ฉันบอกให้คุณดูคอมพิวเตอร์ ไม่ได้ให้ดูอย่างอื่น
เมื่อเห็นคู่มือการใช้งาน หลินเจียง ก็บ่นในใจ
เป็นไปตามที่เขาคิดไว้จริงๆ ของสิ่งนี้สามารถเพิ่มรสชาติของบะหมี่ได้
เพียงแต่ไม่คิดว่า นอกจากจะเพิ่มรสชาติของน้ำซุปแล้ว ยังสามารถเพิ่มรสสัมผัสของเส้นบะหมี่ได้อีกด้วย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ไม่คาดคิด
เขาลองยกกล่องขึ้น น้ำหนักไม่เบาเลย
หลินเจียง ค่อนข้างสงสัย จึงวางกล่องใหญ่ลงบนตาชั่ง 103 จิน (ประมาณ 61.8 กิโลกรัม) ถ้าหักน้ำหนักกล่องกระดาษด้านนอกออกไป ผงชูรสเลิศรสด้านในก็เกือบ 100 จิน (ประมาณ 50 กิโลกรัม)
คำนวณดูแล้ว ข้างในก็มีอยู่ห้าหมื่นถุง
น้ำซุป 100 จิน น่าจะทำบะหมี่ได้ประมาณ 200 ชาม เมื่อมีผงชูรสเลิศรสมาเสริมทัพ ธุรกิจในอนาคตต้องดีขึ้นแน่นอน แต่บะหมี่วันละ 400 ชามก็เพียงพอต่อการขายแล้ว
การนวดแป้งในแต่ละวัน คงใช้น้ำไม่ถึง 50 ลิตร คำนวณโดยรวมแล้ว ในแต่ละวันน่าจะใช้ผงชูรสเลิศรสประมาณสามถุง
หลินเจียง หยิบเครื่องคิดเลขออกมาคำนวณ ในกรณีที่ไม่มีวันหยุดตลอดทั้งปี สามารถใช้ได้นานถึง 45 ปี ต่อให้ในอนาคตร้านเล็กๆ จะขยายกิจการ ก็ยังเพียงพอที่จะใช้ได้อีกยี่สิบกว่าปี ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่พอใช้เลย
เมื่อกลับมาที่ห้องครัว หลินเจียง ก็ดูน้ำซุป วางลงบนตาชั่งชั่งดู เหลืออยู่ประมาณ 10 จิน (ประมาณ 5 ลิตร)
หลินเจียง แบ่งผงชูรสเลิศรสหนึ่งส่วนออกเป็นสิบส่วนเท่าๆ กัน แล้วหยิบหนึ่งในนั้นเทลงไปในน้ำซุป
หลังจากคนให้เข้ากันแล้วลองชิมดู ทันใดนั้นตาก็เป็นประกาย
นี่มันเรียกว่าน้ำซุปเหรอวะ?
ขนาดเง็กเซียนฮ่องเต้ยังไม่ได้ดื่มของอร่อยขนาดนี้เลยมั้ง?
มีของสิ่งนี้อยู่ ต่อให้ตัวเองไม่ลดราคา ก็สามารถโค่นร้านข้างๆ ลงได้
แต่ของสำคัญขนาดนี้ วางไว้ที่ร้านคงไม่เหมาะ วางไว้ที่บ้าน แล้วทุกวันค่อยหยิบออกมาสองสามถุงก็พอแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเจียง ก็หากล่องอีกใบมา แบ่งผงชูรสเลิศรสออกเป็นสองส่วน แบบนี้จะยกสะดวกขึ้นหน่อย
“ยังมีอะไรต้องทำอีกไหม? ให้ฉันช่วยรึเปล่า” เมื่อเห็น หลินเจียง ง่วนอยู่ในครัวหลังร้าน เฉิน จิ้งเสียน ก็หันกลับมาถาม
“ไม่ต้องครับ ผมเก็บของแป๊บเดียว เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
เฉิน จิ้งเสียน พยักหน้า ไม่ได้เข้าไปช่วยอย่างแข็งขัน เธอเองก็มีเรื่องของตัวเองต้องทำ นั่นก็คือการตรวจสอบบัญชีของวันนี้
อย่างไรเสียก็จบสายบัญชีมา ได้กลายเป็นนิสัยทางอาชีพไปแล้ว
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง—
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของ เฉิน จิ้งเสียน ก็ดังขึ้น เป็นสายจากน้องสาวของเธอ เฉิน จิ้งเจีย
“พี่คะ วันนี้มีเรียนไหม ตอนเย็นฉันว่าง จะไปรับ”
“วันนี้ไม่มีเรียน พรุ่งนี้มี”
“งั้นได้ พรุ่งนี้ฉันไปรับนะ แค่นี้ก่อนนะ”
“เธอเดี๋ยวก่อน” เฉิน จิ้งเสียน เรียก เฉิน จิ้งเจีย ไว้
“มีอะไรเหรอพี่”
“วันนี้เห็นโมเมนต์ของเธอแล้ว ซื้อของไปเยอะเลย ใช้เงินไปไม่น้อยเลยสินะ”
“ก็ใช่ค่ะ รวมๆ แล้วใช้ไปสี่หมื่นกว่า บัตรเครดิตรูดจนเต็มวงเงินแล้ว”
ในใจของ เฉิน จิ้งเสียน มีไฟโกรธลุกโชนขึ้นมา
“คิดว่าหย่าแล้วก็มีอิสระแล้วใช่ไหม กว่าจะเก็บเงินได้หน่อย ก็ใช้ไปหมดในทีเดียว เธอคิดยังไงของเธอ”
“ฉันก็ไม่อยากหรอกนะ แต่หลักๆ คือการงานมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช้เงินดูแลตัวเองบ้างก็ไม่ได้”
“เปลี่ยนงานมันเกี่ยวอะไรกับการใช้เงินของเธอล่ะ”
“ฉันลืมบอกพี่ไปเลย ฉันได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว ถูกย้ายไปเป็นผู้จัดการที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์แล้ว”
เฉิน จิ้งเจีย ทำงานในบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ทั่วทั้งเมืองจงไห่ มีโครงการที่อยู่อาศัยกว่ายี่สิบแห่งที่บริษัทของพวกเธอรับผิดชอบอยู่ เกือบทั้งหมดเป็นโครงการระดับกลางถึงสูง
“ก็คือโครงการบ้านหรูระดับท็อปของจงไห่แห่งนั้นน่ะเหรอ?”
“ใช่ ก็ที่นั่นแหละ เงินเดือนก็ขึ้นมา 1,000 กว่าเลยนะ สวัสดิการดีขึ้นเยอะเลย”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการใช้เงินของเธอล่ะ”
“เรื่องนี้พี่ก็ไม่เข้าใจแล้วล่ะสิ เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์เป็นโครงการบ้านหรูระดับท็อปสุดเลยนะ เจ้าของบ้านที่นั่นแต่ละคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้น ในเรื่องการแต่งตัวของฉัน ก็จะแย่เกินไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเวลาจะไปเสนองาน คนเขาก็จะไม่ชายตามองฉันเลย พี่คิดดูสิ ถึงตอนนั้นฉันจะทำงานได้ยังไง”
“นี่...”
เฉิน จิ้งเสียน คิดๆ ดูแล้ว ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง
“ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าจะใช้ไปหมดเลยนะ”
“ฉันก็ประหยัดมากแล้วนะ พอไปถึงห้างพี่ก็จะรู้เองว่า เงินมันไม่ใช่เงินแล้ว เหมือนกับสายน้ำเลย ไม่ทันระวังก็ใช้หมดแล้ว”
“ครั้งนี้ฉันจะไม่ว่าเธอแล้ว แต่ในใจเธอต้องรู้จักตัวเองบ้าง” เฉิน จิ้งเสียน สอน “การใช้เงินล่วงหน้า(1) แบบเธอนี่น่ะ ไม่ช้าก็เร็วก็เป็นปัญหาแน่ พอมีแฟนใหม่ รู้ว่าเธอใช้เงินเก่งขนาดนี้ ก็ไม่มีใครกล้าแต่งงานกับเธอหรอก”
“ผู้ชายที่บ่นว่าผู้หญิงใช้เงินเก่ง โดยทั่วไปแล้วก็ไม่มีความสามารถอะไรหรอก” เฉิน จิ้งเจีย พูดกลับ “พี่ ความคิดของพี่มันหัวโบราณเกินไปแล้ว พี่ยิ่งประหยัดมัธยัสถ์ ผู้ชายก็ยิ่งไม่เห็นค่าพี่ พี่จะปล่อยให้ตัวเองถูกผูกมัดไม่ได้นะ”
“ฉันไม่อยากจะฟังเหตุผลข้างๆ คูๆ ของเธอหรอกนะ จิ้งเจีย”
“นี่มันจะเป็นเหตุผลข้างๆ คูๆ ได้ยังไงล่ะ ความจริงก็เป็นแบบนี้” เฉิน จิ้งเจีย พูด “แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ได้ใช้เงินเก่งขนาดนั้น ของพวกนี้เป็นของจำเป็น ต่อไปไม่เป็นแบบนี้แน่นอน”
“แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย”
“ได้ๆ ไม่คุยกับพี่แล้วนะ พรุ่งนี้ฉันไปรับ แล้วเราไปเดินตลาดกลางคืน กินของว่างอะไรกันก็ได้”
“ฉันเลิกเรียนสี่ทุ่มนู่น ดึกเกินไปแล้ว เธอไม่ต้องมาหรอก”
“แบบนั้นได้ยังไง พี่เป็นพี่สาวฉันนะ เวลาของฉันสะดวก ก็ต้องไปรับพี่สิ”
“ถ้าเธอเห็นฉันเป็นพี่สาวจริงๆ ก็ฟังคำพูดของฉันบ้าง ต่อไปประหยัดๆ หน่อย”
“หนูรู้แล้วน่า เรื่องการใช้ชีวิตหนูก็ไม่แย่หรอก แค่พี่ยังไม่รู้ก็เท่านั้นเอง เอาล่ะ หนูวางสายก่อนนะ”
เฉิน จิ้งเจีย วางสายไป เฉิน จิ้งเสียน ก็พลันส่ายหัวอย่างจนปัญญา
อายุปูนนี้แล้ว ไม่รู้ว่าจะแต่งงานออกไปได้เมื่อไหร่
ในตอนนั้นเอง หลินเจียง ก็เดินออกมาจากครัวหลังร้าน หยิบน้ำแห่งความสุข(2)เย็นๆ ออกมาจากตู้เย็น แล้วดื่มอึกๆ
“ดื่มช้าๆ หน่อย ระคายเคืองกระเพาะอาหาร” เฉิน จิ้งเสียน เอ่ยเตือน
“ไม่เป็นไรครับ ก็นานๆ ครั้ง...เอิ๊ก...”
“จริงๆ เลยนะเธอเนี่ย” เฉิน จิ้งเสียน โบกมือ “เธอรีบมานี่”
“มีอะไรครับ”
“มานี่เดี๋ยวก็รู้เอง”
หลินเจียง ถือขวดโค้กที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง เดินไปยืนอยู่ข้างหลัง เฉิน จิ้งเสียน ในวินาทีนี้ คำสอนในอดีตก็กลับมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง
ในตำรากล่าวไว้ว่า ‘เมื่อได้ขึ้นสู่ยอดเขาแล้วไซร้ จะเห็นภูเขาทั้งหลายเล็กกระจ้อยร่อยอยู่เบื้องล่าง’(3)
เสื้อยืดสีขาวที่ เฉิน จิ้งเสียน สวมใส่อยู่ คอเสื้อกว้าง เมื่อมองลงไป ทิวทัศน์…มันก็ช่างงดงามเป็นพิเศษ
ตอนแรกคิดว่าขนาดของ เฉิน จิ้งเจีย ก็ไร้เทียมทานในปฐพีแล้ว ไม่คิดว่า เฉิน จิ้งเสียน จะดุดันกว่าเธอเสียอีก
“หืม?”
เมื่อเห็น หลินเจียง ไม่พูดอะไร เฉิน จิ้งเสียน ก็หันกลับมาเงยหน้ามองก็พบว่าสายตาของเขาเลื่อนลอยเล็กน้อย แล้วก็มองไปที่คอเสื้อของตัวเอง
“ฉันบอกให้คุณดูคอมพิวเตอร์ ไม่ได้ให้ดูอย่างอื่น” เฉิน จิ้งเสียน พูดอย่างกระเง้ากระงอด
“ได้เลยครับ”
[คุณได้รับความรู้สึกดีๆ จาก NPC เฉิน จิ้งเสียน ค่าความสนิทสนม +10]
[ค่าความสนิทสนม: 40]
แบบนี้ก็เพิ่มค่าความสนิทสนมได้ด้วยเหรอ?
ถ้าคุณเป็นแบบนี้ ผมก็จะมองอย่างเปิดเผยแล้วนะ
“วันนี้ขายบะหมี่ไป 347 ชาม ยอดขายคือ 5,531 หยวน ถ้าร้านบะหมี่ชุนเหอไม่ลดราคาตาม น่าจะขายได้เยอะกว่านี้” เฉิน จิ้งเสียน พูด “แต่ฉันคิดว่า เราไม่ควรจะทำสงครามราคาไปตลอด แบบนี้จะเจ็บทั้งสองฝ่าย”
“วางใจเถอะ ผมมีอาวุธลับ จัดการพวกเขาได้สบายๆ”
“คุณมีความมั่นใจก็ดีแล้ว”
เฉิน จิ้งเสียน ปิดคอมพิวเตอร์พกพา (โน๊ตบุ๊ค) แล้วหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา
“ฉันไปก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาช่วยคุณแต่เช้า”
“งั้นพี่ก็ไม่ต้องไปแล้ว ที่บ้านผมก็มีที่อยู่ ค้างสักคืนก็ได้”
เฉิน จิ้งเสียน ชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนกำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ “จะไม่รบกวนเธอเหรอ”
“ผมอยู่คนเดียวที่บ้านก็นอนใส่เสื้อผ้าอยู่แล้ว ไม่กระทบอะไรผมหรอก”
“น่ารำคาญจริงๆ ใครถามเรื่องที่เธอใส่เสื้อผ้านอนไม่ใส่เสื้อผ้านอนกัน”
…………
(1)[การใช้เงินล่วงหน้า (超前消费) – หมายถึงการใช้จ่ายเงินเกินตัว หรือใช้เงินในอนาคต เช่น การใช้บัตรเครดิตรูดซื้อของที่ยังไม่มีเงินจ่ายเต็มจำนวน]
(2)[น้ำแห่งความสุข (快乐水) – เป็นคำสแลงในภาษาจีนที่ใช้เรียกน้ำอัดลม โดยเฉพาะโค้ก]
(3)[เมื่อได้ขึ้นสู่ยอดเขาแล้วไซร้ จะเห็นภูเขาทั้งหลายเล็กกระจ้อยร่อยอยู่เบื้องล่าง (会当凌绝顶,一览众山小) – เป็นบทกวีท่อนหนึ่งของ ตู้ฝู่ (杜甫) กวีเอกในสมัยราชวงศ์ถัง แสดงถึงความรู้สึกของการมองลงมาจากที่สูง ในบริบทนี้ ถูกนำมาใช้เป็นมุกตลกเปรียบเปรยการมองลงไปในคอเสื้อของผู้หญิงจากมุมสูง]