บังเอิญเจออดีตภรรยา

หลินเจียง ขึ้นไปที่ชั้นสอง ที่นี่เงียบกว่ามาก ไม่ได้เสียงดังเหมือนชั้นหนึ่ง

เมื่อผลักประตูห้อง 203 เข้าไป หลินเจียง ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

ในห้องส่วนตัวไม่เพียงแต่มี ฉิน โยวโยว อยู่ ยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งด้วย

เธอสวมกางเกงสูทเก้าส่วนสีเทาน้ำเงิน ท่อนบนเป็นเสื้อเชิ้ตผู้หญิงคอวีสีขาว ด้านนอกเป็นเสื้อสูทกระดุมสองแถวสีเดียวกัน น่าจะเป็นชุดสั่งตัด

ใบหน้าด้านข้างสวยงามไร้ที่ติ แต่กลับแฝงไปด้วยความเย็นชา

บนข้อมือยังสวมนาฬิกาข้อมือผู้หญิงของ Cartier ประดับเพชร ดูปุ๊บก็รู้ว่าราคาไม่ถูก

“พี่เจียงมาแล้วเหรอคะ นี่พี่สาวฉันเองค่ะ ฉิน ยางยาง”

เมื่อเห็น หลินเจียง ฉิน โยวโยว ก็ลุกขึ้นยืน แล้วเชิญเขาเข้ามา

“พี่คะ เขาคือ หลินเจียง ตอนที่ฉันบาดเจ็บ ไม่เพียงแต่จะนวดเท้าให้ฉัน ยังเอาข้าวมาส่งให้ด้วย เป็นคนดีมากเลยค่ะ”

ฉิน ยางยาง ลุกขึ้นยืน บนใบหน้าเผยรอยยิ้มที่เป็นมืออาชีพ ยื่นมือมาทาง หลินเจียง

“ฉิน ยางยาง สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ หลินเจียง”

ทั้งสองคนจับมือกัน

มือของ ฉิน ยางยาง เย็นเล็กน้อย หลินเจียง รู้สึกว่าชาติที่แล้วเธอคงจะเป็นนางฟ้าปีกหัก(1)

แต่ผู้หญิงคนนี้ออร่าแรงจริงๆ ยังไม่ได้สวมรองเท้าส้นสูงเลย ก็เย็นชาจนคนไม่กล้ามองตรงๆ แล้ว

“เชิญนั่งค่ะ”

หลินเจียง นั่งลงทางขวามือของ ฉิน โยวโยว คนหลังก็เลื่อนเมนูไปให้

“พี่เจียงคะ ฉันสั่งไปสองสามอย่างแล้ว พี่ดูสิว่าอยากจะกินอะไรอีก”

“ก็พอแล้วล่ะครับ ไม่พอค่อยสั่งเพิ่ม” หลินเจียง พูดอย่างเกรงใจ

“งั้นฉันขอสั่งเพิ่มอีกสองสามอย่างนะคะ”

ฉิน โยวโยว ถือเมนู แล้วสั่งอาหารเพิ่มอีกสี่อย่าง ไม่มีความลังเลเลย

หลินเจียง รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย นี่เป็นแค่มื้ออาหารง่ายๆ ระหว่างคนสองคน ทำไมถึงพาพี่สาวมาด้วยล่ะ?

“พี่เจียงคะ ตอนเช้าฉันผ่านไปที่ร้านพี่ เห็นมีแต่คนเต็มไปหมด สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ เลยต้องซื้อกลับไปกิน”

พูดจบ ฉิน โยวโยว ก็มองไปที่ ฉิน ยางยาง “พี่คะ ไว้มีเวลา ฉันจะพาไปลองชิมดู บะหมี่ร้านพี่เจียงอร่อยมากเลยค่ะ”

“ได้”

ไม่นาน พนักงานเสิร์ฟก็ยกอาหารเข้ามา มีทั้งปูอลาสก้ากับกุ้งมังกรที่เป็นเมนูเด็ด และยังมีผัดเล็กๆ น้อยๆ ที่มีรสชาติต่างกันอีกสองสามอย่าง

“พี่เจียงคะ รีบชิมเลยค่ะ ร้านนี้รสชาติไม่เลวเลย ฉันมากินบ่อย”

“อืม ได้ครับ”

หลินเจียง หยิบตะเกียบขึ้นมาชิมไปคำหนึ่ง รสชาติดีกว่าที่เขาจินตนาการไว้เยอะ

โดยไม่ได้ตั้งใจ หลินเจียง เหลือบมอง ฉิน ยางยาง ก็พบว่าเธอกำลังใช้โทรศัพท์ตอบข้อความอยู่ตลอดเวลา

“พี่คะ อุตส่าห์ออกมาทานข้าวทั้งที ก็อย่ามัวแต่ทำงานสิคะ”

“มีคดีด่วนมาก ฉันขอตอบแป๊บนึง”

ที่แท้ก็เป็นทนายความ

“จะด่วนแค่ไหนก็ไม่ควรจะมาเบียดบังเวลาเลิกงานนี่นา” ฉิน โยวโยว พูด “แล้วอีกอย่าง งานของพี่ก็ทำพอประมาณก็พอแล้ว ธุรกิจที่บ้านยังรอให้พี่ไปสืบทอดอยู่นะคะ”

“ให้เธอมาทำดีกว่า ฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องของบริษัทเท่าไหร่”

ฉิน ยางยาง หยิบตะเกียบขึ้นมา บนใบหน้าเผยรอยยิ้มที่เป็นมืออาชีพอีกครั้ง มองไปที่ หลินเจียง

“เมนูผัดของร้านนี้ก็อร่อยมากนะคะ ลองชิมได้ค่ะ ถ้าทานเผ็ดไม่ได้ เดี๋ยวฉันให้เขาทำจานที่ไม่เผ็ดมาให้ใหม่”

ฉิน ยางยาง เปลี่ยนเรื่องได้อย่างชาญฉลาด ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่บ้านของตัวเองมากนัก

“ไม่เป็นไรครับ ผมทานเผ็ดได้พอสมควร”

“งั้นก็ดีแล้วค่ะ” ฉิน ยางยาง มองไปที่ ฉิน โยวโยว “อย่ามัวแต่กินเองสิ คีบอาหารให้ คุณหลิน ด้วย”

“ทราบแล้วค่า”

ฉิน โยวโยว แกะก้ามปู แล้ววางลงบนจานของ หลินเจียง

“พี่เจียง ดื่มหน่อยไหมคะ?”

“ขับรถมา คงไม่ดื่มแล้วครับ”

หลินเจียง คอแข็งพอสมควร แต่ปกติแล้วก็ไม่ค่อยดื่ม

“พวกเราสองคนก็คออ่อนเหมือนกัน งั้นเราก็ใช้ชาแทนเหล้าแล้วกันนะคะ”

“ได้ครับ”

“พี่เจียงคะ ธุรกิจที่ร้านดีขนาดนี้ พี่มีความคิดจะขยายกิจการบ้างไหมคะ?” ฉิน โยวโยว พูด

“ธุรกิจเพิ่งจะดีขึ้น รอให้มั่นคงกว่านี้ก่อนค่อยว่ากัน ไม่รีบครับ”

“รอตอนที่พี่จะขยายกิจการแล้วบอกฉันสักคำนะคะ ฉันขอลงหุ้นด้วยหน่อย จะได้ไม่ต้องโดนพ่อว่าไม่ทำงานทำการ”

“ร้านผมมันเล็กเกินไป ถ้าคุณจะมาลงทุน...”

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง—

หลินเจียง ยังพูดไม่จบ โทรศัพท์ของ ฉิน ยางยาง ก็ดังขึ้น

“ขอโทษนะคะ ขอรับโทรศัพท์แป๊บนึง”

“ค่ะ คุณจาง”

“คดีค่อนข้างจะยากหน่อยค่ะ ฝ่ายนั้นโอนทรัพย์สินไปต่างประเทศหมดแล้ว ตอนนี้มีแต่ต้องจับตัวเธอให้ได้ ถึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะได้ทรัพย์สินคืน”

“ได้ค่ะ ฉันจะรีบให้คำตอบคุณโดยเร็วนะคะ”

“ก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน”

หลังจากคุยกันสั้นๆ ฉิน ยางยาง ก็วางสายไป

ใบหน้าที่สวยเย็นชาแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า ออร่าที่เฉียบคมในวินาทีนี้ก็ผ่อนคลายลง ความเย็นชาที่ผลักไสคนให้ห่างไกลก็น้อยลงไปบ้าง

“พี่คะ คดีนี้ฉันเห็นในเน็ตแล้ว ผู้หญิงคนนั้นโหดจริงๆ เช่าบ้านไม่กี่ห้อง ก็หลอกเงินไปได้หลายร้อยล้าน ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ”

“โลกนี้คนเก่งมีเยอะแยะ แต่ต้องใช้ให้ถูกที่” ฉิน ยางยาง พูดอย่างจริงจัง

“หนูรู้แล้วค่ะ”

หลังจากคุยกับ ฉิน ยางยาง เสร็จ ฉิน โยวโยว ก็หันหน้ามามอง หลินเจียง

“พี่เจียงคะ พี่เห็นวิดีโอนั้นรึยัง มีผู้หญิงคนหนึ่งเช่าบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ห้าห้อง แล้วก็บอกว่าเป็นของตัวเอง ขายไปห้าร้อยกว่าล้าน แล้วก็หนีไปประเทศอเมริกาแล้ว”

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ?”

“มีจริงๆ ค่ะ พี่สาวฉันก็รับผิดชอบคดีนี้อยู่ ดูสิคะว่าเธอเครียดขนาดไหน พี่มาก่อนหน้าเธอต้องทารองพื้นตั้งหลายชั้น ไม่อย่างนั้นปิดรอยคล้ำใต้ตาไม่มิดเลย”

“ผมกำลังจะไปดูบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์อยู่พอดีเลย นี่ถ้าเจอคนหลอกลวง เงินก็สูญเปล่าเลยสิครับ”

“ห๊ะ?! พี่จะซื้อบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์เหรอคะ?!”

ฉิน โยวโยว ตกใจ “บ้านที่นั่นไม่ถูกเลยนะคะ ฉันยังอยากจะซื้อสักหลังเลย แต่เงินในกระเป๋าไม่พอ”

“ก็แค่ที่อยู่อาศัย จริงๆ แล้วไม่ต้องไปยึดติดมากหรอกครับ ทำตามกำลังก็พอแล้ว”

ฉิน ยางยาง เหลือบมอง หลินเจียง แวบหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ความประทับใจที่มีต่อ หลินเจียง ยังดีอยู่ สุภาพมาก และก็รู้จักกาลเทศะ

แต่เขาบอกว่าจะไปซื้อบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ ความรู้สึกดีๆ ก็ลดลงในทันที

สถานที่แบบนั้น ไม่ใช่ว่าคนทั่วไปจะซื้อได้

ตัวเองก็แค่เช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ที่นั่นห้องหนึ่งเท่านั้น

“จริงด้วย! ฉันนึกออกแล้ว!”

ฉิน โยวโยว พูดอย่างตกใจ “พี่คะ บ้านเราเจรจาเรื่องงานบริหารจัดการของเซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ลงตัวแล้วไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้น่าจะอยู่ภายใต้การดูแลของบ้านเราแล้วใช่ไหมคะ?”

ตาของ หลินเจียง หมุนไปมา

บ้านของพวกเธอทำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เหรอ?

“อืม” ฉิน ยางยาง พยักหน้าเบาๆ

“พี่เจียงจะซื้อบ้านที่นั่น เราสามารถช่วยติดต่อหน่อยได้ไหมคะ ดูสิว่าจะลดราคาได้รึเปล่า ประหยัดได้หน่อยก็ยังดี”

“ได้”

ฉิน โยวโยว ไม่ได้สังเกตเห็นความเย็นชาของ ฉิน ยางยาง หันหน้าไปพูดกับ หลินเจียง

“พี่เจียงคะ พี่อย่าเพิ่งรีบร้อนนะ เดี๋ยวฉันช่วยสืบให้ รับรองว่าต้องมีส่วนลดภายในแน่นอน”

“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ ล้วนแต่เป็นบุญคุณกันทั้งนั้น ต่อไปจะตอบแทนลำบาก”

สถานะของ ฉิน ยางยาง ก็ทำให้ หลินเจียง หมดความสนใจในมื้ออาหารนี้ไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมี ฉิน โยวโยว คอยสร้างบรรยากาศอยู่ ตอนนี้ก็อยากจะจากไปแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ก็ช่วยฉันไว้เหมือนกัน ตอนนี้ถึงตาฉันช่วยพี่แล้ว”

“ได้ครับ”

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง—

โทรศัพท์ของ หลินเจียง ดังขึ้น ดูแล้วเป็นสายจาก หลี่ หยวนหยวน

“พวกคุณกินกันไปก่อนนะ ผมออกไปรับโทรศัพท์แป๊บนึง”

เมื่อออกจากห้องส่วนตัวไปแล้ว หลินเจียง ก็รับโทรศัพท์

“พี่เจียงคะ ที่ร้านธุรกิจยุ่งหน่อยค่ะ เดลิเวอรี่รับไม่ทันแล้ว ปิดได้ไหมคะ?”

“ตอนที่ออกไปก็บอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอ เรื่องนี้เธอตัดสินใจเองได้เลย”

“ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ฉันก็เป็นแค่ลูกจ้าง ก็ต้องโทรมายืนยันกับพี่ก่อน ไม่อย่างนั้นในใจฉันไม่สบายใจค่ะ”

การกระทำของ หลี่ หยวนหยวน ทำให้ หลินเจียง รู้สึกดี เป็นเด็กสาวที่ซื่อสัตย์มาก

“ปิดเถอะ ตอนปิดร้านก็อย่าลืมล็อกประตูให้ดีล่ะ”

“ค่ะๆ ทราบแล้วค่ะ”

หลังจากวางสาย หลี่ หยวนหยวน แล้ว หลินเจียง ก็เตรียมจะไปเข้าห้องน้ำ เพื่อปลดปล่อยหน่วยความจำสักหน่อย (มุกเปรียบเหมือน ปลดทุกข์)

ทว่า อ๊า—

หลินเจียง เพิ่งจะหันหลังกลับ ก็ชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งเต็มๆ

“ขอโทษครับ...อ้าว! ดันกลายเป็นเธอซะได้!”

เมื่อมองดู เฉิน จิ้งเจีย หลินเจียง ก็รู้สึกงงเล็กน้อย

จะบังเอิญเกินไปรึเปล่า ในที่แบบนี้ก็ยังจะเจอกันได้อีก?

…………

(1)[นางฟ้าปีกหัก (折翼的天使) – เป็นคำเปรียบเปรยที่มักใช้บรรยายผู้หญิงที่สวยงามแต่ดูเย็นชา เศร้า หรือมีเรื่องราวเบื้องหลังที่เจ็บปวด]

ตอนก่อน

จบบทที่ บังเอิญเจออดีตภรรยา

ตอนถัดไป