สองสาวกลับมาถ่ายทอดสดอีกครั้ง
ซูหลินมองดู ถุงน้ำดีหมี ที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะกลืนมันลงท้องไปในทันที
ทันทีที่ ถุงน้ำดี ตกลงไปในกระเพาะ ก็เหมือนมันสลายกลายเป็นพลังงานร้อนแรงมหาศาล ไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนเป็นแต้มวิวัฒนาการ อย่างรวดเร็ว
“ติ้ง! โฮสต์กลืนกินถุงน้ำดีหมี (ระดับ 10) ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 60 หน่วย”
หกสิบแต้ม!
ซูหลินที่เพิ่งกลืนกินถุงน้ำดีหมีไป ถึงกับเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยประกายตื่นเต้น เขาไม่คิดเลยว่าจะได้แต้มวิวัฒนาการมากขนาดนี้
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ เขาก็พอจะเดาได้ว่า เรื่องนี้น่าจะคล้ายกับการจัดระดับการต่อสู้ หากเหยื่อเป็นสัตว์ที่ถึงระดับ 10 หรือสูงกว่า บางอวัยวะพิเศษก็อาจจะมอบแต้มวิวัฒนาการจำนวนมากได้เช่นกัน
ตอนนี้ซูหลินรู้สึกอิ่มเต็มที่แล้ว เขาจึงลุกขึ้นยืน เดินไปยังปากถ้ำ ก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทวีปอาร์กติกอันมืดมิดและหนาวเหน็บเบื้องนอก
เวลานี้ “คืนขั้วโลก” ดำเนินต่อเนื่องมาเกือบหนึ่งเดือนเต็มแล้ว และตามตำแหน่งภูมิศาสตร์บริเวณนี้ กว่าที่แสงตะวันจะกลับคืนมาอีกครั้ง ก็คงต้องรออีกเกือบสองเดือน
เมื่อถึงเวลานั้น เหล่าสัตว์อพยพจะกลับคืนสู่แผ่นดินน้ำแข็ง แล้วเริ่มวัฏจักรการขยายพันธุ์และดำรงชีวิตกันใหม่อีกครั้ง ทว่าในช่วงสองเดือนที่ไร้แสงตะวันนี้ จะเป็นห้วงเวลาที่โหดร้ายอย่างยิ่งสำหรับนักล่าทั้งหลาย
...........
ในอีกฟากหนึ่ง ที่เมืองโนริลสค์ ประเทศรัสเซีย เมืองซึ่งตั้งอยู่ในเขตอาร์กติกเช่นเดียวกัน
ดิเวียนา หญิงสาวหน้าตาน่ารักสดใส กำลังถือ กล้องโดรนขนาดจิ๋ว เล่นอยู่ในมือด้วยความสนใจ
“ไปกันเถอะที่รัก”
เสียงหวานใสของทิฟฟานีดังขึ้นพร้อมกับรถออฟโรดสีเทาที่ขับมาจอดใกล้ ๆ เธอเลื่อนกระจกลง เรียกเพื่อนสนิทให้ขึ้นรถ
“มาแล้วจ้า” ดิเวียนายิ้มหวาน ก่อนจะขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ
ครั้งนี้พวกเธอสองคนเตรียมตัวกลับไป “สำรวจอาร์กติก” อีกครั้ง ทั้งยังเตรียมอุปกรณ์ไว้มากมาย ทั้งกล้องโดรนขนาดเล็กจำนวนสองเครื่อง เผื่อกรณีที่เสียหาย และยังมีกล้องโดรนแบบความละเอียดสูงอีกหนึ่งเครื่อง แม้มันจะใหญ่กว่าและง่ายต่อการถูกสัตว์ป่าพบเจอ แต่คุณภาพของภาพก็เหนือกว่าอย่างชัดเจน
ส่วนเสบียงอาหารและน้ำดื่มก็เตรียมไว้เต็มท้ายรถ เพียงพอสำหรับครึ่งเดือนเลยทีเดียว เพราะอย่างไรเสีย สองสาวก็กินไม่มากนัก นอกจากนี้ยังเตรียมน้ำมันสำรองไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างทางอีกด้วย
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว พวกเธอจึงมุ่งหน้าสู่เส้นทางน้ำแข็งขาวโพลนอีกครั้ง
ระหว่างทาง บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะสดใส
“ว่าแต่นะ ที่รัก… เราห่างจากที่นั่นไปหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าแม่หมีตัวนั้นจะเป็นยังไงบ้าง ได้ยินมาว่าเวลาอาหารขาดแคลนสุด ๆ หมีบางตัวอาจจะกินลูกของตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอด ฉันไม่รู้ว่ามันจริงรึเปล่า แต่ฟังดูแล้วโหดร้ายชะมัด” ดิเวียนาถามอย่างกังวล
แม้เธอกับทิฟฟานีจะเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย แต่เธอไม่ได้เรียนสาขาชีววิทยา ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าจึงมีไม่มากนัก
ทิฟฟานีที่ดูจะรู้เรื่องเหล่านี้ดีกว่า ยิ้มบาง ๆ แล้วปลอบใจเธอว่า
“อืมมม...มันก็มีโอกาสเกิดขึ้นจริงแต่กรณีนั้นค่อนข้างน้อยมาก จริงอยู่ว่าธรรมชาติโหดร้าย แต่สัตว์ส่วนใหญ่ก็ยังคงมีความผูกพันทางสายเลือด ดวงวิญญาณของพวกมันเองก็โหยหาการดำรงเผ่าพันธุ์อยู่เสมอ สิ่งที่เรามองว่าโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม บางครั้งในธรรมชาติก็เป็นเพียงเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น”
ดิเวียนาได้ฟังแล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่นั่นคือโลกสีขาวโพลนสะท้อนกับเส้นผมสีทองที่พลิ้วไหวบนไหล่ของเธอ
“เข้าใจแล้วละ… มนุษย์ก็มีค่านิยมของมนุษย์ ส่วนสัตว์ป่าก็มีค่านิยมของพวกมันเอง”
“ใช่แล้วล่ะ” ทิฟฟานีพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “แค่ระบบค่านิยมไม่เหมือนกัน มุมมองที่มองโลกก็ย่อมต่างออกไป”
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันนั้น รถก็แล่นเข้าสู่เขตที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดของ “คืนขั้วโลก” มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องออกไปไหววูบเป็นจุด ๆ บนผืนหิมะไม่สิ้นสุด
ดิเวียนา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิด “ห้องไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก” เพื่อถ่ายทอดบันทึกการเดินทางครั้งนี้อีกครั้ง
เพียงไม่นาน ในไลฟ์สดก็มีผู้ชมบางส่วนทยอยเข้ามา
【ผู้ใช้ทั่วไป – สคาดี้】:ฮัลโหล~ ฉันมาอีกแล้ว วันนี้จะถ่ายอะไรให้ดูบ้างเหรอ
【สมาชิกทั่วไป – ออดิรู】:ถ่ายหมาป่าขาวสิ! หรือไม่ก็ไปถ่ายหมีขั้วโลกก็ได้ ถ่ายการเลี้ยงลูก ของหมีสีน้ำตาลมันน่าเบื่อสุด ๆ เลย
【สมาชิกทั่วไป – สมอเชน】:จริง ฉันเห็นด้วยนะ คิดว่ากระบวนการเลี้ยงลูกของหมีควรทำเป็นสารคดีมากกว่า เอามาไลฟ์สดดูแล้วออกจะน่าเบื่อ
【นักชีววิทยา – เวนรอฟ】:ผมว่าถ่ายอะไรก็ดูน่าสนใจทั้งนั้นแหละ ใต้คืนขั้วโลก ทุกสิ่งก็ดูน่าค้นหาไปหมดเลย ผมยังไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองเลยสักครั้ง ถ้ามีโอกาสอยากลองไปเองดูบ้าง
ขณะที่ทิฟฟานีขับรถอยู่ เธอก็หันมายิ้มเล็ก ๆ พูดทักทายผู้ชม
“สวัสดีค่ะทุกคน ตอนนี้พวกเราเข้ามาในเขตคืนขั้วโลกแล้วนะคะ วันนี้เราจะไปติดตามแม่หมีเหมือนเดิม แต่ถ้าหากโชคดีเจอหมาป่าขาวล่ะก็ สัญญาเลยว่าจะรีบถ่ายทอดสดให้ทุกคนได้ดูกันทันทีค่ะ”
เมื่อเธอพูดจบ ดิเวียนาก็รีบเปลี่ยนมุมกล้องมือถือ หันออกไปทางกระจกหลัง ให้คนในไลฟ์สดได้เห็นบรรยากาศมืดสนิทภายนอก
ทว่าทันทีที่พูดถึงการถ่าย “หมี” จำนวนผู้ชมในห้องที่มีอยู่น้อยนิดก็ยิ่งลดลงไปอีก ไม่นานบรรยากาศในห้องไลฟ์สดก็ดูเงียบเหงา เหลือเพียงผู้ชมกลุ่มเล็ก ๆ ที่รักธรรมชาติจริง ๆ และอยากชมบรรยากาศคืนขั้วโลกเท่านั้นที่ยังอยู่ต่อ
...........
ในขณะเดียวกัน ภายในถ้ำ ซูหลินกำลังนอนพักพิงผนังหินเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
ข้างกายเขามีหนังสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกที่ถูกตากแห้งแล้วหลายผืน ซึ่ง “พี่สาวหมาป่า” คาบมาให้เพื่อปูรองนอน หนังเหล่านี้ทั้งนุ่มและอบอุ่น ทำให้เขานอนสบายขึ้นมาก
ในหมู่หมาป่า หัวหน้าฝูงย่อมได้รับการดูแลที่ดีที่สุด นี่คือเรื่องที่เป็นธรรมชาติสำหรับพวกมัน แต่ซูหลินกลับแบ่งหนังพวกนี้ออกไปสองผืน ให้กับหมาป่าสีเทาขาวและน้องสาวหมาป่า เพราะรู้ว่าพวกมันยังเล็ก ทนต่อความหนาวเหน็บได้น้อยกว่า
บาดแผลบนร่างกายของซูหลิน ค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายใต้พลังของ พรสวรรค์ฟื้นฟู ตอนแรกยังมีสะเก็ดแผล แต่ตอนนี้ความเจ็บปวดได้บรรเทาลงไปมากแล้ว
ในถ้ำ ลูกหมาป่าสองตัวก็กำลังเล่นกันอยู่ พวกมันฝึกฝนทักษะการกัดและการกระโจนใส่กัน โดยมีลูกหมาป่าสีเทาขาวคอยยอมให้น้องสาวหมาป่าเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่เสมอ เพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเธอกับหัวหน้าฝูงไม่ธรรมดา
ส่วนเจ้า เสี่ยวฮุย ยังคงทำหน้าที่เฝ้าปากถ้ำตามคำสั่งของหัวหน้าอย่างซื่อสัตย์ และพี่สาวหมาป่าก็ยังไม่วายหันกลับมาตรวจดูบาดแผลของซูหลินอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าแผลของเขาหายไปมากแล้วจึงค่อยวางใจ ก่อนจะกลับไปนอนพักเหมือนเดิม
-------------