ปราบฝูงหมาป่า
เสียงหอนของหมาป่าดังสะท้อนก้องไปทั่วผืนทุ่งน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ไพศาล ท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่าที่มีเพียงหิมะและลมหนาว เสียงนั้นดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับเป็นสัญญาณแห่งการเผชิญหน้าระหว่างผู้ล่า
ทันใดนั้น
“ผั่ก!” เสียงกระแทกดังก้อง
เป็นฝีมือของเจ้าเสี่ยวฮุย ที่พุ่งเข้าใส่ด้วยพลังอันมหาศาล การโจมตีของมันรวดเร็วและดุดันอย่างยิ่ง เปรียบเสมือนสิงโตที่ลงแรงเต็มกำลัง แม้เพียงจะล่ากระต่ายก็ตาม
มันไม่คิดออมมือแม้แต่น้อย แต่กลับระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น
เพียงพริบตาเดียว หมาป่าตัวผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าฝูงเล็กนั้น ก็ถูกเสี่ยวฮุยฟาดด้วยอุ้งเท้าหนักหน่วงเข้าเต็มศีรษะ ร่างมันสั่นสะท้านถอยกรูดออกไปทันที บนหัวที่เต็มไปด้วยขนหนาวาว บัดนี้กลับปรากฏร่องรอยของแผลเลือดหลายเส้นที่ฉีกขาดออกอย่างน่าสยดสยอง
ด้วยพลังการต่อสู้ในตอนนี้ หากเสี่ยวฮุยต้องสู้ตัวต่อตัว มันสามารถกดข่มและล้มหมาป่าอาร์กติกที่มีระดับถึง ระดับที่ 5 ได้อย่างเด็ดขาด หากต้องต่อกรกับหัวหน้าฝูงที่มีพลังถึง ระดับที่ 6 อย่างเช่นพ่อหมาป่า แม้จะเสี่ยง แต่ถ้าถูกบีบให้จนมุม เสี่ยวฮุยก็ยังสามารถแลกชีวิตสู้จนถึงที่สุดได้
ทว่าตอนนี้มันไม่ได้เผชิญหน้าเพียงตัวเดียว หากแต่ต้องรับมือกับทั้งฝูง ถึงแม้จะมีเพียงสามตัว แต่ความน่ากลัวของฝูงหมาป่าอยู่ที่การประสานงาน เมื่อรวมพลังเข้าด้วยกัน พลังที่แสดงออกมาก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะประเมิน
หลังจากเสี่ยวฮุยโจมตีจนหัวหน้าฝูงถึงกับชะงักไปชั่วขณะ สองหมาป่าเพศเมียที่รอจังหวะอยู่ด้านซ้ายและขวาก็พุ่งเข้ามาทันที เขี้ยวที่แหลมคมเสียดแทงเข้าข้างลำตัวของเสี่ยวฮุย อย่างแม่นยำ และเพราะตั้งรับไม่ทัน มันจึงถูกกัดเข้าที่สีข้างเต็มแรง
หมาป่านั้นถูกเรียกกันว่า “หัวทอง เหล็กแข็ง แต่เอวนิ่มราวเต้าหู้” เพราะนั่นคือจุดอ่อนที่สุดในร่างกาย การถูกกัดตรงจุดนั้น ทำให้เสี่ยวฮุยรู้สึกถึงความเจ็บปวดแผดเผาราวกับเปลวไฟที่พุ่งเข้าสู่ร่าง
“อ๊าโฮ่ววววว!”
เสียงหอนเจ็บปวดที่กลายเป็นเสียงคำรามโกรธดังลั่น เสี่ยวฮุยหันหัวกลับอย่างฉับพลัน เผยให้เห็นเขี้ยวคมที่ส่องแสงวาวโรจน์ มันหมายจะกัดเข้าลำคอของหมาป่าเพศเมียที่บังอาจทำร้ายตน ทว่าศัตรูกลับฉลาดและระวังตัวมาแต่แรก พอเห็นเสี่ยวฮุยหันกลับมามันก็รีบปล่อยเขี้ยวถอยฉากออกไปอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะนั้นเอง หัวหน้าฝูงที่ฟื้นสติกลับมา ก็พุ่งเข้าซัดเสี่ยวฮุยทันที อุ้งเท้าหนักกระแทกเข้าศีรษะของมันเสียงดัง
“ผั่ก!”
แรงปะทะครั้งนี้ไม่เบาเลย แต่เจ้าเสี่ยวฮุย มิใช่หมาป่าปกติ หากแต่เป็นหมาป่า “สายพันธุ์พิเศษ” ที่มีร่างกายแข็งแกร่งเกินธรรมดา แม้จะโดนโจมตีเต็มแรง ก็เพียงแค่ทำให้หัวมันโยกคลอนเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลับไม่ถอยแม้ครึ่งก้าว ตรงกันข้าม กลับยิ่งปลุกเร้าโทสะในกระดูกสันหลังให้ลุกโชน
เสี่ยวฮุยสะบัดหัวแล้วเงื้อมอุ้งเท้าตะปบกลับทันที “ผั่ก!” เสียงเนื้อและกระดูกกระแทกกันดังสนั่น หัวหน้าฝูงโดนเข้าเต็มแรงจนเลือดไหลพรากเพิ่มอีกหลายแผล ดวงตาพร่ามัวเหมือนโลกหมุนคว้าง ต้องยืนโงนเงนอยู่พักใหญ่กว่าจะตั้งตัวได้
เมื่อไร้หัวหน้าฝูงคอยยับยั้ง สองหมาป่าเพศเมียก็ถูกเสี่ยวฮุยไล่กวดอย่างดุเดือด มันฟาดอุ้งเท้าลงบนหมาป่าเพศเมียระดับ 4 จนร่างกระแทกลงพื้นหิมะ เขี้ยวคมกริบเล็งตรงคอหอยที่เป็นจุดตาย หมาป่าสาวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พร้อมส่งเสียงหอนโหยหวนขอความช่วยเหลือ
เสียงหอนนี้กระตุ้นหัวหน้าฝูงให้คำรามก้องด้วยโทสะ มันไม่อาจปล่อยให้คู่ชีวิตและหนึ่งในกำลังสำคัญของฝูงตายตรงหน้าได้ มันเร่งฝีเท้าพุ่งเข้ามาราวกับพายุ แล้วโถมใส่เสี่ยวฮุยอย่างแรงจนทั้งสองร่างกลิ้งลงไปบนหิมะ เกิดเกล็ดน้ำแข็งฟุ้งกระจายเต็มท้องฟ้า
ทั้งคู่ลุกขึ้นมาอีกครั้ง แววตาต่างเต็มไปด้วยแสงสังหาร หัวหน้าฝูงเลือดไหลนองหัวจนดูน่าสะพรึง ขณะที่เสี่ยวฮุยเองก็มีรอยแผลจากการกัดข้างท้องถึงสองแห่ง หากแรงกว่านี้อีกนิดก็คงถูกฉีกจนไส้ทะลักไปแล้ว นี่แหละคือความน่าสะพรึงของ “ฝูงหมาป่า” ที่แท้จริง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างคำรามหอนก้องไปทั่วอากาศหนาวเหน็บ ร่างทั้งสี่วิ่งวนรอบกันเป็นสิบกว่ารอบ จนพื้นที่กว้างร้อยเมตรกลายเป็นสนามประจัญบานเต็มไปด้วยร่องรอยเละเทะ
ในที่สุดหมาป่าทั้งสี่ก็ต่างถอยออกห่างหอบหายใจแรง หัวหน้าฝูงและสองตัวเมียยังคงโอบล้อมเสี่ยวฮุยไว้ไม่ให้คลาดสายตา แม้มีบาดแผลทั่วร่าง แต่พวกมันก็ยังไม่ยอมลดละ
ทว่าเจ้าเสี่ยวฮุยเองก็ไม่ย่อท้อ แม้จะเสียเลือดมากและเหนื่อยล้า แต่มันก็ไม่ยอมให้ตัวเองแพ้ต่อหน้าหัวหน้าใหญ่ แววตาของมันส่องประกายเด็ดเดี่ยว ก่อนจะพุ่งตรงไปยังหัวหน้าฝูงโดยไม่ลังเล ถึงแม้จะไม่เข้าใจเหตุผลเชิงกลยุทธ์ แต่ด้วยสัญชาตญาณ มันก็รู้ดีว่าหากปราบหัวหน้าฝูงได้ การต่อสู้นี้ก็จะยุติทันที
การปะทะดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด เขี้ยวต่อเขี้ยว เลือดต่อเลือด สองหมาป่าเพศเมียกัดท้องเสี่ยวฮุยจนแผลฉีกเป็นแถบ ความเจ็บปวดมหาศาลทำให้มันชะงักไปชั่วขณะ และหัวหน้าฝูงก็ฉวยจังหวะนั้นงับเขี้ยวตรงไปที่ลำคอหมายปลิดชีพ
“อู้ววววววว”
ทว่าก่อนที่เขี้ยวจะสัมผัสถูกคอ เสียงหอนอันทรงพลังและดุดันก็ดังกึกก้องสะเทือนทั่วทั้งผืนหิมะ
ทันใดนั้นเอง ร่างสีขาวบริสุทธิ์ก็พุ่งทะยานลงมาจากเนินหิมะราวกับสายฟ้า ความเร็วนี้เหนือการรับรู้ของทุกชีวิตในที่นั้น เพียงแค่สองสามลมหายใจ จากระยะกว่าร้อยเมตร ร่างนั้นก็เข้ามาประชิดอยู่ตรงหน้าหัวหน้าฝูง ก่อนที่เขี้ยวคมของมันจะทันได้กัดลงไปที่ลำคอของเสี่ยวฮุย
“ผั่ก!”
อุ้งเท้าหนักประหนึ่งคลื่นยักษ์ ถาโถมใส่แผงอกหัวหน้าฝูงจนร่างปลิวกระเด็นไกลนับสิบเมตร เลือดทะลักจากปาก ทรุดฮวบลงกับพื้นหิมะอย่างรุนแรง และก่อนที่มันจะได้ขยับ ตัว ซูหลิน ก็ก้าวมาถึงตรงหน้า แล้ววางอุ้งเท้าลงบนหัวหมาป่าอย่างไม่ปรานี แม้หัวหน้าฝูงจะดิ้นรนสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจขยับอุ้งเท้าอันขาวบริสุทธิ์นี้ได้แม้แต่น้อย.....
--------------