การต่อสู้ได้รับการประเมินระดับ S อีกครั้ง
ในห้องถ่ายทอดสด เสียงข้อความลอยขึ้นมาเป็นระลอก ส่วนใหญ่ล้วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจและทึ่งในสิ่งที่พวกเขาเพิ่งได้เห็น
ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ชมจำนวนไม่น้อยกดติดตามทิฟฟานีเพิ่มขึ้น
เธอยิ้มบาง ๆ อย่างเป็นมิตร พลางตอบกลับแบบกว้าง ๆ ว่า
“ขอบคุณทุกคนที่ชื่นชอบนะคะ ฉันเป็นนักวิจัยด้านสัตว์ป่าจากสหพันธ์ครอแซน จะมาถ่ายทอดสดการสำรวจในเขตอาร์กติกไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเจ้า ‘หมาป่าสีขาว’ ตัวนี้ ฉันจะให้ความสนใจเป็นพิเศษค่ะ”
หลังจากเธอพูดตอบ ก็ยิ่งมีข้อความไหลเข้ามามากขึ้น หลายคนขอให้เธอตามถ่ายหมาป่าสีขาวตลอด หรือพยายามถ่ายใกล้ ๆ ให้ได้
แต่ทิฟฟานีก็ได้แต่ยกมือทำท่าปลง ยิ้มขมขื่นเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า
“ทำไม่ได้หรอกค่ะ”
เพราะการถ่ายทำในสภาพอากาศโหดร้ายเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของตัวเอง เธอเดินทางมาเพียงลำพัง ไม่มีทีมงานคอยสนับสนุน การติดตามสัตว์นักล่าตัวใหญ่แบบนี้เป็นเรื่องยากมาก
ส่วนการถ่ายระยะใกล้ หากมีโอกาสเหมาะสมก็อาจลองดู เพราะถึงอย่างไรเธอเองก็รู้สึกชื่นชอบเจ้าหมาป่าสีขาวผู้สง่างามและดุดันตัวนี้ไม่น้อย หากได้เก็บภาพใกล้ ๆ ก็คงเป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังสัมผัสได้ถึงความเฉลียวฉลาดที่เกินกว่าหมาป่าทั่วไปของมัน ในฐานะนักวิจัยสัตว์ป่า ความใฝ่ฝันสูงสุดของเธอก็คือการค้นพบสัตว์ที่มีสัญชาตญาณและปัญญาเหนือชั้น
เดิมทีเธอตั้งใจจะไปศึกษาลิง ชิมแปนซี แต่เมื่อได้พบกับหมาป่าสีขาวตัวนี้ แผนการทั้งหมดก็ถูกเปลี่ยนไป เพราะระดับสติปัญญาที่มันแสดงออก ทำให้เธอรู้สึกทั้งประหลาดใจและตื่นเต้น บทความวิชาการชิ้นต่อไปของเธอ คงได้หัวข้อแล้วแน่นอน
“อู้ววววว!”
เสียงหอนของหมาป่าดังก้องกังวานไปทั่วทุ่งน้ำแข็งเวิ้งว้างของอาร์กติก สัญญาณแห่งการล่าได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
ดวงตาสีม่วงอมฟ้าของวัวมัสค์ที่กำลังจะตาย ค่อย ๆ แพร่ความหม่นหมอง ไร้ซึ่งประกายชีวิต หลังจากมันดิ้นรนเต็มกำลังต่อสู้กับผู้ล่า ในที่สุดมันก็ล้มลง
ร่างหนักกว่า 250 กิโลกรัมกระแทกพื้นน้ำแข็งดังสนั่น เกล็ดหิมะปลิวกระจายไปทั่ว เลือดสดที่สาดกระเซ็นยิ่งทำให้ทุ่งขาวโพลนดูน่าหวาดกลัวยิ่งขึ้น
“แฮก… แฮก…”
ซูหลินยืนหอบหายใจแรง จ้องมองซากวัวมัสค์ที่หยุดเคลื่อนไหวไปแล้ว ก่อนจะค่อย ๆ คลายกรามออกมา
ทันใดนั้น ข้อความสีเทาอ่อนหลายบรรทัดก็ผุดขึ้นตรงหน้าเขา
【ต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า】
【ทลายขีดจำกัดกลางศึก】
【หลบหลีกอย่างแม่นยำ】
【คว้าชัยชนะในขั้นสุดท้าย】
【เป้าหมายดับสิ้น】
【การประเมินการต่อสู้: ระดับ S】
【ผลการประเมิน: ระดับ S ได้รับยาเพิ่มศักยภาพ 10 ขวด และยาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการ 3 ขวด】
“หืม คราวนี้ก็ได้คะแนน S อีกแล้วหรอ”
เมื่อได้เห็นรางวัล ซูหลินเองก็แปลกใจ แต่แววตาเขากลับฉายความยินดีออกมาเต็มที่ เดิมเขาคิดว่า ต้องสู้จนเลือดท่วมตัวเหมือนตอนประจัญบานกับแมวป่าลิงซ์ จึงจะได้คะแนนสูงสุด แต่กลับกลายเป็นว่า หากต่อสู้ด้วยเทคนิคและมีจังหวะโดดเด่น ก็สามารถคว้าคะแนนสูงได้เหมือนกัน
การต่อสู้ครั้งนี้ ขาดเพียงแค่การ “ต่อสู้จนเลือดสาด” แต่กลับได้คำว่า “หลบหลีกอย่างแม่นยำ” เพิ่มมาแทน จึงยังคงถูกประเมินให้ได้ระดับ S แถมของรางวัลก็ไม่น้อยเลยทีเดียว
“อู้ววววว”
เสียงหอนสะท้อนก้องอีกครั้ง ซูหลินอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น แต่หลังจากนั้นเขาก็สะบัดขนที่เปื้อนเลือดอย่างแรง
เพราะเขาเลือกขย้ำตรงลำคอวัวมัสค์เพื่อยุติการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ดังนั้นเลือดที่พุ่งกระเซ็นออกมา จึงทำให้ร่างกายเขาเปรอะไปทั้งตัว
หลังจากจัดการกับร่างกายเสร็จเขาก็กัดฉีกเนื้อสดก้อนใหญ่จากลำคอวัวมัสค์กลืนลงท้องอย่างไม่ลังเล
【ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อวัวมัสค์ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 4.7 หน่วย】
เลือดเนื้อสดใหม่เปลี่ยนเป็นพลังงานหลั่งไหลเข้าสู่ร่าง และถูกแปรเปลี่ยนเป็นแต้มวิวัฒนาการ
การล่าในครั้งนี้ ซูหลินได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล และที่สำคัญที่สุดคือเขาได้ก้าวสู่ ระดับ 5 แล้ว ทำให้พลังของเขาก้าวกระโดดขึ้นอย่างน่าทึ่ง และสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ เขายังไม่ได้ใช้ "พรสวรรค์นักล่า" ซึ่งเป็นไพ่ตายของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่เพียงแค่พลังกายก็สามารถจัดการวัวมัสค์ได้แล้ว
หากเปิดใช้พรสวรรค์นักล่า ต่อให้เป็นวัวมัสค์โตเต็มวัย เขาก็ยังพอมีสิทธิ์ต่อกร แม้ไม่ถึงกับมั่นใจว่าจะสังหารได้แน่นอน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
ซูหลินครุ่นคิดพลางกัดกินเนื้อสดอย่างไม่หยุดยั้ง
รสชาติของวัวมัสค์สดใหม่ ทั้งนุ่มแน่นและเด้งสู้ฟัน เคี้ยวแล้วลื่นลิ้นอย่างน่าประหลาด ยิ่งเมื่อฉีกออกมา ยังเห็นเนื้อสั่นระริกเล็กน้อย แสดงว่าปลายประสาทยังไม่ตายสนิท กัดเข้าปากแล้วยังรู้สึกถึงแรงกระตุกเล็ก ๆ ของมัน
นี่แหละ… ความสดใหม่อย่างแท้จริง!
แม้สมัยก่อนที่ซูหลินยังมีชีวิตเป็นมนุษย์ ครอบครัวจะไม่ได้ขัดสน แต่เขาก็ไม่เคยลิ้มรสเนื้อสดแบบนี้มาก่อนแน่นอน และหากย้อนกลับไปตอนนั้น เขาเองก็คงไม่มีวันกล้ากินเนื้อสด ๆ เช่นนี้
【ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อวัวมัสค์ ได้รับ แต้มวิวัฒนาการ 4.4 หน่วย】
【ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อวัวมัสค์ ได้รับ แต้มวิวัฒนาการ 4.1 หน่วย】
【ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อวัวมัสค์ ได้รับ แต้มวิวัฒนาการ 3.8 หน่วย】
ระหว่างที่กิน เนื้อทุกชิ้นต่างก็แปรเปลี่ยนเป็นแต้มวิวัฒนาการ พอกินไปได้ราวเจ็ดถึงแปดกิโลกรัม จนท้องอิ่มประมาณเจ็ดส่วน ซูหลินก็หยุด
เนื้อสดปริมาณนี้มอบแต้มวิวัฒนาการกว่า 40 แต้ม แต่กว่าจะเลื่อนจากระดับ 5 ไปสู่ระดับ 6 ต้องใช้ถึง 320 แต้ม เส้นทางแห่งการล่าและวิวัฒนาการจึงยังอีกยาวไกล
อาร์กติกเวลานี้ก้าวเข้าสู่ “ฤดูหนาว” แล้ว พื้นที่ถูกปกคลุมด้วย “คืนขั้วโลก” มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะยังไม่ถึงเขตที่ซูหลินอาศัย แต่ความมืดก็ยาวนานกว่าเดิมมาก
ก็เหมือนตอนนี้ที่เขาออกล่าตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่พอกินเสร็จ ท้องฟ้าก็มืดสนิทพอดี ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเขาเปลี่ยนเป็นแววตาที่ส่องประกายเขียวมรกตในความมืด
สายตาหมาป่าได้รับการสร้างสรรค์อย่างมหัศจรรย์ ส่วนลึกของดวงตามีโครงสร้างพิเศษที่สามารถรวมแสงจาง ๆ รอบตัว แล้วสะท้อนกลับออกมา ทำให้แม้ในความมืดสนิท ซูหลินก็ยังมองได้ชัดเจน แต่แววตาที่เปล่งแสงเขียวนั้น หากมนุษย์พบเจอ ก็คงอดไม่ได้ที่จะขนลุก
ในอีกฟากหนึ่ง ทิฟฟานี นั่งอยู่ในรถออฟโรด ท่ามกลางอุณหภูมิที่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ แม้รถจะเปิดระบบทำความร้อน แต่ความเย็นจากภายนอกก็ยังคืบคลานเข้ามา
ที่สำคัญ กล้องมือถือไม่สามารถถ่ายในเวลากลางคืนได้แล้ว เธอจึงสตาร์ทรถอย่างเงียบ ๆ เตรียมตัวกลับ
ผู้ชมจากทั่วโลกในห้องถ่ายทอดสด ต่างก็ฝากข้อความห่วงใยให้เธอขับรถอย่างระมัดระวัง
ค่ำคืนนี้ในอาร์กติกมืดมิดเกินกว่าที่ทิฟฟานีเคยถ่ายทำมา ความเงียบงันและความมืดดำทำให้เธอรู้สึกหวั่น ๆ แต่โชคดีที่ยังมีข้อความของผู้ชมคอยปรากฏขึ้นมาเป็นระยะ จึงพอทำให้หัวใจสงบลงบ้าง
มนุษย์เองก็เป็นสัตว์สังคม เพียงถ้อยคำสั้น ๆ จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ก็เพียงพอที่จะทำให้ใจอบอุ่นขึ้น
แต่เมื่อคิดเช่นนี้ เธอก็อดทบทวนไม่ได้ว่า หมาป่าสีขาวที่สามารถล่าได้เพียงลำพังกลางทุ่งน้ำแข็งเวิ้งว้าง จะต้องมีจิตใจเข้มแข็งและกล้าหาญเพียงใดถึงทำได้ขนาดนี้
คิดได้ดังนั้น เธอจึงหันไปมองเงาร่างของมันที่อยู่ไกล ๆ อีกครั้ง ก่อนขับรถออกไปในค่ำคืนอันมืดมิดของอาร์กติก…
--------------