สู้สุดกำลัง

เสียงคำรามก้องสะท้อนออกมาอย่างดุดัน

“โฮกกก!!”

ในห้วงเสียงคำรามอันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างอันมหึมาของหมีสีน้ำตาลก็พุ่งทะยานตรงเข้าไปหาเสี่ยวฮุยด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว

ขณะนี้ เสี่ยวฮุยได้ใช้กรงเล็บอันแข็งแรงกดทับลูกหมีตัวน้อยไว้แน่นหนา ถึงลูกหมีพยายามดิ้นรนอย่างสุดแรงเพื่อหลบหนี แต่กลับไม่อาจขยับกรงเล็บของเสี่ยวฮุยได้เลยแม้แต่น้อย

ลูกหมีตัวนี้เพิ่งเกิดได้ไม่นาน ร่างกายยังเล็กอ่อนแอ ไม่มีกำลังพอจะสู้ได้ทันทีที่เสี่ยวฮุยเห็นเจ้าหมีพุ่งเข้ามา มันก็กัดเข้าที่แผ่นหลังของลูกหมีแล้วเร่งฝีเท้าวิ่งหนีไปอย่างบ้าคลั่ง

สำหรับสัตว์ป่าแล้ว การไล่ล่าและการต่อสู้ล้วนเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองพละกำลังที่สุด ทว่าเสี่ยวฮุยนั้นไม่เหมือนกับหมาป่าธรรมดาอื่น ๆ เพราะมันเป็นหมาป่าสายพันธุ์พิเศษที่ฉลาดกว่ามาก มันรู้ดีว่าตนเองไม่อาจสู้กับหมีสีน้ำตาลตัวนี้ได้ จึงไม่คิดจะประมือให้เสียเปรียบ ตรงกันข้าม มันเลือกจะคาบลูกหมีแล้ววิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด เพื่อยืดเวลาและดึงพละกำลังของเจ้าหมีออกไปทีละน้อย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้หัวหน้าอย่างซูหลินมีจังหวะลงมือสังหาร

และแล้ว...ซูหลินก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง

เขาเร่งสปีดจนถึงขีดสุด ร่างสีขาวเคลื่อนที่ดุจสายลม ปัญหาคือหนังของเจ้าหมีหนาและเนื้อเยื่อแน่นหนาเกินไป กรงเล็บซ้ายเพียงแค่กรีดผิวได้บ้าง แต่ไม่อาจสร้างบาดแผลลึก ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาจึงต้องใช้กรงเล็บขวาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกำลังของเขาถูกใช้ไปอย่างมาก

แต่ครั้งนี้ เมื่อมีเสี่ยวฮุยช่วยดึงจังหวะ ซูหลินก็รู้สึกว่าภาระเบาลงหลายเท่า เพราะบางครั้งพลังของทีม ก็ไม่อาจ มองข้ามได้เลย

เสียงหอนอันก้องกังวานดังขึ้นกลางหิมะ


“อ้าววววว!”


ซูหลินกระโจนเข้าใส่ ฟาดกรงเล็บขวาลงบนสีข้างของหมีสีน้ำตาล เสียงฉีกเนื้อดังสนั่น เกิดเป็นรอยแผลยาวลึกบนท้องด้านข้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถทะลุทะลวงชั้นไขมันหนาของมันได้

ปัง!

โดยไม่ลังเล ซูหลินฟาดกรงเล็บลงไปอีกครั้ง รอยแผลที่เดิมกว้างอยู่แล้วก็ยิ่งฉีกขาดออกไป เลือดสีแดงสดพุ่งกระเซ็น ราวกับน้ำพุที่แตกทะลัก เขาฉีกเปิดผิวหนังและกล้ามเนื้อหน้าท้องของเจ้าหมีออกจนเกิดเป็นช่องโหว่ใหญ่โต

“โฮกกก!!”

เจ้าหมีคำรามด้วยความเดือดดาล มันฟาดกรงเล็บใส่ด้านหลังอย่างรุนแรง จนซูหลินจำต้องถอยหลบ แต่แทนที่มันจะยืดเยื้อสู้กับซูหลิน มันกลับเร่งฝีเท้าพุ่งไปหาเสี่ยวฮุยอีกครั้ง

ตอนนี้ ความเร็วของมันกลับเพิ่มขึ้นจนแซงหน้าหมาป่าได้แล้ว ระยะห่างระหว่างมันกับเสี่ยวฮุยจึงหดสั้นลงเรื่อย ๆ

เสี่ยวฮุยเหลียวกลับไปเพียงชั่ววูบ ภาพที่เห็นคือร่างยักษ์ของหมีสีน้ำตาล กำลังไล่ตามมาในระยะห่างไม่ถึงสิบกว่าเมตร แววตาสีเขียวมรกตของมันฉายแววหวาดหวั่นอย่างชัดเจน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มันต้องเผชิญหน้ากับหมีตัวใหญ่ในระยะใกล้เช่นนี้!

'มันจะตามทันแล้วหรือ'

แม้ใจจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่เสี่ยวฮุยก็ยังคงกัดฟันเร่งฝีเท้าหนีต่อไป เพราะนี่คือสัญชาตญาณเพื่อการอยู่รอด และก็เพราะมันอยากถ่วงเวลาให้หัวหน้าของมันไห้มากที่สุด

ฟันคมของเสี่ยวฮุยกัดลึกลงบนหลังลูกหมีจนทะลุผิวหนัง เสียงกรีดร้องเจ็บปวดของลูกหมีดังก้องไปทั่ว ซึ่งนี่กลับยิ่งกระตุ้นความคลุ้มคลั่งในหัวใจของเจ้าหมีให้เดือดพล่านขึ้นไปอีก

เสียงคำรามโหยหวนดังแว่วเข้ามาใกล้จนเสี่ยวฮุยได้ยินเสียงฝีเท้าของหมีที่กำลังเหยียบหิมะอย่างรุนแรง

ไม่กี่วินาทีต่อมา มันเหลียวตาไปอีกครั้ง และก็เห็นร่างมหึมา อยู่ห่างหลังไม่ถึงสองสามเมตรแล้ว

แววตาของเสี่ยวฮุยสั่นไหวไปด้วยความหวาดกลัว นี่คือปฏิกิริยาสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตเมื่อสัมผัสถึงความตาย

ทว่าในจังหวะคับขันนั้นเอง ขาของเสี่ยวฮุยดันเหยียบพลาด ร่างทั้งร่างเสียหลักล้มลงกับพื้น หิมะฟุ้งกระจาย ร่างของมันกลิ้งไถลออกไปหลายเมตร

เสี่ยวฮุยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ถึงจะพยายามพลิกตัวลุกขึ้น แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว เพราะเจ้าหมีได้พุ่งมาถึงเบื้องหน้า มันใช้ดวงตาที่แดงก่ำจากความโกรธมองด้วยความอาฆาต กรงเล็บมหึมาถูกเหวี่ยงลงมาด้วยแรงมหาศาล แรงที่มากพอจะสังหารเสี่ยวฮุยได้ในพริบตา

หัวใจของเสี่ยวฮุยเหมือนหยุดเต้น มันแทบเห็นภาพตัวเองถูกฉีกจนเลือดเนื้อกระจายออกเป็นชิ้น ๆ

แต่แล้ว...

ในวินาทีที่ความสิ้นหวังแผ่คลุมร่าง เสี้ยววินาทีที่มันกำลังสั่นเทาด้วยความกลัว ร่างสีขาวร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า

เป็นซูหลิน!

ดวงตาที่เคยเปล่งแสงสีเขียว กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต กรงเล็บและเขี้ยวแหลมคมของเขาก็ดูราวกับแหลมยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ซูหลินในตอนนี้ได้เปิดใช้ พรสวรรค์นักล่าแล้ว

“อู้วววววววว!!”

เสียงหอนกึกก้องกังวานก้องสะท้อนทั่วทุ่งหิมะ มีพลังแทรกทะลุเข้าไปถึงขั้วหัวใจ

หมีสีน้ำตาลเห็นหมาป่าสีขาวตรงหน้า ยิ่งเดือดดาลจนคำรามออกมา

“โฮกกกก!!”

เสียงคำรามต่ำทุ้มปะทะกับเสียงหอนสูงกังวาน กลายเป็นความขัดแย้งที่สั่นสะเทือนอากาศ

ซูหลินพุ่งเข้าประชิด กรงเล็บขาวสะอาดฟาดปะทะเข้ากับกรงเล็บหมีใหญ่เสียงดังสนั่น!

ปังงง!

แรงปะทะมหาศาลสะท้อนกลับจนร่างมหึมาของเจ้าหมีสั่นสะท้านถอยกรูดไปหลายก้าว ในเวลาเดียวกัน ซูหลินเองก็กระเด็นถอยออกไปหลายก้าวเช่นกัน

เจ้าหมีรู้สึกได้ถึงความชาในฝ่ากรงเล็บ มันไม่อยากเชื่อเลยว่าหมาป่าตรงหน้าจะมีพลังมากขนาดนี้ ทั้งที่มันเป็นสายเลือดหมีผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งปกติแล้วในดินแดนนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเทียบเคียงได้ ยกเว้นอาจจะเป็นหมีขั้วโลกเพียงชนิดเดียว

แต่หมาป่าสีขาวตรงหน้านี้ กลับทำลายความเชื่อนั้นไปสิ้น

ไม่ปล่อยให้เสียเวลา ซูหลินเข้าประชิดอีกครั้ง กรงเล็บขวาแหวกอากาศด้วยเสียงหวีดหวิว ปัง! ฟาดลงบนไหล่ขวาของเจ้าหมี จนหนังและไขมันแตกทะลุ เลือดทะลักออกมาให้เห็นถึงกระดูกสีขาวภายใน

“โฮกกกกก!!”

ความเจ็บปวดรุนแรงจนเจ้าหมีแทบคลุ้มคลั่ง มันฟาดกรงเล็บไปทั่วจนเกิดเสียงลมหวีดหวิว แต่ไม่ว่ามันจะฟาดไปกี่ครั้ง ซูหลินก็หลบได้เสมอ ร่างสีขาวของเขาเร็วราวสายลม เคลื่อนมาด้านหลังในพริบตา

ฟันคมกัดเข้าที่ต้นคอหนาแน่นของหมีใหญ่ ฉีกหนังและเนื้อออกมาเป็นชิ้น เลือดสาดกระเซ็นจนหิมะแถวนั้นย้อมเป็นสีแดง

ความเจ็บทำให้เจ้าหมีพุ่งตัวชนกองหิมะอย่างบ้าคลั่ง แต่เมื่อมันหันกลับมา หมาป่าสีขาวก็หายไปจากสายตาแล้ว

ยังไม่ทันหายใจเต็มปอด เงาขาวก็พุ่งใส่มันอีกครั้ง เจ้าหมีรู้ตัวว่าตามความเร็วไม่ทันแล้ว สัญชาตญาณนักสู้ที่สั่งสมมาช้านานทำให้มันยกกรงเล็บขึ้นตั้งรับพร้อมถอยหลังไปชน กองหิมะอีกกอง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกโจมตีด้านหลัง

นี่คือท่วงท่าป้องกันที่มันเคยใช้เพียงครั้งเดียวเมื่อตอนช่วงวัยหนุ่ม ขณะต่อสู้กับหมีสีน้ำตาลอีกตัวเพื่อแย่งคู่ครอง ทว่าครั้งนี้กลับถูกบีบให้ต้องใช้กับหมาป่าอาร์กติก!

แรงโจมตีจากกรงเล็บซูหลินฟาดกระแทกใส่ร่างมันราวกับคลื่นทะเลซัดสาดจนกองหิมะด้านหลังสั่นสะเทือน

ปัง! กรงเล็บเจาะผ่านผิวหนังที่ขาหน้า

ปัง! กรงเล็บถัดมาฟาดใส่หน้าอกจนเกิดรอยลึก

ปัง! อีกกรงเล็บฟาดลงที่สีข้าง ฉีกเนื้อและไขมันออกจนเลือดไหลราวสายธาร แต่ถึงอย่างนั้น ชั้นไขมันที่หนามากก็ยังป้องกันไม่ให้ท้องถูกผ่าออก

ซูหลินพุ่งโจมตีต่อเนื่องอีกหลายครั้ง แต่ถึงจะสร้างบาดแผลใหญ่โตจนเลือดทะลักไม่หยุด เขาก็ยังไม่สามารถล้มคู่ต่อสู้ได้

เมื่อเวลาแห่งพรสวรรค์นักล่าหมดลง แววตาสีแดงกลับคืนเป็นสีเขียว ซูหลินรีบผละถอยออกมาสร้างระยะปลอดภัย หอบหายใจแรง มองไปยังร่างใหญ่ที่บาดเจ็บสาหัส

ความเจ็บปวดจากบาดแผลแล่นกลับมาอย่างรุนแรง กรงเล็บขวาที่เสริมพลังไว้ก็เจ็บระบมจากแรงสะท้อนหลังโจมตีอย่างต่อเนื่อง ภายในเวลาเพียงสั้น ๆ เขาใช้พลังสุดขีดสิบกว่าครั้ง จนร่างกายแทบรับไม่ไหว

พลังงานในกายถูกใช้ไปจนเกือบถึงขีดอันตราย เขาจ้องหมีสีน้ำตาลด้วยแววตาที่เริ่มพร่าล้า หากมันยังคงเหลือแรงพอสู้ เขาก็คงต้องล่าถอยไปก่อน

ทว่า...ร่างใหญ่สูงกว่าสองเมตรที่เอนพิงกองหิมะอยู่นั้น เต็มไปด้วยบาดแผลทั่วร่าง เลือดสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด หยดเลือดสีแดงฉานร่วงลงบนหิมะขาวสะอาด เปลี่ยนมันให้กลายเป็นสีแดงสด ในส่วนของด้านหลัง เลือดที่ซึมออกมายิ่งย้อมกองหิมะให้เปื้อนเป็นรอยเลือดฉานเด่นชัด

“โฮกกก...”

เจ้าหมีพยายามคำรามใส่หมาป่าขาวอีกครั้ง ทว่าเสียงคำรามที่เปล่งออกมากลับอ่อนแรงไร้พลัง เลือดที่เสียไปมากเกิน ทำให้ภาพเบื้องหน้ามืดหมุนราวกับฟ้าและดินพลิกกลับตาลปัตร…


-----------

ตอนก่อน

จบบทที่ สู้สุดกำลัง

ตอนถัดไป