ความเคียดแค้นของเจ้าหมี

เดิมทีเจ้าเสี่ยวฮุ่ยตั้งใจจะอยู่ร่วมต่อสู้เคียงข้างหัวหน้าของมัน แต่เมื่อมองเห็นแววตาดุดันเอาจริงของซูหลินที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาหมาป่าสีเขียวคมกริบ มันก็เข้าใจทันที จึงเลือกที่จะวิ่งถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ ไปหยุดอยู่ในระยะห่าง แต่ก็หาได้จากไปไหนไกลไม่ มันเพียงหมอบซ่อนร่างอยู่หลังพุ่มกองหิมะหนาทึบ เฝ้าจ้องมองด้วยสายตาจริงจัง พร้อมจะกระโจนเข้ามาเสริมกำลังทุกเมื่อ หากการต่อสู้ของหัวหน้าต้องการมัน มันจะไม่มีวันทอดทิ้งหัวหน้าในยามคับขันเป็นอันขาด

ในยามนี้ ภายใต้ผืนฟ้าที่มืดมิดไร้แสงดาว ฉากการต่อสู้ของเหล่าสัตว์นักล่าได้ค่อย ๆ เปิดม่านขึ้นอย่างช้า ๆ การปะทะในธรรมชาติ บางครั้งหาได้มีเหตุผลรองรับเสมอไปไม่ มันอาจเพียงแค่สัญชาตญาณที่ดึงดูดให้ชีวิตสองฝ่ายมาชนกันก็เป็นได้

ตามปกติแล้ว เมื่อหมีสีน้ำตาลพบเจอหมาป่าอาร์กติกที่บังอาจย่างกรายเข้าสู่เขตแดนของมัน ก็มักเพียงแค่ขู่ไล่หรือผลักไสออกไปมากกว่าจะเอาชีวิต แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิม หมีสีน้ำตาลตัวตรงหน้ากลับพุ่งทะยานเข้ามาหาซูหลินด้วยท่าทางบ้าคลั่ง ราวกับว่ามันตั้งใจจะฉีกเขาออกเป็นชิ้น ๆ แววตาที่ลุกโชนด้วยความชิงชังก็ยิ่งตอกย้ำถึงความตั้งใจนั้น

ซูหลินจึงค่อย ๆ หรี่ดวงตาสีเขียวเข้มลง แววตาของเขาฉายแสงวาววับแฝงด้วยความดุดันเฉียบคม นับตั้งแต่การล่าหมีครั้งก่อน พลังและอำนาจที่เขาเคยกดซ่อนเอาไว้ก็เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง และในครั้งนี้ เมื่อไม่มีสิ่งใดต้องคอยเป็นห่วง เขาก็ตัดสินใจจะปลดปล่อยตัวเองออกมาอย่างเต็มที่

ท่ามกลางผืนหิมะและสายลมเย็นยะเยือก สายตาของซูหลินที่เปล่งแสงสีเขียวมรกตปะทะกับแววตาของหมีที่ลุกโชนด้วยไฟแค้น ทั้งสองสายตาปะทะกันกลางอากาศราวกับประกายไฟฟ้าสองสาย

“โฮกกกกกกก!”

เสียงคำรามกึกก้องดังสะท้อนออกมาจากลำคอของเจ้าหมีขณะวิ่งกระโจนตรงมา ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดอันไร้ที่สิ้นสุด

สาเหตุนั้นก็เพราะว่า เมื่อไม่นานมานี้ คู่ของมันถูกหมาป่าอาร์กติกฆ่าตาย มันเคยไปยังสถานที่สู้รบอันสับสนวุ่นวายนั้นมาแล้ว มันจำกลิ่นที่คงค้างอยู่บนพื้นได้อย่างชัดเจน กลิ่นนั้นเป็นของหมาป่าอาร์กติกแน่นอน อีกทั้งแม้แต่เลือดที่เปื้อนพื้นก็ไม่ใช่เพียงของหมี หากแต่มีเลือดของหมาป่าปะปนอยู่ด้วย

กลิ่นเลือดนั้น มันไม่มีวันจำผิดแน่นอน!

หมีสีน้ำตาลเป็นสัตว์ที่แค้นฝังใจยาวนาน เมื่อถึงตอนนี้ มันจึงไม่เหลือแม้เศษเสี้ยวความอดทนหรือความเมตตาต่อหมาป่าอาร์กติกอีกต่อไป ไม่ว่าหมาป่าตัวใดที่เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของมัน จะต้องตาย! ความโกรธแค้นที่สุมอกอยู่ในเวลานี้ ไม่เพียงเพราะคู่ของมันถูกฆ่า หากยังมีอีกเหตุผลที่หนักหนากว่า นั่นคือ ลูกน้อยของมันเองก็เกือบจะต้องตายไปพร้อมกัน

ในโลกแห่งธรรมชาติ หลังฤดูผสมพันธุ์ผ่านพ้นไป ตัวผู้มักลดความสนใจต่อคู่ของมันลง และก็ไม่ได้มีหน้าที่เลี้ยงลูกเช่นกัน แต่การที่ไม่ได้ดูแล ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หวงแหน เพราะไม่ว่าสัตว์ชนิดใดก็ตาม ย่อมมีสัญชาตญาณในการปกป้องสายเลือดและพันธุกรรมที่สืบทอดจากตน

“โฮกกกกกก!”

เจ้าหมีคำรามก้องอีกครั้ง คราวนี้มันวิ่งขึ้นมาถึงบนเนินหิมะที่ซูหลินยืนอยู่แล้ว ร่างยักษ์ใหญ่โตของมันพุ่งตรงเข้าหาโดยไม่หยุดยั้ง ทว่าแปลกนักที่มันสังเกตเห็นว่า หมาป่าอาร์กติกตรงหน้านี้ไม่เพียงแต่ไม่คิดจะหลบหนี แต่ยังยืนจ้องตากลับมาอย่างแน่วแน่ ดวงตาสีเขียวนั้นมองมันไม่กะพริบ ทำให้ความโกรธในใจมันยิ่งลุกโชน

หรือว่าหมาป่าตัวนี้มันเสียสติไปแล้ว?

ยิ่งคิดมันก็ยิ่งโกรธ ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายเหลือเพียงสองถึงสามเมตรเท่านั้น หมีสีน้ำตาลก็พลันกระโจนขึ้นฟ้า ยกอุ้งเท้าทั้งสองตวัดลงหมายจะตบซูหลินให้แหลกคามือ

ตูม!

เสียงดังสนั่นก้องกังวาน อุ้งเท้าใหญ่กระแทกลงบนผืนหิมะจนแตกกระจาย เศษน้ำแข็งปลิวว่อนทั่วท้องฟ้า แต่เมื่อหิมะค่อย ๆ ร่วงกลับลงมา เจ้าหมีกลับไม่พบร่างของหมาป่าที่มันหมายจะฆ่า

และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่มันจะทันตั้งตัว ก็รู้สึกถึงแรงปะทะมหาศาลพุ่งใส่แผ่นหลัง เล็บคมกริบฉีกผ่านหนังหนาและกล้ามเนื้อแข็งแรงของมัน เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมาเป็นสาย

ถึงกระนั้น พลังโจมตีที่รุนแรงก็ยังไม่อาจทำให้สัตว์ยักษ์ที่ผ่านศึกมาโชกโชนล้มลงได้ มันพลิกกายกลับอย่างรวดเร็ว อุ้งเท้าทั้งสี่ยันพื้นมั่นคง ป้องกันจุดอ่อนเบื้องล่าง แววตาสีดำขลับเริ่มฉายแววจริงจังขึ้นมา

หมาป่าตัวนี้เร็วเกินไป มันแทบไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าตอนไหนที่หมาป่าโผล่ไปด้านหลัง ความเจ็บแสบที่กลางหลังยังเตือนมันชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ศัตรูธรรมดา และเมื่อมันสบตากับคู่ต่อสู้อีกครั้ง ก็พบว่าดวงตาสีเขียวคู่นั้นเต็มไปด้วยความดุดัน โดยไร้ร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

นี่ไม่ใช่หมาป่าธรรมดาแน่!

ความทรงจำในหัวของหมีถูกกระตุ้นขึ้น มันนึกถึงเหตุการณ์วันที่คู่ของมันถูกฆ่า พลันก้มหน้าใช้จมูกสูดกลิ่นอย่างรุนแรง หวังจะหาคำตอบจากอากาศที่ล้อมรอบ

แต่ซูหลินไม่ปล่อยให้มันมีโอกาส เขาพุ่งทะยานด้วยความเร็วมากกว่าสามสิบเมตรต่อวินาที ดั่งสายฟ้าสีขาวที่ฉีกกระชาก เสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็ปรากฏตรงหน้าหมีอีกครั้ง ตวัดอุ้งเท้าโจมตีเป้าหมายไปที่ดวงตาของมันโดยตรง

แววตาสีเขียวเปล่งประกายของซูหลินเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เดิมทีเขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า แต่ในเมื่อหมีตัวนี้ดันบ้าคลั่งเข้ามาหา งั้นก็ลองดูกันหน่อย เขาอยากรู้เหมือนกันว่า หัวของมันจะแข็งแกร่งแค่ไหน จะอัดกันจนเลือดท่วม หรือกะโหลกแตกไปเลยหรือไม่!

ตู้มมมมม!

อุ้งเท้ากระแทกเข้าที่หัวหมีเต็มแรง แม้จะไม่โดนตรงดวงตา แต่ก็ฝากรอยแผลลึกไว้บนหน้าผาก เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมาช้า ๆ หยดลงตรงหางตา ทำให้ทัศนวิสัยของมันยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหมีกลับไม่สนใจเลือดที่รินไหล มันสะบัดหัวแรง ๆ ไล่หยดเลือดออกไป แล้วสูดกลิ่นในอากาศอีกครั้ง สัญชาตญาณบอกมันชัดเจนว่ากลิ่นนี้ตรงกับกลิ่นเลือดที่มันเคยเจอ ณ ที่เกิดเหตุเมื่อคราวก่อน

ครั้งนี้มันมั่นใจแล้ว ศัตรูตรงหน้า ก็คือผู้ที่พรากคู่ของมันไปแน่แท้!

ร่างยักษ์สูงเกินสองเมตรค่อย ๆ ผงาดขึ้นจากท่านั่ง สายเลือดไหลรินอาบหน้าผากยิ่งขับให้โฉมหน้าของมันดุร้ายและน่ากลัวในความมืด ราวกับอสูรจากขุมนรก

ดวงตาของมันจับจ้องไปยังซูหลินด้วยเปลวไฟแห่งความแค้นที่โหมกระพือยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบข้างเงียบงันชั่วขณะ แต่กลิ่นอายแห่งความตายกลับเดือดพล่านราวน้ำเดือด

ซูหลินเอง แม้ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดหมีตัวนี้จึงเกลียดชังตนถึงเพียงนั้น แต่เขาก็สัมผัสได้ชัดเจนว่า พลังอาฆาตที่แผ่ออกมาจากมันเข้มข้นขึ้นทุกขณะ หากแรกเริ่มมันเพียงเกลียดชังอย่างไร้เหตุผล บัดนี้ความเกลียดนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันฝังลึก ราวกับจะสังหารเขาให้ได้เพียงอย่างเดียว!

--------------

ตอนก่อน

จบบทที่ ความเคียดแค้นของเจ้าหมี

ตอนถัดไป