ที่แท้การไร้เทียมทาน ก็อ้างว้างเช่นนี้เอง!

บทที่ 10 ที่แท้การไร้เทียมทาน ก็อ้างว้างเช่นนี้เอง!

เมื่อเห็นหลี่ฉางอันยืนอยู่ที่ประตู สายตาของเอี้ยง้วยก็ค่อยๆ เคลื่อนไปจับจ้องที่แท่งเทียนซึ่งวางอยู่ทั่วทั้งสวน

นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางสูดกลิ่นอาหารในอากาศแล้วพยักหน้าเบาๆ

จากนั้น จึงเดินตามหลังหลี่ฉางอันเข้าไปในลานเรือนพร้อมกัน

และเมื่อมองดูหลี่ฉางอันที่นั่งลงข้างๆ ตนเอง นัยน์ตาของเอี้ยง้วยก็ไหวระริกเล็กน้อย คล้ายกับตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ

ครั้งสุดท้ายที่ได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกับผู้อื่นเช่นนี้... เอี้ยง้วยจำไม่ได้แล้วว่ามันคือเมื่อไหร่

ทางด้านนี้ หลังจากยกถ้วยซุปถ้วยสุดท้ายออกมาจากครัว อึ้งย้งก็สังเกตเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างกายหลี่ฉางอันในทันที

เมื่อมองดูเอี้ยง้วยในอาภรณ์ยาวสีขาว และใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ ในใจของอึ้งย้งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจอยู่หลายส่วน

ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ยินหลี่ฉางอันบอกว่าผู้เช่าคนใหม่เป็นสาวงาม อึ้งย้งยังไม่ได้ใส่ใจนัก

ตอนนี้เมื่อได้เห็นด้วยตาตนเอง แม้แต่อึ้งย้งก็ต้องยอมรับว่า เอี้ยง้วยที่นั่งอยู่ข้างหลี่ฉางอันนั้น งดงามอย่างแท้จริง

เช่นเดียวกัน ขณะที่อึ้งย้งกำลังพินิจพิจารณาเอี้ยง้วยอยู่นั้น สายตาของเอี้ยง้วยก็จับจ้องมาที่ร่างของอึ้งย้งเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่านางก็ประหลาดใจในความงามของอึ้งย้งไม่น้อย

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองนั่งลงเรียบร้อยแล้ว หลี่ฉางอันจึงเอ่ยขึ้น "นี่คืออึ้งย้ง แม่ครัวประจำของที่นี่ ส่วนแม่นางท่านนี้คือ... เอ่อ แต่ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรหรือ?"

เอี้ยง้วยครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปาก "เล้งเหลียนเยว่"

"เล้งเหลียนเยว่?"

อึ้งย้งที่อยู่ข้างๆ ยิ้มพลางมองไปยังเอี้ยง้วยแล้วกล่าวว่า "อ๊ะ! แซ่เล้งหรือเจ้าคะ? ช่างหาได้ยากยิ่งนัก! ชื่อของพี่สาวก็ไพเราะมากเลยเจ้าค่ะ!"

เอี้ยง้วยตอบกลับ "อืม! ชื่อของเจ้าก็ไม่เลว!"

เพียงแต่ว่า... เมื่อฟังจากน้ำเสียงที่ทั้งเย็นชาและไร้ความรู้สึกนี้ ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็ไม่เหมือนกับกำลังเอ่ยชมคนเลย

อึ้งย้งก็ถึงกับสะท้านไปเล็กน้อย เพราะน้ำเสียงอันเย็นชาของเอี้ยง้วย

ความคิดที่จะชวนเอี้ยง้วยสนทนาต่อพลันมลายหายไปในทันที

หลังจากแนะนำให้หญิงสาวทั้งสองได้รู้จักกันแล้ว หลี่ฉางอันก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก เขาเอ่ยชวนทั้งสองแล้วจึงเริ่มลงมือคีบอาหาร

เมื่อมีหลี่ฉางอันเป็นผู้นำ ทั้งอึ้งย้งและเอี้ยง้วยต่างก็หยิบตะเกียบขึ้นตาม

และเมื่ออาหารเข้าปาก ความเร็วในการคีบตะเกียบของเอี้ยง้วยก็เห็นได้ชัดว่าเร็วกว่าตอนแรกอยู่ไม่น้อย

มีคำกล่าวว่า 'คนยิ่งมาก กินข้าวยิ่งอร่อย'

ภายใต้แสงเทียนนี้ ทั้งสามคนไม่มีใครสักคนที่เจริญอาหารน้อยลงเพียงเพราะมีคนแปลกหน้านั่งอยู่ข้างๆ



และเมื่อเทียบกับตอนกลางวัน เห็นได้ชัดว่าหลี่ฉางอันกินเยอะขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

แม้แต่ข้าวก็ยังเติมเพิ่มไปถึงสองชาม

หลังจากที่อาหารในจานชามตรงหน้าหมดเกลี้ยงแล้ว หลี่ฉางอันก็พลันเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ลูบท้อง พลางซึมซับรสชาติของอาหารเลิศรสที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปาก

หลี่ฉางอันรู้สึกว่าชีวิตที่เรียบง่ายเช่นนี้ช่างสุขสบายอย่างแท้จริง

มีคำกล่าวว่า 'สิ่งของรวมกันตามประเภท คนแบ่งแยกกันตามพวก'

บางครั้งคนใกล้หมึกก็ติดสีดำจริงๆ

เหมือนเช่นอึ้งย้งที่อยู่ข้างๆ ในตอนนี้

นางกลับกำลังเลียนแบบท่าทางของหลี่ฉางอัน เอนหลังพิงเก้าอี้พลางลูบท้องของตนเอง

บนใบหน้าก็ประดับไว้ด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ

ไม่สนใจกิริยามารยาทของความเป็นกุลสตรีเลยแม้แต่น้อย

เอี้ยง้วยที่อยู่ข้างๆ มองดูท่าทางของคนทั้งสองในขณะนี้ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าอารมณ์ของตนเองผ่อนคลายลงไปหลายส่วนโดยไม่ทราบสาเหตุ

หลังจากพักไปครู่หนึ่ง หลี่ฉางอันมองไปที่เอี้ยง้วย ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วก็ถอนหายใจออกมา

เดิมทีหลี่ฉางอันคิดจะให้เอี้ยง้วยเก็บถ้วยชามไปล้างในครัว

แต่ปัญหาก็คือ นี่เป็นวันแรกที่นางมาเช่าบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างหลี่ฉางอันกับเอี้ยง้วยยังไม่ไปถึงขั้นนั้น

หากผลีผลามให้นางไปเก็บล้างถ้วยชาม ก็คงจะดูเสียมารยาทไปหน่อย

ดังนั้น ในฐานะเจ้าของบ้านเช่า หลี่ฉางอันจึงทำได้เพียงต้องเป็นคนเก็บถ้วยชามเข้าไปในครัวด้วยตนเองอีกครั้ง

เมื่อเช็ดมือจนแห้งแล้ว หลี่ฉางอันก็หยิบกล่องหมากล้อมและกระดานออกมาจากห้อง

เมื่อเห็นของที่วางอยู่บนโต๊ะ อึ้งย้งก็มองหลี่ฉางอันด้วยสายตาดูแคลน "ของเล่นใหม่ที่เจ้าว่าเมื่อครู่... ก็คือหมากล้อมธรรมดาๆ นี่น่ะหรือ?"

หลี่ฉางอันเปิดกล่องหมากพลางเอ่ยขึ้น "แน่นอนว่าไม่ใช่! หมากล้อมอะไรนั่นมันน่าเบื่อจะตายไป แถมยังยืดยาวเยิ่นเย้อเสียเวลาเปลืองสมองอีก คนปกติที่ไหนเขาจะเล่นกัน?"

"แล้วเจ้าจะเอาของพวกนี้ออกมาทำไม?" อึ้งย้งชี้ไปที่กล่องหมากบนโต๊ะแล้วถาม

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ฉางอันก็ยิ้มเบาๆ "วันนี้ข้าจะสอนเจ้าเล่น 'หมากล้อมห้าตัว"

อึ้งย้งมองหลี่ฉางอันด้วยใบหน้างุนงง

"หมากล้อมห้าตัว? มีหมากแบบนี้ด้วยรึ? เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?"

ไม่ต้องพูดถึงอึ้งย้ง แม้แต่เอี้ยง้วยที่อยู่ข้างๆ ก็ยังรู้สึกสนใจขึ้นมาหลายส่วน

หลี่ฉางอันหยิบเม็ดหมากออกมาจากกล่องแล้วกล่าวว่า "ง่ายมาก เจ้าดูนะ การวางหมากก็เหมือนหมากล้อมปกติ แต่ขอเพียงวางหมากเรียงต่อกันได้ห้าเม็ดก็จะถือว่าชนะ และจะเรียงในมุมไหนก็ได้"

หลังจากที่หลี่ฉางอันใช้เม็ดหมากสาธิตบนกระดานให้ดูแล้ว อึ้งย้งก็มองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามในทันที

"แค่เนี้ย? เด็กสามขวบก็เล่นได้"

หลี่ฉางอันกลอกตา "แล้วเจ้าจะเล่นหรือไม่เล่น?"

อึ้งย้งเบ้ปากอย่างรังเกียจ แต่ก็ยังคงลุกไปนั่งลงตรงข้ามกับหลี่ฉางอัน

ครึ่งเค่อต่อมา... อึ้งย้งจ้องมองไปยังหมากสีดำของหลี่ฉางอันห้าเม็ดที่เรียงต่อกันบนกระดาน ด้วยสายตาเหม่อลอย

"นี่ข้า... แพ้แล้วรึ?"

เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของอึ้งย้ง หลี่ฉางอันก็แค่นเสียงอย่างผู้มีชัย

"เหอะ! ฝีมืออ่อนหัดขนาดนี้ ยังมีหน้ามาทำท่าดูถูกผู้อื่นอีก"

เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ฉางอัน อึ้งย้งก็ถึงกับเดือดขึ้นมาทันที

แต่เล็กจนโต นางเคยเสียรู้เรื่องสติปัญญาให้ใครที่ไหนกัน?

หลี่ฉางอันเท้าคางกล่าว "ช่างเถอะ เจ้ามันอ่อนหัดเกินไป เล่นด้วยแล้วไม่สนุกเลย!"

"ไม่ได้! เริ่มใหม่อีกตา!"

เมื่อเห็นท่าทางไม่ยอมแพ้ของอึ้งย้ง หลี่ฉางอันก็ถอนหายใจ "จะเล่นอีกก็ได้ แต่ต้องเพิ่มเดิมพันหน่อย!"

อึ้งย้งถาม "เดิมพันอะไร?"

หลี่ฉางอันชี้ไปยังห้องครัว "ถ้าเจ้าแพ้ พรุ่งนี้นอกจากทำอาหารแล้ว งานล้างจานก็เป็นของเจ้าด้วย"

อึ้งย้งเลิกคิ้ว "แล้วถ้าข้าชนะล่ะ?"

สายตาของหลี่ฉางอันกวาดมองไปทั่วร่างของอึ้งย้ง แล้วหัวเราะเยาะออกมา "รอให้เจ้าชนะข้าได้สักกระดานก่อนค่อยว่ากัน!"

อย่างไรเสีย ในชีวิตที่แล้วหมากล้อมห้าตัวนี้หลี่ฉางอันก็เล่นมาเป็นสิบๆ ปี

ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ อึ้งย้งคิดจะเอาชนะเขา…

สู้ให้หลี่ฉางอันไปทำอาหารโต๊ะจีนเต็มรูปแบบ ยังจะมีความเป็นไปได้มากกว่าเสียอีก

"เหอะ! เจ้าช่างยั่วยุเก่งเสียจริง! มาเลย ข้าไม่เชื่อหรอกว่าแค่หมากล้อมห้าตัวง่ายๆ นี้ ข้าจะเอาชนะเจ้าไม่ได้"

หลังจากนั้น ภายใต้เสียงเรียกร้องของอึ้งย้ง ทั้งสองจึงเปิดศึกติดต่อกันถึงสิบกระดาน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมือเก๋าอย่างหลี่ฉางอัน อึ้งย้งก็พ่ายแพ้ชนิดที่เรียกว่าหมดรูปทั้งสิบกระดานรวด

ผลลัพธ์ก็คือ... อึ้งย้งได้รับ ‘รางวัลเกียรติยศแห่งผู้แพ้’ เป็นตำแหน่งมือล้างจานกิตติมศักดิ์ประจำบ้านเป็นเวลาสิบวันเต็ม

หลี่ฉางอันโยนเม็ดหมากลงในกล่อง ก่อนจะแหงนหน้ามองฟ้าทำมุมสี่สิบห้าองศา พร้อมกับถอนหายใจยาวเฮือกหนึ่งอย่างเศร้าสร้อย

"คนโบราณเคยกล่าวไว้ 'ยิ่งสูงยิ่งหนาว' (高处不胜寒)... แต่ก่อนข้าไม่เคยเข้าใจความหมายของมัน... จนกระทั่งวันนี้"

"อา... ที่แท้การเป็นผู้ไร้เทียมทาน... มันช่างเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างถึงเพียงนี้เชียวหรือ!"

พอประโยคนี้หลุดออกมา อึ้งย้งที่นั่งอยู่ตรงข้ามหลี่ฉางอันก็พลันรู้สึกไม่สบายไปทั่วทั้งร่างทันที

เช่นเดียวกัน เอี้ยง้วยที่อยู่ด้านข้างซึ่งเฝ้าดูสถานการณ์มาตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ยังยกมุมปากขึ้น

เมื่อมองดูใบหน้าเล็กๆ ที่กำลังขมวดมุ่นของอึ้งย้ง หลี่ฉางอันก็ยิ้มอย่างผู้มีชัย

จากนั้นเขาก็หันสายตาไปยังเอี้ยง้วยที่นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ มาตั้งแต่ต้น

หลังจากครุ่นคิดอยู่สองสามวินาที หลี่ฉางอันก็เอ่ยขึ้น "เอ่อ... แม่นางเล้งอยากจะล้างจาน... ไม่ใช่สิ... ข้าหมายถึง... อยากจะเล่นกับข้าสักสองสามกระดานหรือไม่?”




ตอนก่อน

จบบทที่ ที่แท้การไร้เทียมทาน ก็อ้างว้างเช่นนี้เอง!

ตอนถัดไป