การประเมินการต่อสู้ระดับ S+

“แฮก…แฮก…”


เจ้าหมีสีน้ำตาล ที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้น ยังคงหอบหายใจแรงไม่หยุด มันพยายามจะขืนตัวลุกขึ้น


ค่าพลังชีวิตที่สูงมหาศาล ทำให้มันยังคงดิ้นรนอยู่ได้ แต่ถึงจะพยายามมากแค่ไหน ร่างกายและสี่ขากลับยิ่งอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เลือดที่ทะลักออกมาก็ไหลเพิ่มขึ้นทุกขณะ


บาดแผลของมันมากเกินไป โดยเฉพาะการโจมตีครั้งสุดท้ายของซูหลิน ที่รุนแรงเกินกว่าจะทนรับไหว


ในความพยายามดิ้นรน เจ้าหมีก็เห็นเงาร่างของซูหลิน เดินเข้ามาช้า ๆ ไม่เร่งร้อนเหมือนผู้ชนะที่มั่นคง


เวลานี้ ความหยิ่งผยองและความโกรธเกรี้ยวของมันได้หายไปจนสิ้น แล้ว เหลือเพียงความหวาดกลัวอันแสนแปลกประหลาด ที่มันไม่ได้รู้สึกมานานแสนนาน


กฎของธรรมชาตินั้นช่างชัดเจน


ผู้แข็งแกร่งย่อมอยู่รอด ผู้ที่อ่อนแอคือเหยื่อ เจ้าหมีสีน้ำตาลเมื่อมาถึงปลายทางแห่งชีวิต จึงได้ลิ้มรสความหวาดหวั่นต่อความตาย


แต่ในขณะที่ความกลัวพุ่งขึ้นมาในแววตา มันก็เห็นหมาป่าอาร์กติกคู่อริ ดวงตาสีเขียวงามคม กำลังจ้องมาอย่างเย็นเยือก ก่อนที่ซูหลินจะเงื้อมกรงเล็บลงมาอีกครั้ง


การฟาดซ้ำหลายคราอย่างไม่ปรานี ได้ปลิดลมหายใจสุดท้ายของมันลงอย่างเด็ดขาด ไม่นานนัก แววตาที่เคยเต็มไปด้วยอำนาจก็พลันมืดดับไร้สีสัน


“อู้วววววว!”


เสียงหอนของซูหลินกึกก้องไปในรัตติกาล ประกาศชัยชนะอันยิ่งใหญ่


การต่อสู้อันโหดเหี้ยมได้ปิดฉากลงแล้ว และเสียงหอนนี้ยังเป็นคำประกาศว่า ใครคือผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงในศึกครั้งนี้


ผู้แข็งแกร่งย่อมเป็นเจ้า ผู้ชนะย่อมเป็นราชา!


ทันใดนั้น สายตาของซูหลินก็ปรากฏข้อความสีเทาหลายบรรทัด


【ต่อกรกับศัตรูผู้แข็งแกร่งกว่า】


【ต่อสู้จนเลือดสาด!】


【หลบหลีกอย่างแม่นยำ!】


【ศึกอันหฤโหด!】


【คว้าชัยชนะในขั้นสุดท้าย!】


【เป้าหมายดับสิ้น!】


【การประเมินการต่อสู้: ระดับ S+】


【ผลการประเมินศึกครั้งนี้: S+ ได้รับพรสวรรค์การฟื้นฟู (ระดับ D) ได้รับเซรุ่มเสริมความแข็งแกร่งหนึ่งขวด และยาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการสิบขวด】


นี่คือครั้งแรกที่การประเมินศึกของเขาทะลุถึงระดับ S+ และของรางวัลก็หรูหราสมเกียรติ ไม่ว่าจะเป็น ยาระดับสูงสิบเอ็ดขวด บวกกับพลังพรสวรรค์ใหม่หนึ่งอย่าง


สำหรับยาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการนั้น ไม่ต้องกล่าวมาก เพราะมันคือสิ่งจำเป็นที่ช่วยเพิ่มแต้มวิวัฒนาการ เพื่อผลักดันให้ก้าวข้ามระดับต่อไป


แต่สิ่งที่ทำให้ซูหลินประหลาดใจก็คือ พรสวรรค์ใหม่ที่เขาได้รับ


【การฟื้นฟู】: ระดับ D (สามารถพัฒนาได้) พรสวรรค์แบบติดตัว 

【ความเร็วในการรักษาบาดแผลเพิ่มขึ้นหลายเท่า】 

【ภูมิคุ้มกันพิษ】 

【ภูมิคุ้มกันการติดเชื้อจากเชื้อราและแบคทีเรีย】

【ระยะเวลา】: ถาวร 

【คูลดาวน์】: ไม่มี


เมื่อเห็นรายละเอียดนี้ แววตาของซูหลินก็สว่างขึ้นทันที พรสวรรค์นี้จะเพิ่มโอกาสรอดตายของเขาได้อย่างมหาศาล


เพราะในโลกของสัตว์ป่า เมื่อใดที่ได้รับบาดเจ็บ มักจะหมายถึงความตายที่ใกล้เข้ามา ไม่เพียงเพราะช่วงฟื้นตัวไม่สามารถออกล่าได้ แต่ยังเพราะสิ่งแวดล้อมภายนอกเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ทำให้บาดแผลเลวร้ายลง


แต่ตอนนี้ ด้วย พรสวรรค์การฟื้นฟูที่เหนือชั้น ปัญหาเหล่านั้นก็จะถูกลบล้างไปอย่างสิ้น ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันต่อพิษและการติดเชื้อ เรียกได้ว่าแทบจะไร้เทียมทาน


ซูหลินถอนหายใจยาว ความเหน็ดเหนื่อยและบาดแผลที่แลกมากับชัยชนะครั้งนี้ ช่างคุ้มค่าจริงๆ


จากนั้น เขาก็หยิบยาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการ ออกมามาใช้ขวดหนึ่ง พลังงานเย็นวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ก่อนจะแทรกซึมกล้ามเนื้อและกระดูกทุกชิ้น


เมื่อพลังงานแผ่ซ่านจนทั่ว เขาจึงเริ่มกัดกินเนื้อหมีสีน้ำตาลทันที


“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อหมีสีน้ำตาล ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 24 หน่วย”


คำเตือนแรกทำให้ซูหลินอดยิ้มไม่ได้ รสชาติเนื้อหมีเองก็ดีเกินคาด ทั้งนุ่มนวล ชุ่มฉ่ำ และกลมกล่อม เขาจึงตะกละกลืนต่อไป


“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อหมีสีน้ำตาล ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 23.5 หน่วย”


“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อหมีสีน้ำตาล ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 23 หน่วย”


“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อหมีสีน้ำตาล ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 22.5 หน่วย”


เพียงไม่นาน ซูหลินก็กินเข้าไปหกถึงเจ็ดกิโลกรัม จนอิ่มเอิบถึงเจ็ดส่วนแล้วจึงหยุด ผลลัพธ์คือ แต้มวิวัฒนาการ เพิ่มพรวดกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแต้ม เท่ากับที่เขาเคยได้ในรอบหนึ่งเดือนเต็ม!


เมื่ออิ่มแล้ว ซูหลินจึงหันมองไปรอบ ๆ ผ่านดวงตาสีเขียวเรืองรอง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีภัย เขาจึงหักกิ่งไม้สองกิ่งมาใช้ลากซากหมีหนักกว่า 300โล


ซูหลินคาดการณ์ว่า ซากนี้เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเขาและลูกหมาป่าตัวน้อยไปได้อีกหนึ่งถึงสองเดือน


ก่อนกลับ เขายังแวะเข้าไปสำรวจถ้ำของหมีด้วย ถ้ำนี้อยู่ไม่ไกลนัก ข้างในมีกลิ่นสาบฉุนจนแทบหายใจไม่ออก เศษซากและโครงกระดูกสัตว์มากมายกองระเกะระกะ เห็นได้ชัดว่าเป็นซากเหยื่อที่มันล่าและกินทิ้งไว้


ทว่าเขากลับไม่พบร่องรอยลูกหมีที่ควรอยู่ในนี้


“หืม หรือว่าตอนมันออกไป มีนักล่าตัวอื่นมาเยือนแล้ว”


ซูหลินพึมพำในใจ แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดมากนัก เมื่อตรวจสอบระเอียดแล้ว เขาจึงหันกลับและเริ่มลากซากหมีมุ่งสู่รังของตน


ระหว่างทาง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นดึงดูดสัตว์นักล่าหลายตัวให้ตามมา แต่เมื่อพวกมันเห็นซากหมีใหญ่ยักษ์ ก็พลันลังเล เพราะใครเล่าจะกล้าแตะต้องซากของสัตว์ร้ายเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า มีสัตว์ตัวใดกันที่ฆ่ามันลงได้


ในหมู่นั้น มีลิงซ์ตัวผู้ที่หิวโหยจนแทบเสียสติ มันจ้องตาวาวและคิดจะลองเสี่ยงพึ่งความเร็วที่เหนือชั้น


แต่ความเร็วของซูหลินในตอนนี้ กลับเหนือกว่ามันหลายขุม ถึงแม้เขาจะมีบาดแผลอยู่ แต่ความเร็วที่ 120 ก็ยังเกินกว่าที่เจ้าลิงซ์จะจินตนาการได้


เพียงการโจมตีเดียว กรงเล็บของซูหลินก็กระแทกใส่ลำตัวเล็กกว่าของมันได้อย่างจัง ร่างนั้นกระเด็นไปสิบกว่าก้าวในอากาศ ก่อนจะกระแทกพื้นหิมะจนกระดูกหักไปหลายซี่ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านทำให้มันร้องโหยหวนก้องหิมะ


ซูหลินไม่เร่งฆ่ามัน เพราะบางครั้ง เสียงร้องโศกเศร้าของผู้บาดเจ็บ ย่อมเป็นคำเตือนที่ทำให้ผู้ล่าตัวอื่นถอยห่างยิ่งกว่าการฆ่าเสียอีก


และผลลัพธ์ก็ไม่ต่างไปจากที่คาดไว้สัตว์นักล่าที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อเห็นเจ้าลิงซ์ถูกเล่นงานจนปางตาย ต่างก็หยุดฝีเท้า ถอนใจกร้าวกร่างลง ดวงตาที่เคยทอประกายโหดเหี้ยมค่อย ๆ กลายเป็นแววหวาดหวั่น


เพราะนี่คือธรรมชาติ ผู้แข็งแกร่งคือผู้เป็นใหญ่!


หลังจากซูหลินหายไป กลุ่มนักล่าที่เหลือก็เบนเป้าไปยังลิงซ์ที่บาดเจ็บแทน ในไม่กี่อึดใจ เสียงกรีดร้องก็ถูกกลบไปโดยความเงียบ


ซูหลินลากซากหมีไปจนถึงถ้ำของตน เขาเงยหน้าหอนยาว


“อ๊าวววว!”


เสียงหอนกังวาน แหลมชัด และแทรกซึมไปทั่วความมืด เป็นเสียงเรียกหาลูกน้องตัวน้อย “เสี่ยวฮุย”


ไม่นานนัก ร่างเล็กขนสีเทาก็พุ่งออกจากถ้ำ ดวงตาสีเขียวเรืองรองของมันสว่างขึ้นทันทีเมื่อเห็นหัวหน้ากลับมา มันวิ่งปราดตรงเข้าหา

“อ๊าว! อ๊าว!”


พร้อมทั้งหอนรับอย่างตื่นเต้น เสียงของมันเต็มไปด้วยความดีใจและความยินดีจนฟังออกได้ชัดเจน


-----------

ตอนก่อน

จบบทที่ การประเมินการต่อสู้ระดับ S+

ตอนถัดไป