เลื่อนขั้นสู่ ระดับ 6

วันนี้ไม่ได้มีเรื่องราวเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นนัก หลังจากสำรวจรอบ ๆ และสัมผัสกับความหนาวเหน็บของทุ่งน้ำแข็งกว้างใหญ่แล้ว ซูหลินก็นำเสี่ยวฮุย กลับมายังถ้ำตามเดิม


เมื่อกลับถึงที่พัก เขาก็เรียกให้ทุกตัวเข้ามาแบ่งอาหาร ทุกวันมีเนื้อกินพร้อมหน้าแบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับหมาป่าฝูงอื่น ๆ


ทางด้านน้องสาวหมาป่า ก็ยังคงใช้ลูกสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกเป็นคู่ฝึก แต่ก็ยังไม่ลงมือทำร้ายจริงจังเสียที ซูหลินจึงส่งเสียงหอนต่ำเรียก เมื่อได้ยิน น้องสาวตัวน้อยก็รีบวิ่งตรงมาหาซากกวางทันที


ซูหลินฉีกเนื้อกวางบางส่วนให้น้องสาวได้กิน แล้วตัวเขาเองก็หันไปจัดการกับเนื้อสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกแทน


ผลของยาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการยังคงส่งผลต่อเนื่องถึงสามวัน ถึงแม้แต้มวิวัฒนาการที่ได้จะลดลงไปมาก แต่ก็ยังถือว่ามีอยู่ในระดับสูงทีเดียว


“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 3.5 หน่วย”


“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกได้รับแต้มวิวัฒนาการ 3 หน่วย”


“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกได้รับแต้มวิวัฒนาการ 2.5 หน่วย”


ซูหลินกินไปได้ราวหนึ่งตัวครึ่ง รวมแล้วได้มาร่วมกว่ายี่สิบแต้มวิวัฒนาการ แม้น้อยกว่าวันก่อน แต่ก็ยังเป็นไปตามที่เขาคาดไว้


ตอนนี้ท้องอิ่มเต็มที่แล้ว อีกทั้งแต้มวิวัฒนาการ ก็ใกล้แตะระดับเลื่อนขั้นสู่ระดับ 6 เข้าไปทุกที


หลังอิ่มหนำ ซูหลินก็เดินไปนอนหมอบตรงก้อนหินใหญ่ที่ปากถ้ำ สายตาคมสงบเพ่งมองไปยังโลกน้ำแข็งที่ทอดกว้างเบื้องหน้า


ขณะเดียวกัน ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในถ้ำก็เพิ่งกินเสร็จ พอเห็นซูหลินยืนคุมเชิงอยู่ที่ปากถ้ำก็ส่งเสียงหอนต่ำ แล้วเริ่มตรวจสอบท่าทางการล่าที่น้องสาวหมาป่าฝึกหัดอยู่ แต่ผลกลับน่าผิดหวัง ร่างเล็ก ๆ ของเธอโซเซตั้งท่าจู่โจมอย่างไม่มั่นคง เต็มไปด้วยช่องโหว่ จนพี่สาวทำได้เพียงส่ายหัวอย่างจนใจ


ส่วนอีกทั้งสองตัวอย่างเสี่ยวฮุ่ยและหมาป่าขนเทาขาว หลังอิ่มท้องแล้วก็มุ่งไปเล่นซนกันต่อ แต่ความจริงแล้ว ตั้งแต่ที่เสี่ยวฮุยพลังสายพันธุ์พิเศษ ตื่นขึ้น อีกทั้งยังได้กินยาเพิ่มศักยภาพเข้าไป กำลังของมันก็เพิ่มพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนหมาป่าขนเทาขาวแทบสู้ไม่ได้ โชคยังดีที่เสี่ยวฮุยยังรู้จักยั้งมือ ระหว่างเล่นก็ยังคอยสอนทักษะการกัดและการล่าให้หมาป่าขนเทาขาวไปด้วย เพราะมันออกล่าส่วนใหญ่กับหัวหน้ามาก่อน จึงรู้จักวิธีอยู่รอดมากกว่า


วันคืนในถ้ำจึงผ่านไปอย่างเรียบง่ายและผ่อนคลายเช่นนี้

............

ไม่นานนัก ก็มาถึงวันใหม่ ซูหลินแบ่งลูกจิ้งจอกอาร์กติกสองตัวให้เสี่ยวฮุย กับลูกพี่ลูกน้องสาวได้กินร่วมกัน ที่เหลือทั้งหมดตกเข้าสู่ท้องเขาเอง และนี่ก็ทำให้แต้มวิวัฒนาการของเขา เพียงพอสำหรับการเลื่อนขั้นสู่ระดับ 6 พอดี


“อู้ววววว!”


ซูหลินยืนตรงปากถ้ำ ปล่อยเสียงหอนก้องด้วยความตื่นเต้น ในขณะเดียวกันก็รับรู้ได้ถึงพลังงานลี้ลับที่ไหลบ่าเข้ามาอีกครั้ง เขาเกร็งกายแน่น เริ่มซึมซับพลังนั้นอย่างตะกละตะกราม


พลังแห่งการวิวัฒนาการไหลเวียนไปทั่วทุกอณูในร่างกาย เส้นขนถูกหล่อเลี้ยงจนดูเรียบลื่นยิ่งขึ้น ผิวหนังภายนอกแน่นหนาขึ้นจนแทบไม่มีอะไรสามารถทะลวงได้ง่าย ๆ


กล้ามเนื้อแขนขาที่เดิมทีแข็งแกร่งเพราะผลของยาศักยภาพ บัดนี้กลับยิ่งขยายใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อย โดยเฉพาะกรงเล็บที่ซ่อนอยู่ในขนขาวสะอาด ตอนนี้คมกริบประหนึ่งคมมีด แถมยาวขึ้นกว่าเดิมครึ่งเซนติเมตร แม้กระนั้น กลไกเก็บเล็บก็แข็งแรงขึ้นเช่นกัน เวลาปกติสามารถซ่อนเก็บไว้ในขนได้อย่างมิดชิด ปลอดภัยไม่ก่ออันตราย


ร่างกายสูงใหญ่เกือบสองเมตรก็บัดนี้ขยายจนเกินสองเมตรเต็ม หากนับรวมกับหาง ก็จะยาวถึงสองเมตรครึ่ง ซึ่งถือว่าแซงหน้าพ่อหมาป่าที่อยู่ระดับ 6 เช่นกันไปแล้ว


ขนสีขาวนุ่มละเอียดสลวย หูตั้งแหลมคม การได้ยินคมชัดกว่าเดิม ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายลึกซึ้งและเปี่ยมพลัง ขากรรไกรเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม โดยเฉพาะเขี้ยวใหญ่ทั้งสี่ที่ยาวกว่าเขี้ยวทั่วไปถึงสองถึงสามเซนติเมตร ยิ่งทำให้พลังขบกัดของเขาพุ่งสูงขึ้นมหาศาล


บัดนี้ ซูหลินคือหมาป่าอาร์กติกที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินน้ำแข็งแห่งนี้โดยแท้!


“อู้ววววววววววว!”


เสียงหอนก้องยาวดังสะท้อนฟ้า คล้ายประกาศการกำเนิดของราชาหมาป่า


“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์เลื่อนขั้นสู่ระดับ 6!”


【ข้อมูลสถานะ】


【ชื่อ】: ซูหลิน


【เผ่าพันธุ์】: หมาป่าอาร์กติก


【ระดับ】: 6 (ต้องใช้แต้ม วิวัฒนาการ 640 แต้ม เพื่อเลื่อนระดับ)


【พลังชีวิต】: 600


【ความอดทน】: 60


【พลังการโจมตี】: 60


【การป้องกัน】: 60


【ความเร็ว】: 110


【แต้มวิวัฒนาการ】: 0


【แต้มพิเศษ】: 10


【พรสวรรค์】: นักล่า (ระดับ D)


เมื่อแผงข้อมูลอัปเดตปรากฏขึ้นตรงหน้า ซูหลินไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะเทแต้มพิเศษทั้งหมดเพิ่มลงไปที่ความเร็ว เพราะสำหรับเขาแล้ว ความเร็วที่ว่องไวราวสายลมทั้งรุกและถอย คือหลักประกันแห่งความอยู่รอดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด


ด้วยความเร็ว 120 ตอนนี้เขาสามารถวิ่งได้ในระดับที่แทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในขั้วโลกเหนือตามทันแล้ว หลังจากก้าวขึ้นสู่ระดับ 6 ความแข็งแรงของร่างกายก็ยิ่งรองรับการระเบิดพลังความเร็วได้อย่างมหาศาลยิ่งขึ้น


ภาพหมาป่าขาวร่างสง่า สูงใหญ่กำยำ ยืนตระหง่านที่ปากถ้ำ ทำให้เสี่ยวฮุย ลูกพี่ลูกน้อง น้องสาวหมาป่า และหมาป่าขนเทาขาว ต่างมองด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและเคารพ


“อ๊าวววว—!”


น้องสาวตัวเล็กส่งเสียงหอนเล็ก ๆ อย่างตื่นเต้น รีบวิ่งไปยืนข้างพี่ชาย แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่าตัวเองยิ่งเตี้ยลงกว่าเดิมอีก พี่ชายแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว ดวงตาเธอเปล่งประกายด้วยแววศรัทธาและปลื้มปิติ


ลูกพี่ลูกน้อง และหมาป่าขนเทาขาวเองก็ส่งเสียงหอนต่ำต่อเนื่อง แสดงถึงความเคารพและยอมจำนน การที่หัวหน้ามีพลังก้าวกระโดด ย่อมหมายถึงความอยู่รอดและความรุ่งเรืองของทั้งฝูง


ในเวลานั้นเอง ลูกพี่ลูกน้องสาว ถึงกับรู้สึกตัวเองไร้ค่าเหลือเกิน เพราะนอกจากจะเฝ้าถ้ำพอได้บ้างแล้ว ก็แทบไม่มีประโยชน์อื่นใดเลย


ส่วนเสี่ยวฮุยในฐานะหมาป่าสายพันธุ์พิเศษ ยิ่งตระหนักถึงความแตกต่างชัดเจนเกินบรรยาย การยกระดับของหัวหน้าในครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินคาด มันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ลูกหมาตัวเล็กที่ยืนอยู่ต่อหน้าหมาป่าเจ้าป่าเลยทีเดียว


ซูหลินมองลูกน้องที่ส่งเสียงหอนรับฟังอย่างเคารพ เขาเองก็ตอบรับกลับด้วยเสียงต่ำ และยังยกอุ้งเท้าขึ้นลูบหัวน้องสาวตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างอ่อนโยนด้วย


ด้วยการเลี้ยงดูที่ไม่ขาดแคลน น้องสาวและหมาป่าขนเทาขาวต่างก็เติบโตขึ้นมาก ร่างกายใหญ่กว่าตอนเพิ่งมาถึงอย่างเห็นได้ชัด อีกไม่นานก็น่าจะทะลุเข้าสู่ระดับ 2 ได้แล้ว ส่วนลูกพี่ลูกน้องสาว แม้จะมีความก้าวหน้าอยู่บ้าง แต่ระยะทางสู่ระดับ 4 ยังอีกไกล ขณะที่เสี่ยวฮุยนั้นใกล้แตะระดับ 4 แล้วเช่นกัน


พลังโดยรวมของทั้งฝูงกำลังค่อย ๆ ขยับขึ้นอย่างมั่นคง ซึ่งนี่ทำให้ซูหลินรู้สึกพึงพอใจไม่น้อย


ทันใดนั้น เขาก็ส่งเสียงหอนต่ำอีกครั้ง สั่งให้ลูกพี่ลูกน้อง (ต่อไปจะเรียก "พี่สาว" แทนน่ะครับ เพราะอ่านง่ายกว่า) และเสี่ยวฮุยอยู่เฝ้าถ้ำต่อไป ที่เหลือยังมีเนื้อกวางหนักสี่ถึงห้าสิบกิโลกรัม เกินพอให้กินได้อีกสามถึงสี่วัน


ส่วนเขาเอง หันไปมองออกสู่ความมืดมิดเวิ้งว้างนอกถ้ำ ดวงตาสีเขียวส่องแสงวาววับ แววตาหรี่ลงเผยรังสีอันตราย ซูหลินกำลังคิดจะออกไปทำเรื่องใหญ่สักเรื่อง!


-------------

ตอนก่อน

จบบทที่ เลื่อนขั้นสู่ ระดับ 6

ตอนถัดไป