ได้รับพรสวรรค์ใหม่
ตอนนี้ซูหลินไม่คิดจะหลบอีกต่อไป
เขากับแมวป่าลิงซ์พุ่งเข้าปะทะกันตรง ๆ การกัดฟัดครั้งนี้ดุเดือดรุนแรงอย่างถึงที่สุด
โดยปกติแล้ว ลิงซ์เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่โดดเดี่ยว ไม่ค่อยยอมเสี่ยงเพื่อสู้แบบเอาเป็นเอาตาย แต่เพราะความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ซูหลินกัดจนเลือดเนื้อหลุดลอกออกไป ประกอบกับการท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวของซูหลิน ทำให้มันเดือดดาลจนไม่อาจถอยได้อีก
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
ซูหลินฝืนรับการโจมตีจากกรงเล็บแหลมคมของเจ้าลิงซ์ไปถึงสองครั้ง แต่ก็ยังสามารถกัดฉีกเอาเนื้อออกมาได้อีกคำ แม้จะยังมีขนติดอยู่ เขาก็ไม่สนใจ กลืนลงท้องไปทันที
“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อลิงซ์ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 2.4 หน่วย”
การกินเนื้อสัตว์กินเนื้อด้วยกันเอง ทำให้แต้มวิวัฒนาการที่ได้รับลดลงช้ามาก แต่แค่กัดอีกไม่กี่คำ เขาก็จะเลื่อนขั้นได้สำเร็จ
เพราะเหตุนี้ การต่อสู้ของเขากับลิงซ์จึงยิ่งทวีความดุเดือด
ซูหลินไม่สนใจบาดแผลใหม่ ๆ ตราบใดที่ไม่ถูกโจมตีตรงจุดสำคัญ เขาก็ยอมทน เพียงเพื่อหาช่องว่างที่เหมาะสมในการกัดอีกครั้ง
ปัง!
กรงเล็บหน้าของลิงซ์ฟาดลงบนแผ่นหลังของซูหลินอย่างแรง ทิ้งรอยแผลฉกรรจ์ไว้ แต่ในจังหวะเดียวกัน ซูหลินกลับตาเป็นประกาย แล้วงับเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณขาหน้าของมัน กัดดึงเนื้อหนังออกมาอีกชิ้น
“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อลิงซ์ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 2.3 หน่วย”
เมื่อขาหน้าได้รับบาดเจ็บ กำลังต่อสู้ของลิงซ์ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาอันดุดันของมันปรากฏความลังเลเป็นครั้งแรก
สัญชาตญาณกำลังบอกมันว่า หากยังฝืนสู้ต่อไป แม้จะชนะได้ก็ต้องบาดเจ็บสาหัส และสำหรับสัตว์ที่อยู่โดดเดี่ยวอย่างมันแล้ว การบาดเจ็บสาหัสก็คือความตายดี ๆ นี่เอง
“โฮ่ว!”
มันคำรามลั่น พยายามจะถอยหนีจากการต่อสู้
แต่ซูหลินไม่ยอมปล่อยโอกาส เขาใช้ความเร็วที่เหนือกว่าพุ่งติดตาม กดมันเอาไว้แน่น จากนั้นก็กระโจนขึ้นบนหลังของลิงซ์ กัดฉีกเลือดเนื้อออกมาอีกชิ้นแล้วกลืนลงท้อง
“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อลิงซ์ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 2.2 หน่วย”
ทันทีที่กลืนชิ้นเนื้อลงไป กำลังภายในร่างของซูหลินก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังการวิวัฒนาการไหลเวียนไปทั่วทุกอณูเซลล์ในร่างกาย
“ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์เลื่อนขั้นเป็นระดับ 4!”
【ชื่อ】: ซูหลิน
【เผ่าพันธุ์】: หมาป่าอาร์กติก
【ระดับ】: 4 (ต้องใช้แต้มวิวัฒนาการ160แต้ม เพื่อเลื่อนระดับ)
【พลังชีวิต】: 400
【ความอดทน】: 40
【พลังการโจมตี】: 40
【การป้องกัน】: 40
【ความเร็ว】: 70
【แต้มวิวัฒนาการ】: 2
【แต้มพิเศษ】: 10
ซูหลินจัดสรรแต้มพิเศษทั้งหมดเพิ่มไปที่ “ความเร็ว” ทันที ทำให้ค่าสถานะพุ่งขึ้นเป็น 80
พลังมหาศาลที่เอ่อล้นไปทั่วร่างทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าหอนเสียงยาวก้องกังวาน
ทว่าลิงซ์พลิกตัวดิ้นรน หลุดออกมาได้ แล้วรีบวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ความเร็วที่เคยปราดเปรียวของมัน บัดนี้กลับดูเชื่องช้าในสายตาของซูหลิน
แววตาสีฟ้าอ่อนคมกริบของเขาเปล่งประกายด้วยความเย็นชาและเจตนาสังหาร
ในเมื่อเจ้าลิงซ์กล้ามาแย่งอาหารเขา มันก็ต้องยอมรับชะตาที่จะต้องตายตรงนี้!
ซูหลินพุ่งตัวไปดุจเงาขาว ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาก็ตามทัน
ความเร็ว 80 ผสานกับพลัง 40 ทำให้การโจมตีครั้งนี้รุนแรงสุดขีด กรงเล็บหนักหน่วงฟาดลงบนหลังลิงซ์จนกระดูกสันหลังแหลกละเอียด ร่างของมันกลิ้งไปกับพื้นหลายเมตร เลือดทะลักจากปาก ดวงตาแดงก่ำ ร่างกายแทบไร้เรี่ยวแรง
รู้ได้ทันทีว่าไม่รอดแน่นอน
ซูหลินไม่ทรมานมันอีก เขากระโจนเข้าไปซ้ำ กดกรงเล็บลงบนกะโหลกอย่างรุนแรง ทำลายลมหายใจสุดท้ายของมัน!
การต่อสู้ครั้งแรกที่เดิมพันด้วยชีวิต จบลงอย่างสมบูรณ์
บาดแผลบนร่างของซูหลินที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่ ตอนนี้กลับหายสนิทไปแล้วด้วยพลังวิวัฒนาการจากการเลื่อนระดับ
ทันใดนั้น เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏข้อความเป็นแถบสีเทาอ่อนลอยขึ้นมาหลายบรรทัด
【ต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า】
【ทลายขีดจำกัดกลางศึก】
【ต่อสู้จนเลือดสาด】
【คว้าชัยชนะในขั้นสุดท้าย】
【เป้าหมายดับสิ้น】
【การประเมินการต่อสู้: ระดับ S】
【การต่อสู้ครั้งนี้ได้รับการประเมิน: ระดับ S ได้รับพรสวรรค์ "นักล่า" (ระดับ D)】
【หมายเหตุ: หากการต่อสู้ไม่ได้รับการประเมินระดับ S ขึ้นไปจะไม่มีข้อความแจ้งเตือน】
“หือ.....ถึงกับมีแบบนี้ด้วย”
ซูหลินตะลึงเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าการต่อสู้เอาชีวิตมาพนันเช่นนี้ จะยังมีรางวัลแอบซ่อนอยู่
แต่ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ ดูเหมือนจะต้องได้การประเมินระดับ S ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีโอกาส
เขาส่ายหัวเบา ๆ ไม่คิดมากไปกว่านี้ แล้วรีบเปิดดูรายละเอียดของพรสวรรค์ใหม่
【นักล่า】: ระดับ D (สามารถพัฒนาได้) พรสวรรค์เชิงรุก
【เมื่อเปิดใช้งาน จะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหว 50%】
【เพิ่มพลังโจมตี 50%】
【เพิ่มการพรางกลิ่นอาย ระยะเวลา: 60 วินาที】
【ระยะคูลดาวน์: 24 ชั่วโมง】
แววตาของซูหลินส่องประกายทันทีที่เห็นรายละเอียดนี้
พรสวรรค์ “นักล่า” ช่วยเพิ่มศักยภาพของเขาอย่างมาก ในดินแดนน้ำแข็งขาวโพลนแห่งอาร์กติก พลังที่มากขึ้นหมายถึงโอกาสในการเอาชีวิตรอดและหากินที่สูงขึ้นด้วย
เขาไม่ได้เสียเวลากับการตรวจสอบนานนัก ปิดหน้าต่างสถานะลงแล้วหันไปจัดการสิ่งสำคัญกว่าคือการขนซากกวางเรนเดียร์อาร์กติกกับซาก ลิงซ์กลับไปที่ถ้ำ
หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป อาจดึงดูดนักล่าตัวอื่น ๆ มาได้
ซูหลินลากซากลิงซ์ไปซ่อนไว้ในพงหญ้าที่ลับตา แล้วรีบกลับไปดึงซาก กวางเรนเดียร์อาร์กติกเข้าถ้ำก่อน
จากนั้นจึงย้อนกลับออกมา คาบซาก ลิงซ์เข้าไปด้วย
เมื่อสองซากสัตว์ถูกโยนลงตรงหน้าลูกหมาป่าตัวเล็ก ๆ
แววตาสีฟ้าของพวกมันก็มองซูหลินด้วยความรู้สึกประหนึ่งกำลังมอง “พ่อหมาป่า” ตัวจริง
ไม่สิ… บางทีอาจจะยิ่งกว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะสายตาที่พวกมันมอง มีทั้งความเคารพและชื่นชมอย่างสุดหัวใจ
ซูหลินแยกซากลิงซ์ออกไปด้านหนึ่ง ไม่ปล่อยให้ลูกหมาป่าพวกนี้กิน เนื่องจากเนื้อลิงซ์ยังสามารถมอบแต้มวิวัฒนาการให้เขาได้อีกมาก
ส่วนซากกวางเรนเดียร์ เขาใช้กรงเล็บเขี่ยเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกให้ “น้องสาวหมาป่า” และ “ลูกพี่ลูกน้อง” เริ่มกินก่อน
ในฝูงหมาป่า ลำดับขั้นต้องชัดเจน การให้ลูกพี่ลูกน้องกับน้องสาวหมาป่ากินก่อน ก็คือการกำหนดกฎเกณฑ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ป้องกันไม่ให้พวกจอมซนอย่าง “หมาป่ากำพร้า” แย่งกินโดยไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
ตอนนี้ลูกหมาป่าทั้งสี่มีระดับพลังต่างกันออกไป
ลูกพี่ลูกน้อง กับ เจ้าหมาป่ากำพร้า แข็งแกร่งที่สุด ทั้งคู่มีพลังถึงระดับ 2
ส่วนลูกของแม่หมาป่าตัวอื่น ที่มีขนปนเทาและขาว อายุราวสามเดือน อยู่ที่ระดับ 1
ส่วนที่อ่อนแอที่สุดคือ น้องสาวหมาป่า ที่ซูหลินรักและหวงแหนที่สุด ตอนนี้ยังเป็นแค่ระดับ 0 เท่านั้น
แต่ก็เป็นเพราะเพิ่งเกิดได้เพียงเดือนกว่า ๆ การมีพลังเพียงเท่านี้ก็ถือว่าปกติแล้ว ไม่ใช่หมาป่าทุกตัวที่จะเติบโตเร็วผิดปกติเช่นซูหลิน
เขาเห็นน้องสาวหมาป่าพยายามกัด แต่เขี้ยวเล็ก ๆ ของเธอยังไม่แข็งแรงพอ กินเนื้อแข็งไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปฉีกเนื้ออ่อนจากท้องกวางเรนเดียร์ออกมาโยนไว้ตรงหน้าเธอ
“อ๊าวว!”
เสียงหอนเล็กแผ่วเบาและน่ารักของน้องสาวหมาป่า เปรียบเสมือนคำบอกถึงความรักและความขอบคุณ ที่มีต่อซูหลินอย่างสุดหัวใจ...
--------------