การจู่โจมของเสี่ยวฮุย
“โฮกกก!”
เสียงคำรามก้องกังวานดังขึ้น เมื่อหมีสีน้ำตาลเห็นลูกน้อยของมันโผล่ออกมาจากถ้ำ มันก็ส่งเสียงคำรามยาวเพื่อสั่งให้ลูกรีบกลับเข้าไปในถ้ำทันที และในเวลาเดียวกันนั้น ร่างมหึมาของมันก็ก้าวมาขวางระหว่างซูหลินกับปากถ้ำเอาไว้แน่นหนา
เวลานี้ หลังจากที่มันต่อสู้ดุเดือดกับหมาป่าสีขาวตรงหน้าอยู่นาน มันก็เริ่มตระหนักได้ชัดเจนว่าความเร็วของหมาป่าตัวนี้ แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่มันเคยพบเจอในแถบอาร์กติกอย่างสิ้นเชิง ความเร็วที่ราวกับพริบตานี้ ทำให้มันตอบสนองแทบไม่ทัน อีกทั้งหมาป่าสีขาวตัวนี้ยังมีพลังโจมตีที่ร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง บาดแผลลึกนับไม่ถ้วนบนร่างกายมัน คือหลักฐานที่เด่นชัดที่สุด
ดังนั้นเจ้าหมีจึงหวาดหวั่นว่าลูกน้อยของมัน อาจจะถูกหมาป่าสีขาวตัวนี้จับได้ และในขณะเดียวกันนั้นเอง ซูหลินที่กำลังหอบหายใจแรง ก็มองไปทางเจ้าหมีเช่นกัน
ความทนทานของหมีตัวนี้นั้นสูงกว่าซูหลินอย่างเทียบไม่ติด แม้เมื่อครู่มันจะก้าวร้าวและบ้าคลั่งขนาดนั้น แต่ก็ยังใช้พลังงานไปเพียงครึ่งเดียว ขณะที่ซูหลินกลับใช้แรงไปมากกว่าครึ่งจนแทบจะไม่เหลือ เขารู้ดีว่าไม่อาจฝืนต่อสู้ยืดเยื้อได้อีกต่อไป หมีตัวนี้แข็งแกร่งกว่าหมีเพศเมียที่เขาเคยล่าเมื่อครั้งก่อนอย่างมหาศาล แม้เขาจะสร้างบาดแผลไว้หลายจุด แต่กลับไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บถึงจุดสำคัญเลย หากยังดึงเวลาเช่นนี้ต่อไป สุดท้ายคนที่จะหมดแรงตายก็คือเขาเอง
ดังนั้น เขาจะต้องรีบปิดฉากให้เร็วที่สุด ถึงแม้ไม่อาจฆ่ามันได้ แต่ก็ต้องทำให้มันบาดเจ็บสาหัส!
ซูหลินจึงอาศัยความเร็วที่เหนือชั้น พุ่งโจมตีเข้าออกอย่างอิสระ แต่ในทางตรงกันข้าม เจ้าหมีสีน้ำตาลทั้งหนักหน่วงและเชื่องช้า หากไม่สามารถกักเขาไว้ได้ มันก็ทำอะไรเขาไม่ได้เลย ซูหลินคิดในใจว่า ถ้าวันนี้เขาใช้พลังพิเศษ “พรสวรรค์นักล่า” ทำให้มันเสียพลังชีวิตไปแล้วหนึ่งในสาม วันพรุ่งนี้ หากเขากลับมาอีกครั้ง มันก็ต้องถึงฆาตแน่!
“อ๊าววววว!”
เสียงหอนแหลมยาวของหมาป่าดังก้องไปทั่วผืนทวีปอาร์กติกอันเวิ้งว้าง ราวกับเสียงสัญญาณเริ่มต้นของการล่าครั้งใหม่ ขณะที่ซูหลินกำลังจะเปิดใช้พรสวรรค์นักล่า เพื่อเดิมพันชีวิตกับเจ้าหมี จู่ ๆ ก็มีเงาหมาป่าสีเทาเข้มพุ่งออกมาอย่างฉับพลัน
มันคือเสี่ยวฮุย!
เสี่ยวฮุยที่แอบซ่อนกายอยู่ต่ำ ๆ ในกองหิมะ มันจับสังเกตได้ว่า “หัวหน้า” ของมันกำลังลำบาก ดังนั้นมันจึงค่อย ๆ คลานเข้ามาใกล้ในจังหวะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจ้องประจันหน้ากันอย่างตึงเครียด และเพราะเจ้าหมีสีน้ำตาล และซูหลินต่างก็โฟกัสอยู่ที่กันและกัน พวกมันจึงไม่ทันได้สังเกตการเคลื่อนไหวของเสี่ยวฮุยเลย
เสี่ยวฮุยจึงโผล่ออกมาเสมือนกองทัพเสริม มันไม่โง่พอที่จะเข้าไปปะทะกับหมีใหญ่โดยตรง หากแต่เลือกเป้าหมายคือ “ลูกหมี” ที่ยืนอยู่ใกล้ปากถ้ำแทน มันพุ่งทะยานออกไปตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว
หมาป่ามิได้แข็งแกร่งด้วยพลังของตนเพียงลำพัง หากแต่เชี่ยวชาญการล่าด้วยความร่วมมือมานับตั้งแต่บรรพบุรุษอยู่แล้ว การบุกของเสี่ยวฮุยในครั้งนี้ ก็เพื่อดึงความสนใจและแบ่งสมาธิของเจ้าหมีให้สับสน ลดทอนพลังของมันลง และเปิดโอกาสให้หัวหน้าของมันได้เปรียบ
แล้วก็จริงดังคาด แผนการของเจ้าเสี่ยวฮุยได้ผลในทันที
เมื่อหมีสีน้ำตาลมองเห็นหมาป่าสีเทาที่กำลังพุ่งตรงไปหาลูกของมัน ความโกรธก็ปะทุขึ้นในใจอย่างรุนแรงจนแทบคลุ้มคลั่ง ร่างใหญ่ก้มลงกับพื้น ใช้สี่ขาอันแข็งแรงยันกับหิมะ ก่อนจะเร่งความเร็วพุ่งตรงไปยังลูกหมี
แม้เสี่ยวฮุยจะมีค่าพลังไม่ต่างจากหมาป่าอาร์กติกเลเวล 5 และยังมีสมรรถนะร่างกายโดยรวมที่สูงกว่า แต่หมีที่กำลังเดือดดาลจนคลุ้มคลั่งกลับวิ่งได้เร็วกว่ามันเล็กน้อย ทว่าการหันหลังของเจ้าหมีก็กลายเป็นช่องว่างและเวลาทองที่เปิดโอกาสให้ซูหลินลงมือ
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสีขาวพุ่งวูบออกมาเหมือนสายฟ้า!
“ผัวะ!”
กรงเล็บขวาอันแหลมคมฟาดเข้าใส่ขาหลังของเจ้าหมีจนเกิดรอยแผลลึกยาวเป็นแนวโลหิตสดไหลพรั่งพรู แต่เจ้าหมีกลับไม่หยุดฝีเท้า ไม่แม้จะเหลียวหลัง มันยังคงวิ่งตรงไปยังลูกน้อยของมันด้วยความคลุ้มคลั่ง
ซูหลินเห็นเช่นนี้ จึงใช้แรงเหยียบหิมะดีดตัวสูง กระโจนขึ้นไปเกาะหลังของเจ้าหมี แล้วอ้าปากกัดลงเต็มแรง ดึงเอาก้อนเนื้อใหญ่ติดเลือดสดออกมาจากแผ่นหลังหนาแน่นของมัน!
คราวนี้ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนหมีใหญ่ต้องหยุดวิ่ง ร่างมหึมาตั้งตรงสองขา ก่อนจะสะบัดตัวอย่างบ้าคลั่งเพื่อสลัดซูหลินออกจากหลัง และในที่สุด ซูหลินก็ถูกเหวี่ยงกระแทกพื้น แต่เขาก็รีบดีดตัวขึ้นถอยออกมาในทันที ดวงตาสีเขียวเรืองรองยังคงจ้องมองหมีใหญ่ดุจวิญญาณนักล่าที่พร้อมจะเอาชีวิตมันได้ทุกเมื่อ
“โฮกกกกก!”
เสียงคำรามสะท้านหิมะดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าหมียืนตัวตรง เลือดแดงไหลซึมออกจากบาดแผลหลายแห่งบนร่าง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เห็นหมาป่าสีเทาอีกตัวใกล้จะถึงปากถ้ำ และลูกน้อยของมันก็กำลังตกอยู่ในอันตราย!
เพียงชั่วขณะ หัวใจของมันก็เหมือนถูกไฟแผดเผา ความเดือดดาลพลุ่งพล่านจนแทบระเบิดออกมา
“โฮกกกกกกก!”
เสียงคำรามหนักแน่นสะท้อนก้องไปทั่วอากาศหนาวเหน็บ หากเป็นตามสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าทั่วไป หมีมักจะทิ้งลูกเพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้ เพราะตราบใดที่มันยังอยู่รอด ก็ยังมีโอกาสขยายพันธุ์ต่อไปในอนาคต แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน!
ภายใต้ความบ้าคลั่ง มันหมดสิ้นสติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อเห็นกับตาว่าหมาป่าสีเทาได้พุ่งถึงไปปากถ้ำ และฟาดกรงเล็บลงใส่ลูกน้อยของมันจนกลิ้งไปกับพื้น หมีใหญ่จึงคำรามก้องอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะพุ่งพรวดกลับไปยังถ้ำด้วยแรงอาฆาต!
---------------