นไปติดที่ประตู แล้วเปิดร้านอย่างเป็นทางการเลย”
“ค่ะๆ”
เสียงประทัดสิ้นสุดลง หลี่ หยวนหยวน ก็เอาป้ายโฆษณาของร้านไปติดที่ประตู
เพิ่งจะติดไปไม่นาน ก็มีลูกค้าเข้าร้านมาแล้ว
หลินเจียง มองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง หน้าคุ้นๆ เป็นลูกค้าประจำของร้าน
“วันนี้ลด 50% ทั้งร้านเลยเหรอ? โปรโมชั่นโหดขนาดนี้?”
“พวกคุณมาอุดหนุนบ่อยๆ ผมก็จะเป็นหวง ซื่อเหริน(1) ไม่ได้ ต้องให้สวัสดิการกับครอบครัวบ้าง ฮ่าๆ...”
“ฮ่าๆ... ไอ้หนูพูดเก่งนี่ ทำดีๆ ต่อไปล่ะ ไม่ว่าถนนสายนี้จะเปิดร้านบะหมี่อีกกี่ร้าน ฉันก็จะมากินร้านแก”
“ได้เลยครับ เชิญนั่งข้างใน”
เมื่อมีลูกค้ามา ร้านก็เริ่มวุ่นวายขึ้น
ขณะเดียวกัน เพราะแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ออนไลน์ก็ลด 50% เช่นกัน ยอดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ก็พุ่งสูงขึ้น ในเวลาไม่กี่นาที ก็ขายไปได้สิบกว่าชาม
………
ร้านบะหมี่ชุนเหอ
โจว เฉิงหรง ภรรยาของเขา อู๋ ลี่ผิง และหม่า ซ่างสี่ กำลังเตรียมพร้อมอยู่ในร้าน
โจว เฉิงหรง รูปร่างอ้วนเล็กน้อย ส่วนสูงก็ไม่เตี้ย ไม่ได้ดูอ่อนแอเหมือน หม่า ซ่างสี่ นั่งอยู่ที่นั่น ให้ความรู้สึกแข็งแรงบึกบึน
แต่ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ไม่มีคนเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ยอดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ก็ยังไม่มี
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ใกล้จะถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว ทำไมไม่มีคนมาเลย” อู๋ ลี่ผิง พึมพำ
“อย่าเพิ่งรีบ ยังไม่ถึงเวลาพักเที่ยงของเบิร์กลีย์เลย อย่างน้อยก็ต้องอีกครึ่งชั่วโมงถึงจะมีคนมา”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ก็ยังไม่มีคน
มีเพียงยอดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่น่าสงสารเพียงออเดอร์เดียว
“ไม่ค่อยจะถูกต้องแล้วนะ คนไปไหนกันหมด ฉันออกไปดูหน่อย”
อู๋ ลี่ผิง ทนไม่ไหว ลุกขึ้นไปนอกร้าน และเป้าหมายการสอดแนมหลักของเธอก็คือร้านของ หลินเจียง
ถ้าร้านของเขาก็ไม่มีคน สถานการณ์ของฝั่งตัวเองก็เข้าใจได้ง่ายแล้ว
“ร้านของเขามีคนเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ!”
“ตกใจอะไรนักหนา ทำเอาฉันตกใจหมด”
“คุณออกมาดูเองก็รู้แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” อู๋ ลี่ผิง ร้อนใจจนตบขาตัวเอง
โจว เฉิงหรง คาบบุหรี่ วางขาที่ไขว่ห้างลง เดินออกมานอกร้าน มองไปทางร้านเล็กๆ ของ หลินเจียง อย่างเป็นธรรมชาติ
“ทำไมคนไปที่ร้านเขากันหมด!”
นอกร้านของ หลินเจียง ยังตั้งโต๊ะไว้อีกสองตัว ลูกค้ากำลังกินบะหมี่ในชามอย่างเอร็ดอร่อย
“โปรโมชั่นของเราแรงขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะสู้พวกเขาไม่ได้”
โจว เฉิงหรง พึมพำ อู๋ ลี่ผิง ก็งงมาก
เรื่องรสชาติ ต้องลองชิมถึงจะรู้ ตอนนี้ยังไม่ได้ชิมรสชาติเลย ก็ไปร้านของคนอื่นแล้ว นี่มันแปลกเกินไปแล้ว
“รอเดี๋ยว ฉันไปดูหน่อย”
เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกเปิดโปง โจว เฉิงหรง ก็ทิ้งก้นบุหรี่ แล้วขึ้นรถของตัวเองไปพร้อมกับ หม่า ซ่างสี่ ขับไปที่หน้าร้านของ หลินเจียง
ก็พบว่ามีคนเข้าๆ ออกๆ ตลอดเวลา แถมยังมีไรเดอร์เดลิเวอรี่อีกมากมาย ร้านในถนนทั้งสายมีแต่ร้านของเขาที่คึกคักที่สุด
“แม่มเอ๊ย! ถึงกับจัดโปรลดครึ่งราคาเลยเหรอ?!”
ราคาเฉลี่ยของบะหมี่แต่ละอย่างประมาณ 20 หยวนต่อชาม ลด 50% ก็คือ 10 หยวนต่อชาม
ราคานี้อย่าว่าแต่ในตัวเมืองเลย ต่อให้ไปหาในชานเมืองก็หาไม่ได้ ก็ไม่แปลกที่ลูกค้าในร้านของตัวเองจะถูกแย่งไป
“นี่มัน!”
ธุรกิจร้านบะหมี่ที่คึกคัก เกือบจะทำให้ โจว เฉิงหรง โกรธจนตัวแดง(2)
ข้าแค่ถอดเสื้อกล้าม แกแม่งถอดกางเกงในเลยว่าซั่น!
อวดว่าใหญ่รึไง!
ค...ยแม่มเอ๊ย!
“จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ฉันแนะนำให้เราเองก็ลด 50% แถมเครื่องดื่มไปอีกขวด แบบนี้ถึงจะแย่งลูกค้ากลับมาได้!”
หม่า ซ่างสี่ ทำงานที่ห้างเบิร์กลีย์มาหลายปี คิดหาวิธีตัดแขนเพื่อเอาชีวิตรอด(3) ได้อย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้ก็ทำได้แค่นี้แหละ ต้องสู้กับมันสักตั้ง!”
………
ภายในร้านเล็กๆ ของ หลินเจียง วุ่นวายอย่างยิ่ง แม้แต่เวลาเข้าห้องน้ำก็ยังไม่มี
ในความวุ่นวายนั้น หลินเจียง ก็แอบดูยอดขาย ตอนนี้เพิ่งจะเที่ยงวัน ก็ขายไปได้ 80 กว่าชามแล้ว
ด้วยความเร็วขนาดนี้ แค่ช่วงเวลาอาหารกลางวันก็น่าจะทำภารกิจ 200 ชามสำเร็จแล้ว
[บอสปรากฏตัว ผู้เล่นโปรดระวังตัวด้วย]
การแจ้งเตือนของเกมที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้ หลินเจียง ชะงักไปครู่หนึ่ง
ทำภารกิจมาหลายวัน เจอ NPC มามากมาย นี่เป็นครั้งแรกที่ปรากฏการแจ้งเตือนแบบนี้
นี่ก็หมายความว่า บอสที่ระบบพูดถึงน่าจะอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่อยู่ในระยะสายตาของเขา
แต่ที่เรียกว่าบอสมันคืออะไรกันแน่?
น่าสนใจแหะ…
ถ้าเป็นเกมคอมพิวเตอร์ ก็ต้องระวังตัวหน่อยแล้ว เพราะบอสอาจจะโผล่ออกมาได้ทุกเมื่อ
ถึงแม้ชีวิตของเขาจะถูกทำให้เป็นเกมไปแล้ว แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็คงไม่เกิดเรื่องที่เหลือเชื่อขนาดนั้น
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลอะไร ทำเรื่องของตัวเองไปก็พอแล้ว ส่วนจะปรากฏตัวเมื่อไหร่ ก็แล้วแต่สวรรค์ลิขิต
เขามองข้ามการแจ้งเตือนของเกมไป แล้วก็ง่วนอยู่กับงานต่อไป
เวลาค่อยๆ ผ่านไปลูกค้าในร้านก็เริ่มน้อยลง แต่ยอดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ยังคงคึกคัก
“ร้านข้างๆ ลดราคาแล้ว ไม่เพียงแต่ลด 50% ยังแถมเครื่องดื่มด้วย มีคนไปกินร้านนั้นเยอะเลย” เฉิน จิ้งเสียน เดินมาพูด
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง มิน่าล่ะลูกค้าถึงน้อยลง”
“ตอนนี้เราจะทำยังไงดี?”
“ไม่ทำยังไง ก็สู้กันไปแบบนี้แหละ”
“ห๊ะ? ถ้าเป็นแบบนี้ ลูกค้าก็ไม่ถูกแย่งไปหมดเหรอ”
“ไม่เป็นไร ผมยังขาดทุนไหว”
ตอนนี้ภารกิจหลักคือการทำภารกิจให้สำเร็จ
ขอแค่ทำภารกิจสำเร็จ ได้รับผงชูรสเลิศรสมา การจัดการพวกเขาก็เป็นเรื่องง่ายๆ
“งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ ยังมีเดลิเวอรี่ที่ยังไม่แพ็คอีกเยอะเลย”
“อืม”
ลูกค้าถูกแย่งไปส่วนหนึ่ง หลินเจียง ไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
เขาเปิดแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ทั้งสองแอป ก็พบว่าราคาของร้านบะหมี่ชุนเหอไม่ได้เปลี่ยนแปลง ดังนั้นยอดขายออนไลน์พวกเขาจึงสู้เขาไม่ได้
ตอนนี้มีเดลิเวอรี่ค้ำอยู่ อยากจะทำภารกิจให้สำเร็จก็เป็นเรื่องง่ายๆ
แน่นอนว่า…พวกใช้โปร(4) ไม่มีวันขาดทุน
เป็นเช่นนี้ จนกระทั่งถึงบ่ายสองโมงกว่า ลูกค้าในร้านและยอดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ก็ลดลงพร้อมๆ กัน
จาง กั๋วฟู่ กับหลี่ หยวนหยวน สองคนก็รับมือไหวแล้ว
ขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
[ภารกิจสำเร็จ: รางวัลผงชูรสเลิศรส x1, 50 แต้มประสบการณ์]
หลินเจียง ถูมือไปมา รอคอยที่จะได้เห็นผลของผงชูรสเลิศรส
ในตอนนั้นเอง พนักงานส่งของคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู
“หลินเจียง อยู่ที่นี่ไหม? มีของของเขามาส่ง”
“ผมเองครับ”
พนักงานส่งของลงมาจากรถสามล้อ ยกกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดหนึ่งเมตรออกมา
“ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ!”
หลินเจียง อุทานออกมาเหมือนกับ สวีหลิน
“น้องชายรีบมาช่วยหน่อย ของมันหนักมาก คนเดียวฉันยกไม่ไหว”
“ได้เลยครับๆ”
ทั้งสองคนช่วยกันยกกล่องใหญ่ออกมา น้ำหนักมากจริงๆ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเกินร้อยจิน
หลินเจียง กับพนักงานส่งของช่วยกันยกของไปไว้ที่หลังครัว แต่ยังไม่ได้แกะ รอให้คนกลับไปหมดก่อนค่อยว่ากัน
“พี่เจียง ธุรกิจที่ร้านดีขนาดนี้เลยเหรอคะ?”
เมื่อได้ยินเสียงพูด หลินเจียง ก็หันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็น ฉิน โยวโยว
“วันนี้ลดราคาโปรโมชั่น ธุรกิจที่ร้านก็ไม่เลวเลย อยากกินอะไร? เดี๋ยวผมให้หลังครัวทำให้”
“ฉันยังไม่หิวเลยค่ะ มาหาพี่ อยากจะชวนไปกินข้าวเย็น แต่ดูสภาพแล้ว คงจะไม่ได้กินแล้ว”
“วันนี้คงไม่ได้แน่นอนครับ ไว้วันอื่นแล้วกัน”
“พรุ่งนี้ได้ไหมคะ?”
“พรุ่งนี้ดูสถานการณ์อีกที ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกัน”
“ได้ค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะส่งข้อความหานะคะ”
“โอเคครับ”
ทั้งสองคนคุยกันสองสามคำ ฉิน โยวโยว ก็จากไป หลินเจียง ก็ยังคงง่วนอยู่ในร้าน
ในช่วงบ่าย เพราะร้านบะหมี่ชุนเหอเปิดสงครามราคา ลูกค้าถูกแย่งไปส่วนหนึ่ง ทำให้ธุรกิจในร้านไม่คึกคักเหมือนช่วงเช้าแล้ว แต่ก็ยังคงยุ่งอยู่ตลอด ไม่ได้พักเลย
จนกระทั่งสองทุ่ม หลินเจียง ก็ปิดแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ยุ่งมาทั้งวันเขาก็เหนื่อยแล้ว ไม่คิดจะรับออเดอร์เปิดร้านต่อแล้ว
“อาจารย์จาง หยวนหยวน วันนี้ขอบคุณมากนะ เราเลิกงานกันเร็วหน่อย พวกคุณก็จะได้พักผ่อนเร็วๆ”
“ขอบคุณค่ะพี่เจียง”
ทั้งสองคนเก็บของ แล้วก็เลิกงานกลับบ้าน
เฉิน จิ้งเสียน เป็นนักบัญชี ตามความเคยชินก็นั่งคำนวณบัญชีอยู่ที่เคาน์เตอร์เก็บเงิน
หลินเจียง กลับไปที่หลังครัว เปิดกล่องกระดาษอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อเปิดออกมาก็พบว่า ข้างในเป็นถุงเล็กๆ อีกหลายถุง และเล็กมาก ทั้งหมดเป็นแบบบรรจุ 1 กรัม
บนสุดมีกระดาษ A4 พับอยู่หนึ่งแผ่น เปิดออกมาก็พบว่าเป็นคู่มือการใช้งาน
[น้ำซุปทุก 50 กิโลกรัม (50 ลิตร โดยประมาณ) ใส่ผงชูรสเลิศรส 1 กรัม รสชาติจะดียิ่งขึ้น]
[น้ำทุก 50 ลิตร ใส่ผงชูรสเลิศรส 1 กรัม และใช้ในการนวดแป้ง รสชาติจะดียิ่งขึ้น]
…………
(1)[หวง ซื่อเหริน (黄世仁) – เป็นตัวร้ายเจ้าที่ดินในอุปรากรจีนยุคปฏิวัติเรื่อง ‘นางผมขาว (The White-Haired Girl)’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนายทุนหรือผู้มีอำนาจที่กดขี่ข่มเหงผู้คน การที่ หลินเจียง พูดว่าเขาจะเป็น ‘หวง ซื่อเหริน’ ไม่ได้ หมายความว่าเขาจะไม่ขูดรีดลูกค้าประจำและจะให้สิทธิพิเศษ]
(2)[โกรธจนตัวแดง (干红温了) – เป็นสแลงในวงการเกม หมายถึงการถูกยั่วยุหรือกดดันจนโกรธจัดหรือหัวร้อน]
(3)[ตัดแขนเพื่อเอาชีวิตรอด (断臂求生) – เป็นสำนวนหมายถึง การยอมสละส่วนน้อยหรือยอมเสียสละอย่างใหญ่หลวงเพื่อรักษาส่วนใหญ่หรือเอาตัวรอดจากหายนะที่ใหญ่กว่า]
(4)[พวกใช้โปร (挂逼) – เป็นคำสแลงในภาษาจีนที่ใช้เรียกผู้เล่นที่ใช้โปรแกรมโกง (เรียกว่า 外挂) ในการเล่นเกม ในที่นี้ หลินเจียง เปรียบเทียบว่า ‘ระบบ’ ที่เขาได้รับมาก็เหมือนกับโปรแกรมโกง ทำให้เขามีความได้เปรียบและไม่มีวันขาดทุนครับ]