บทที่ 17

“แกกับยอนดู... ลองทำช่องคิดส์ทูปดูไหม?”

นึกว่าจะพูดเรื่องอะไร ที่แท้ชเวยุนอูก็เสนอให้ผมลองทำช่องคิดส์ทูปนี่เอง

ถึงผมจะไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับคิดส์ทูปมากนัก แต่ก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง

‘ลิงก์ที่ยุนอูเคยส่งให้ในกลุ่มแชทเมื่อคราวก่อน’

ช่องในลิงก์นั่นแหละคือคิดส์ทูป เท่าที่ได้ลองเข้าไปดูคร่าวๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นช่องที่เอาไว้แบ่งปันเรื่องราวในชีวิตประจำวันหรือมุมต่างๆ ของเด็ก

แต่ผมกลับไม่มีความสนใจที่จะทำช่องอะไรแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย

ขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ ยูซองฮยอนก็ตบไหล่ยุนอูฉาดใหญ่แล้วพูดแทรกขึ้นมา

“โห ยุนอู ไอเดียแกนี่มันสุดยอดไปเลยว่ะ เอาจริงๆ ถ้ายอนดูเริ่มทำคิดส์ทูปนะ มันก็ระดับปรากฏการณ์เลยไม่ใช่เหรอวะ?”

“ปรากฏการณ์อะไร”

“ก็เหมือนตอนที่แบคจงวอนกระโดดเข้ามาทำช่องอาหารนั่นแหละ”

“เออว่ะ”

เพียะ

ยุนอูอุทานออกมาอย่างทึ่งๆ แล้วก็แปะมือกับซองฮยอน

“ซองฮยอนเอ๊ย เรื่องเปรียบเปรยนี่ต้องยกให้แกจริงๆ ว่ะ”

“คิกๆ”

“ก็นะ ถึงหน้าตาของเด็กจะไม่ได้เป็นตัวตัดสินความสำเร็จของช่องทั้งหมด แต่มันก็มีส่วนอย่างมากเลยล่ะ ในฐานะที่เป็นแฟนพันธุ์แท้คิดส์ทูป ฉันกล้ายืนยันเลยว่าไม่เคยมีเด็กคนไหนน่ารักน่าเอ็นดูเท่ายอนดูมาก่อน เพราะงั้น...”

ทั้งสองคนผลัดกันพูดอย่างออกรส

ถึงจะรู้สึกผิดที่ต้องขัดจังหวะ แต่ผมก็คิดว่าควรจะรีบตอบไปเสียที

...

ผมพูดด้วยเสียงที่เบาพอจะไม่ให้ยอนดูได้ยิน

“ฉันไม่ทำหรอกนะ คิดส์ทูปน่ะ”

“อ้าว ทำไมวะ?”

“แค่ทำงานพิเศษแล้วก็ใช้เวลากับยอนดูก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปทำคิดส์ทูปวะ มันเป็นช่องที่เอาไว้แบ่งปันชีวิตประจำวันของเด็กไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่สนใจหรอก แค่ได้มองยอนดูอยู่เฉยๆ ก็มีความสุขแล้ว จะเอาไปแบ่งให้คนอื่นดูทำไม?”

ยูซองฮยอนทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อแล้วตอบกลับมา

“โธ่เว้ย ไอ้เพื่อนสมองทึบ... เอ๊ย ไม่ใช่ เพื่อนรัก”

ยูซองฮยอนที่กำลังจะหลุดคำหยาบออกมา นึกขึ้นได้ว่ายอนดูอยู่ด้วยเลยรีบเปลี่ยนคำพูด

แล้วก็พูดต่อ

“การแบ่งปันชีวิตประจำวันมันเป็นแค่วัตถุประสงค์รองต่างหาก”

“หา? แล้วมันมีอะไรอย่างอื่นอีก”

เจ้านั่นยิ้มกริ่มแล้วใช้นิ้วทำเป็นรูปเหรียญ

“ก็เงินไงเพื่อน”

“...เงิน?”

“เออ สมัยนี้แกไม่เคยอ่านข่าวเหรอวะว่าอาชีพในฝันอันดับหนึ่งของเด็กประถมคือยูทูบเบอร์น่ะ ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกนะ แต่ได้ยินมาว่ายูทูบเบอร์น่ะหาเงินได้เยอะ”

ดูเหมือนเจ้านั่นจะภูมิใจมากที่จี้ใจดำผมด้วยเรื่องเงินได้สำเร็จ

ผมถอนหายใจแล้วพูดว่า

“พอได้ยินแบบนั้นแล้วยิ่งไม่อยากทำเข้าไปใหญ่”

“...หา? ทำไมอีกล่ะ?”

“มันก็เท่ากับว่าให้ฉันขายยอนดูเพื่อหาเงินน่ะสิ”

“เฮ้ย”

“อะไร”

“แกนี่มันรู้อย่างเดียว แต่ไม่รู้ตั้งสองอย่าง”

ยูซองฮยอนพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังต่างจากเมื่อครู่

...

“คิดดูดีๆ สิ มันไม่ใช่การขายยอนดูเพื่อหาเงิน แต่เป็นการหาเงิน... เพื่อยอนดูต่างหาก”

ในวินาทีนั้น ผมรู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบหัวเข้าอย่างจัง

แค่เปลี่ยนจากคำว่า ‘ขาย’ เป็น ‘เพื่อ’ ความรู้สึกที่ได้รับกลับแตกต่างกันอย่างมหาศาล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากของยูซองฮยอน ไม่ใช่ใครอื่นในกลุ่มสามคนนี้

เพราะปกติแล้วเจ้านี่เป็นพวกที่ไม่เคยมีความจริงจังอยู่เลยแม้แต่น้อย

ผมถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไร้แววหยอกล้อเช่นกัน

“เพื่อ... ยอนดู?”

ยูซองฮยอนตอบกลับมาด้วยเสียงเบาๆ

“ใช่ ถึงฉันจะไม่เคยเลี้ยงเด็ก แต่เอาตามตรงนะ อายุเท่าพวกเราเนี่ยจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมันง่ายซะที่ไหน แค่จะซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ให้สักตัวยังลำบาก จะซื้อรองเท้าให้สักคู่ก็ยังต้องคิดแล้วคิดอีก ถ้าทำยูทูบแล้วหาเงินได้พอจะซื้อของพวกนั้น ชีวิตมันก็สบายขึ้นเยอะไม่ใช่เหรอวะ? แล้วก็จะได้เลี้ยงยอนดูในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นอีกหน่อยด้วย”

พอมาคิดดูแล้วมันก็จริง

หลังจากที่ได้เจอกับยอนดู มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

‘เป้าหมายในการหาเงิน’

เดิมทีผมทำงานพิเศษก็เพื่อประคองชีวิตอันแสนน่าเบื่อของตัวเองไปวันๆ

ก็แค่เพื่อไม่ให้อดตาย ไม่ได้มีความโลภหรือเป้าหมายอะไรในการหาเงินเลยสักนิด

แต่หลังจากที่ยอนดูเข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะผมหาเงินเพื่อยอนดู ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

ตอนที่คุณเจ้าของร้านขึ้นค่าชั่วโมงให้ ทำไมผมถึงได้ดีใจขนาดนั้นกันนะ?

ถ้าเป็นตอนก่อนที่จะเจอยอนดู ผมจะดีใจได้ขนาดนั้นหรือเปล่า?

‘ไม่เลย’

ที่ผมดีใจได้ก็เพราะมียอนดูอยู่

เพราะความคาดหวังที่ว่าเงินที่ได้เพิ่มขึ้นมาจะเอาไปทำอะไรให้ยอนดูได้บ้าง

บทสรุปมีเพียงหนึ่งเดียว ผมต้องการเงิน ทำไมเหรอ?

‘เพื่อยอนดู’

เพียงชั่วพริบตา ความคิดของผมก็เปลี่ยนไป

ถ้าเป็นไปเพื่อยอนดู ไม่ใช่เพื่อตัวเองแล้วล่ะก็... คิดส์ทูป ผมน่าจะทำได้

สุดท้ายพัคจุนซูก็เอ่ยปากขึ้น

“ฉันว่ามันเป็นไอเดียที่ดีมากเลยนะ ถ้าทำได้ดีอาจจะมีประสิทธิภาพกว่าการทำงานพิเศษเพิ่มขึ้นก็ได้ เพราะแกก็ถ่ายรูปมีสไตล์ดีนี่”

“ก็... คงงั้นมั้ง”

“แล้วก็มีรสนิยมทางศิลปะด้วย”

“ฮ่าๆ แหม รสนิยมทางศิลปะเลยเหรอ ไม่รู้ว่าจะยังเหลืออยู่บ้างหรือเปล่านะ”

ถึงผมจะพูดติดตลก แต่จุนซูกลับตอบกลับมาอย่างจริงจัง

“เอาน่า ของแบบนี้มันจะหายไปไหนได้ แล้วก็นี่เป็นเรื่องที่ฉันอยากจะพูดเป็นการส่วนตัวนะ จูวอน แกน่ะ...”

จุนซูที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็หุบปากไป

“ช่างเถอะน่า เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันตอนดื่มเหล้าแล้วกัน ว่าแต่จะทำใช่ไหม คิดส์ทูปน่ะ?”

“อืม คงต้องลองศึกษาดูก่อน แต่พอมาคิดดูแล้วมันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ คิดส์ทูปเนี่ย ถ้าทำเพื่อยอนดู ไม่ใช่เพื่อใช้ประโยชน์จากเธอ”

“คิกๆ คิดได้ก็ดีแล้ว ถ้าสร้างช่องเมื่อไหร่ก็ส่งมาในกลุ่มแชทเลยนะ จะได้รีบไปกดติดตาม”

หลังจากอยู่ได้ไม่นาน เพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันกลับไป

ถึงจะมาเพื่อตั้งวงเหล้า แต่ในเมื่อมียอนดูอยู่ด้วย ก็ฝันไปเถอะ

‘แต่ก็สัญญากันแล้วว่าคราวหน้าจะไม่เบี้ยวแน่นอน’

ถึงอย่างนั้น การที่เจ้าพวกนั้นมาหาก็ทำให้วันนี้เป็นวันที่สนุกดีเหมือนกัน

ทั้งดีใจที่ได้เจอหน้ากันหลังจากไม่ได้เจอกันนาน แถมยังมาเสนอไอเดียใหม่ๆ อย่างคิดส์ทูปให้อีก

ดูเหมือนว่าบางครั้งเจ้าพวกนี้ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน

“ยอนดู”

“ฮะ!”

“เจอเพื่อนๆ พ่อแล้วเป็นไงบ้าง?”

“ชอบฮะ!”

“ฮ่าๆ ดีจังเลย”

...

พอได้เห็นท่าทางของยอนดู ผมก็เผลอยิ้มออกมาอีก

จู่ๆ ก็เหมือนจะเข้าใจขึ้นมาแล้ว

ว่าทำไมพ่อแม่ถึงได้อยากจะแบ่งปันเรื่องราวของลูกตัวเองผ่านยูทูบ

‘คงเพราะน่ารักจนเก็บไว้ดูคนเดียวไม่ไหวสินะ’

อันที่จริง ผมไม่ใช่คนที่ชอบดูยูทูบเท่าไหร่

ดังนั้น ผมจึงไม่รู้ว่ามันมีระบบการทำงานแบบไหน หรือวิดีโอที่มีคอนเซปต์และสไตล์แบบไหนถึงจะได้รับความนิยม

ช่องคิดส์ทูปที่ผมรู้จักก็มีแค่ช่อง ‘เบบี๋กับมามี้’ ที่ยุนอูส่งมาในกลุ่มแชทเท่านั้น

แถมยังดูไปได้แค่แป๊บเดียวก็ปิดแล้วด้วย

‘เราจะทำได้ไหมนะ’

ไม่สิ ต้องถามว่า ‘ควรจะทำไหม’ ก่อนต่างหาก

เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ปรากฏในวิดีโอก็คือยอนดู ไม่ใช่ผม

ถ้าหากยอนดูไม่อยากจะทำ ทั้งหมดมันก็เป็นเรื่องที่ไร้ความหมาย

จำเป็นต้องถามความเห็นของเจ้าตัวก่อน

“ยอนดู”

“ค่ะ”

“รูปที่พ่อถ่ายให้ยอนดูน่ะ ทั้งวิดีโอด้วย”

ยอนดูพยักหน้า

ทุกครั้งที่ผมถ่ายรูปหรือวิดีโอเสร็จ ก็จะเอาให้ยอนดูดูเสมอ

และทุกครั้ง ยอนดูก็จะหัวเราะคิกคักเหมือนว่าภาพของตัวเองมันน่ามหัศจรรย์

‘ถ้าเริ่มทำคิดส์ทูป’

รูปภาพและวิดีโอเหล่านั้น จะถูกเผยแพร่ให้บุคคลที่สามซึ่งก็คือผู้ใช้งานยูทูบได้เห็น

สิ่งสำคัญก็คือยอนดูจะมีความรู้สึกต่อต้านเรื่องนั้นหรือเปล่า

“ยอนดูคิดว่ายังไง ถ้าคนอื่นได้เห็นรูปพวกนั้น”

“คนอื่น...?”

“อื้ม อย่างเช่นคนที่อยู่ไกลๆ กับเรา หรือคนที่เราไม่รู้จักมาเห็นภาพของยอนดูน่ะ ทั้งตอนที่ยอนดูเล่น หรือตอนที่กินอะไรอยู่”

แต่ไม่รู้ทำไม ยอนดูกลับทำหน้าตกใจแล้วถามกลับมา

“ทะ... ทำไมต้องมองยอนดูด้วยเหรอฮะ?”

“ก็เพราะน่ารักไง”

“...น่ารักก็เลยมองเหรอฮะ?”

“ใช่แล้ว ตอนที่พ่อเอารูปที่ถ่ายให้ยอนดูดู ยอนดูไม่คิดว่าตัวเองน่ารักเหรอ?”

“ค่ะ...”

“ไม่คิดว่าน่ารักเหรอ?”

ผมตกใจจนต้องถามซ้ำ แต่ยอนดูก็ยังคงพยักหน้าเบาๆ

พอมาคิดดูแล้ว ยอนดูไม่เคยพูดว่าตัวเองน่ารักเลยสักครั้งเวลาที่ดูรูป

มีแต่ถามผมว่าน่ารักไหม

เวลาที่ให้ดูวิดีโอกับรูป เธอก็แค่ยิ้มแล้วก็ทำท่าทางทึ่ง

แถมยังเอาแต่พูดเรื่องแปลกๆ อย่างดอกไม้สวย พ่อหล่ออะไรทำนองนั้น

‘อย่าบอกนะว่าไม่รู้ตัวว่าตัวเองน่ารัก’

ปกติถ้าคนสวยมาบอกว่าตัวเองไม่สวยมันก็น่าหงุดหงิดอยู่หรอก

แต่ดูเหมือนว่ายอนดูจะไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าตัวเองน่ารักจนไม่น่าเชื่อ

ผมจับไหล่ของยอนดูไว้แล้วพูดว่า

“ยอนดู”

“ค่ะ”

“เวลาที่คนอื่นมองยอนดู เขาพูดอะไรมากที่สุดรู้ไหม?”

“...?”

“‘น่ารัก’ ไง ยอนดูน่ะน่ารักมากจริงๆ นะ ทั้งหน้าตาก็น่ารัก จิตใจก็น่ารัก แถมยังเป็นเด็กดีอีกด้วย”

“ยอนดู... น่ารักจริงๆ เหรอฮะ?”

“อื้ม แล้วที่ผ่านมาคิดว่าคนอื่นเขาโกหกอยู่รึไง?”

“ก็ไม่ใช่ฮะ... แต่เขาบอกว่าหนูสกปรก...”

“หา? ไม่นะ ใคร? หรือว่าที่เนิร์สเซอรี่มีใครว่ายอนดูสกปรกเหรอ? ไม่นะ ไอ้เด็กเวรที่ไหนมันกล้า!”

ยอนดูส่ายหน้าไปมา

“ไม่ใช่ที่เนิร์สเซอรี่เหรอ? แล้วใครพูดล่ะ?”

“...เขาบอกว่าหนูเป็นเด็กไม่ดี... สกปรก ให้ไสหัวไปไกลๆ ฮะ...”

ในวินาทีนั้น ความดันของผมก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

ไอ้บ้าที่ไหนมันกล้าพูดจาแบบนั้น?

นี่มันเป็นเรื่องที่ผมไม่อาจทนได้จริงๆ

“ไอ้เด็กเวรที่ไหนวะ เดี๋ยวจะไปลากคอมันมาไถหน้ากับพื้นยางมะตอยให้...”

ทว่าพอได้เห็นสีหน้าของยอนดู ผมก็ต้องหุบปากไป

เพราะผมตระหนักได้ว่าคนที่ยอนดูพูดถึง คือคนที่ไม่สามารถไปแก้แค้นได้แล้ว

คนที่แม้แต่จะไม่ยอมให้ยอนดูเรียกตัวเองว่าพ่อ คุณน้าของผมที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป

ให้ตายสิ เผลอแป๊บเดียวก็กลับมาแสดงตัวตนของมันอีกแล้ว ไอ้เวรนั่น

น่าจะรู้ตัวได้เร็วกว่านี้แท้ๆ

แค่ลองคิดดู คนที่จะพูดจาแบบนี้กับยอนดูได้ก็มีแค่คุณน้าเท่านั้น

แต่เพราะมัวแต่โมโห เลยไม่ทันได้นึกถึง

ผมพยายามสงบสติอารมณ์แล้วพูดว่า

“ยอนดู จำได้ไหมที่พ่อเคยพูดไว้เมื่อคราวก่อน”

“เรื่องอะไรเหรอฮะ...?”

“พ่อจะไม่มีวันโกหกยอนดูเด็ดขาด ยอนดูเป็นเด็กที่น่ารักมากจริงๆ นะ”

ผมพูดคำว่าน่ารักซ้ำไปซ้ำมาราวกับจะสะกดจิตยอนดู

ถ้าใครมาเห็นเข้าก็คงจะเป็นภาพที่น่าสมเพชน่าดู

แต่ต่อให้ต้องทำแบบนี้ ผมก็อยากจะให้ยอนดูได้รับรู้

‘ว่าเธอเป็นเด็กที่น่ารักมากจริงๆ’

ผมอยากจะฟื้นฟูความภาคภูมิใจในตัวเองของยอนดู ที่ตกต่ำลงไปจนถึงขีดสุดเพราะต้องใช้ชีวิตอยู่กับไอ้ขยะนั่น

ต่อให้จะทำได้แค่เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ขอบตาของยอนดูก็เริ่มแดงขึ้น

และผมก็เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการเปิดช่องคิดส์ทูป

“ยอนดู เรามาทำกันเถอะ”

“อืง...?”

“เรามาลงรูปของยอนดูกัน ให้คนอื่นๆ ได้เห็นไง ว่ายอนดูของพ่อเป็นเด็กที่น่ารักขนาดไหน”

เดิมทีผมตั้งใจว่าจะไม่เอาความคิดของตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องเลย

ถ้าหากยอนดูบอกว่าชอบก็จะทำ ถ้าบอกว่าไม่ชอบก็จะไม่ทำทันที

แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

...

‘ต้องทำ’

ผมรู้สึกว่าต้องทำให้ยอนดูได้รับรู้

ว่าไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ใครจะมอง เธอก็เป็นเด็กที่ได้รับความรักได้

ยอนดูยิ้มทั้งที่ขอบตายังแดงก่ำแล้วตอบกลับมา

“ค่ะ พ่อ!”

ในเมื่อจะทำแล้วก็ต้องรีบทำ

ผมเปิดคอมพิวเตอร์ทันที แล้วก็ใช้บัญชีกูเกิลสร้างไอดียูทูบขึ้นมา

จากนั้นก็เข้าไปที่หน้าสร้างช่อง

  • ชื่อช่อง :

ไม่มีเหตุผลที่จะต้องลังเล ผมพิมพ์ลงไปโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

  • ชื่อช่อง : ยอนดูทูป (Yeon-dooTube)

และแล้ว ช่องยูทูบของผมกับยอนดูก็ได้ถือกำเนิดขึ้น



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 17

ตอนถัดไป