ผู้พิฆาตร้อยอสูรและการ์ดระเบิดพลัง

บทที่ 21 ผู้พิฆาตร้อยอสูรและการ์ดระเบิดพลัง

บนตัวของด้วงมรณะไม่มีวัตถุดิบอะไรที่มีค่าเป็นพิเศษ

ทุกคนจึงทิ้งซากของพวกมันไว้ตรงนั้น แล้วออกเดินทางกันต่อ

สิบกว่านาทีให้หลัง

รถจี๊ปได้หยุดลงในป่าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากหุบเขาประมาณห้าร้อยกว่าเมตร

หลี่เผยหยิบผ้าลายพรางผืนหนึ่งออกมาจากท้ายรถ แล้วคลุมทับตัวรถเพื่ออำพราง

จากนั้น พวกเขาทั้งหมดก็เดินเท้าไปยังหุบเขามรณะ

นับตั้งแต่สมาคมผู้ใช้อสูรได้ประกาศภารกิจกวาดล้างฝูงแมลง ก็มีนักผจญภัยจำนวนมากเดินทางมายังหุบเขามรณะทุกวัน

ระหว่างทางหลินเจ๋อก็เห็นนักผจญภัยจำนวนไม่น้อย โดยพื้นฐานแล้วส่วนใหญ่จะมากันเป็นกลุ่มสี่ถึงห้าคน




คนฉายเดี่ยวอย่างเขานั้นมีให้เห็นน้อยมาก

ตลอดทางมานี้ก็เพิ่งจะเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น

นั่นคือชายร่างสูงโปร่งอายุราวสามสิบกว่าปี

“นั่นคือโรดา ผู้ใช้อสูรระดับทองแดง ในหมู่นักผจญภัยด้วยกันถือว่ามีชื่อเสียงพอตัวเลยล่ะ”

เมื่อสังเกตเห็นสายตาของหลินเจ๋อ หวังเสวี่ยอวิ๋นก็เอ่ยอธิบายเสียงเบา

หลินเจ๋อพลันเข้าใจในทันที

มิน่าล่ะถึงกล้ามาคนเดียว

ผู้ใช้อสูรระดับทองแดง ถึงแม้จะเลื่อนระดับมาด้วยการประเมินในระดับต่ำสุด แต่ระดับพลังของอสูรรับใช้ก็ยังสูงถึงระดับสามเป็นอย่างน้อย

หลินเจ๋อละสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปพูดกับพวกของหลี่เผยว่า

“พวกเราแยกกันตรงนี้เลยก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ!”

หลี่เผยและคนอื่นๆ รีบโบกมือปฏิเสธ บอกว่าไม่ต้องเกรงใจ

หลังจากพูดคุยแลกเปลี่ยนความสุภาพกันสองสามประโยค ทั้งสองฝ่ายก็แยกทางกัน หลินเจ๋อเดินเข้าไปในหุบเขามรณะเพียงลำพัง

จางเหล่ยมองแผ่นหลังที่ห่างออกไปของเขา อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความทึ่ง

“วันนี้ฉันถึงได้รู้ซึ้งเลยว่า อัจฉริยะที่แท้จริงเป็นยังไง!”

“ถ้าดึงหลินเจ๋อมาเข้าทีมเราได้ก็คงจะดี”

หลี่เผยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา พลางส่ายหน้า “อย่าคิดมากเลยน่า อัจฉริยะแบบนั้นถูกกำหนดมาให้ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว บ่อน้ำเล็กๆ อย่างพวกเราจะรั้งเขาไว้ได้ที่ไหนกัน”

จ้าวหมิงซานและหวังเสวี่ยอวิ๋นเห็นด้วยอย่างยิ่ง

หวังเสวี่ยอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย “น่าเสียดายจริงๆ ถ้าฉันอายุน้อยกว่านี้สักสองสามปี หรือไม่ก็ให้หลินเจ๋ออายุมากกว่านี้สักสองสามปี ฉันต้องรุกจีบเขาก่อนแน่ๆ หนุ่มหล่อหน้าใส ที่มีทั้งศักยภาพและหน้าตาแบบนี้หาง่ายเสียที่ไหน”

ผู้ชายอีกสามคนในที่นั้นพร้อมใจกันกลอกตามองบน

ยัยนี่เริ่มเพ้อเจ้ออีกแล้ว

หลังจากเข้ามาในหุบเขามรณะแล้ว

หลินเจ๋อไม่ได้หยุดพัก แต่เดินตรงลึกเข้าไปด้านใน

ด้วงมรณะบริเวณปากทางเข้าโดยพื้นฐานแล้วถูกสังหารจนเกลี้ยง เหลืออยู่แค่ไม่กี่ตัว ไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลาตามหา

เป้าหมายของเขาคือฝูงแมลงขนาดใหญ่

ชั่วครู่ต่อมา

หลินเจ๋อก็ได้พบกับฝูงด้วงมรณะสมใจอยาก

จำนวนของพวกมันมีราวๆ เจ็ดถึงแปดสิบตัว

ทันทีที่เผชิญหน้ากัน ฝูงด้วงมรณะก็พุ่งเข้ามาโจมตีอย่างดุดัน

ดวงตาแมลงสีแดงฉานส่องประกายอำมหิต

โดยไม่ต้องรอให้หลินเจ๋อออกคำสั่ง วิญญาณผลึกน้ำแข็งก็ส่งเสียงร้องใสแล้วพุ่งไปข้างหน้า ยิงหอกน้ำแข็งออกไป

ตามด้วยลมหายใจเยือกแข็งอีกหนึ่งกระบวนท่า

เพียงแค่สองทักษะ จำนวนของฝูงแมลงก็ลดลงไปกว่าครึ่งในพริบตา

ในเวลาเดียวกัน หลินเจ๋อเองก็ลงมือด้วยเช่นกัน

พลังวิญญาณสีเงินเทาควบแน่นกลายเป็นลูกศรแหลมคม พุ่งเข้าใส่ด้วงมรณะตัวหนึ่ง

ศรวิญญาณ!

ฉึก!

ด้วงมรณะที่ตกเป็นเป้าหมายยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวน หัวของมันก็ถูกศรวิญญาณทะลวงผ่านในทันที ร่างกายกระตุกอย่างรุนแรงราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ก่อนจะล้มลงแน่นิ่งไป

“อานุภาพไม่เลวเลย”

หลินเจ๋อพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

ศรวิญญาณหนึ่งดอกใช้พลังวิญญาณเพียง 10 แต้ม แต่สามารถกำจัดอสูรร้ายระดับหนึ่งขั้นหกได้ ก็นับว่ามีอานุภาพที่ไม่ธรรมดาแล้ว

“ต่อไปก็คลื่นพลังวิญญาณ!”

หลินเจ๋อยื่นฝ่ามือออกไปข้างหน้า กางฝ่ามือออก

เพียงแค่ขยับความคิด พลังวิญญาณสีเงินเทาก็บีบอัดกลายเป็นคลื่นกระแทกรูปเกลียว พุ่งออกไปราวกับพายุเฮอริเคน ก่อนจะระเบิดออกกลางฝูงแมลง

ในชั่วพริบตา ด้วงมรณะเจ็ดแปดตัวก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

“ยอดเยี่ยม!”

สีหน้าของหลินเจ๋อฉายแววยินดี

ถึงแม้จะยังห่างชั้นกับหอกน้ำแข็งหรือลมหายใจเยือกแข็งของวิญญาณผลึกน้ำแข็งอยู่มาก แต่อานุภาพขนาดนี้ก็นับว่ารุนแรงมากแล้ว

เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นทักษะวิญญาณที่ผู้ใช้อสูรเป็นคนใช้เอง จะให้ไปเทียบกับอสูรรับใช้คงไม่ได้

“ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือสิ้นเปลืองพลังวิญญาณไปหน่อย ตั้ง 50 แต้มแน่ะ”

คงมีแต่หลินเจ๋อเท่านั้นที่มีพลังวิญญาณมากพอ

หากเป็นผู้ใช้อสูรฝึกหัดคนอื่น เกรงว่าใช้ทักษะคลื่นพลังวิญญาณสักห้าหกครั้งก็คงจะหมดตัวแล้ว

ขณะที่กำลังครุ่นคิด ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของเขา

【บรรลุความสำเร็จ!】

【ผู้พิฆาตร้อยอสูร】: สังหารอสูรร้ายสะสมครบ 100 ตัว บรรลุความสำเร็จจะได้รับ 300 แต้มความสำเร็จ, การ์ดระเบิดพลัง x1 (สำเร็จแล้ว, รางวัลรอการรับ)

“ผู้พิฆาตร้อยอสูร?”

หลินเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย

นี่มันความหมายเดียวกับผู้พิฆาตร้อยคนหรือเปล่านะ?

“ดูเหมือนจะเป็นความสำเร็จแบบชุด เหมือนกับพวกทักษะวิญญาณและทักษะอสูรรับใช้ หลังจากนี้คงจะมีผู้พิฆาตพันอสูร ผู้พิฆาตหมื่นอสูร อะไรทำนองนั้นสินะ?”

แววตาของหลินเจ๋อฉายประกายครุ่นคิด

ไม่ว่าจะอย่างไร นี่ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่คาดไม่ถึง

เขากดรับรางวัลทันที

【การ์ดระเบิดพลัง: การ์ดที่บรรจุพลังลึกลับ สามารถทำให้อสูรรับใช้ทะลวงขีดจำกัดชั่วคราว เพื่อให้ได้รับพลังในระดับที่สูงขึ้น เมื่อใช้งานสามารถกำหนดให้อสูรรับใช้ตัวใดก็ได้ เพิ่มระดับขึ้นหนึ่งระดับใหญ่เป็นเวลา 30 นาที โดยไม่มีผลข้างเคียง】

“ของดีนี่!”

ดวงตาของหลินเจ๋อเป็นประกาย

การ์ดระเบิดพลังใบนี้เป็นไอเทมที่ทรงพลังอย่างไม่ต้องสงสัย

หากใช้กับวิญญาณผลึกน้ำแข็ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ระดับพลังของมันพุ่งสูงขึ้นไปถึงระดับสี่ขั้นหนึ่งได้เลย!

แม้จะมีผลเพียง 30 นาที แต่หากใช้ให้ถูกจังหวะ ในช่วงเวลาคับขันก็สามารถกลายเป็นไพ่ตายช่วยชีวิตได้

หลินเจ๋อเก็บการ์ดระเบิดพลังไปอย่างอารมณ์ดี

ในขณะนั้น วิญญาณผลึกน้ำแข็งก็ได้จัดการด้วงมรณะที่เหลือจนหมด

หลินเจ๋อไม่ได้หยุดพัก ยังคงพาวิญญาณผลึกน้ำแข็งออกตามหาฝูงแมลงต่อไป

เมื่อมีรางวัลจากความสำเร็จเป็นแรงผลักดัน เขาก็มีกำลังใจเปี่ยมล้น

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

หลินเจ๋อก็กวาดล้างฝูงแมลงกลุ่มที่สามจนสิ้นซาก

เขาเรียกหน้าต่างข้อมูลอสูรรับใช้ออกมาดู เมื่อเพ่งมองดูก็พบว่าค่าการเติบโตของวิญญาณผลึกน้ำแข็งเพิ่มขึ้นเป็น 87% แล้ว

“ฆ่าด้วงมรณะไปทั้งหมดก็ราวๆ สามร้อยตัวได้แล้ว แต่กลับเพิ่มค่าการเติบโตมาได้แค่ 3% เอง ประสิทธิภาพนี่มันจะไม่ต่ำเกินไปหน่อยเหรอ?”

“หรือจะเป็นเพราะว่าด้วงมรณะพวกนี้อ่อนแอเกินไป ‘ค่าประสบการณ์’ เลยน้อยตามไปด้วย?”

หลินเจ๋อตกอยู่ในภวังค์ความคิด

หากเป็นไปตามความเร็วนี้ คงต้องใช้เวลาอีกประมาณสองวัน กว่าที่เขาจะทำให้ค่าการเติบโตของวิญญาณผลึกน้ำแข็งเต็มร้อย

และถ้าหากเริ่มจาก 0% อย่างน้อยๆ ก็คงต้องใช้เวลาเกือบครึ่งเดือนกว่าค่าการเติบโตจะเต็ม

“ช้าไปหน่อยนะ”

หลินเจ๋อบ่นพึมพำ แต่แล้วก็หัวเราะให้ตัวเองพร้อมกับส่ายหน้า

ผู้ใช้อสูรทั่วไปต้องการจะเลี้ยงดูอสูรรับใช้จนมีค่าการเติบโตเต็มเปี่ยมเพื่อผลักดันให้พวกมันเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยนั้น ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ

ต่อให้ใช้สมบัติฟ้าดินเพื่อเร่งกระบวนการ ก็ยังต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือครึ่งปี

แต่เขามีระบบช่วยเหลือ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำ

แค่นี้ยังรู้สึกว่าช้าเกินไปอีก ช่างเป็นคนละโมบที่ไม่รู้จักพอจริงๆ

“ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน ยังไงวัตถุดิบวิวัฒนาการก็ยังรวบรวมไม่ครบ ไม่ต้องรีบร้อน”

หลินเจ๋อพาวิญญาณผลึกน้ำแข็งไปหาที่ซ่อนเพื่อพักผ่อน

หลังจากต่อสู้มาอย่างต่อเนื่อง วิญญาณผลึกน้ำแข็งก็เริ่มเหนื่อยล้าแล้ว

พลังวิญญาณของเขาเองก็ถูกใช้ไปไม่น้อย

ทางที่ดีควรจะพักฟื้นสักครู่ก่อนออกล่าต่อ

เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง หลินเจ๋อรู้สึกว่าฟื้นตัวได้พอสมควรแล้ว ขณะที่กำลังจะออกล่าต่อ เขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังมาจากที่ไกลๆ

คล้ายกับเสียงฝีเท้าที่สับสนอลหม่านและเสียงตะโกนโหวกเหวกผสมปนเปกัน

หลินเจ๋อเลิกคิ้ว ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนก้อนหินข้างๆ แล้วยืนมองจากที่สูง

เขาเห็นกลุ่มนักผจญภัยกำลังวิ่งมาทางนี้อย่างบ้าคลั่ง

ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นตระหนก ราวกับว่ามีอสูรร้ายที่น่าสะพรึงกลัวกำลังไล่ล่าพวกเขาอยู่ข้างหลัง

“เกิดอะไรขึ้น?”

หลินเจ๋อพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย

แต่ในไม่ช้า เขาก็ไม่จำเป็นต้องสงสัยอีกต่อไป

ด้านหลังเหล่านักผจญภัยที่กำลังหลบหนี ตรงหัวมุมนั้นพลันมีฝูงอสูรร้ายกลุ่มใหญ่พุ่งออกมา

ด้วงมรณะ!

ฝูงด้วงมรณะที่อัดแน่นจนน่าขนลุก มากมายราวกับคลื่นยักษ์!




ตอนก่อน

จบบทที่ ผู้พิฆาตร้อยอสูรและการ์ดระเบิดพลัง

ตอนถัดไป