ว่าที่ลูกเขย! + ผู้บุกรุก

ตอนที่ 11 ว่าที่ลูกเขย! + ผู้บุกรุก



คหบดีถังเป็นชายอ้วน ดูเผินๆ เหมือนคนอารมณ์ดี



เขายืนเท้าสะเอวพุงกลม เดินจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้ายอยู่หน้าประตู



พอเดินจนเหนื่อยก็หย่อนกายนั่งลงบนขั้นบันได หอบหายใจอยู่ตรงนั้น



เจียงหรานยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย สีหน้าลำบากใจ



หากตระกูลถังไม่ใช่คนดี วิธีแก้ปัญหาของเขาก็มีมากมาย



จะเป็นการปราบคนชั่วเพื่อชาวบ้าน หรือปล้นคนมั่งมีช่วยคนยากจนก็ตาม



อย่างน้อยๆ ก็ยังสามารถลดทอนเรื่องของตาเฒ่านั่นไปให้เบาบางที่สุดได้



ทว่าตอนนี้ เห็นทีเส้นทางนี้คงใช้ไม่ได้แล้ว



เรื่องราวระหว่างอาจารย์กับตระกูลถังนั้น เจียงหรานยังไม่รู้อะไรเลย



แม้เถ้าแก่ร้านก๋วยเตี๋ยวจะคุยเก่ง แต่พอเจียงหรานแอบซักถาม กลับไม่ได้เบาะแสสักนิด



เขาจึงถอนหายใจ ลุกขึ้นคว้ากระบี่ เดินตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลถัง



ในเมื่อมาถึงแล้ว เรื่องก็ต้องหาทางแก้



มัวเสียเวลาอยู่ตรงนี้ไปก็ไร้ประโยชน์…ในเมื่อคหบดีถังกำลังเดินเล่นอยู่หน้าประตู ถ้าไม่ไหวจริงๆ จับตัวมาเป็นตัวประกันเสียเลยก็ดีเหมือนกัน



ครุ่นคิดในใจเพียงชั่วพริบตา ก็เดินมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลถังแล้ว



คหบดีถังที่นั่งพักอยู่บนขั้นบันได เงยหน้าขึ้นก็เห็นเจียงหราน



เขาสะพายห่อผ้า มือถือกระบี่ เดินมาช้าๆ



ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสุกสกาว คิ้วเหมือนแนวเขา เป็นบุรุษรูปงามโดยแท้



เพียงมองปราดเดียว คหบดีถังก็รีบลุกขึ้นยืน



เจียงหรานประสานมือ กำลังจะเอ่ยวาจา ทว่าคหบดีถังกลับร้องลั่นว่า

“ลูกเขยแสนดี เจ้ามาแล้วหรือ ข้าเฝ้ารอเจ้าจนใจจะขาด!”



“...”



คำพูดที่เจียงหรานตั้งใจจะกล่าว ถึงกับติดค้างอยู่ตรงลำคอเพราะคำว่า ‘ลูกเขย’



ปฏิกิริยาแรกในใจคือ ตาเฒ่านี่คงจำคนผิด



แต่คิดอีกที ก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง…



ไหนเลยจะมีคนจำลูกเขยของตนเองไม่ได้



ขณะที่กำลังจะไม่ใส่ใจ ก็ถูกคหบดีถังคว้าข้อมือไว้แน่น



“มา มา เข้ามาเถิด เจ้าลำบากเดินทางมาไกลแล้ว ภายในเราจัดเตรียมงานเลี้ยงไว้ต้อนรับ จริงสิ ข้านามว่าถังจั่ว เป็นว่าที่พ่อตาของเจ้า”



เจียงหรานอยากจะอธิบายว่า ท่านจำผิดแล้ว…



แต่พอได้ฟัง กลับยิ่งงงงัน



นี่มันอะไรกัน…พ่อตาไม่เคยเห็นลูกเขย ลูกเขยก็ไม่เคยเห็นพ่อตาอย่างนั้นรึ



ไม่อย่างนั้นจะต้องแนะนำตัวกันทำไม



เจียงหรานมาตามหาวิธีช่วยอาจารย์ ไม่ใช่มาเป็นลูกเขยใครเสียหน่อย



เขารีบเอ่ยว่า



“คหบดีถัง ท่านจำผิดแล้ว ข้า…”



“หา ลูกเขย เจ้าคิดจะกลับคำหรือ”



ดวงตาของคหบดีถังถึงกับแดงก่ำ เหมือนจะร้องไห้



เจียงหรานถึงกับขนลุกซู่



คนผู้นี้ในเมืองชางโจวก็ถือว่ามีชื่อเสียง จะมาร้องไห้กลางถนนได้อย่างไร



วันนี้ตนมาตั้งใจจะขอโทษแทนอาจารย์ หากพอเจอกันกลับทำให้อีกฝ่ายร้องไห้ฟูมฟาย ต่อให้พูดขึ้นมาต่อหน้าคนทั้งถนน ก็ยิ่งทำให้คหบดีถังขายหน้าเข้าไปอีก



ไหนเลยจะควักกระบี่ออกมาฟันเขาได้



คิดไปคิดมา จึงตัดสินใจว่าควรตามน้ำไปก่อน รอเข้าไปด้านในแล้วค่อยพูดกันตามตรง



เจียงหรานจึงรีบเอ่ยว่า



“คหบดีถัง อย่าร้องไห้ไป ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น…”



“มิใช่หรือ”



คหบดีถังถึงกับยิ้มออกมาเหมือนฝนหยุดฟ้าใส พยักหน้ารัวๆ



“เช่นนั้นก็ดี ลูกเขยเข้ามาเถิด ข้างในเตรียมงานเลี้ยงไว้ให้เจ้าแล้ว พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ”



แม้เจียงหรานจะมีวรยุทธล้ำเลิศ ทว่าพบเจอคนเช่นนี้กลับจนปัญญา



สุดท้ายก็ถูกลากเข้าคฤหาสน์ตระกูลถังอย่างงงๆ



เขาได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ ว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน



แต่โทษก็มิได้อยู่ที่ตนเอง เป็นคหบดีถังที่จำคนผิดต่างหาก



หากรอเข้าไปแล้วอธิบายตามความจริง ก็คงไม่กล้าโยนความผิดใส่ตนเป็นแน่



อีกทั้ง ตนยังไม่เปิดโปงเขาตั้งแต่หน้าประตู ก็ยังช่วยรักษาหน้าของเขาไว้บ้าง หากมีคนรู้ว่า ‘ท่านพ่อตา’ ถึงกับจำลูกเขยผิด คงได้กลายเป็นเรื่องตลกไปทั้งเมือง



เมื่อเดินพ้นกำแพงกั้นสายตา เจียงหรานถึงได้เห็นว่าตระกูลถังนั้นมั่งคั่งจริง



ทางที่ผ่านมามีทั้งสวนหย่อม ภูเขาจำลอง ระเบียงยาว ศาลาพัก ทุกสิ่งครบถ้วน



ลานบ้านจัดวางอย่างประณีต งดงามทุกย่างก้าว



คหบดีถังยิ้มแย้มยินดี เดินนำไปพลาง แนะนำสถานที่ให้พลาง



ระหว่างทางหากพบข้าทาสก็นำมาแนะนำให้เจียงหรานรู้จักด้วย



ยังไม่ถึงโถงใหญ่ เจียงหรานก็รู้จักบ่าวไพร่ไม่น้อย รวมทั้งพ่อบ้านใหญ่ที่ชื่อซุนฝู



เมื่อถึงโถงใหญ่ ที่นั่นเตรียมงานเลี้ยงไว้เต็มโต๊ะ อาหารเรียงรายจนเจียงหรานถึงกับพูดไม่ออก



เขาคิดว่าต้องรีบอธิบายให้ชัดเจนก่อนดีกว่า หากปล่อยไปแล้วตัวจริงโผล่มากลางงานเลี้ยง คงยิ่งยุ่งยากกว่านี้



กำลังครุ่นคิดอยู่ ก็ถูกคหบดีถังดึงให้นั่งลง



“ลูกเขยเอ๋ย เจ้าลำบากเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย กินรองท้องไปก่อน อีกเดี๋ยวแม่ยายเจ้ากับพวกนางก็จะออกมาแล้ว”



จากปากเถ้าแก่ร้านก๋วยเตี๋ยวภายนอก เจียงหรานก็พอรู้ว่า คหบดีถังผู้นี้ก็เจ้าสำราญไม่น้อย



มีภรรยาเอกหนึ่ง และอนุอีกสาม



แต่ไร้บุตรชาย มีเพียงบุตรสาวสองคน



คนโตเก็บตัวอยู่ในห้องหอ ส่วนคนรองเป็นหญิงซุกซน วิ่งเล่นกลางถนนอยู่เสมอ



เถ้าแก่ร้านก๋วยเตี๋ยวถึงกับกล่าวอย่างซาบซึ้ง หากใครได้เป็นลูกเขยตระกูลถัง ก็เท่ากับได้ครองสมบัติครึ่งหนึ่งของบ้านนี้แล้ว



เจียงหรานหาได้สนใจไม่ พอมีโอกาสก็รีบเอ่ยขึ้นว่า



“คหบดีถัง ฟังข้าก่อน ข้า…”



ยังไม่ทันจบประโยค ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบ



บ่าวคนหนึ่งตะโกนลั่นว่า ‘แย่แล้ว!’ ‘แย่แล้ว!’ ก่อนพุ่งเข้ามาในโถง คหบดีถังสีหน้ามืดลงทันที



“โวยวายอะไร ไม่รู้จักกาลเทศะรึ อะไรที่ว่าแย่ ข้าบอกเจ้าเลย วันนี้ข้าสุขสบายที่สุด! สุขยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!”



บ่าวคนนั้นหน้าถอดสี ยืนอ้ำอึ้งไม่กล้าเอ่ย



คหบดีถังหันไปยิ้มกับเจียงหราน



“ลูกเขยเอ๋ย บ่าวไม่รู้กฎระเบียบ ทำให้เจ้าขบขันหรือเปล่า”



เจียงหรานมองสีหน้าร้อนรนของบ่าว พลันคิดในใจ หรือว่าลูกเขยตัวจริงมาถึงแล้ว



จึงเอ่ยว่า



“มิสู้ฟังเขาก่อนดีหรือไม่”



“อืม…ก็จริง”



คหบดีถังจึงหันไปทางบ่าว



“ว่ามา เรื่องอะไรแน่”



บ่าวรีบเอ่ยว่า



“นายท่าน คุณหนูรองถูกคุณชายใหญ่แห่งพรรคชิงเหอจับตัวไปแล้ว!”



“อืม ไม่เป็นไร…ให้…”



คหบดีถังพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ได้ยินคำว่าคุณหนูรองก็คิดว่าบุตรสาวตนก่อเรื่องอีกแล้ว



เขาอ้าปากจะสั่งให้คนไปจัดการ



แต่พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ รีบลุกพรวดขึ้น



“ว่าอะไรนะ พรรคชิงเหอ คุณชายใหญ่ฟ่านจี้อู่ เขาจับบุตรสาวข้าไปทำไม”



“เอ่อ…เอ่อ…”



บ่าวถูกถามจนตะลึง ตอบไม่ออก



เจียงหรานเองก็งุนงงไปด้วย แต่เดิมคิดว่าจะเป็นลูกเขยตัวจริงมา พอจะได้อธิบายให้จบ



ไม่คาดคิดกลับเป็นคุณหนูรองตระกูลถังกลับเกิดเรื่องเสียได้



เมื่อเห็นคหบดีถังถึงกับทำอะไรไม่ถูก เจียงหรานจึงรีบถามแทนว่า



“แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ไหน”



“ถูกพาตัวไปพรรคชิงเหอแล้ว!”



“อ่า!”



คหบดีถังรีบร้อนจะออกไปข้างนอก แต่เดินได้สองก้าวก็ยังไม่ลืมหันกลับมามองเจียงหราน



“ลูกเขยเอ๋ย เจ้า…เจ้ากินไปก่อนเถิด ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมา!”



อย่าว่าแต่เจียงหรานเพิ่งกินบะหมี่เนื้อตุ๋นไปหนึ่งชามเลย



ต่อให้ยังไม่ได้กิน ตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์กินอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่เวลาจะมานั่งกินข้าว



นี่คือโอกาสต่างหาก!



ตาเฒ่านั่นไม่รู้ไปล่วงเกินคหบดีถังด้วยเรื่องอันใด ถึงทำให้คหบดีถังผู้มีนิสัยอารมณ์ดีถึงกับโกรธเคือง



จนต้องเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ



บัดนี้บุตรสาวของคหบดีถังถูกพรรคชิงเหอจับตัวไป หากเขาสามารถช่วยนางกลับมาได้



ไม่ว่าคหบดีถังกับอาจารย์เจ้าปัญหาของเขาจะมีเรื่องราวอันใด ก็คงลบล้างกันได้ทั้งสิ้น



ถึงอย่างไร ในสายตาของพ่อแม่ ความปลอดภัยของบุตรย่อมใหญ่หลวงที่สุด



คิดได้ดังนั้น เจียงหรานลุกพรวดขึ้นทันที



“ข้าจะไปกับท่านด้วย”



“หา”



คหบดีถังมองเขาแวบหนึ่ง เหมือนมีแววลังเล แต่เพียงครู่เดียวก็พยักหน้ารับ



“ไปกันเถอะ”



เจียงหรานรีบคว้ากระบี่ติดตามไป



คหบดีถังเดินพลางก็เรียกเอายอดฝีมือในเรือนติดตามไปด้วย



คนกลุ่มใหญ่เคลื่อนพลออกจากจวนตรงสู่พรรคชิงเหอ



ระหว่างทาง คหบดีถังสอบถามจากบ่าวไพร่จึงรู้ความจริง



เรื่องทั้งหมดต้นเหตุมาจากฟ่านจี้อู่



เขาคือบุตรชายคนโตของฟ่านอวี้โหมว ประมุขพรรคชิงเหอ



เป็นที่โปรดปรานและไว้วางใจยิ่งนัก



ก็เพราะเช่นนั้น ถึงได้เติบโตมาเป็นคนหยิ่งผยอง กร่างเกินขอบเขต



แต่กระนั้น เขากลับเป็นคนหัวแหลม



ไม่ว่าออกไปก่อเรื่องเช่นไร ก็มักรู้จักหยุด ไม่เคยก่อเรื่องใหญ่โตนัก



ทว่าในครั้งนี้ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับลงมือปล้นชิงฉุดคร่าสตรีโดยตรง



ยิ่งบังเอิญที่บุตรสาวคนรองของคหบดีถัง ถังฮว่าอี้ก็กำลังเดินเที่ยวอยู่แถวนั้น



สตรีนางนี้แต่กำเนิดชื่นชอบพวกนักเลงพเนจร ใฝ่ฝันชีวิตท่องยุทธจักร เห็นเรื่องไม่เป็นธรรมก็อยากชักกระบี่เข้าช่วย



ปกติไม่มีเรื่องก็ยังจะหาเรื่องขึ้นมาเอง



ครั้นพบเข้ากับเหตุการณ์เช่นนี้ จะนิ่งเฉยได้อย่างไร



จึงชักกระบี่เข้าขัดขวางทันที สู้กับฟ่านจี้อู่



แต่ฟ่านจี้อู่วรยุทธไม่เลว ส่วนถังฮว่าอี้เรียนมาเพียงหัดๆ เล่นๆ จะเป็นคู่ต่อสู้ได้อย่างไร



ไม่ถึงสามกระบวนท่า ก็ถูกเขาจับกุม



ส่วนหญิงสาวที่เดิมถูกเล็งไว้ เมื่อฉวยจังหวะทั้งสองต่อสู้ ก็หนีไปได้



ฟ่านจี้อู่โกรธจัด จึงประกาศให้นางถังฮว่าอี้เป็นตัวแทน แล้วพากลับพรรคไปทันที



คหบดีถังฟังจบถึงกับโกรธจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน



ระหว่างทางไม่หยุดพร่ำด่าฟ่านจี้อู่ว่าไม่ใช่คน เอาอำนาจพรรคชิงเหอมากร่าง



พร้อมทั้งโทษตนเองที่ตามใจถังฮว่าอี้มากเกินไป จนก่อเรื่องใหญ่โต



เจียงหรานฟังแล้ว กลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างแปลกประหลาด



ทั้งที่ปกติหมอนี่รู้จักยับยั้ง เหตุใดจึงหันมาลักพาตัวสตรีอย่างไร้เหตุผล



แถมยังบังเอิญให้ถังฮว่าอี้เห็นเข้าอีก…



เรื่องนี้มันช่างประจวบเหมาะเกินไป!



ครุ่นคิดไปพลาง ไม่ทันไรก็มาถึงพรรคชิงเหอแล้ว



ที่นี่ตั้งอยู่ย่านตะวันออก เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่โต



หน้าประตูมีลูกพรรคในชุดเขียวสองแถว ยืนรักษาการณ์



คหบดีถังนำคนมาถึง สูดหายใจลึก ก้าวอาดๆ ออกไปสองก้าวแล้วกล่าวขึ้นเสียงดัง



“ข้าถังจั่ว วันนี้ได้ยินว่าบุตรสาวข้ากับคุณชายฟานเกิดเรื่องเข้าใจผิด จึงมาเพื่อขอโทษ”



ลูกพรรคชิงเหอหันมองกันแวบหนึ่ง ก่อนที่หนึ่งในนั้นหัวเราะ



“ที่แท้ก็เป็นคหบดีถัง คุณชายของเรากล่าวไว้แล้วว่าวันนี้เป็นวันมงคล ไม่สะดวกพบแขก อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า คุณชายใหญ่จะพาภรรยาใหม่ไปเยี่ยมบ้านแน่นอน คหบดีถังโปรดกลับไปก่อนเถิด”



ใบหน้าคหบดีถังพลันมืดดำ



“เหลวไหลที่สุด! บุตรสาวข้ายังมิได้ออกเรือน จะถูกหยามเกียรติอย่างนี้ได้หรือ คุณชายใหญ่บิดเบือนชื่อเสียงผู้อื่น เช่นนี้มีเหตุผลอันใด หรือพรรคชิงเหอคิดทำการเช่นนี้จริงหรือ”



ลูกพรรคคนนั้นแคะหูพลางยิ้ม



“คหบดีถังอย่าโกรธเลย อีกหน่อยเราก็ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ควรอยู่กันอย่างราบรื่นดีกว่า”



“นี่มันเกินทนแล้ว!!”



คหบดีถังสูดหายใจเฮือกใหญ่ เกือบยืนไม่อยู่ โชคดีซุนฝูรีบเข้าประคอง



ได้ยินคหบดีถังตะโกนเสียงดัง



“ฟ่านอวี้โหมว…ฟ่านอวี้โหมวอยู่ไหน ข้าต้องการพบเขา!!”



“โธ่เอ๋ย ช่างไม่บังเอิญเลย”



ลูกพรรคคนนั้นหัวเราะ



“ประมุขพรรคเราได้รับเชิญจากสหาย จึงออกเดินทางไปแล้ว คงอีกเดือนหนึ่งถึงจะกลับมา ท่านจะไม่รอจนถึงตอนนั้นหรือ”



ได้ยินดังนั้น คหบดีถังยิ่งเดือดจัด พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า



“ดี! ดีมาก! พรรคชิงเหอใช้กำลังข่มเหงสินะ แต่ข้าถังจั่วในเมืองชางโจว ใช่ว่าจะยอมให้เหยียบย่ำได้ง่ายๆ! วันนี้ต่อให้ข้าต้องตายอยู่หน้าประตูพรรคชิงเหอ ก็ต้องพาบุตรสาวกลับไปให้ได้! คนของข้า บุกเข้าไป!!”



“อยากลองหรือ!”



เสียงคำรามก้องดังขึ้นจากในคฤหาสน์



พลังเสียงถูกเร่งด้วยพลังภายใน ดังก้องสะท้านโสต



มองไปก็เห็นชายกลางคนหน้าตาดุดัน นำเหล่าลูกพรรคจำนวนหนึ่งออกมา



“นี่คือที่ตั้งพรรคชิงเหอ ผู้บุกรุก…ตาย!!”



“หูหมาน!”



คหบดีถังมองบุรุษผู้นั้น ฟันกรอด



พรรคชิงเหอย่อมต่างกับตระกูลถัง มันคือหนึ่งในสามพรรคใหญ่แห่งชางโจว



ลูกพรรคทุกคนล้วนกล้าฟันกล้าฆ่า ทำมาหากินด้วยชีวิตเป็นเดิมพัน



ตระกูลถังแม้มีผู้เป็นวรยุทธ์คุ้มบ้าน แต่ไหนเลยจะสู้พวกนักเลงชอบสู้ตายเหล่านี้ได้



ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภายในพรรคนอกจากตัวประมุขแล้ว ยังมีรองประมุขมากถึงสี่คน



แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือ!



ชายตรงหน้าคือหูหมาน หนึ่งในสี่วรยุทธ์ วรยุทธร้ายกาจ หาใครเทียบได้ง่ายๆ ไม่



เพียงเห็นเขาปรากฏตัว เหล่าผู้ติดตามคหบดีถังต่างไม่กล้าเคลื่อนไหว



คหบดีถังรู้สึกเหมือนลมหายใจตีขึ้นอก ไม่รู้จะทำเช่นไรดี



ทว่าเจียงหรานก้าวแทรกออกมา มือกดที่ด้ามกระบี่ เดินตรงไป



“ลูกเขย!”



ถังจั่วอึ้งไปครู่หนึ่ง “อย่าเข้าไป อันตราย!”



เจียงหรานเพียงยิ้ม ประสานมือเอ่ยว่า



“คหบดีถัง แท้จริงท่านจำผิดคนแล้ว ผู้เยาว์แซ่เจียงนามหราน หาใช่ว่าที่ลูกเขยของท่านไม่ ข้ามาที่ตระกูลถังเพื่อช่วยอาจารย์ข้า ครึ่งเดือนก่อน ข้าได้รับจดหมายจากอาจารย์ บอกว่าล่วงเกินท่าน ข้าจึงรีบเร่งมาช่วย ไม่คาดกลับถูกท่านเข้าใจผิด”



“แต่กระนั้นก็หาใช่ปัญหาอันใด บัดนี้คุณหนูถังถูกกักขังในพรรคชิงเหอ ผู้เยาว์ไม่เก่งกล้า แต่ยินดีเสี่ยงชีวิต หวังเพียงว่าคหบดีถังเห็นแก่เรื่องนี้ จะไม่โกรธอาจารย์ข้าอีก ผู้เยาว์ขอคารวะเป็นการชดใช้!”



ว่าแล้วก็ก้มโค้งลงจนศีรษะเกือบแตะพื้น ท่าทีจริงใจยิ่งนัก



ถึงแม้วันนี้วรยุทธเขาจะสูงส่ง แต่หาใช่เพื่อนำมาอวดเบ่งหรือกดขี่ใคร



ไม่รอคหบดีถังตอบ เจียงหรานก็หันไปยังหูหมาน



“หลีกไป”



“เจ้าเป็นใคร”



หูหมานหน้าถมึงทึง



“เจียงหราน”



เจียงหรานกดมือที่ด้ามกระบี่



“ข้ามาเพื่อรับคุณหนูรองตระกูลถังกลับบ้าน ขอให้ทุกคนหลีก หากไม่…อย่าโทษข้าที่กระบี่ไร้ปรานี!”



“ฮ่าๆๆ กล้าหาญนัก!!”



หูหมานหัวเราะลั่น มือขวาล้วงออกมา เผยแส้เก้าข้ออยู่ในมือ



“ไม่ว่าแกจะเป็นใคร ในเมื่ออยากแส่หาที่ตาย ข้าก็จะสนองให้!”



สิ้นคำ มือสะบัดหนึ่งที แส้เก้าข้อเสมือนอสรพิษแลบลิ้น ดุจมังกรร่ายรำบนท้องฟ้า



พลังแส้รุนแรงคาดเดายาก ปลายแส้พุ่งตรงปิดล้อมจุดสำคัญทั่วอกเจียงหราน!




ตอนก่อน

จบบทที่ ว่าที่ลูกเขย! + ผู้บุกรุก

ตอนถัดไป