การต่อสู้กับหมีสีน้ำตาล
ค่ำคืนที่หนาวเหน็บได้กลายเป็นเรื่องปกติของแผ่นดินอาร์กติกในเวลานี้แล้ว
ไร้แสงตะวัน ไร้ความสว่าง มีเพียงความมืดและความเงียบงันปกคลุมไปทั่ว
ท่ามกลางบรรยากาศอันเวิ้งว้างนี้ ซูลินก้าวย่างฝ่าหิมะ มุ่งหน้าไปยังเนินที่เขาเคยมาสำรวจเมื่อสองวันก่อน
เจ้าหมีสีน้ำตาลในช่วงนี้ต้องการอาหารจำนวนมากเพื่อค้ำจุนร่างกาย มันจึงออกหากินทุกวัน แต่ไม่เคยเดินไปไกลนัก รอบ ๆ พื้นที่นี้ พุ่มไม้ถูกมันกินจนเกลี้ยงไม่เหลือซาก
เวลานี้ เจ้าหมีสีน้ำตาลตัวนี้กำลังหมอบลงกับพื้น คุ้ยรากไม้หาพวกแมลงกิน พลางก็กัดกินตะไคร่น้ำที่ปกคลุมอยู่บนพื้นหิมะไปด้วย มันโลภกินทุกอย่างที่พอจะให้พลังงานได้ ก็เพื่อสะสมสารอาหารให้ร่างกายหลังการเสียพลังงานไปมากจากการคลอดลูก
แต่แล้ว…จมูกของมันก็ขยับวูบขึ้นมา
มันได้กลิ่นแปลกประหลาด กลิ่นนี้ไม่ใช่แมลง ไม่ใช่ตะไคร่น้ำ และไม่ใช่กลิ่นกายของมันเอง
แต่กลิ่นนี้มันคือ…"กลิ่นของหมาป่า!"
หมีสีน้ำตาลรีบยันตัวลุกขึ้นยืน มันเพียงเงยหน้าขึ้นก็เห็นทันที ว่าบนเนินหิมะเบื้องหน้า มีหมาป่าอาร์กติกยืนอยู่ สายตาส่องประกายแสงเขียวมรกตสว่างไหวท่ามกลางความมืด!
ซูหลินมิได้ปกปิดร่าง เขายืนอย่างหยิ่งผยองอยู่บนเนินหิมะ ราวกับนักล่าผู้เหนือกว่า
หมีสีน้ำตาลจ้องเขม็งเพียงแวบเดียว จากนั้นก็คำรามต่ำ ๆ ราวจะขับไล่ให้หมาป่าตัวนี้รีบไสหัวไป มันรู้ดีว่าตนเองเชื่องช้า ไม่อาจไล่ตามหมาป่าตัวใหญ่เช่นนี้ได้ จึงไม่คิดจะสิ้นเปลืองแรงวิ่งไล่
เสียงคำรามทุ้มหนักดังก้องไปทั่วรัตติกาล ตามสัญชาตญาณของมัน แต่ไหนแต่ไรมา เพียงคำรามทีเดียว หมาป่าก็ต้องรีบหางจุกตูดเผ่นหนีไป
ดังนั้น หลังจากขู่คำรามเสร็จ มันจึงก้มหัวลงอีกครั้ง กินตะไคร่น้ำกับแมลงต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ
แต่ทว่าผ่านไปครู่เดียว มันกลับพบว่า…กลิ่นหมาป่านี้ยังไม่หายไป! ยิ่งกว่านั้น กลับยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
เจ้าหมีสีน้ำตาลรีบหันขวับขึ้นมาอีกครั้ง เพียงเห็นว่าหมาป่าอาร์กติกตัวนั้น กำลังเดินลงมาจากเนินหิมะ ช้า ๆ แต่มั่นคง และบัดนี้ยืนอยู่ไม่ไกลจากมันแล้ว
ทันใดนั้น เจ้าหมีก็เหมือนกับตาสว่าง มันตะลึงงันในใจ หมาป่าตัวนี้…กำลังมองมันเป็น “เหยื่อ” อย่างนั้นหรือ!?
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้น มันก็เดือดดาลขึ้นทันที!
'กล้าดียังไง! กล้าคิดจะล่าหมีเชียวหรือ!?'
'แค่หมาป่าเพียงตัวเดียว กลับกล้ามาท้าทายมันงั้นหรือ!?'
“โฮกกก!”
คราวนี้เสียงคำรามไม่ใช่เพียงขู่ แต่เต็มไปด้วยโทสะ มันฟาดกรงเล็บใส่พุ่มไม้ด้านข้าง กิ่งไม้เก่ากรอบหักกระจุยทันที แสดงให้เห็นถึงพลังอันดุดัน
ทว่าซูหลินกลับยืนนิ่ง ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ดวงตาสีเขียวลึกล้ำของเขาจับจ้องอยู่กับหมีสีน้ำตาล แววตาราวปีศาจที่คลานออกมาจากนรก เฝ้ามองเหยื่อด้วยสายตาเย็นเยียบ
เจ้าหมีสีน้ำตาลเริ่มรู้สึกได้ ถึงแม้มันจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดหมาป่าตัวนี้จึงกล้าบ้าบิ่นนัก แต่ความจริงที่ปรากฏตรงหน้า ก็คือ…มันถูกท้าทายแล้ว!
ทั้งสองเผชิญหน้า ต่างฝ่ายต่างคำราม เจ้าหมีตั้งท่าด้วยร่างสูงสองเมตร บ่งบอกถึงความโหดเหี้ยมและไม่เกรงกลัว
ซูหลินเองก็กางเขี้ยวแหลมคมออกมา สายตาเต็มไปด้วยความดุร้าย บรรยากาศแห่งการฆ่าฟันพวยพุ่งขึ้นเต็มเปี่ยม
แม้เจ้าหมีจะได้เปรียบทั้งด้านพละกำลัง ความอึด และการป้องกัน แต่สิ่งที่มันเสียเปรียบอย่างมหันต์ ก็คือ “ความเร็ว”
ซูหลินรู้ข้อเสียนี้เป็นอย่างดี
ตอนนี้ทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงห้าสิบเมตร
ซูหลินจึงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาก่อน ร่างของเขาพุ่งทะยานราวสายฟ้า ด้วยความเร็วเกือบสี่สิบเมตรต่อวินาที!
หมีสีน้ำตาลที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินอาร์กติกมาเนิ่นนาน ไม่เคยเห็นสัตว์ใดเคลื่อนที่ได้เร็วถึงเพียงนี้มาก่อน แม้แต่นกอินทรีบนฟากฟ้า บางครั้งก็ยังเร็วไม่เท่านี้ด้วยซ้ำ
ความประหลาดใจวูบเข้าดวงตาที่กำลังโกรธเกรี้ยวของมัน แต่ยังไม่ทันได้ยกกรงเล็บขึ้นปัด เจ้าหมาป่าก็โจมตีถึงตัวเสียก่อน
“ปัง!”
ด้วยความเร็วหนึ่งร้อยยี่สิบ ประสานกับพละกำลังหกสิบ ซูหลินพุ่งกระแทกเข้าที่หัวของมันเต็มแรง!
"ฉัวะ......."
เลือดสดพุ่งออกมาเป็นทาง บาดแผลฉีกยาวบนใบหน้าของเจ้าหมี
ความเจ็บแล่นพล่านจนขนของมัน ชี้ฟู เลือดไหลนองลงมาตามขน จนดวงตาแดงฉานดุดันยิ่งกว่าเดิม
“โฮกกกกก!”
เสียงคำรามสะเทือนปฐพี เจ้าหมีโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก มันไม่เคยคิดว่าตนจะถูกหมาป่าโจมตีสำเร็จตั้งแต่การปะทะครั้งแรก
ซูหลินผงาดถอยกลับ ดวงตาเขียวเข้มส่องประกายแวว กร้าว ยังคงจ้องเขม็งไม่ละสายตา หมีสีน้ำตาลตั้งการ์ด ใช้ขาหน้าปิดป้องอกตนเอง
“ปัง!”
ครั้งนี้กรงเล็บของซูหลินฟาดปะทะกับขาของมัน แต่ไม่ก่อผลใด ๆ
ตรงกันข้าม เจ้าหมีสีน้ำตาลกลับสบช่องโต้กลับ มันยกกรงเล็บมหึมา ตวัดใส่หัวหมาป่าอย่างแรง!
ซูหลินอาศัยความเร็วกลิ้งหลบพ้นไปได้หวุดหวิด กรงเล็บกระแทกพื้นหิมะจนแตกเป็นหลุมใหญ่ หิมะฟุ้งกระจายสะท้อนถึงพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึง
เพียงแค่ฝ่ามือเดียวของเจ้าหมี ยังน่ากลัวเกินกว่าหมาป่าจะรับมือได้ตรง ๆ
ซูหลินแหงนหน้าขึ้นส่งเสียงหอนยาวก้อง เขี้ยวขาววาววับ รอจังหวะโจมตีซ้ำ เขารู้ดีว่าศัตรูครั้งนี้มิอาจสู้ด้วยการยึดติด ไม่อาจกระโจนเกาะร่างเหมือนเวลาล่ากวางมูส เพราะหมีสีน้ำตาลนั้น ทั้งแข็งแรงและว่องไวเกินไป
หนทางเดียวที่เขาทำได้คือ ต้องใช้ความเร็วสร้างบาดแผลให้มันไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ดูดพลังและเลือดเนื้อของมันออกไปทีละน้อย จนหมดแรงสิ้นใจ!
เจ้าหมีสีน้ำตาลที่บัดนี้เจ็บมาแล้วสองครั้ง ดวงตาแดงฉานเหมือนไฟ มันวิ่งพุ่งเข้าใส่ซูหลินด้วยโทสะ
ความเร็วของมันเมื่อโกรธจัด แม้จะไม่เท่าซูหลิน แต่ก็ทัดเทียมกับหมาป่าทั่วไปได้แล้ว
ซูหลินไม่ถอย เขาพุ่งสวนกลับเช่นกัน กรงเล็บคมแหวกอากาศ จนเกิดเสียงหวีดหวิวเย็นเยียบ ราวกับเสียงร่ำไห้ของวิญญาณจากขุมนรก!
------------