ศึกเดือดนองเลือด
ครั้งนี้สายตาเหี้ยมเกรียมของเจ้าหมีสีน้ำตาล จ้องแน่วแน่ไปยังซูหลิน มันเห็นชัดเจนแล้วว่าหมาป่าตรงหน้านี้ไม่คิดจะถอย
“โฮกกก!”
เสียงคำรามยาวก้องสะท้านกลางความมืด ก่อนที่ฝ่ามืออันใหญ่โตของมันจะฟาดลงมาหาซูหลินอย่างรุนแรง!
“ปัง!”
กรงเล็บหมาป่าปะทะเข้ากับฝ่ามือหมีอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลจากพละกำลังที่เหนือกว่าถึงสี่สิบหน่วย ทำให้ซูหลินรู้สึกถึงความชาแผ่ซ่านไปทั้งขาหน้า ร่างหมาป่าถูกแรงสะท้อนอันหนักหน่วงเหวี่ยงจนกลิ้งไปไกลหลายเมตร กว่าจะหยุดและยันกายลุกขึ้นมาได้
เขาแกว่งขาหน้าเบา ๆ เพื่อคลายอาการชาและความเจ็บปวด แต่ดวงตาของซูหลินกลับยิ่งเปล่งประกายแห่งความดุร้าย ความดิบเถื่อนในกายถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดจากการต่อสู้อันดุเดือดนี้
“โฮกกก!”
เจ้าหมีได้รับชัยในทีแรก จึงเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วพุ่งเข้าหา
แต่ซูหลินกลับเบี่ยงตัวฉับพลัน หลบหลีกการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นเขาจึงเร่งฝีเท้า พุ่งอ้อมไปด้านหลังของมันทันที กรงเล็บคมกริบฟาดลงตรงต้นคอหมีอย่างดุดัน
หนึ่งครั้ง!
สองครั้ง!
สามครั้ง!
เพียงพริบตาเดียว บริเวณต้นคอของเจ้าหมีก็ถูกกรีดจนปรากฏบาดแผลลึกถึงสามสี่เซนติเมตร เลือดแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่หยุด ความเจ็บปวดทำให้ร่างใหญ่แทบจะล้มลง ทว่ามันยังฝืนยืนหยัดไว้
ความปวดร้าวที่แล่นขึ้นจากต้นคอทำให้มันแทบคลุ้มคลั่ง
“โฮกกก!”
มันคำรามอีกครั้ง พลางหันขวับมามองซูหลินด้วยดวงตาสีดำที่อัดแน่นไปด้วยเพลิงโทสะ ไม่เคยเลย…ไม่เคยมีหมาป่าอาร์กติกตัวใดทำให้มันบาดเจ็บหนักได้ถึงเพียงนี้!
ซูหลินเองก็ไม่ยอมลดละ
สองสายตาปะทะกัน อย่างบ้าคลั่ง
หนึ่งคู่เป็นเปลวเพลิงแห่งความโกรธ เกรี้ยว อีกหนึ่งคู่คือแววตาเขียวมรกตแห่งนักล่าปะทะกันกลางความมืดมิด ความกดดันของทั้งสองฝ่ายพุ่งสูงขึ้นจนแทบระเบิด
โดยไม่ให้รอนาน ซูหลินเร่งความเร็วขึ้นจนถึงขีดสุด เสียงลมหวีดหวิวเสียดผ่านอากาศทุกครั้งที่เขาพุ่งกายออกไป ร่างเจ้าหมีรีบยกฝ่ามือมหึมาขึ้นป้องศีรษะ ทว่ายังคงเพ่งมองเงาร่างขาวที่วิ่งตรงเข้ามาตาไม่กะพริบ
“โฮกกก!”
“โฮกกก!”
เสียงคำรามของทั้งหมาป่าและหมีสะท้อนก้องไปทั่วป่าหิมะ กรงเล็บหมาป่ากรีดอากาศจนเกิดเสียงวูบหวีด ฝ่ามือหนักหน่วงของหมีฟาดลงบนพื้นน้ำแข็งกระจายหิมะปลิวว่อน
ในพริบตาเดียว ทั้งคู่ก็ปะทะกันนับสิบรอบ ซูหลินถูกตบเข้าที่หลังหนึ่งครั้ง บาดเจ็บที่ท้องอีกหนึ่งครั้ง เลือดสดทะลักออกมาจนปากขมปร่าด้วยรสคาวโลหิต แต่เจ้าหมีเองก็ไม่ดีไปกว่ากัน มันถูกกรีดเพิ่มจนตัวเต็มไปด้วยบาดแผลนับสิบ จุดแดงฉานหยดลงบนหิมะอย่างต่อเนื่อง
ถึงอย่างนั้น ด้วยเลือดเนื้อมหาศาลของมัน เจ้าหมีจึงยังคงยืนหยัด ร่างสูงสองเมตรยังคงเปล่งประกายออร่าความโหดเหี้ยมดั่งภูเขาใหญ่ที่ไม่อาจเขย่า
มันยอมรับว่าหมาป่าตัวนี้แข็งแกร่ง แต่ถ้าคิดจะล่ามัน "แค่นี้ยังไม่พอ!"
“โฮกกก!”
เสียงคำรามสะท้านหิมะอีกครั้ง
“นักล่า!”
ซูหลินเองก็เปล่งเสียงในใจเช่นกัน เขาเปิดใช้ พรสวรรค์ นักล่า สองตาที่เคยเป็นสีเขียวกลับแปรเปลี่ยนเป็นแดงฉานดั่งโลหิต ขาทั้งสี่หนายิ่งขยายใหญ่ กรงเล็บเปล่งแสงเย็นเยียบวาววับ บาดแผลทั่วร่างถูกสัญชาตญาณดิบเถื่อนกดทับไว้ไม่ให้ส่งผล
“อู้ววววววว!”
เสียงหอนก้องยาวก่อนที่ร่างของซูหลิน จะพุ่งออกไปกลายเป็นเงาขาววูบวาบ ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เจ้าหมี รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลโดยไม่รู้ตัว มันแทบมองไม่ทันแล้วว่าเงาหมาป่าอยู่ตรงไหน
ถึงอย่างนั้น เจ้าหมีก็ไม่มีทางถอย! มันเงื้อฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นขวางอย่างแข็งกร้าว คิดว่าจะป้องกันได้เช่นเดิม
แต่คราวนี้…ไม่เหมือนก่อน!
“ปัง!”
แรงกระแทกดุจคลื่นพายุซัดเข้าใส่ ร่างอันมหึมาของมัน ทำให้ทั้งตัวโงนเงนไปด้านหลังอย่างไม่อาจต้าน
ต่อมา การโจมตีที่สองก็ปะทะอีกครั้ง
“ปัง!”
คราวนี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ถูกกระแทกถอย ซูหลินเพียงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แต่เจ้าหมีเองก็ต้องเซถอยครึ่งก้าว มันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีหมาป่าอาร์กติกที่สามารถเทียบแรงกับมันได้!
แต่ยังไม่ทันตั้งสติ เงาขาวกลับโจมตีมาอีก
“ปัง!”
กรงเล็บหมาป่าฟาดเข้าต้นคอของมันจนกระดูกแทบโผล่ เลือดพุ่งทะลัก
“ปัง!”
ครั้งที่สาม ฟาดกลางหลังจนเลือดเนื้อกระจาย
“ปัง!”
ครั้งที่สี่ กรงเล็บกรีดผ่านฝ่ามือเจ้าหมีจนเป็นรอยลึกหลายเส้น
จากนั้น การโจมตีก็ประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน จนร่างกายของมันเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดสาดกระจายจนดวงตาพร่ามัวไปหมด
“โฮกกก!”
เสียงคำรามครั้งสุดท้าย เปรียบดั่งการประกาศเจตจำนงไม่ยอมแพ้ แต่แล้ว ซูหลินก็พุ่งเข้ามาอีกครั้งด้วยความเร็วปานสายฟ้า กรงเล็บอันคมกริบฟาดเข้าที่ศีรษะอย่างแรง
"ตูมมมมมมมม"
ร่างอันมหึมาหนักกว่า 300 กิโล พลันโค่นล้มลงอย่างกะทันหัน เสียงกระแทกดังสนั่น หิมะปลิวฟุ้งราวกับงานศพของยักษ์ใหญ่ผู้ล้มสลาย
บาดแผลนับไม่ถ้วนและเลือดที่ทะลักไม่หยุด กำลังบอกเล่าอย่างเงียบงันถึงความโหดร้ายของศึกครั้งนี้…
-------------