บทที่ 4 แพลตฟอร์มช่วยเหลือ...ดั่งของขวัญจากสวรรค์
“ก็…ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้” คุณพ่อเหยียนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องสารภาพกับพี่ชายไปตามตรง ต่อให้เขาไม่พูดเอง อีกสามวันเจ้าหนี้ก็ต้องบุกมาถึงหน้าประตูบ้านอยู่ดี
เรื่องแบบนี้ ให้คนในครอบครัวรู้จากปากของตัวเองก่อน ย่อมดีกว่าไปได้ยินจากปากคนนอก
เขาเห็นว่าพี่ใหญ่ของบ้านนี้เป็นคนดี ไม่ค่อยพูดจา เรื่องไม่เยอะ ท่าทางอารมณ์ดี
หลี่เสว่เหมยไม่เห็นด้วย “หลายวันนี้พอมีเวลาข้าก็ไปสืบข่าวมา คุณลุงใหญ่ไม่เพียงแต่จะเป็นบัณฑิตซิ่วไฉ แต่ยังเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สำนักศึกษาในตัวอำเภออีกด้วย ท่านกับหลานชายของเรากินอยู่หลับนอนที่สำนักศึกษาทุกเดือนก็จะส่งเงินค่าเล่าเรียนกลับมาบ้านไม่เคยขาด แต่ครอบครัวเรากลับไม่หาเงินเลยสักแดงเดียว อาศัยให้คนอื่นเลี้ยงดูปูเสื่อ...ข้าฟังแล้วยังรู้สึกหน้าแดงแทน จะให้ไปเอ่ยปากเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน”
“ข้าไม่ได้ลงนามากี่ปีแล้วก็ไม่รู้ เหยียนคนรองคนนี้ก็เหมือนกัน ท่านดูร่างกายนี้สิ อายุน้อยก็จริงอยู่ ผิวพรรณก็ละเอียดอ่อนดี แต่กลับไม่ใช่คนทำงานเลย แรงก็น้อยเหลือเกิน” คุณพ่อเหยียนบ่นอุบอิบ
เหยียนคนรองคนนี้อ่อนแอจริงๆ ทำให้เหล่าบุรุษเพศต้องเสียชื่อเสียงหมด
“เหยียนคนรองคนนี้นิสัยไม่เอาไหนเลยจริงๆ ทั้งขี้เกียจสันหลังยาว ทั้งเห็นแก่กินชอบดื่มเหล้า เรียนหนังสือก็ไม่เอาไหน งานการก็ไม่ทำ เป็นแค่นักเลงหัวไม้คนหนึ่ง” หลี่เสว่เหมยถอนหายใจ “คุณลุงใหญ่ลำบากแย่แล้ว ในเมื่อพวกเรามาอยู่ที่นี่แล้ว การพึ่งพาตนเองเป็นสิ่งที่แน่นอน จะไปหวังพึ่งพาคนอื่นให้เลี้ยงดูอีกต่อไปไม่ได้”
คุณพ่อเหยียนพยักหน้า นั่นเป็นเรื่องแน่นอน ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่สามารถเกาะพี่ชายกินได้อีกต่อไป
“เรากินข้าวก่อนเถอะ” เขาหยิบอาหารในตะกร้าสานออกมาทีละอย่าง
แป้งธัญพืชหยาบ, ผักดอง, และซุปไข่ใส่ผักป่า
หลี่เสว่เหมยถอนหายใจ “ลำบากลูกสาวเราแล้ว”
ก็ใช่น่ะสิ แม่ไก่แก่ในบ้านออกไข่ได้ไม่กี่ฟอง หักส่วนที่ต้องเอาไปบำรุงร่างกายให้คุณลุงใหญ่แล้วก็แทบไม่เหลือ
เงินในบ้านน่าจะเป็นหลี่ซื่อที่คอยดูแลจัดการ พวกเขาหาเงินไม่เจอ ก็ย่อมไม่สามารถซื้อหาอะไรมาเพิ่มเติมได้ มีอะไรก็กินอย่างนั้น
โชคดีที่ในบ้านยังพอมีธัญพืชเก่าของปีที่แล้วเก็บไว้บ้าง ยังมีผักดองที่หลี่ซื่อทำไว้ หลายวันนี้พวกเขาจึงกินแต่แป้งธัญพืชหยาบกับผักดอง
เด็กหญิงตัวน้อยรู้ว่าการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีเป็นงานหนัก ไม่เพียงแต่จะต้องเพิ่มมื้อกลางวัน ยังต้องพยายามทำอาหารให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
เธอจึงขบคิดจนปวดหัวกว่าจะได้ซุปถ้วยนี้มา มีทั้งไข่ ทั้งน้ำ และผักสด ซึ่งล้วนเป็นของหายากในเวลานี้
สองสามีภรรยาซดซุปไข่ ทำให้แป้งธัญพืชหยาบที่ฝืดคอกลืนลงไปได้ง่ายขึ้นไม่น้อย
ทั้งสองคนทำงานจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้าจึงได้กลับบ้าน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำงานช้า แต่ก็ทำอย่างไม่หยุดพักจริงๆ มัดรวงข้าวสาลีที่กองรวมกันไว้ก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว เหยียนคนรองไปยืมรถเข็นจากเพื่อนบ้านมา ใช้เวลาขนถึงสองเที่ยว กว่าจะขนข้าวสาลีทั้งหมดกลับมาไว้ที่ลานบ้านของตัวเองได้
สองสามีภรรยาเหนื่อยจนแทบขาดใจ ปวดเมื่อยไปทั้งตัว ทั้งเหนื่อยทั้งกระหายน้ำ
เอ้อหยาเห็นแล้วก็สงสารจับใจ เธอยกน้ำยกข้าวมาปรนนิบัติพ่อแม่ของเธอกินดื่มจนเสร็จ แล้วจึงอุ้มเสื้อผ้าสกปรกเข้าไปในครัว
เหยียนคนรองรีบเดินไปดูที่ห้องฝั่งตะวันออกหนึ่งรอบ ดูว่าพี่ใหญ่ต้องการอะไรหรือไม่
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี พี่ใหญ่ยังไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาในตอนนี้ เขาจึงแบกคานหาบกับถังน้ำสองใบออกจากประตูไป
แต่ละบ้านสามารถตักน้ำได้แค่วันละสี่ถัง โควต้าของวันนี้พวกเขายังไม่ได้ตักเลย
หลี่เสว่เหมยทั้งทนเจ็บทั้งนวดคลึงไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
บริเวณที่ปวดเมื่อยเหล่านี้ ถ้าไม่นวดให้คลาย พรุ่งนี้ก็จะยิ่งเจ็บกว่าเดิม
เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้ว เธอก็รวบรวมกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง เริ่มต้นนวดคลึงหาจุดอื่นๆ ต่อไป
เอ้อหยาถึงกับกลั้นหายใจ ทนไม่ไหวจริงๆ ถึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
เสื้อผ้าของพ่อกับแม่...เหม็น...มาก!
อากาศร้อนอบอ้าว น้ำเป็นสิ่งล้ำค่า
เธอเสียดายเกินกว่าจะเอาน้ำมาซักเสื้อผ้า แต่ภูมิปัญญาของคนโบราณนั้นไร้ขีดจำกัด
วันนี้ตอนที่เธอเดินเล่นอยู่ในหมู่บ้าน บังเอิญเห็นป้าคนหนึ่งในหมู่บ้านใช้ขี้เถ้ามาขยี้เสื้อผ้าที่สกปรก พอขยี้เสร็จก็สะบัดแรงๆ ทีหนึ่ง ฝุ่นขี้เถ้าก็ฟุ้งกระจายออกมา
ถึงแม้จะไม่สะอาด แต่ก็ไม่เหม็นแล้ว!
เอ้อหยาได้แรงบันดาลใจอย่างใหญ่หลวง ตัดสินใจเลียนแบบทำตาม
ขี้เถ้าในเตาไฟมีไม่มากนัก เธอกวาดออกมากองหนึ่ง กำลังจะหาอะไรมาใส่
ทันใดนั้น เสียงของผู้หญิงที่อ่อนโยนก็ดังขึ้นข้างหูของเธออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
【สวัสดีค่ะ พลเมืองแห่งรัฐเซี่ย หมายเลขบัตรประชาชน: 371312XXXXXXXXXXXX ที่นี่คือแพลตฟอร์มการค้าช่วยเหลือแห่งรัฐเซี่ย】
【ตรวจพบว่าท่านและครอบครัวได้หลุดออกจากมิติเดิมแล้ว สภาพแวดล้อมที่อยู่ ณ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตที่ล้าหลัง ยากจน และการดำรงชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก เข้าเกณฑ์มาตรฐานการช่วยเหลือของแพลตฟอร์ม ไม่ทราบว่าต้องการจะผูกมัดและเปิดใช้งานหรือไม่?】
เอ้อหยาตะลึงงันมองดูกล่องข้อความที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน
【ไม่ทราบว่าต้องการจะผูกมัดและเปิดใช้งานหรือไม่?】
ข้อความปรากฏอยู่บนหน้าจอแสงอย่างชัดเจน
เธอขยับไปทางซ้ายและขวา หน้าจอแสงก็เคลื่อนที่ตามการเคลื่อนไหวของเธอ
“ต้องการ! ต้องการ! ต้องการ!” เอ้อหยาตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น
นี่มันก็คือระบบที่เธอรอคอยมานานแล้วไม่ใช่หรือ!
ก็บอกแล้วไงว่าการทะลุมิติจะไม่มีระบบติดตัวมาด้วยได้อย่างไร!
สมัยนี้ถ้าไม่มีระบบติดตัวมา คนที่ทะลุมิติจะกล้าออกไปไหนมาไหนได้อย่างไรกัน!
【กำลังเริ่มการผูกมัด...】
【ผูกมัดสำเร็จ!】
【แพลตฟอร์มการค้าช่วยเหลือแห่งรัฐเซี่ย: มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาด้วยเหตุสุดวิสัย (เช่นการทะลุมิติ, การเกิดใหม่, การทะลุเข้ามาในนิยาย, ภัยพิบัติวันสิ้นโลก, การฟื้นฟูของพลังปราณ เป็นต้น) ให้สามารถเอาชนะความยากลำบากและผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้ด้วยกัน】
【แพลตฟอร์มนี้ปฏิบัติตามกฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันของจักรวาล และจะมีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการทำธุรกรรมในแต่ละมิติ】
【แพลตฟอร์มนี้เป็นการเปิดใช้งานกรณีพิเศษ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านพลังงาน จึงจะเปิดให้บริการเป็นครั้งคราว โปรดเตรียมตัวล่วงหน้าตามการแจ้งเตือน】
【แพลตฟอร์มการค้าช่วยเหลือแห่งรัฐเซี่ยขอให้คำมั่นสัญญากับท่านว่า ถึงแม้จะมาช้า แต่รัฐเซี่ยจะไม่มีวันทอดทิ้ง!】
【สวัสดีค่ะ ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มหมายเลข 0037258258! ข้อมูลของท่าน: ทะลุเข้ามาในนิยาย ไม่ทราบว่าต้องการจะรับสวัสดิการสำหรับผู้ใช้ใหม่เพื่อค้นหาข้อมูลการตั้งค่าของโลกในมิตินี้หรือไม่?】
เรื่องนี้ยังต้องพูดอีกหรือ เหยียนเอ้อหยารีบพูดอย่างร้อนรน “ค่ะ! รับ!”
ซี่...
【ชื่อหนังสือนิยาย: 《บันทึกการไต่เต้า...ของบัณฑิตยากจน》】
【ชื่อตัวละครเอก: เหยียนหวยเหวิน】
【เรื่องย่อ: ครึ่งชีวิตแรกของเหยียนหวยเหวินช่างน่าเวทนา พ่อแม่เสียชีวิต ภรรยา ลูกชาย และลูกสาวก็ตายจากไป ครึ่งชีวิตหลังกลับเหมือนมีตัวช่วยพิเศษ ก้าวเข้าสู่แวดวงขุนนางด้วยวิธีการที่เด็ดขาดและเหี้ยมโหด ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูงอย่างรวดเร็ว องค์หญิงยอมลดตัวลงมาแต่งงานด้วย แถมยังมีอนุภรรยามาด้วย เพียบพร้อมไปด้วยภรรยาและอนุภรรยา ผลักดันพี่ชายร่วมอุทรขององค์หญิงขึ้นสู่บัลลังก์ เพื่อขจัดอุปสรรคให้สิ้นซาก เขาได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก ไม่เลือกวิธีการ จนในที่สุดก็ได้ดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดี เมื่อได้รู้ว่าคนที่ตนภักดีด้วยนั้นเพียงแค่ใช้ประโยชน์จากตน ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สูงส่งงดงามกลับซ่อนความโสมมสกปรกไว้ เขาจึงหันไปช่วยเหลืออิงอ๋องขึ้นครองราชย์อย่างไม่ลังเล และยังคงผงาดอยู่ในราชสำนักได้อย่างสง่างาม】
【ซี่...】
พระเจ้า!
เรื่องย่อที่คุ้นเคยนี้...หนังสือนิยายเรื่องนี้เธอเคยอ่านนี่!
มันเป็นนิยายแนวราชสำนักโบราณย้อนยุคที่ค่อนข้างเก่ามากเรื่องหนึ่ง พระเอกผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน ช่วงแรกของเรื่องน่าสงสารจริงๆ แต่ช่วงหลังถึงแม้ตำแหน่งจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ยังมีเรื่องที่ต้องจำใจทำอยู่มากมาย ต้องเผชิญกับความยากลำบากสารพัด ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย
จากการเป็นบัณฑิตผู้ผิดหวัง เติบโตขึ้นมาเป็นอัครเสนาบดีผู้เหี้ยมโหด กระบวนการนั้นเรียกได้ว่ายากลำบากแสนสาหัส ผู้เขียนสาดดราม่าไม่ยั้ง แถมยังทรมานพระเอกไม่น้อย
ความสำเร็จในตอนท้ายของพระเอก...ฉากปลดฮ่องเต้ที่คลาสสิกที่สุดของทั้งเรื่อง เธออ่านความคิดเห็นในโซนคอมเมนต์ก่อนแล้วค่อยอ่านนิยาย และประทับใจกับความคิดเห็นหนึ่งในโซนคอมเมนต์เป็นพิเศษ ที่บอกว่าโดยปกติแล้วมีแต่ฮ่องเต้ที่จะปลดอัครเสนาบดี แต่ผู้เขียนกลับมีความคิดสร้างสรรค์ กลับกันให้ตัวละครเอกเตะฮ่องเต้ลงจากบัลลังก์...
ข้างล่างมีคนมาคอมเมนต์กันเพียบ: ปลดได้ดี! ฮ่องเต้ไม่ดีก็เปลี่ยนคนใหม่ ไม่ยอมก็สู้!
เธอเพิ่งจะอ่านไปได้แค่ตอนต้นเรื่อง ซึ่งเขียนถึงตอนที่เหล่าเหยียนบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่บนเตียง เจ้าหนี้จากบ่อนพนันบุกมาทวงหนี้ถึงบ้าน ด้วยความโมโหเขาจึงขับไล่ครอบครัวของน้องรองออกจากบ้าน
ช่างบังเอิญเสียจริง น้องรองของเหล่าเหยียนชื่อ เหยียนหวยอัน ส่วนพ่อของเธอในโลกเดิมชื่อ เหยียนอัน ในนิยายแต่งงานกับภรรยาสกุลหลี่ชื่อ หลี่เสว่เหมย มีลูกสาวด้วยกันชื่อ เอ้อหยา...ซึ่งชื่อจริงของเธอคือ —เหยียนอวี้
ใช่แล้ว ที่ตอนนี้ทุกคนเรียกเธอว่าเอ้อหยานั่นแหละ!