การเกียจคร้านทำให้ข้ามีความสุข
บทที่ 4 การเกียจคร้านทำให้ข้ามีความสุข
“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ! ค่าปรับหนึ่งล้านตำลึงทอง?”
ค่าจ้างแค่เดือนละหนึ่งตำลึงเงิน แต่ค่าปรับกลับสูงถึงหนึ่งล้านตำลึงทอง
นี่มันต่างกันกี่เท่ากันแน่?
หลี่ฉางอันยิ้มบางๆ “เรื่องค่าปรับอะไรนั่นไม่สำคัญหรอก ตราบใดที่เจ้าไม่หนีไปไหน ปัญหาเรื่องค่าปรับก็ย่อมไม่มีอยู่แล้ว”
ขณะที่พูด หลี่ฉางอันก็พับสัญญาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อที่อก
ว่ากันว่าบุรุษรูปงามมักจะโชคดีอยู่เสมอ
ตนเองก็แค่ออกไปซื้อกับข้าว ไม่นึกเลยว่าจะเก็บแม่ครัวชั้นยอดกลับมาได้คนหนึ่ง
ต่อไปนี้เรื่องปากท้องก็มีที่พึ่งพิงแล้ว!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ฉางอันก็ยิ่งมองอึ้งย้งที่อยู่ตรงหน้าแล้วยิ่งรู้สึกถูกชะตา ใบหน้าที่เคยดำเป็นตอตะโกเมื่อครู่ บัดนี้กลับดูเปล่งประกายสดใสขึ้นมา
ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็รู้สึกพึงพอใจไปเสียหมด
เมื่อเผชิญหน้ากับรอยยิ้มของหลี่ฉางอัน อึ้งย้งแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโห
คิดจะใช้สัญญาแผ่นเดียวมาผูกมัดให้นางเป็นแม่ครัวส่วนตัวไปตลอดชีวิตงั้นรึ?
ฝันไปเถอะ!
ทั่วทั้งใต้หล้านี้ จะมีใครคู่ควรให้นาง อึ้งย้งผู้นี้ไปเป็นแม่ครัวส่วนตัวกัน?
ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้...ไม่สิ ต่อให้เป็นบิดาของนางเองก็ยังไม่มีสิทธิ์!
เมื่อคิดได้ดังนั้น อึ้งย้งก็แสยะยิ้มเย็นชา เตรียมที่จะฉีกสัญญาในมือให้เป็นชิ้นๆ แล้วโยนทิ้งไป
ทว่า...ไม่ทันที่อึ้งย้งจะได้ลงมือ หลี่ฉางอันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับลุกขึ้นยืนเสียก่อน
“เอาล่ะ เจ้าไปเลือกห้องพักตามใจชอบได้เลย! พวกผ้าปูที่นอนอะไรต่างๆ ข้าเตรียมไว้ให้หมดแล้ว ขาดเหลืออะไรเดี๋ยวข้าจะพาไปซื้อ”
“ข้าไปล้างจานก่อน เจ้าไม่ต้องซาบซึ้งใจขนาดนั้นหรอก ต่อไปแค่ทำของอร่อยๆ ให้ข้ากินบ่อยๆ ก็พอแล้ว”
สิ้นเสียงพูด หลี่ฉางอันก็เดินตรงไปยังห้องครัวที่อยู่ด้านข้าง
เมื่อมองดูแผ่นหลังของหลี่ฉางอันที่กำลังพับแขนเสื้อพลางเดินไปยังห้องครัว อึ้งย้งก็มองตามไปด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
“เจ้าจะล้างจาน?”
หลี่ฉางอันตอบกลับโดยไม่หันมามอง “ในเมื่อต่อไปนี้เจ้าก็จะอยู่ที่นี่แล้ว พวกเราก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน! ถึงแม้จะเป็นความสัมพันธ์แบบนายจ้างลูกจ้าง แต่ในสัญญาก็เขียนไว้ชัดเจนว่าเจ้ามีหน้าที่รับผิดชอบแค่เรื่องอาหารเท่านั้น”
“เรื่องล้างจานอะไรพวกนี้ ข้าย่อมต้องเป็นคนทำอยู่แล้ว!”
เมื่อเห็นหลี่ฉางอันเดินเข้าไปในห้องครัว อึ้งย้งก็เบ้ปาก
เตรียมที่จะฉีกสัญญาจ้างงานในมือทิ้ง
เพียงแต่ว่า...ในขณะที่ปลายนิ้วกำลังจะออกแรง นางก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากในครัว
และเมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่แรกที่ได้พบกับหลี่ฉางอัน
อึ้งย้งก็พลันแค่นเสียง ‘เฮอะ’ ออกมาคำหนึ่ง
“เอาเถิด ในเมื่อตอนนี้ข้าเองก็ยังไม่รู้จะไปที่ใด ถือว่ายอมให้เจ้าคนพรรค์นั้นได้กำไรไปก่อนแล้วกัน!”
สิ้นเสียง อึ้งย้งก็พับสัญญาจ้างงานเก็บไว้ในอกเสื้อของตนเองเช่นกัน จากนั้นจึงลุกขึ้นไปเลือกห้องพักของตัวเอง
ในช่วงบ่าย หลังจากออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้กองใหญ่ให้อึ้งย้งแล้ว หลี่ฉางอันก็ใช้เวลาอยู่ในลานบ้านของตนเอง
ในเวลานี้ ข้างกายเขามีกาน้ำชาที่ชงเตรียมไว้ เอนกายนอนอยู่บนเก้าอี้โยกที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ อาบไล้แสงแดดอุ่นๆ ยามต้นวสันต์ หลี่ฉางอันรู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งร่าง
เมื่อรวมกับการโคลงเคลงของเก้าอี้โยก เลือดในกายของเขาก็ราวกับจะแปรเปลี่ยนเป็นหนอนเกียจคร้านไปเสียสิ้น
“สบายจริงๆ!”
และในขณะที่หลี่ฉางอันกำลังดื่มด่ำอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น กึ่งฝันกึ่งจริง ปล่อยสมองให้ว่างเปล่าราวกับไม่มีสิ่งใดในใต้หล้า
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าเบื้องหน้าพลันมืดลง
พร้อมกันนั้น เสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของอึ้งย้งก็ดังขึ้น
“นี่มันเก้าอี้อะไรของเจ้า?”
หลี่ฉางอันลืมตาขึ้นอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก มองไปยังอึ้งย้งที่กำลังยืนบังแสงแดดของเขาอยู่ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน “เก้าอี้โยกที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษน่ะ”
เมื่อมองดูเก้าอี้ของหลี่ฉางอันที่กำลังโยกไหวเบาๆ อึ้งย้งก็เอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
“นั่งสบายมากเลยรึ?”
หลี่ฉางอันยกนิ้วชี้ไปทางด้านหลัง “ในห้องที่สามยังมีสำรองอยู่อีกสองสามตัว เจ้าก็ไปเอามาสักตัวสิ”
เมื่อได้ยินดังนั้น อึ้งย้งก็วิ่งเหยาะๆ ไปยังห้องที่หลี่ฉางอันบอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นนางก็ยกเก้าอี้แบบเดียวกันออกมาตัวหนึ่งแล้ววางลงตรงหน้าหลี่ฉางอัน
ระหว่างคนทั้งสองมีเพียงโต๊ะเล็กๆ ตัวหนึ่งคั่นอยู่ บนโต๊ะยังมีถ้วยชาที่หลี่ฉางอันชงไว้
หลังจากวางเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว อึ้งย้งก็ทำท่าจะนั่งลง แต่สีหน้ากลับลังเลเล็กน้อย
จากนั้นก็เหลือบมองหลี่ฉางอันที่อยู่ข้างๆ ซึ่งตอนนี้ดูคล้ายกับคนกำลังละเมออยู่รอมร่อ
สุดท้ายนางก็ทนความสงสัยในใจไม่ไหว ลองเอนตัวลงนอนเลียนแบบหลี่ฉางอัน
ทันทีที่อึ้งย้งเอนตัวลงนอน เก้าอี้ก็เริ่มโคลงเคลง
ในช่วงแรก อึ้งย้งที่ยังไม่คุ้นชินก็รู้สึกใจหวิวๆ อยู่บ้าง
แต่เมื่อร่างกายเริ่มคุ้นเคยกับจังหวะการโยกไหวแล้ว นางก็ผ่อนคลายลงอย่างสมบูรณ์ รู้สึกว่าสิ่งนี้น่าสนใจอย่างน่าประหลาด
จากนั้น ไม่นาน ภายใต้แสงแดดที่สาดส่องลงมาจากเบื้องบน อึ้งย้งที่เมื่อครู่ยังดูกระปรี้กระเปร่าก็พลันกลายเป็นเหมือนกับหลี่ฉางอันในทันที
นอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยกที่แกว่งไกว อาบแสงแดดที่อบอุ่นจนไม่อยากจะขยับตัว เจ้าหนอนเกียจคร้านเข้ายึดครองร่างของนางไปโดยไม่รู้ตัว
และความรู้สึกเกียจคร้านนี้ ก็ทำให้ดวงตาของอึ้งย้งหรี่ลงเหมือนลูกแมวน้อย
เสียงอุทานที่ออกมาจากใจก็เล็ดลอดออกจากริมฝีปาก
“สบายจริงๆ!”
จากนั้น เก้าอี้โยกทั้งสองตัวก็เริ่มโคลงเคลงไปข้างหน้าและข้างหลัง ส่งเสียงดัง “เอี๊ยดอ๊าด” “เอี๊ยดอ๊าด”
ในชั่วขณะนั้น จิตใจที่เคยร้อนรนของอึ้งย้งก็พลันสงบลงอย่างน่าประหลาด และเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่า...การอาบแดดนั้นสบายถึงเพียงนี้
ขณะที่กำลังอาบแดดเพลินๆ ก็พลันรู้สึกคอแห้งขึ้นมา อึ้งย้งยกมือขึ้นหยิบถ้วยชาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็หลับตาลงนอนแผ่อย่างสบายอารมณ์ต่อไป
แล้วก็โยกไปเยกมา…
ส่วนหลี่ฉางอัน เมื่อเขายกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปากแล้วพบว่ามันว่างเปล่า เขาก็อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมอง
จากนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ““ดื่มจนเกลี้ยงแล้ว กลับไม่รู้จักรินเพิ่มให้ผู้อื่น”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น อึ้งย้งก็ลืมตาขึ้นมองหลี่ฉางอันอย่างเกียจคร้าน
ในตอนนั้นเอง อึ้งย้งถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าเมื่อครู่นี้นางได้ใช้ถ้วยใบเดียวกับหลี่ฉางอัน
หากเป็นเมื่อก่อน
อึ้งย้งคงจะกระโดดตัวลอยด้วยความเขินอายไปแล้ว
แต่ในตอนนี้ แสงแดดและเก้าอี้โยกทำให้สาวน้อยผู้เกียจคร้านเพียงแค่ครางรับ "อืม" คำหนึ่ง แล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง
ความเกียจคร้านทำให้ข้ามีความสุข
[ติ๊ง! ระยะเวลาการเก็บตัวอยู่ในจวนบรรลุถึงเป้าหมาย เงื่อนไขครบถ้วน กำลังดำเนินการผูกมัดระบบ...]
[ติ๊ง ระบบผูกมัดสำเร็จ]
ขณะที่หลี่ฉางอันกำลังจะเคลิ้มหลับไปนั้นเอง เสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นในหัวของเขาอย่างเงียบงัน
เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลี่ฉางอันก็พยายามฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้งให้เปิดขึ้นราวกับรอยบางๆ
“หืม? ในที่สุดก็เก็บตัวครบตามเงื่อนไขแล้วสินะ?”