นักล่าลึกลับ
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สามวันต่อมา ตลอดช่วงเวลานี้ซูหลินไม่ได้ออกไปล่าเลย เขาเอาแต่พักฟื้นอยู่ในถ้ำเพื่อรักษาบาดแผล ซึ่งตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว หากไม่ต้องเจอกับการต่อสู้ที่รุนแรง แผลเหล่านี้ก็แทบไม่ส่งผลอะไรต่อร่างกายอีกต่อไป
ด้วยพรสวรรค์ด้านการฟื้นฟู เพียงไม่กี่วันก็เทียบเท่ากับการพักฟื้นเกือบหนึ่งเดือนเต็ม
“อู้วววววว!”
ซูหลินเดินกลับจากการตรวจตรารอบ ๆ ยืนอยู่ตรงปากถ้ำ ก่อนจะหันหน้าไปยังทุ่งน้ำแข็งอันหนาวเหน็บของทวีปอาร์กติก แล้วแหงนคอส่งเสียงหอนยาวก้องกังวานไปทั่วความมืด
เสียงหอนสะท้อนเล็ดลอดอยู่ในความเงียบของรัตติกาลยาวนาน
ในถ้ำ สถานะของเสี่ยวฮุยและลูกพี่ลูกน้องก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องเสี่ยวฮุยใกล้จะเลื่อนเป็นระดับ 4 แล้ว
ส่วนน้องสาวของเขาและลูกหมาป่าขนเทาขาว ก็ได้เลื่อนเป็นระดับ 2 ทั้งคู่แล้วเช่นกัน ในช่วงสามวันนี้
ร่างกายเล็กๆ ของน้องสาวหมาป่าใหญ่ขึ้นมาก ส่วนขนสีขาวเหมือนกับซูหลินก็หนาแน่นขึ้นเช่นกัน ทำให้เธอสามารถต้านทานความหนาวเย็นได้ด้วยตัวเองแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นพอตกกลางคืน เธอก็ยังติดนิสัยชอบนอนเบียดซูหลินหรือไม่ก็ลูกพี่ลูกน้องอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน หมาป่าขนเทาขาวก็ตัวใหญ่ขึ้นเช่นกัน ขนสีเทาปนขาวของมันยาวขึ้นและนุ่มนวลกว่าเดิมมาก ทว่าต่อให้มีพลังเพิ่มขึ้นเพียงใด ก็ยังคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการถูกเสี่ยวฮุยแกล้งได้
ตอนนี้ทั้งสองก็กำลังเล่นต่อสู้กันอยู่พอดี แต่เพียงแค่เสี่ยวฮุย ยกอุ้งเท้าใหญ่ ๆ ตบเบา ๆ การโจมตีของมันก็ถูกสลายไปพร้อมถูกกดลงกับพื้นในพริบตา
“อ๊าว! อ๊าว!”
เสียงร้องขอความเมตตาของหมาป่าขนเทาขาวดังขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่น้องสาวหมาป่าและลูกพี่ลูกน้องก็นอนเกียจคร้านอยู่ไม่ไกล มองดูทั้งคู่เล่นกันพลางส่งเสียงหอนเบา ๆ ให้กำลังใจอยู่เนือง ๆ
บรรยากาศภายในถ้ำเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลมกลืน
...........
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปราวยี่สิบกิโลเมตร ภายในรถออฟโรดสีเทา ทิฟฟานี ก็กำลังขับรถพร้อมควบคุมโดรนถ่ายภาพเพื่อหาตัวหมีสีน้ำตาลที่พวกเธอตามหามาเนิ่นนาน แต่ก็ยังไม่พบแม้แต่เงา
เธอถึงขั้นสั่งการให้โดรนบินเข้าไปสำรวจภายในรังหมีแล้ว ก็ยังว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของแม่หมีและลูกเลย
ทิฟฟานีจึงคิดเอาเองว่าเจ้าหมีคงออกไปหาอาหาร จึงเปลี่ยนเป้าหมาย หันไปถ่ายทำสัตว์แปลก ๆ อื่น ๆ ของอาร์กติกแทน พร้อมกับยังคงสอดส่ายตามหาเบาะแสของหมีอยู่ด้วย
จนกระทั่งเธอพบคราบเลือดขนาดใหญ่กระจายเต็มพื้นน้ำแข็ง ไม่ไกลจากรังของหมี
ทิฟฟานีรีบหยิบไฟฉายกำลังแรงลงจากรถ ส่องตรวจรอบ ๆ ก่อนจะพบว่าคราบเลือดเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงหย่อมเดียว แต่กระจายไปเป็นวงกว้างทั่วทั้งพื้นที่
“โอ้พระเจ้า! ที่นี่ต้องเคยเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดแน่นอน!”
เธออดไม่ได้ที่จะยกมือปิดปากด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยซีดเผือด เพราะจากร่องรอยที่เห็น มันไม่ใช่การสังหารแบบฝ่ายเดียว หากแต่เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดจนทำให้ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
ในขณะเดียวกัน ดิเวียนา ที่ควบคุมโดรนจากในรถก็นำภาพถ่ายทอดสดส่งตรงไปยังห้องไลฟ์ทันที....กล้องโดรนมีโหมดกลางคืน ทำให้ผู้ชมเห็นภาพชัดเจนเหมือนอยู่ตรงหน้า
เมื่อภาพของพื้นที่อาบเลือดถูกฉายออกไป ห้องไลฟ์ที่เงียบเหงาก็กลับมีคอมเมนต์พุ่งขึ้นทันตา
【นักชีววิทยา - เวินหลัวฝู】:โอ้พระเจ้า! รีบขึ้นรถเถอะ อันตรายมาก ต้องมีสัตว์ร้ายตัวใหญ่อยู่แถวนั้นแน่นอน อย่าอยู่ที่นั้นอีกเลย!
【ผู้ใช้ทั่วไป - สือคาดี】:ใช้โดรนถ่ายก็พอแล้ว ตรงนี้เพิ่งมีการต่อสู้อย่างดุเดือดไปไม่นาน หนึ่งในนั้นอาจเป็นแม่หมีที่พวกคุณตามหาอยู่ก็เป็นได้
【ผู้ใช้ทั่วไป - เฉินหนี่เหวิน】:ใช่ ภาพจากโดรนชัดเจนดี ยังพอมองเห็นรอยเท้าหมีบนหิมะ ส่วนรอยอีกฝั่งเหมือนของสัตว์ตระกูลสุนัข
【ผู้ใช้ทั่วไป - อ๋าวตี้ลู่】:ไม่ต้องเดาแล้ว อีกฝ่ายต้องเป็นหมาป่าขาวแน่นอน! อย่าคิดว่ามันเป็นหมาป่าธรรมดา
“ฮ่า ๆ พวกนายคงคลั่งคิดถึงหมาป่าขาวเกินไปแล้วมั้ง จะเป็นไปได้ยังไง?”
“พูดตามจริง ถึงหมาป่าขาวจะดุร้าย แต่การล่าหมีต่อให้เป็นแม่หมีที่อ่อนแรงหลังคลอด ก็ใช่ว่าจะง่ายดายนักหรอก”
“งั้นแล้วรอยเท้าที่เหมือนสุนัขนี่จะอธิบายยังไงล่ะ”
คอมเมนต์โต้เถียงกันอย่างคึกคัก ทำให้ดิเวียนา รีบหันไปตะโกนบอกเพื่อนสาวว่า
“ทิฟฟานี รีบขึ้นรถเถอะ ที่นี่อันตรายเกินไป!”
“เข้าใจแล้ว!”
ทิฟฟานีตรวจดูร่องรอยอีกครั้งด้วยความไม่สบายใจ ก่อนจะรีบวิ่งกลับขึ้นรถ ความหนาวเย็นอุณหภูมิต่ำกว่าลบสิบองศา ทำให้แม้สวมเสื้อกันหนาวหนา ๆ ก็ยังรู้สึกหนาวเข้ากระดูก
พอเข้ามานั่งในรถและได้สัมผัสกับความอุ่นจากเครื่องทำความร้อนอีกครั้ง เธอก็ยกมือถูไปมาเพื่อคลายหนาว พลางพูดกับผู้ชมในไลฟ์ว่า
“สวัสดีค่ะทุกคน เมื่อกี้ฉันลงไปดูแล้ว พบว่าร่องรอยพวกนั้นน่าจะเป็นการต่อสู้ระหว่างแม่หมีและนักล่าบางตัว ผลสุดท้ายแม่หมีน่าจะแพ้ค่ะ”
คำพูดของเธอเรียกให้มีคอมเมนต์ใหม่ ๆ ทยอยเด้งขึ้นมา ส่วนใหญ่ตั้งคำถามว่า สัตว์ชนิดไหนกันที่กล้าล่าหมีสีน้ำตาล
ในทุ่งน้ำแข็งอาร์กติก สัตว์ที่ผู้คนคุ้นเคยว่าสามารถเอาชนะหมีสีน้ำตาล ได้ก็มีเพียงหมีขั้วโลกเท่านั้น แต่ ทิฟฟานีรู้ดีว่าหมีขั้วโลกในแถบนี้ส่วนใหญ่หากินอยู่ใกล้เขตน้ำแข็ง ไม่ค่อยโผล่มาแถวนี้ อีกทั้งรอยเท้าที่พบก็ไม่เหมือนของหมีขั้วโลกเลย
เธอจึงตอบเสียงหนักแน่นว่า “ฉันเองก็ยังไม่มั่นใจ แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่หมีขั้วโลกค่ะ”
แม้จะพูดเช่นนี้ แต่ในใจของเธอก็ยังสับสนไม่หายว่า แล้วสัตว์อะไรกันแน่ที่กล้าล่าแม่หมี?
ส่วนรอยเท้าและร่องรอยที่ปรากฏในบริเวณนี้นั้น ทิฟฟานีก็ได้สังเกตดูอย่างละเอียดแล้ว
และพบว่าการต่อสู้ครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นมาหลายวันแล้วเช่นกัน
บวกกับพื้นที่ ที่ยุ่งเหยิง ทำให้เห็นรอยเท้าของหมีสีน้ำตาลได้อย่างคลุมเครือ
ในขณะที่ผู้ชมในห้องไลฟ์ยังคงถกเถียงกันไม่หยุดว่าตัวตนของนักล่าลึกลับคือสัตว์อะไรกันแน่ ทิฟฟานี ก็ถอนหายใจยาวอย่างผิดหวัง เพราะการถ่ายทำครั้งนี้ดูเหมือนจะล้มเหลวอีกแล้ว เธอจึงครุ่นคิดว่าจะกลับไปก่อนดี หรือจะเสี่ยงเดินทางต่อไปยังเขตน้ำแข็งเพื่อถ่ายทำหมีขั้วโลกแทน
ส่วนดิเวียนานั้นกลับตื่นเต้นร่าเริง กำลังสนุกกับการโต้ตอบผู้ชม พูดคุยคาดเดาเสียงเจื้อยแจ้วถึงตัวตนของนักล่าลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก
-------------