ออกล่าครั้งเเรก
การออกล่าในดินแดนหนาวเหน็บอย่างอาร์กติก สิ่งที่จำเป็นไม่ใช่แค่กำลัง หากแต่คือ “การสังเกต” ที่เฉียบคมยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
ที่นี่ นอกจากสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ที่มักจะปรากฏตัวอยู่เสมอแล้ว ยังมีสัตว์กินพืชขนาดเล็กอีกหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมด้วย
“กระต่ายอาร์กติก” ก็คือหนึ่งในนั้น
ตอนแรกซูหลินตั้งใจจะติดตามพ่อหมาป่ากับแม่หมาป่าออกไปล่า แต่ระหว่างทางเขาก็เปลี่ยนใจ เพราะสายตาเหลือบไปเห็นรังของกระต่ายอาร์กติกหลายรัง
กระต่ายอาร์กติกนั้นเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูง ถึงจำนวนจะไม่ได้มากมายในเขตอาร์กติก แต่ก็ไม่ถือว่าน้อยเกินไปนัก
ตอนนี้เบื้องหน้าของซูหลิน มีกระต่ายอาร์กติกอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดตัว กำลังก้มหน้ากัดกินมอสที่โผล่ขึ้นมาจากหิมะ
“วันนี้ฉันจะได้อิ่มท้องก็เพราะพวกแกนี่ล่ะ...”
แววตาของซูหลินเป็นประกายเมื่อมองกระต่ายกลุ่มนั้น ที่มีทั้งตัวใหญ่และตัวเล็ก เขาดูออกได้ในทันทีว่านี่คือกระต่ายแม่ที่พาลูก ๆ ออกมาหากิน
โดยธรรมชาติแล้ว กลุ่มสัตว์ที่มีลูกเล็กติดตามมักตกเป็นเป้าหมายของนักล่าเสมอ และในใจซูหลินก็ไม่มีพื้นที่สำหรับความสงสารอยู่แล้ว เพราะโลกของสัตว์ป่ามีกฎเพียงข้อเดียว “ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้ที่อ่อนแอย่อมถูกกำจัด”
“ระบบ ตรวจสอบคุณสมบัติ”
ทันใดนั้น หน้าต่างข้อมูลก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าซูหลิน เผยรายละเอียดของกระต่ายอาร์กติกที่อยู่ไม่ไกลออกไป
【เผ่าพันธุ์】: กระต่ายอาร์กติก (เพศผู้)
【ระดับ】: 3
【พลังชีวิต】: 237
【ความอดทน】: 28
【พลังการโจมตี】: 8
【การป้องกัน】: 12
【ความเร็ว】: 53
.........
【เผ่าพันธุ์】: กระต่ายอาร์กติก (เพศเมีย)
【ระดับ】: 2
【พลังชีวิต】: 216
【ความอดทน】: 16
【พลังการโจมตี】: 5
【การป้องกัน】: 9
【ความเร็ว】: 47
เมื่อกวาดตามองข้อมูล ซูหลินก็พบว่ากระต่ายตัวผู้ที่เป็นจ่าฝูงนั้นมีค่าคุณสมบัติสูงที่สุด โดยเฉพาะความเร็วที่พุ่งไปถึง 53 นี่จึงเป็นสาเหตุที่พ่อหมาป่าและแม่หมาป่าไม่สนใจจะล่า เพราะในดินแดนที่โหดร้ายแห่งนี้ การพยายามจับกระต่ายที่วิ่งเร็วเช่นนี้ถือว่ามีแต่จะเปลืองแรงมากกว่าจะคุ้มค่า
ทว่าซูหลินกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะเขามีความเร็วเหนือกว่ากระต่ายตัวนี้เสียอีก!
ยิ่งไปกว่านั้น ความอดทนของเขาเท่ากับ “พลังชีวิต” ที่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการพักผ่อนและอาหารเพียงเล็กน้อย ต่อให้หมดแรงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่จับได้สักตัวก็ถือว่าคุ้ม ถ้าได้มากกว่านั้นยิ่งนับว่าเป็นกำไร
คิดดังนั้นแล้ว เขาก็เริ่มหมอบต่ำลงกับพื้น กายสีขาวสะท้อนกลมกลืนไปกับหิมะจนแทบแยกไม่ออก ดวงตาจับจ้องอยู่ที่หัวหน้ากระต่ายตัวผู้ เขาตัดสินใจใช้กลยุทธ์ “จับหัวหน้าได้ ก็เท่ากับได้ทั้งฝูง”
กระต่ายทั้งกลุ่มดูเหมือนจะระแวดระวังไม่น้อย พวกมันยืดหูขึ้นฟังเสียงรอบ ๆ อย่างตื่นตัว โดยเฉพาะตัวผู้ที่กระโดดหย็องแหย็งสอดส่ายสายตาอยู่แทบตลอดเวลา นี่คือสัญชาตญาณในการรับรู้ภัยที่ฝังลึกในสัตว์ป่า
โชคดีที่ซูหลินพรางตัวได้แนบเนียน เขาหยุดนิ่งไม่ไหวติงเหมือนก้อนหิมะก้อนหนึ่ง สุดท้ายฝูงกระต่ายก็กลับไปก้มหน้ากัดกินมอสตามเดิม
ทีละน้อย... ซูหลินขยับตัวเข้าประชิด
หยุดหนึ่งครั้ง... เลื่อนอีกนิด... จนในที่สุดเขาก็มาถึงระยะไม่ถึงสามสิบเมตรจากฝูง และตรงนั้นยังมีพุ่มไม้ช่วยบังสายตาไว้ด้วย
ซูหลินสูดลมหายใจเข้า รวบรวมสมาธิอย่างเต็มที่
“สามสิบเมตร... เพียงพอแล้ว”
ด้วยความเร็วของเขาและระยะเวลาตอบสนองของกระต่าย ระยะนี้เหมาะที่สุด เขาตั้งใจจะพุ่งเข้าจู่โจมทันที ฆ่าหลายตัวในครั้งเดียวเพื่อลดการเสียแรงไล่ล่า
“ความเร็ว... ตัดสินทุกอย่าง!”
ร่างสีขาวของเขาค่อย ๆ โก่งโค้ง เตรียมพร้อมในท่าจู่โจม
“นิ่งเหมือนเงา... เคลื่อนไหวดุจสายลม!”
ทันใดนั้น ร่างสีขาวพุ่งออกไปเหมือนสายฟ้าที่ฉีกกระฉาก เป้าหมายตรงไปยังกระต่ายตัวผู้ที่ยังคงก้มกินมอสโดยไม่รู้ชะตากรรม
“อ๊ากกก!”
กระต่ายรับรู้ได้ถึงอันตรายเมื่อระยะห่างเหลือเพียงสิบเมตร มันรีบกระโดดหนีด้วยความตื่นตระหนก แต่ซูหลินกลับคำรามก้องและเร่งความเร็วขึ้นอีก
ในระยะเพียงสิบเมตร กระต่ายไม่อาจหนีพ้น
เมื่อใกล้ถึงตัว เขาก็พุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศ เผยกรงเล็บคมกริบ กดลงไปที่ต้นคอของเจ้ากระต่ายอย่างแรง
เสียง “กร๊อบ!” ดังขึ้นพร้อมกับกระดูกที่แตกหัก กระต่ายตัวผู้ล้มลงชักกระตุก เลือดสดไหลออกจากปากและจมูก
แต่ซูหลินไม่เสียเวลายินดี เขาหันตัวทันที ไล่ตามกระต่ายตัวอื่นที่กำลังแตกฝูงหนีตาย
ลูกกระต่ายบางตัววิ่งช้ามาก และนี่ยิ่งเป็นโอกาสที่เขาไม่คิดจะปล่อยไป กรงเล็บกดลงบดขยี้ร่างเล็ก ๆ ของมันอย่างไร้ความปรานี
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง
เสียงหอนของหมาป่าดังลั่นทุ่งหิมะ เลือดสาดกระจายอยู่ทั่ว และซากกระต่ายหลายตัวก็ถูกทิ้งเกลื่อนพื้น แสดงให้เห็นการล่าที่ไม่สมดุลอย่างสิ้นเชิง!
ครั้งนี้เขาได้ผลลัพธ์เกินคาด จับได้ถึงหกตัวด้วยกัน ทั้งตัวผู้หนึ่ง ตัวเมียหนึ่ง และลูกกระต่ายอีกสี่
ซูหลินหอบหายใจหนักหลังจากใช้แรงมหาศาล เขาก้มลงกัดเข้าที่ซากกระต่ายตัวผู้ทันที
“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อกระต่ายอาร์กติก ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 1 หน่วย”
เสียงระบบดังขึ้นในหู ยิ่งทำให้เขากินอย่างตะกละตะกรามมากขึ้น
“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อกระต่ายอาร์กติก ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 0.8 หน่วย”
“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อกระต่ายอาร์กติก ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 0.6 หน่วย”
อาหารแต่ละชนิดให้แต้มวิวัฒนาการไม่เท่ากัน และยิ่งกินมากขึ้น แต้มที่ได้รับก็จะค่อย ๆ ลดลง
หลังจากกินกระต่ายตัวผู้และลูกกระต่ายไปหนึ่งตัว แต้มวิวัฒนาการก็เหลือเพียง 0.1 หน่วยแล้ว
“อู้วววว!”
เขาแหงนหน้าหอนลั่น กินไปสองตัวก็ถือว่าอิ่มพอสมควรแล้ว ซูหลินไม่กินต่อ แต่เลือกจะคาบซากกระต่ายตัวอื่นไว้เพื่อเอากลับไปยังถ้ำ
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ... การล่าครั้งนี้มีสายตาที่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ
ในรถออฟโรดที่จอดอยู่ห่างออกไป นักสำรวจหญิงชาวยุโรปนามว่า ทิฟฟานี กำลังจิบชาร้อนและใช้กล้องส่องทางไกลจับจ้องร่างสีขาวที่กำลังลากซากกระต่ายกลับไป
“ว้าววว....อะไรจะขนขาวสะอาดสวยขนาดนี้ ฉันไม่เคยเห็นหมาป่าอาร์กติกตัวไหนงดงามเท่านี้มาก่อนเลย แถมยังล่ากระต่ายได้ตั้งหลายตัว ทั้งที่อยู่ตัวเดียว... ไม่แน่ว่าในอนาคต มันอาจกลายเป็นราชาหมาป่าอาร์กติกตัวจริงก็ได้”
คำพูดนี้ของเธอเป็นเพียงการพูดเล่นด้วยความทึ่งในสายตาเท่านั้น โดยไม่รู้เลยว่า หมาป่าที่เธอเห็นอยู่นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงลูกหมาป่าอายุหนึ่งเดือนเท่านั้นเอง...
-----------