กลับถึงถ้ำ

เจ้าเสี่ยวฮุยลากปลาไพค์เหนือตัวโตวิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ระยะทางจากผืนน้ำแข็งไปยังถ้ำจะค่อนข้างไกล ทว่าด้วยความเร็วของมัน เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงก็กลับมาถึงแล้ว

ครั้งนี้ตลอดทางเป็นไปอย่างราบรื่นไม่เจอพวกนักล่าตัวไหนมาคอยชิงเหยื่อเลยแม้แต่น้อย

เมื่อกลับมาถึงถ้ำ เสี่ยวฮุยยังพยายามอยากจะลากปลาขึ้นไปบนภูเขาเอง แต่ไม่ว่ามันจะออกแรงสุดชีวิตแค่ไหน ก็ทำไปถึงได้เพียงครึ่งทาง ก่อนที่ปลาตัวโตจะไหลรูดลงมาอีกครั้ง

แม้ว่าเสี่ยวฮุยจะเลื่อนขั้นขึ้นมาอีกระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่สำหรับการจะลากเจ้าปลายักษ์ขึ้นเขา ก็ยังเป็นเรื่องที่มันทำไม่ไหวในตอนนี้

มันพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้ง กระทั่งครั้งสุดท้ายยังถึงขั้นหกล้มหน้าทิ่ม กินหิมะเข้าปากเต็ม ๆ

“อ๋าว! อ๋าว!”

เสียงหอนแฝงความหงุดหงิดดังลั่น ตอนนี้เจ้าเสี่ยวฮุยทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ท้ายที่สุดก็ต้องให้ซูหลินเป็นฝ่ายลากปลากลับเข้าถ้ำเองจนได้

เมื่อเข้ามาด้านในถ้ำแล้ว ซูหลินก็โยนปลาแซลมอนอาร์กติกหนักเจ็ดถึงแปดกิโลไปให้ลูกพี่ลูกน้อง น้องสาวหมาป่า และเจ้าหมาป่าสีเทาขาว แต่ทั้งสามกลับเพียงแค่ดม ๆ เท่านั้น

เพราะตลอดทั้งวันพวกมันอิ่มหนำสำราญกับเนื้อหมีมาก่อนแล้ว ท้องน้อย ๆ พองโตแน่นเอี้ยด จนกินอะไรเพิ่มไม่ลง

ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันไม่เคยออกไปไหนไกลนอกถ้ำเลยสักครั้ง จึงไม่รู้จักว่าปลาน้ำแข็งแห่งอาร์กติกคืออะไรกันแน่

คราวนี้เอง เสี่ยวฮุยจึงรีบเดินมาตรงหน้าพวกมัน แล้วหอนโวยวายรัว ๆพยายามสื่อสารว่าปลาตัวนี้เนื้อนุ่มฉ่ำแค่ไหน รสชาติอร่อยล้ำเพียงใด

แถมยังบรรยายถึงความยิ่งใหญ่ของหัวหน้าตอนล่ามันมา แต่ถึงอย่างนั้น แม้เสี่ยวฮุยจะฉลาดขึ้นมากจนพอจะสื่อความหมายซับซ้อนได้แล้ว แต่ทว่าลูกพี่ลูกน้อง น้องสาวหมาป่า และเจ้าหมาป่าสีเทาขาว ก็ยังฟังไม่เข้าใจอยู่ดี

สำหรับพวกมันแล้วนี่ก็เหมือนฟังเรื่องไร้สาระลอยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่พอเข้าใจได้ ก็คือเจ้าแซลมอนตัวนี้ต้องอร่อยเป็นแน่

“อ้าววว!”

น้องสาวหมาป่าได้กลิ่นหอมลอยมา ยิ่งเห็นท้องตัวเองกลมป่องก็ยิ่งหงุดหงิด พลางนึกเสียดายว่าทำไมเมื่อกี้ถึงต้องกินมากมายขนาดนั้น

ส่วนลูกพี่ลูกน้อง เพียงกรีดท้องปลา ลองชิมเล็กน้อยเท่านั้น และทันทีที่รสชาติสัมผัสลิ้น ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย เพราะรสชาติอร่อยจริงไม่ผิดคาด ถึงอย่างนั้น เธอยังคงรู้จักยับยั้งชั่งใจ กินแค่คำสองคำก็หยุดไว้ก่อน ในเมื่ออาหารยังอยู่ในถ้ำ ไม่ได้หายไปไหน จะกินเมื่อไรก็ไม่ต่างกัน

ขณะเดียวกัน ซูหลินก็ลากซากปลาไพค์เหนือขนาดมหึมาไปไว้ข้างถ้ำ จากนั้นก็ใช้กรงเล็บคมเฉียบกรีดเปิดท้องของมัน

ก่อนหน้านี้เขากินปลาแซลมอนไปตัวครึ่ง แต่ยังอิ่มได้เพียงครึ่งท้อง พอเห็นเนื้อปลาไพค์แน่นเด้งตรงหน้า ก็อดไม่ได้ที่จะกัดกินต่อ

ฉับ....

เสียงฉีกกระชากดังขึ้น ซูหลินกัดลงไปเต็มแรง ขย้ำเอาเนื้อปลาชุ่มเลือดเข้าปาก เนื้อสดใหม่แทรกกลิ่นหอมคาวบางเบา และสัมผัสที่แน่นหนึบชวนเคี้ยว เนื่องจากปลาไพค์เหนือพันธุ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยดุดันก้าวร้าว เนื้อมันจึงกระชับและยืดหยุ่นกว่าปลาทั่วไป

“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อปลาไพค์เหนือ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 15 หน่วย”

ปริมาณแต้มวิวัฒนาการ จากปลาไพค์เหนือไม่น้อยเลย ต่อให้จะไม่มีผลขยายจากยาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการ แต่ก็ยังให้ถึง 5 หน่วยต่อคำ นี่เทียบเท่ากับเนื้อวัวมัสก์ได้เลยทีเดียว

เพราะรสชาติทั้งอร่อย ทั้งยังให้แต้มวิวัฒนาการเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ซูหลินจึงยิ่งกินอย่างตะกละ เคี้ยวคำโตกลืนลงคอไม่หยุด

“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อปลาไพค์เหนือ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 14.5 หน่วย”

“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อปลาไพค์เหนือ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 14 หน่วย”

“ติ๊ง! โฮสต์กินเนื้อปลาไพค์เหนือ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 13.5 หน่วย”

แต้มวิวัฒนาการ หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด ซูหลินซัดไปเกือบสิบโลในรวดเดียว นอกจากแต้มวิวัฒนาการแล้ว โปรตีนในเนื้อปลาก็ยังช่วยเสริมกำลังและฟื้นร่างกายได้อย่างมหาศาล

เมื่ออิ่มหนำแล้ว เขาจึงลุกขึ้น ส่งสัญญาณให้เสี่ยวฮุยเข้าไปกินต่อ

เพราะตลอดการออกล่าครั้งนี้ เจ้าเสี่ยวฮุยได้กินเพียงแค่เลมมิ่งไม่กี่ตัวกับปลาแซลมอนครึ่งตัวเท่านั้น เห็นได้ชัดว่ายังไม่อิ่ม แถมเมื่อครู่ก็ได้แต่นั่งกลืนน้ำลายมองหัวหน้ากินอย่างเดียว

พอได้ยินคำสั่งของซูหลิน มันก็ถึงกับดีใจจนกระโดดกลิ้ง รีบวิ่งเข้ามาหาซากปลาไพค์ แล้วก้มหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากนั้น ซูหลินก็เดินออกมาที่ปากถ้ำ หันไปมองไกลสุดสายตาเบื้องหน้ามีเพียงความมืดสนิทของค่ำคืน เขาเผลอคิดถึงพ่อหมาป่าและแม่หมาป่าขึ้นมา

จากบ้านมานานแล้ว เห็นทีควรกลับไปเยี่ยมสักหน่อย ไม่รู้ว่าตลอดช่วงเวลาที่เขาหายไป พ่อกับแม่หมาป่าอยู่กันอย่างไรบ้าง

แม้อาหารจะขาดแคลนในช่วงนี้ แต่ในเมื่อทั้งฝูงมีหมาป่าโตเต็มวัยถึงแปดตัว ก็คงไม่มีนักล่าหน้าไหนโง่เขลาพอจะเข้ามาก่อเรื่องแน่ เรื่องความปลอดภัยจึงไม่น่าห่วงเท่าไร

คราวนี้ ซูหลินจึงเชิดหน้า หอนยาวออกมาเพื่อระบายความรู้สึกในใจ

“อู้วววววว”

เสียงหอนยาวก้องกังวาน ยาวไกล ทะลุผ่านความมืดมิดของขั้วโลกเหนือ ลอยสะท้อนไปในอากาศอันหนาวเหน็บ

จากนั้นเขาก็หันมาส่งสัญญาณให้ลูกพี่ลูกน้องเข้าไปนอนพัก

ตัวเองกลับค่อย ๆ ทรุดลงนอนหมอบตรงก้อนหินปากถ้ำ หลับตาพักผ่อน พร้อมกับคอยระวังภัยไปด้วย

เพราะถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูง สัตว์ตัวใหญ่เทอะทะอย่างหมีขั้วโลกหรือหมีสีน้ำตาลแทบไม่มีทางปีนขึ้นมาได้ และหากมีนักล่าตัวไหนหลงมาได้จริง ๆ ก็คงไม่อาจสร้างอันตรายต่อฝูงหมาป่าได้มากนัก

พูดได้เลยว่า ถ้ำแห่งนี้มีความปลอดภัยสูงกว่าถ้ำที่พ่อแม่หมาป่าเขาอาศัยอยู่อย่างเทียบไม่ติด...

----------------

ตอนก่อน

จบบทที่ กลับถึงถ้ำ

ตอนถัดไป