ตอนที่ 6: อานุภาพยันต์อัคคี


เมื่อเห็นคนทั้งสี่ที่เสนอตัวมาหาถึงหน้าประตู สีหน้าของเฟิงหยางพลันเคร่งขรึมลง ในดวงตาฉายประกายเย็นเยียบ

ขณะเดียวกันภายในสวน เมื่อเห็นเฟิงหยางเปิดประตูออกมา ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนี คนทั้งสี่ก็พากันตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่หานเถี่ยจะฉายแววอำมหิต แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

"หึหึ วันนี้เหตุใดจึงใจกล้าขึ้นมาผิดหูผิดตาล่ะ? อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดว่าแค่เตรียมศาสตราเวท โกโรโกโสชิ้นหนึ่งกับยันต์อาคมใกล้พังอีกแผ่น จะเอาชนะพวกข้าได้? ฮ่าๆ! ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง!"

เมื่อได้ยินคำพูดของหานเถี่ย ม่านตาของเฟิงหยางก็หดเล็กลงเล็กน้อย ก่อนจะฉายแววเข้าใจในทันที เขาจ้องมองหานเถี่ยแล้วเอ่ยถาม

"เรื่องนี้พวกเจ้ารู้ได้อย่างไร หรือว่าเฉาหยางเป็นคนบอกพวกเจ้างั้นรึ? ที่พวกเจ้ามาดักปล้นหินวิญญาณของข้าเมื่อวาน ก็เป็นเพราะมันใช่หรือไม่?"

"หืม?"

หานเถี่ยคาดไม่ถึงว่าเฟิงหยางจะยังคงสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้ ทั้งยังเอ่ยถามคำถามเช่นนี้ออกมา เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างเย็นชา

"ดูท่าเจ้าก็ไม่ได้โง่นี่ หึ บอกให้รู้ไว้ก็ไม่เสียหาย เมื่อวานเป็นเจ้าเด็กเฉาหยางนั่นแหละที่มาบอกข้าว่าบนตัวเจ้ามีหินวิญญาณสามก้อน ถึงจะน้อยไปหน่อย แต่ช่วงนี้ข้ากำลังต้องการหินวิญญาณเพื่อเลื่อนขั้นพอดี เลยให้เจ้าแสดงความกตัญญูเสียหน่อย หลังจากนั้นข้าก็แบ่งให้เจ้าเด็กนั่นไปก้อนหนึ่ง เรื่องก็มีเท่านี้แหละ ว่าอย่างไร? หรือเจ้าคิดจะไปล้างแค้นมันงั้นรึ? หึหึ เกรงว่าเจ้าคงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว!"

ขณะพูด หานเถี่ยก็แอบส่งสายตาให้พรรคพวกอีกสามคน พวกมันจึงค่อยๆ ขยับเข้ามาล้อมเฟิงหยาง

"เป็นมันจริงๆ ด้วย เพียงเพื่อหินวิญญาณระดับต่ำก้อนเดียว ถึงกับหักหลังข้าได้ลงคอ"

แววตาของเฟิงหยางฉายแววเป็นเช่นนั้นจริงๆขึ้นมา เมื่อวานตอนที่ถูกปล้น เขาก็สงสัยอยู่แล้วว่าต้องมีคนส่งข่าวให้พวกนี้ มิเช่นนั้นพวกมันจะรู้ได้อย่างไรว่าบนตัวเขามีหินวิญญาณ ทั้งยังรู้เส้นทางที่เขาจะผ่าน พอมาวันนี้ที่หอศาสตราล้ำค่า ท่าทีของเฉาหยางเมื่อเห็นหน้าเขาก็ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นเฟิงหยางจึงสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นคนหักหลังตนเอง

บัดนี้เมื่อได้รับการยืนยันจากหานเถี่ย จิตสังหารก็พลันวาบขึ้นในใจของเขาทันที เฉาหยางอาจจะเพียงแค่หน้ามืดตามัวเพราะความโลภ แต่การกระทำของมันเกือบจะคร่าชีวิตเขาไปแล้ว ครั้งนี้ยังมาเปิดเผยการเคลื่อนไหวของเขาให้คนพวกนี้รู้อีก เห็นได้ชัดว่าต้องการผลักไสเขาไปสู่ความตาย คนเช่นนี้ สมควรตาย!

แต่การจะไปคิดบัญชีกับเฉาหยางนั้น คงต้องจัดการปัญหาสเฉพาะหน้าให้เรียบร้อยเสียก่อน เฟิงหยางมองดูศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามา ในแววตาพลันแข็งกร้าวขึ้น มือซ้ายที่ปล่อยอยู่ข้างลำตัวพลันสะบัดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาไม่ต้องการเสียเปรียบ จึงตัดสินใจลงมือก่อน!

"ยันต์อาคม! ระวัง!!"

หานเถี่ยจับตาดูเฟิงหยางอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน ทั้งยังมีประกายไฟวาบขึ้นในมือ ก็มีปฏิกิริยาทันที สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พร้อมกับร้องเตือนเสียงดัง

ฟิ้ว!! ฟิ้ว!!

สิ้นเสียงร้องเตือน ลูกไฟขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลก็พุ่งออกจากเบื้องหน้าของเฟิงหยาง แหวกอากาศตรงเข้าใส่ใบหน้าของหานเถี่ย!

หานเถี่ยเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทันทีที่ร้องเตือนก็เคลื่อนไหวหลบหลีกทันควัน ลูกไฟเฉียดใบหูของเขาไป แล้วตกกระทบพื้นห่างออกไปไม่ไกลนัก ตู้ม!! เกิดเป็นหลุมไหม้เกรียมขนาดเท่าอ่างล้างหน้า

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!!

แทบจะพร้อมๆ กับที่เขาหลบลูกไฟที่พุ่งเข้ามา ก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีกสามครั้ง ประกายไฟสว่างวาบติดต่อกัน หานเถี่ยพบว่าพรรคพวกอีกสามคนของเขาก็ถูกลูกไฟบีบให้ถอยกลับไปอย่างทุลักทุเลเช่นกัน

ทว่าคนเหล่านี้ต่างก็รู้ว่าเฟิงหยางมียันต์อัคคีผลาญวงแหวน มือสองอยู่หนึ่งแผ่น จึงไม่ได้ผลีผลามลงมือแต่แรก และเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว แม้เฟิงหยางจะส่งลูกไฟให้คนละลูก แต่กลับไม่มีใครโดนเลยแม้แต่คนเดียว

แววตาของเฟิงหยางฉายแววตื่นตระหนกออกมา เขาไม่ซัดลูกไฟออกไปอีก แต่กลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างหวาดหวั่น

เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของเฟิงหยาง หานเถี่ยก็แสยะยิ้มอย่างเย็นชา

"ช่างโง่เง่าสิ้นดี!! ยันต์ลูกไฟของมันหมดแล้ว จับตัวมันไว้! อย่าให้มันหนีไปได้!"

"อย่าเข้ามานะ!"

เมื่อได้ยินคำพูดของหานเถี่ย เฟิงหยางพลันสีหน้าเปลี่ยนไป กรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว พร้อมกับยกมือขวาขึ้นอย่างกะทันหัน!

ฟิ้ว!!!!

ประกายแสงสีครามสายหนึ่งพุ่งออกจากแขนเสื้อของเขา ตรงเข้าใส่ใบหน้าของหานเถี่ย!

"หึ!"

ทว่าหานเถี่ยกลับฉายแววเย้ยหยันออกมา แม้กระทั่งตอนที่เฟิงหยางยกมือขึ้น เขาก็มีปฏิกิริยาตอบโต้แล้ว เพียงแค่เอียงศีรษะเล็กน้อยก็หลบประกายแสงสีครามที่พุ่งเข้ามาได้ จากนั้นเขาก็ไม่ได้รีบร้อนเข้าไปหาเฟิงหยางต่อ แต่กลับก้าวไปทางขวาหนึ่งก้าว ทันใดนั้น ประกายแสงสีครามที่เพิ่งพุ่งผ่านไปก็หวนกลับมา เฉียดผ่านตำแหน่งเดิมที่เขาเคยยืนอยู่

สถานการณ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเฟิงหยางจะซัดประกายแสงสีครามออกมา และยังรู้อีกว่ามันจะหวนกลับมาโจมตีอีกครั้ง ตอนที่เฉาหยางส่งข่าว ได้บอกทั้งเรื่องยันต์อาคมและสนับแขนวิหคหวนไปจนหมดสิ้น ดังนั้นมีดบินวิหคนางแอ่นของสนับแขนวิหคหวนจึงไม่สามารถสร้างความประหลาดใจได้เลย

แกร๊ง!!

เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ มีดบินวิหคนางแอ่นถูกแรงดึงดูดจากสนับแขนดึงกลับไปเข้าที่เดิม ส่วนเฟิงหยางนั้นมีสีหน้าหวาดกลัวยิ่งขึ้น ถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว จนแผ่นหลังชิดกับกรอบประตู ดูราวกับคาดไม่ถึงว่าการโจมตีทั้งหมดของตนจะพลาดเป้า

"ว่าอย่างไร? หมดลูกไม้แล้วรึ? เช่นนั้นก็ไปตายซะ! ฆ่ามัน!"

หานเถี่ยแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยม แล้วออกคำสั่งแก่ลูกน้องทั้งสาม

อีกสามคนก็เชื่อว่าเฟิงหยางหมดหนทางสู้แล้ว จึงไม่สงสัยอะไรอีก รีบรุกคืบเข้าไปอย่างรวดเร็ว โดยสองคนแยกออกไปซ้ายขวาเพื่อปิดเส้นทางหนีของเฟิงหยาง ส่วนชายร่างเล็กหน้าตาคล้ายลิงก็แสยะยิ้มอย่างอำมหิต พุ่งตรงเข้าใส่เฟิงหยาง ในสายตาของมัน เฟิงหยางที่หวาดกลัวจนไม่กล้าขยับเขยื้อนก็ไม่ต่างอะไรกับคนตายแล้ว มันดีดตัวขึ้นจากพื้น พุ่งเข้าใส่เฟิงหยางราวกับราชสีห์ตะครุบกระต่าย มือขวาที่มีเล็บแหลมคมราวกับกรงเล็บเหยี่ยวตะปบเข้าใส่ลำคอของเฟิงหยางด้วยความเร็วสูง เห็นได้ชัดว่ามีพลังบำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่หรือห้า

ทว่า ในขณะที่มันพุ่งเข้ามาในระยะหนึ่งเมตรเบื้องหน้าเฟิงหยาง มันกลับพบว่าเฟิงหยางที่เดิมทีมีใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสิ้นหวัง พลันเผยรอยยิ้มอันอำมหิตออกมา!

"แย่แล้ว!"

ชายผู้นั้นรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที ตามสัญชาตญาณแล้วอยากจะถอนมือกลับ แต่ไหนเลยจะทันการณ์ ทันใดนั้นเฟิงหยางก็สะบัดมือซ้าย ประกายไฟสว่างวาบ พร้อมกับคลื่นความร้อนระอุซัดเข้าใส่ใบหน้า!

"อ๊าก!!"

ตู้ม!!

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างตกตะลึงของชายผู้นั้น ลูกไฟขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลก็กระแทกเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง เปลวไฟระเบิดออก แรงปะทะมหาศาลซัดเขากระเด็นลอยไปไกลสี่ห้าเมตร ขณะที่ร่างร่วงกระแทกพื้น เปลวไฟก็ลุกลามไปทั่วร่าง ทำให้เขากลายเป็นมนุษย์เพลิงในชั่วพริบตา!

"ไอ้สอง!!"

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนอีกสามคนที่เหลือถึงกับตัวแข็งทื่อ หานเถี่ยเบิกตากว้าง มองดูไอ้สองที่นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ!

พวกเขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะเข้าไปช่วย เพียงชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องของไอ้สองก็เงียบหายไป ร่างบิดเบี้ยวแน่นิ่งอยู่บนพื้นไม่ไหวติง เปลวไฟบนร่างยังคงลุกโชน ส่งเสียง ฉี่ฉี่ ที่น่าขนหัวลุก พร้อมกับกลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วทั้งสวน

"..."

แม้แต่เฟิงหยางเองก็ยังตกตะลึงอยู่บ้าง เขาคาดไม่ถึงว่าอานุภาพของยันต์อัคคีผลาญวงแหวนจะรุนแรงถึงเพียงนี้ เมื่อมองดูศพที่ไหม้เกรียม เขาก็รู้สึกปั่นป่วนในท้องจนแทบจะอาเจียนออกมา แต่เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาใจอ่อน เขาจึงข่มความรู้สึกไม่สบายใจลง ในดวงตาฉายประกายเย็นเยียบ สะบัดมือซ้ายอีกครั้ง

ฟิ้วๆๆ

ลูกไฟสามลูกพุ่งเข้าใส่ศัตรูทั้งสามที่ยังคงยืนตะลึงงันอยู่เบื้องหน้า!

"เป็นไปได้อย่างไร!!"

หานเถี่ยรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง เขาคาดไม่ถึงว่าจะถูกเจ้าเด็กนี่หลอก หรือควรจะกล่าวว่าถูกเฉาหยางหลอก ยันต์อัคคีผลาญวงแหวนของเจ้าเด็กนี่ยังใช้ได้อยู่!

เมื่อมองดูไอ้สองที่ไหม้เป็นตอตะโก ดวงตาของหานเถี่ยก็พลันแดงก่ำ ความโกรธแค้นและตกตะลึงปะทุขึ้นในใจดั่งคลื่นคลั่ง แต่เมื่อเห็นลูกไฟพุ่งเข้าใส่ตรงหน้า เขาก็จำต้องหลบหลีกคมหอกคมดาบ ดีดตัวถอยไปอย่างทุลักทุเล

"อ๊าก!!"

ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของหานเถี่ยเย็นเฉียบลงไปอีกคือ มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านข้างอีกครั้ง เขาหันไปมองอย่างตกตะลึง ก็เห็นไอ้สามร่างเตี้ยอ้วนที่เพราะตกใจกับการตายของ ไอ้สองมากเกินไป จึงประมาทจนหลบลูกไฟไม่พ้น แม้ลูกไฟจะกระแทกเข้าที่แขนขวาของมันเท่านั้น แต่เปลวไฟก็ลุกลามไปทั่วร่างในชั่วพริบตาเช่นกัน!

ตายไปอีกหนึ่ง!

"ไม่!!!"

หานเถี่ยแทบจะคลั่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว เขากระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง

ปัง!!

พื้นดินถึงกับยุบเป็นหลุมเล็กๆ ส่วนร่างของเขาก็พุ่งเข้าใส่เฟิงหยางราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง!


"ตายซะ!!"

เมื่อเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามา สีหน้าของเฟิงหยางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีพลังบำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สาม ปฏิกิริยาตอบสนองย่อมเหนือกว่าคนธรรมดาหลายเท่า เขาจึงถีบตัวออกจากพื้น แล้วม้วนตัวไปด้านข้างอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์

ตู้ม!!!!

หมัดที่หานเถี่ยซัดออกไปสุดแรงกระแทกเข้ากับประตูบ้านที่อยู่ด้านหลังเฟิงหยางเมื่อครู่ ส่งผลให้ประตูแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ

หลังจากเฟิงหยางหลบการโจมตีของหานเถี่ยได้ เขายังไม่ทันได้ลุกขึ้นจากพื้น ก็สะบัดมือซ้ายอีกครั้ง ลูกไฟสองลูกพุ่งออกไปติดต่อกัน แต่เป้าหมายไม่ใช่หานเถี่ย แต่เป็นไอ้สี่ร่างสูงผอมที่กำลังจะบุกเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง

"ยังมีอีก!"

ชายร่างสูงผอมตกใจจนขนลุกซู่ ไหนเลยจะกล้าบุกเข้าไปอีก เขาหลบลูกไฟสองลูกอย่างทุลักทุเล ขณะเดียวกันในใจก็สาปแช่งเฉาหยางที่ส่งข่าวให้พวกตนจนอยากจะสับมันเป็นหมื่นชิ้น นี่มันยันต์อาคมใกล้พังที่ใช้ได้แค่สามสี่ครั้งที่ไหนกัน?! นี่มันยันต์อาคมใหม่เอี่ยมเต็มพิกัดชัดๆ!!

"อ๊าก!!"

ทว่า เขาไม่มีโอกาสไปคิดบัญชีกับเฉาหยางอีกแล้ว ทันทีที่หลบลูกไฟสองลูกนั้นได้ ยังไม่ทันได้ดีใจ ลูกไฟลูกที่สามก็แหวกอากาศตามมาติดๆ เขาไม่อาจหลบได้อีกต่อไป ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง ร่างทั้งร่างก็ถูกเปลวเพลิงที่ลุกโชนโหมกระหน่ำ

เสียงกรีดร้องนี้ ทำให้ร่างของหานเถี่ยแข็งทื่อไปทั้งตัว ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่า พี่น้องทั้งสามของตนจะตายไปหมดแล้ว เขามองดูซากศพไหม้เกรียมสามกองที่ลุกเป็นไฟอยู่ในสวนอย่างเหม่อลอย

ส่วนเฟิงหยางนั้นรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สีหน้าเคร่งขรึม ถอยห่างจากหานเถี่ยเพื่อรักษาระยะ

"ตาย...ตาย!! ข้าจะให้เจ้าตายอย่างทรมาน!! อ๊าก!!"

ทันทีที่เฟิงหยางเคลื่อนไหว หานเถี่ยก็พลันได้สติกลับคืนมา ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับเลือด สภาพคลุ้มคลั่ง เสื้อผ้าบนร่างพองลมขึ้น ราวกับมีพลังงานโปร่งใสระดับหนึ่งแผ่ออกมาจากร่างกาย

ปราณแท้แผ่ออกนอกกาย นี่เป็นเคล็ดวิชาที่ต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณช่วงปลายขึ้นไปจึงจะทำได้ เดิมทีหานเถี่ยมีพลังบำเพ็ญเพียรอยู่ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หก แต่ในยามที่ถูกกระตุ้นด้วยความโกรธแค้นนี้ กลับมีแนวโน้มว่าจะทะลวงสู่ขั้นที่เจ็ด!

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 6: อานุภาพยันต์อัคคี

ตอนถัดไป