การเติบโตอันน่าทึ่ง

ขณะที่ซูหลินดูดกินน้ำนมแม่หมาป่านั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นแผ่วเบาที่ข้างหู ไม่นานเปลือกตาเขาก็หนักอึ้งจนหลับไปอย่างสงบ

ลูกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมักจะชอบนอนหลับมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นทารกมนุษย์หรือหมาป่าน้อยแห่งขั้วโลกก็ล้วนเหมือนกันทั้งนั้น

...........

หนึ่งเดือนต่อมา ภายในถ้ำหิมะ

“อู้ว!”

เสียงหอนเล็กแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูซูหลิน เขาหันไปก็พบร่างเล็กกำลังจ้องมองเขาด้วยดวงตากลมโตใสซื่ออย่างประหลาดใจ

นี่ก็คือ "น้องสาวหมาป่า" ของเขาที่เกิดตามเขามาไม่นาน ต่างกันเพียงไม่กี่วัน แต่เธอกลับไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พี่ชายซึ่งเคยตัวพอ ๆ กัน กลับโตกว่าเธอไปหลายเท่าแล้ว

ซูหลินที่กำลังเหม่อมองวิวด้านนอก พอได้ยินเสียงน้องก็หันกลับมายิ้มแผ่ว ๆ ใช้กรงเล็บลูบหัวเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดู

เขารู้ดีว่าน้องสาวสงสัยอะไรอยู่ และไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แม้แต่พ่อหมาป่า แม่หมาป่า รวมทั้งสมาชิกหมาป่าตัวอื่น ๆ ต่างก็มองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ถ้าไม่ใช่เพราะทุกตัวเห็นกับตาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกมันคงคิดไปแล้วว่า ซูหลินเป็นหมาป่าขั้วโลกตัวอื่นที่แอบแฝงเข้ามาแน่ ๆ

เพราะการเติบโตของเขา มันช่างน่ากลัวเกินไป

ทั้งหมดนี้ย่อมมาจากผลของ ยาเพิ่มศักยภาพสิบขวด

ตั้งแต่วันที่สามหลังเกิดใหม่ ซูหลินก็สามารถวิ่งและกระโดดได้ด้วยตัวเองแล้ว

วันที่สิบ เขาก็หย่านม และเริ่มกินเหยื่อที่พ่อหมาป่าล่ามาให้


วันที่ยี่สิบ ร่างกายก็โตจนใหญ่กว่าน้องสาว และยังแซงหน้าลูกพี่ลูกน้องที่มีอายุครึ่งปีเต็มไปแล้ว


จนถึงวันที่สามสิบ ร่างกายของเขาก็ใหญ่เทียบเท่าหมาป่าอาร์กติกเพศผู้ที่มีอายุหนึ่งปีเต็ม


【ชื่อ】: ซูหลิน


【เผ่าพันธุ์】: หมาป่าอาร์กติก


【ระดับ】: ระดับ 3 (ต้องการแต้มวิวัฒนาการ 80 แต้มเพื่อเลื่อนระดับ)


【พลังชีวิต】: 300


【ความอดทน】: 30


【พลังการโจมตี】: 30


【พลังป้องกัน】: 30


【ความเร็ว】: 60


【แต้มวิวัฒนาการ】: 8


เพียงหนึ่งเดือน ซูหลินก็พัฒนาจนถึงระดับ 3 แล้ว

เมื่อเปรียบเทียบกับพ่อแม่หมาป่าที่มีค่าสถานะแจกจ่ายไม่สมดุล คุณสมบัติของซูหลินกลับมีความสมดุลชัดเจน เนื่องจากทุกครั้งที่เลื่อนระดับ ระบบจะเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานทุกด้านให้เท่ากันด้านละ 10 หน่วย ส่วนพลังชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก 100 หน่วย

ที่สำคัญที่สุดคือ เขายังได้ แต้มอิสระอีก 10 หน่วย สำหรับจัดสรรเอง ซึ่งเป็นผลจากยาเพิ่มศักยภาพด้วย

อย่ามองว่าแค่ 10 แต้มจะเล็กน้อย เพราะมันทำให้ซูหลินแข็งแกร่งกว่าหมาป่าระดับเดียวกันถึงหนึ่งในห้าเลยทีเดียว! และความน่ากลัวที่สุดคือ แต้มเหล่านี้สามารถเลือกจัดสรรได้ตามใจเขา

ซูหลินเลือกลงทั้งหมดไปที่ ความเร็ว

ปัจจุบัน ความเร็วของเขาเหนือกว่าหมาป่าระดับเดียวกันมากมาย กระทั่งแม่หมาป่าก็ยังเทียบไม่ได้

เพราะไม่ว่าจะบนดินหรือท้องฟ้า "ความเร็วคือราชัน" ต่อให้สู้ไม่ไหว แค่หนีได้ก็คือรอด! นั่นคือความคิดในใจของเขา

ทันใดนั้น เสียงหอนทุ้มต่ำก็ดังขึ้นขัดความคิดของซูหลิน

เขาเงยหน้า มองไปยังพ่อหมาป่า เสียงนี้คือสัญญาณเรียกหมาป่าออกไปล่าเหยื่อ ซึ่งเขาได้ยินแทบทุกวัน เพราะพ่อแม่หมาป่าต้องออกไปหาอาหารตลอดเวลา

ทว่าด้วยสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและสัตว์น้อย ทำให้การล่าทุกครั้งได้ผลน้อยมาก พวกสัตว์ใหญ่ เช่น หมีขั้วโลก วัวมัสก์ หรือหมีสีน้ำตาล แม้จะพบเห็นบ่อย แต่ก็ไม่มีฝูงหมาป่าฝูงไหนกล้าแตะต้องง่าย ๆ เพราะอาจต้องแลกด้วยความสูญเสียมหาศาล

ดังนั้นถ้าไม่ถึงคราวจนตรอกจริง ๆ ฝูงหมาป่าก็จะไม่เสี่ยงไปล่าเหยื่อเหล่านี้

วันนี้แตกต่างออกไป แม่หมาป่าซึ่งปกติจะอยู่เฝ้าลูก ๆ ในถ้ำก็ลุกขึ้นเดินตามฝูงออกไปด้วย ก่อนจะออกไป เธอยังเอาหัวมาถูตัวซูหลินกับน้องสาวของเขาอย่างอ่อนโยน พร้อมส่งเสียงหอนเบา ๆ คล้ายฝากฝังให้เขาดูแลน้อง แล้วจึงจากไป

พ่อหมาป่าเองก็ฝากฝังหน้าที่กับลูกพี่ลูกน้องที่อายุกว่าครึ่งปี เธอเป็นพี่ใหญ่ในบรรดาลูกหมาป่า จึงได้รับความไว้วางใจให้เฝ้าถ้ำ

ฝูงหมาป่าผู้ใหญ่ที่เหลือ รวมทั้งหมดแปดตัว ต่างออกล่าเหยื่อไปพร้อมกัน ทิ้งไว้เพียงห้าลูกหมาป่าในถ้ำ

ท่ามกลางลูกหมาป่าทั้งหมด นอกจากซูหลินแล้ว ก็มีลูกหมาป่าตัวหนึ่งดูโดดเดี่ยวที่สุดมันคือหมาป่ากำพร้า ไม่มีพ่อแม่ของตัวเอง แต่ถูกพ่อแม่หมาป่าของเขาเก็บมาเลี้ยงจากการออกล่า วันเวลาผ่านไปสามเดือน ร่างกายมันก็โตพอ ๆ กับลูกพี่ลูกน้องที่อายุครึ่งปีแล้ว จัดว่าโตเร็วไม่น้อย ดูท่าพอจะมีแววจะกลายเป็นหัวหน้าฝูงในอนาคตได้ เพียงแต่ยังไงก็ยังด้อยกว่าซูหลินอยู่หลายขุม

เมื่อฝูงหมาป่าออกไปไกลแล้ว ซูหลินก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องลองออกไปล่าด้วยตัวเอง

เหตุผลก็เพราะช่วงนี้เขากินมากเกินกว่าหมาป่าโตเต็มวัยเสียอีก เห็นได้ชัดว่าพ่อแม่หมาป่าต้องลำบากกว่าจะได้เหยื่อมา แล้วก็อดกินเพื่อยกให้เขากับน้องสาว ทำให้ร่างกายผอมซูบลงเรื่อย ๆ

สิ่งนี้ทำให้ซูหลินรู้ว่า เขาควรรับผิดชอบบ้างแล้ว

อีกทั้งระบบ "การกลืนกินวิวัฒนาการ" ก็ต้องการประสบการณ์การต่อสู้จริง ๆ ด้วย การเอาแต่นอนรอในถ้ำไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน


เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป


ซูหลินส่งเสียงหอนสั้น ๆ เพื่อบอกน้องสาวกับลูกพี่ลูกน้อง

“อู้ว!”


ลูกพี่ลูกน้องหอนกลับมาเหมือนจะห้าม แต่ซูหลินกลับไม่สนใจ ก้าวเดินออกจากถ้ำไป ปล่อยให้น้องสาวมองตามด้วยแววตาอาลัย และลูกพี่ลูกน้องก็ได้แต่โมโหทำอะไรไม่ได้

แผ่นดินอาร์กติก เต็มไปด้วยหิมะและฤดูหนาวอันยาวนาน อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจลดต่ำถึง -50 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นความหนาวโหดร้ายถึงขั้นพรากชีวิตได้


แม้ซูหลินจะเกิดใหม่ในร่างหมาป่าอาร์กติก มีขนหนาทึบช่วยป้องกัน แต่ทันทีที่ออกมา เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงความเยือกแข็งที่กัดกินเข้ากระดูก

【อากาศหนาวจัด ทำให้พลังชีวิต -1】

【อากาศหนาวจัด ทำให้ร่างกายสิ้นเปลืองพลังงานเป็นสองเท่า กรุณาประหยัดแรง】

เสียงระบบดังขึ้นเตือนในหู ทำให้ซูหลินรู้ว่า เขาไม่ควรอยู่ด้านนอกนานเกินไป

“ฮึ่ก...”

เขาสูดลมหายใจเย็นเฉียบเข้าไปจนแสบปอด แล้วก้าวออกไปจากถ้ำทีละก้าว ๆ


------------

ตอนก่อน

จบบทที่ การเติบโตอันน่าทึ่ง

ตอนถัดไป