ความแค้นของลูกหมี
หมีสีน้ำตาลเป็นสัตว์กินทั้งพืชและเนื้อ กล่าวได้ว่ามันเป็นสัตว์กินทุกอย่างก็ไม่ผิดนัก หลายครั้งมันจึงแทบไม่จำเป็นต้องออกล่าเหยื่อให้เสี่ยงบาดเจ็บหรือเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์ เพราะต่อให้มันบาดเจ็บขึ้นมาจริง ๆ ก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้ด้วยการกินรากไม้ กินมอส หรือแม้กระทั่งกินแมลงเล็ก ๆ เป็นอาหารไปพลาง ๆ ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้
ดังนั้น หมีจึงกลายเป็นสัตว์ที่กล้าเสี่ยง กล้าเอาชีวิตเข้าแลกอย่างแท้จริง!
“โฮกกกกกก!”
เสียงคำรามอันดังก้องของหมียักษ์สะท้อนก้องไปทั่วอากาศหนาวเหน็บ เสียงทุ้มต่ำหนักแน่นนั้นสั่นสะเทือนไปทั้งบริเวณรอบด้าน และทันทีที่เสียงคำรามจางหายไป มันก็พุ่งทะยานตรงเข้าหาซูหลินด้วยความบ้าคลั่ง
ในการพุ่งกระโจนครั้งนี้ ความเร็วของมันถึงกับเหนือกว่าหมาป่าอาร์กติกทั่วไปเสียอีก และแม้แต่เมื่อเทียบกับความเร็วของพ่อหมาป่าที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังและความเร็ว มันก็แทบจะทัดเทียมได้
เมื่อความเร็วมหาศาลถูกผนวกรวมเข้ากับน้ำหนักตัวอันมหึมาที่มากถึง300กว่าโล แรงปะทะของมันก็เหมือนพลังที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้แหลกสลาย
ทว่า ซูหลินหาได้คิดจะรับการชนตรง ๆ ไม่ เขาอาศัยความคล่องแคล่วว่องไว เบี่ยงตัวหลบออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
แต่หมีไม่เหมือนกับวัวมัสค์ที่เคยเจอมา มันมีประสบการณ์การต่อสู้ยาวนานจนแทบจะฝังอยู่ในสัญชาตญาณ ขณะที่ซูหลินเบี่ยงตัวหลบไป มันกลับผงาดลำตัวตั้งตรงขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็ใช้ความเร็วที่สะสมไว้ ผนวกกับแรงแขนมหาศาล ยกอุ้งตีนอันใหญ่โตทั้งสองขึ้นฟาดลงใส่เขาอย่างไม่ปรานี!
การฟาดเพียงหนึ่งครั้งนั้น แรงอาฆาตที่อัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยมแทบจะทำให้เสียงอากาศหวีดหวิวออกมาเป็นระลอก ๆ ราวกับเสียงแหลมคมของลมที่ถูกฉีกกระชาก
ชัดเจนแล้วว่า การฟาดครั้งนี้มุ่งหมายจะเอาชีวิตเขาโดยตรง!
ซูหลินมีพลังชีวิตอยู่เพียงแค่หกร้อย หากต้องรับการโจมตีหนักหน่วงที่สอดแทรกด้วยความโกรธเกรี้ยวนี้เข้าไปตรง ๆ เกรงว่าพลังโจมตีของหมีคงทะลุเกินค่าพละกำลังปกติของมันไปแล้ว และหากโดนเข้าจัง ๆ เลือดเนื้อของเขาคงหายไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสามอย่างแน่นอน ถึงไม่ตายก็ต้องพิการหนัก!
เพราะอย่างนั้น ซูหลินจึงถอยร่นอย่างฉับพลัน!
อุ้งตีนใหญ่ฟาดพลาดไป ถูกแทนที่ด้วยการซัดลงบนกองหิมะที่อยู่ข้าง ๆ แทน พลังมหาศาลนั้นทำให้กองหิมะระเบิดแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สะเก็ดน้ำแข็งปลิวว่อนฟุ้งไปทั่ว และบางส่วนยังสะท้อนมากระแทกใส่ร่างกายของซูหลิน ความเย็นเยียบเฉียบแทรกซึมเข้ามาเหมือนเป็นการเตือนว่า คู่ต่อสู้ตรงหน้าเป็นสัตว์เช่นไร
'ใช่แล้วมันคือหมีที่ผ่านสมรภูมินับไม่ถ้วน!'
ไม่เพียงแต่เป็นหมีที่มีสัญชาตญาณตอบสนองอันเฉียบคมเท่านั้น มันยังกำลังตกอยู่ในห้วงความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด มันไม่คิดอะไรอีกแล้ว นอกจากจะฆ่าเขาให้ตายสถานเดียว!
ซูหลินอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจยาวออกมาอย่างอัดอั้น
“ไอ้หมีนี่มันบ้าไปแล้วหรือไงกัน?” เขาสบถในใจ
ต่อให้มันมีพละกำลังและความอึดมากมายเพียงใด แต่การโจมตีอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้มันจะยืนหยัดได้นานสักเท่าไรกัน?
แต่เขาคิดผิด เพราะหมีตัวนี้…มันบ้าจริง ๆ!
มันพุ่งเข้ามาอีกครั้งในทันที คราวนี้ระยะห่างใกล้เสียจนเหลือเพียงสองถึงสามเมตรเท่านั้น และทันใดที่ใกล้ถึงตัว มันก็กระโจนขึ้นฟาดร่างเขาอีกครั้ง
ดวงตาของซูหลินวาววับไปด้วยแววโหดเหี้ยม เขาเพียงขยับตัวเบี่ยงออกเล็กน้อย จากนั้นก็กางกรงเล็บคมกริบของตนออกแล้วฟาดกลับไปที่ท้องของหมีตรงส่วนที่เนื้อนุ่มที่สุด
เสียง “ปึ่ก!” ดังสนั่นจากแรงกระแทกของอุ้งตีนปะทะกับร่าง เสียงเนื้อฉีกขาดเมื่อกรงเล็บแหวกผ่านผิวหนังหนานุ่ม เกิดขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกัน
บริเวณท้องของเจ้าหมีถูกกรงเล็บของซูหลินกรีดออกเป็นบาดแผลลึก ร่างกายของมันถูกปกป้องไว้ด้วยชั้นไขมันหนาทึบจึงไม่ถึงขั้นถูกคว้านไส้ทะลุออกมา
ขณะเดียวกัน แม้ซูหลินจะเบี่ยงหลบได้เร็วเพียงใด แต่อุ้งตีนอันมหึมาก็ยังสะกิดโดนสีข้างของเขาไปเล็กน้อย แค่การเฉียดเพียงครั้งเดียวก็ทำให้เขารู้สึกแสบแปลบร้อนผ่าวไปทั้งแถบ
เพียงแค่แผลเฉียดเท่านั้น เลือดของเขาก็ลดหายไปอย่างน้อยยี่สิบถึงสามสิบหน่วย!
นี่แหละคือพลังโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของหมี
แม้เขาจะทำให้มันบาดเจ็บไม่น้อย แต่พลังชีวิตของหมีนั้นมีมากกว่าของเขาหลายเท่า ความเสียหายเช่นนี้สำหรับมันถือว่าเล็กน้อยแทบไม่ระคายผิว!
“โฮกกกกกก!”
มันคำรามลั่นอีกครั้ง อุ้งตีนยกขึ้นสูงแล้วฟาดลงมาอีกคราว คล้ายค้อนเหล็กคู่หนึ่งกระหน่ำลงพร้อมเสียงลมหวีดหวิวจากแรงเสียดสี
ซูหลินต้องหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง อุ้งตีนของมันฟาดกระแทกลงบนลานหิมะเป็นหลุมใหญ่ทีแล้วทีเล่า หิมะกระจายตัวออกจนพื้นขาวโพลนเต็มไปด้วยหลุมบ่อ
ร่างสีขาวของซูหลินถูกบีบให้ต้องถอยหลังกระชั้นชิด เห็นได้ชัดว่าเขากำลังถูกเจ้าหมีกดดันจนเสียเปรียบ
ตอนนี้ทางเลือกของเขามีเพียงสองทาง หนึ่งคือ อาศัยความเร็วหนีออกไปจากสมรภูมินี้ หรือสอง เปิดใช้งานพรสวรรค์นักล่า เสี่ยงปะทะกับมันในการต่อสู้ระยะสั้นสุดดุเดือด!
แต่ทว่าพรสวรรค์นักล่านั้นใช้ได้เพียงหกสิบวินาทีเท่านั้น เวลาสั้นเช่นนี้เขายังไม่มั่นใจว่าจะสามารถสังหารมันได้สำเร็จ
การต่อสู้ดำเนินไปไม่หยุด จากบนลานหิมะทั้งคู่กลิ้งลงมาต่อสู้กันถึงด้านล่าง แล้วลากสภาพยับเยินต่อไปยังจุดที่เมื่อครู่เจ้าหมีเพิ่งกินแมวป่าไป เสียงคำรามของหมีปะทะสลับกับเสียงหอนแหลมของหมาป่าดังสะท้อนทั่วพื้นหิมะขาวโพลน เศษน้ำแข็งและกองหิมะกระจายว่อนจนเกิดเป็นหลุมบ่อไม่ต่ำกว่าสิบแห่ง
ต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บ หมีถูกกรีดด้วยกรงเล็บจนมีรอยแผลเพิ่มอีกหลายทาง ส่วนซูหลินเองก็โดนอุ้งตีนที่มีกรงเล็บยาวเจ็ดถึงแปดเซนติเมตรกรีดจนเลือดซึมไหลออกไม่หยุด แม้ขนหนาและผิวหนังแข็งแรงเพียงใดก็ยังไม่อาจต้านได้
“แฮก…แฮก…”
ในที่สุดทั้งหมีกับหมาป่าก็หยุดประมือชั่วคราว ยืนห่างกันสิบกว่าเมตร ดวงตาจ้องประสาน แต่ต่างฝ่ายต่างก็หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
แม้แต่หมีที่ขึ้นชื่อว่ามีความอึดสูงลิบลิ่ว ก็ยังอ่อนแรงลงเพราะการโจมตีบ้าคลั่งและการวิ่งไล่ไม่หยุดที่ผ่านมา ทำให้พลังงานของมันร่วงโรยเร็วกว่าที่เคยเป็น
และแล้วในจังหวะที่ทั้งสองพักหายใจอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็มีเสียงคำรามแผ่วเบาแต่เจือความไร้เดียงสาดังลอดออกมาจากโพรงหมี
ดวงตาสีเขียวเข้มของซูหลินเหลือบไปทันที โพรงนั้นอยู่ไม่ไกล และเขาก็เห็นชัดถนัดตาว่า
มีลูกหมีอายุราวเพียงหนึ่งถึงสองเดือนยืนอยู่!
“หืม หมีเพศผู้ยังเลี้ยงลูกด้วยอย่างนั้นหรือ” ซูหลินแปลกใจในใจ
แต่ไม่นานนัก ความสงสัยนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อลูกหมีน้อยตัวนั้นมองตรงมาที่เขา ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างโจ่งแจ้ง
เด็กตัวน้อยเพียงหนึ่งถึงสองเดือน มันจะเข้าใจอะไรได้มากมาย แต่เพราะเหตุใดกลับจ้องเขาเหมือนเป็นศัตรูคู่อาฆาต
ซูหลินไม่เข้าใจ แต่แล้วสัญชาตญาณก็บอกให้เขาลองสูดกลิ่นในอากาศ เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง จ้องมองลูกหมี แล้วสูดลมหายใจลึกๆ
กลิ่นที่แตะจมูกนั้น…คุ้นเคยเหลือเกิน!
มันคือกลิ่นเดียวกับหมีเพศเมียที่เขาเคยล่าเมื่อครั้งก่อน และเพราะลูกหมีเพิ่งเกิดได้ไม่นาน ร่างกายของมันจึงยังคงอบอวลด้วยกลิ่นของมารดา ไม่อาจจางหายไปได้ภายในเวลาอันสั้น
กลิ่นนี้…เขาไม่มีทางลืมได้ เพราะในถ้ำยังเหลือเนื้อหมีมากกว่าร้อยโลที่เขายังไม่ได้กินจนหมด
บัดนี้ซูหลินจึงเข้าใจเสียทีว่า ทำไมในตอนนั้นเขาไม่พบลูกหมีในถ้ำ ทำไมลูกหมีตัวนี้จึงมองเขาด้วยความเกลียดชังแต่เล็ก และทำไมพ่อหมีตัวนี้ถึงได้คลุ้มคลั่งโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้
ซูหลินเงยหัวสีขาวสะอาดขึ้นเล็กน้อย แม้สีข้างจะยังเจ็บร้าวแต่หัวใจเขากลับเต็มไปด้วยความขบขันระคนแปลกประหลาด
“ไม่ใช่คู่แค้น ก็ไม่เจอกันจริง ๆ สินะ…”
ดวงตาหมาป่าคู่นั้นฉายแสงโหดเหี้ยมสาดวาบ เขาไม่คิดจะเสียเวลาไปไตร่ตรองว่า ลูกหมีรอดชีวิตมาได้อย่างไร หรือมันออกมาจากถ้ำได้อย่างไร เพราะในเวลานี้สิ่งเดียวที่เขามั่นใจที่สุดคือ ในแผ่นดินอาร์กติกแห่งนี้ เขากับหมีตัวนี้จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งที่ต้องตาย
หมีเป็นสัตว์ที่ผูกใจเจ็บ และจากการโจมตีอันบ้าคลั่งที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าหากเขาไม่ฆ่ามันให้ตายเสียก่อน ก็ไม่มีวันรู้ได้เลยว่าหมีตัวนี้จะตามจองเวรเขาไปอีกนานเท่าไร!
---------------