วันฝนพรำกับการแช่น้ำพุร้อน
บทที่ 30 วันฝนพรำกับการแช่น้ำพุร้อน
แม้ว่าเมืองฉางซานจะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่ห่างไกล
แต่ก็มีประชากรอาศัยอยู่หลายแสนคน
ประกอบกับมีพรมแดนติดกับชายแดนของแคว้นต้าซ่งและแคว้นต้าฉิน
จึงนับเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่ง
ตลอดร้อยปีที่ผ่านมา ตัวเมืองได้ขยายออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า
จนทำให้มีขนาดใกล้เคียงกับเมืองขนาดกลางบางแห่ง
สิ่งนี้ทำให้ทุกครั้งที่หลี่ฉางอันออกไปข้างนอก จำต้องใช้เวลายาวนานขึ้นอย่างเลี่ยงมิได้
เมื่อก้าวเข้าสู่ประตูบ้าน ทันทีที่ผลักประตูเรือนเข้าไป หลี่ฉางอันก็สังเกตเห็นรอยคราบน้ำบริเวณหน้าประตู
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเร่งฝีเท้าก้าวเข้าไปด้านใน
เมื่อเข้าสู่ลานหลังเรือน สุดสายตาก็เห็นเอี้ยง้วยและอึ้งย้งกำลังนั่งเล่นหมากล้อมกันอยู่ใต้ชายคาอย่างสงบ ราวกับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
ทว่า ระหว่างที่เดินอยู่ ฝีเท้าของหลี่ฉางอันกลับชะลอลงโดยไม่รู้ตัว
สีหน้าก็กลับคืนสู่ความสบายๆ ดังเดิม
เพียงแต่.. ทันทีที่หลี่ฉางอันก้าวเข้ามาในลานเรือน สตรีทั้งสองที่รอคอยเขาอยู่นานแล้วต่างก็จับจ้องมาที่ร่างของเขาเป็นตาเดียว
และพวกนางก็ย่อมต้องเห็นปฏิกิริยาของหลี่ฉางอันอยู่ในสายตาเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ อึ้งย้งจึงอดพึมพำเบาๆ ไม่ได้ “เจ้าหมอนี่... รู้ตัวด้วยรึว่ามีคนเข้ามา?”
เอี้ยง้วยที่อยู่ข้างๆ มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้น
ก่อนหน้านี้อึ้งย้งมักจะคิดว่าหลี่ฉางอันนั้นโง่เขลาและซื่อตรงเกินไป
แต่ในมุมมองของเอี้ยง้วยแล้ว กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
คนที่สามารถมีจิตใจที่หลุดพ้นได้ถึงเพียงนี้ ไหนเลยจะใสซื่อเหมือนที่อึ้งย้งคิดได้?
เพียงแต่ในใจของเขามีความมั่นคงในแบบของตนเองก็เท่านั้น
และปฏิกิริยาของหลี่ฉางอันในตอนนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการยืนยันในจุดนี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองหลี่ฉางอันที่ปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง เอี้ยง้วยกลับรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
หลังจากเสี่ยวเจียวเอาของเข้าไปเก็บในห้อง และปูเครื่องนอนของตนเองเรียบร้อยแล้ว
ทางด้านหลี่ฉางอันก็ได้หยิบข้าวของเดินตรงไปยังบ่อน้ำพุร้อน
เมื่อเห็นการกระทำของหลี่ฉางอัน อึ้งย้งซึ่งกำลังเตรียมจะลากเขามาเล่นหมากล้อมเพื่อล้างอายจากความพ่ายแพ้ครั้งก่อนก็มองเขาอย่างประหลาดใจ
“ตอนนี้ฝนยังตกอยู่เลย เหตุใดเจ้าถึงยังจะไปแช่น้ำร้อนอีก?
หลี่ฉางอันกล่าวเสียงเรียบ “เหตุใดจะแช่ไม่ได้? วันฝนพรำเช่นนี้กับการแช่น้ำร้อน นับว่าเข้ากันที่สุด”
“ฝนเม็ดเล็กๆ แค่นี้ไม่ได้ส่งผลต่ออุณหภูมิของบ่อน้ำพุร้อนเสียหน่อย อีกอย่าง การได้แช่กายในน้ำอุ่นท่ามกลางสายฝนพรำ มิน่าอภิรมย์กว่าหรือ?”
คำพูดนี้ทำเอาดวงตาของอึ้งย้งเป็นประกายขึ้นมาทันที
“จริงด้วย! เหตุใดข้าถึงคิดไม่ถึงกันนะ?”
พูดจบ อึ้งย้งก็เหลือบมองหลี่ฉางอันแวบหนึ่ง “เจ้าหมอนี่... ช่างรู้จักเสพสุขเสียจริง”
จากนั้น อึ้งย้งก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องของตน
เห็นได้ชัดว่านางก็เตรียมจะไปแช่น้ำพุร้อนกับหลี่ฉางอันด้วยเช่นกัน
เอี้ยง้วยเห็นดังนั้น ก็หันหลังกลับเข้าห้องของตนไปโดยไม่พูดอะไร
ชัดเจนว่าความคิดในใจของนางก็ไม่ต่างจากอึ้งย้ง
ขณะที่หลี่ฉางอันกำลังเดินไปมาเพื่อเตรียมของสำหรับแช่น้ำพุร้อน ทางด้านอึ้งย้งก็ได้หยิบของเดินออกมาแล้ว
นางมองเสี่ยวเจียวที่ยืนนิ่งอยู่ใต้ชายคา แล้วนึกถึงคำพูดของหลี่ฉางอันก่อนหน้านี้
นางเบ้ปากแล้วเอ่ยขึ้น “เจ้าจะยืนทื่ออยู่ทำไม? ในบ่อน้ำพุร้อนมีฉากกั้นอยู่ เจ้าหมอนั่นกับพวกเราแยกกันแช่คนละฝั่ง”
เสี่ยวเจียวซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนมองหลี่ฉางอันที่เดินไปมา แล้วหันมามองอึ้งย้ง
นางกล่าวอย่างลังเล “ช่างเถิดเจ้าค่ะ! ข้ารู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลูกตาของอึ้งย้งก็กลอกไปมา คล้ายจะเดาอะไรบางอย่างออก
จากนั้นก็กลอกตามองบนแล้วเอ่ย “ก็แค่แปลงโฉมมาไม่ใช่รึ? เจ้าจะหาข้ออ้างไปทำไมกัน?”
คำพูดนี้ทำเอาสีหน้าของเสี่ยวเจียวเปลี่ยนไปทันที
ในใจเกิดความระแวดระวังจนถึงกับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องไปยังอึ้งย้งอย่างตกตะลึง
ปฏิกิริยานี้ทำให้อึ้งย้งเบ้ปากแล้วเอ่ย “อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ เจ้าหมอนั่นน่ะ ทุกครั้งที่แช่น้ำก็มักจะเอาของดีๆ ที่ช่วยเพิ่มพูนพลังยุทธ์ออกมา เป็นของที่หาจากข้างนอกไม่ได้อย่างแน่นอน”
พูดจบ อึ้งย้งก็ไม่สนใจเสี่ยวเจียวอีก หันกายวิ่งตรงไปยังบ่อน้ำพุร้อนอย่างรวดเร็ว
เอี้ยง้วยซึ่งถือเสื้อผ้าสะอาดออกมาเช่นกันเหลือบมองเสี่ยวเจียวแวบหนึ่ง แล้วจึงค่อยๆ ก้าวเดินไปยังบ่อน้ำร้อน
เพียงแต่ ขณะที่เอี้ยง้วยเดินอยู่ท่ามกลางสายฝน อาศัยแสงเทียนโดยรอบ
เสี่ยวเจียวก็สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหยาดฝนที่โปรยปรายลงมา เมื่อเข้าใกล้ร่างของเอี้ยง้วยกลับถูกปัดป้องออกไปโดยรอบ ราวกับมีม่านพลังที่มองไม่เห็นคอยกางกั้นอยู่
เมื่อเห็นฉากนี้ ร่างของเสี่ยวเจียวก็พลันสั่นสะท้าน
จนกระทั่งร่างของเอี้ยง้วยหายลับไปจากสายตา เสี่ยวเจียวจึงได้สติกลับคืนมา
“คนพวกนี้... เป็นใครกันแน่?”
เดิมทีเสี่ยวเจียวนึกว่าการหาที่พักพิงในครั้งนี้ เป็นเพียงการหาบ้านของคนธรรมดาสามัญเท่านั้น
แต่บัดนี้ มีหรือที่นางจะไม่รู้ว่าอึ้งย้งหรือแม้แต่เอี้ยง้วยที่อาศัยอยู่ในลานเรือนของหลี่ฉางอัน ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา
ชั่วขณะหนึ่ง เสี่ยวเจียวอดสงสัยไม่ได้ว่าตนเองควรจะอยู่ที่นี่ต่อไปดีหรือไม่
ทว่า เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเข้ามาในลานบ้านของหลี่ฉางอัน โดยเฉพาะความรู้สึกสงบและปลอดภัยที่ได้รับจากตัวของเขา
เสี่ยวเจียวก็เกิดความลังเลขึ้นมา
นางยืนลังเลอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็กัดฟันแน่น หันกายเดินกลับไปยังห้องของตน
ภายในบ่อน้ำพุร้อน
เมื่อแช่กายอยู่ในบ่อ ไอหมอกอุ่นๆ ก็ลอยกรุ่นขึ้นมาไม่ขาดสาย
สายฝนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า แต่เมื่อหยดลงบนศีรษะ กลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นแม้แต่น้อย
เมื่อได้ฟังเสียงฝนรอบกาย พร้อมกับแช่กายอยู่ในบ่อน้ำพุร้อน เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
หลังจากที่ลงไปแช่ในบ่อน้ำพุร้อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอึ้งย้งหรือเอี้ยง้วยต่างก็หลับตาลงอย่างมีความสุข
การแช่น้ำร้อนก็เป็นเช่นนี้ เมื่อได้สัมผัสเป็นครั้งแรก ก็พลันตกเป็นทาสของมันโดยไม่รู้ตัว
เหมือนดั่งเอี้ยง้วยและอึ้งย้ง
แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน
แต่พวกนางกลับหลงใหลในความรู้สึกเช่นนี้เข้าโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
และในขณะที่ทั้งสามกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันผ่อนคลายนี้เอง เสียงฝีเท้าก็พลันดังขึ้นจากด้านนอก
ทั้งสามค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือเด็กสาวอายุราวสิบหกปี รุ่นราวคราวเดียวกับอึ้งย้ง
ดวงตาทั้งสองเป็นประกายเจิดจ้า คิ้วเรียวงาม จมูกโด่งเป็นสัน ข้างแก้มมีลักยิ้มปรากฏจางๆ งดงามจับใจ
เมื่อสบสายตากับหลี่ฉางอัน ใบหน้าของเสี่ยวเจียวก็แดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย นางเอ่ยเสียงเบา “คุณชาย!”
“เสี่ยวเจียว?”
เมื่อได้ยินคำเรียกขานและน้ำเสียงของอีกฝ่าย หลี่ฉางอันก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจในทันที
จากนั้นก็ชี้ไปด้านข้าง “ไปแช่ทางนั้นเถิด!”
เมื่อเห็นหลี่ฉางอันละสายตากลับไป เสี่ยวเจียวก็รีบเดินเร็วขึ้นไม่กี่ก้าว
ทางด้านอึ้งย้ง เมื่อมองเสี่ยวเจียวที่ถอดหน้ากากปลอมแปลงออกแล้วในตอนนี้ นางก็ถึงกับตะลึงไป
“หืม? นาง... ก็งดงามถึงเพียงนี้เลยรึ?”
ไม่เพียงแต่อึ้งย้ง แม้แต่เอี้ยง้วยก็ยังมองเสี่ยวเจียวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ครู่ต่อมา สีหน้าของอึ้งย้งก็พลันดูแปลกไป
เดิมทีอึ้งย้งพอใจในรูปโฉมของตนเองอย่างยิ่ง
แต่หลังจากมาอยู่ที่นี่กับหลี่ฉางอัน นางกลับเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เอี้ยง้วยก็ช่างเถิด แต่นี่แม้แต่สาวใช้ที่หลอกมาทำความสะอาดบ้านก็ยังมีความงามไม่ด้อยไปกว่าตนเอง
สิ่งนี้ทำเอาเปลือกตาของอึ้งย้งกระตุกไม่หยุด
“เจ้าคนขี้เกียจนี่... วาสนาดีเกินไปแล้วกระมัง? แค่สุ่มหาสาวใช้มาคนหนึ่งก็ยังงดงามถึงเพียงนี้?”