บทที่ 6 อัปเกรดการเพาะปลูก

บทที่ 6 อัปเกรดการเพาะปลูก
หลังจากที่โรนันบรรยายสภาพบ้านของเขาในปัจจุบันจบ ทุกคนที่นั่งอยู่ก็สรุปเรื่องนี้ได้ทันที
“บ้านนายโดนขโมยขึ้น” คาร์ลพูดด้วยสีหน้าจริงจังแต่ไม่ตื่นตระหนก
จังหวัดโวกลูซเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการโจรกรรมสูงที่สุดในฝรั่งเศสรองจากปารีส
ที่นี่เต็มไปด้วยบ้านหลังใหญ่สวยงาม เจ้าของบ้านหลายคนมาพักแค่ช่วงคริสต์มาส อีสเตอร์ และฤดูร้อนเท่านั้น เวลาที่เหลือบ้านจะไม่มีคนอยู่
ม่านกันแดดที่ปิดสนิทและแม่กุญแจเหล็กที่ประตูต่างก็ประกาศเป็นนัยว่า ที่นี่ไม่มีคน
พวกหัวขโมยจึงสามารถลงมือได้อย่างสบายใจเป็นเวลาหลายเดือนโดยไม่มีใครรบกวน
ชาวบ้านในท้องถิ่นมักจะได้ยินเรื่องราวความทะเยอทะยานของพวกหัวขโมย ระยะเวลาในการก่อเหตุที่ยาวนาน ความซับซ้อนของกระบวนการ และผลลัพธ์ที่น่าตกตะลึงอันเนื่องมาจากฤดูการโจรกรรมที่ยาวนาน
จนกระทั่งพวกเขาได้ฟังเรื่องราวของโรนัน
“นายจะบอกว่า เสาหินสองต้นกลางห้องนั่งเล่นก็หายไปด้วยเหรอ” หลุยส์ถามย้ำ
“หายไปแล้ว ไม่มีอะไรเหลือเลย! ไหดินเผา รูปปั้น ประตูเหล็กที่ระเบียงที่คุณพูดถึง… ก็หายไปหมด! ในห้องนั่งเล่นเหลือแค่เตาผิงอันเดียว!” โรนันแทบจะสติแตก
ที่แท้ที่ระบบบอกว่าบ้านว่างเปล่าก็เพื่อเตือนเขาว่าบ้านถูกปล้นจนเกลี้ยงแล้วนั่นเอง
ภรรยาของคาร์ลยื่นไวน์แดงให้โรนันแก้วหนึ่งเพื่อปลอบขวัญ แล้วพูดด้วยความตกใจว่า
“มัน ‘โหดเหี้ยม’ ยิ่งกว่าในตำนานเสียอีก”
“ตอนนี้ผมควรทำยังไงดีครับ แจ้งตำรวจไหม” โรนันถาม
คาร์ลพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“มีแชลมาครั้งสุดท้ายคือวันอีสเตอร์ของสองปีก่อน บ้านหลังนั้นร้างมาปีครึ่งแล้ว ตอนนี้แจ้งตำรวจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ประสิทธิภาพการทำงานของพวกเขายังสู้ฉันตอนอายุ 73 ไม่ได้เลย”
หลุยส์ตบมือฉาดหนึ่ง
“สิ่งที่นายต้องทำตอนนี้คือรีบซื้อประกันบ้าน พรุ่งนี้เช้าฉันจะโทรหาเรโน เขาเป็นพนักงานขายประกันที่เก่งที่สุด แม้แต่ตู้เย็นเขาก็ยังช่วยนายติดกุญแจได้”
โรนันทำหน้าลำบากใจ
ประกันบ้านในฝรั่งเศสมีราคาแพงมาก และพนักงานขายประกันจะบังคับให้คุณต้องอัปเกรดประตู หน้าต่าง ความหนาของผนัง หรือแม้แต่ช่องระบายอากาศ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกขโมยในอนาคต
โรนันไม่ต้องคิดก็รู้ว่าบ้านของเขาต้องมีจุดบกพร่องทางสถาปัตยกรรมที่ไม่ผ่านมาตรฐานอยู่มากมาย และตอนนี้เขาก็ยังไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้
“ผมมีพนักงานขายประกันที่รู้จักอยู่แล้วครับ” โรนันโกหกไปคำหนึ่ง “พอจะมีวิธีไหนที่จะลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยได้บ้างไหมครับ แทนที่จะหวังค่าชดเชยหลังถูกขโมยไปแล้ว”
บ้านของเขาไม่มีอะไรให้ขโมยอีกแล้ว ตอนนี้ปัญหาสำคัญคือการลดความเสี่ยง
ใครจะรู้ว่าเขาอาจจะถูกแก๊งโจรกลุ่มอื่นหมายตาอีกหรือไม่
ในขณะนั้นเอง เฟรดดีร่างท้วมก็เอ่ยขึ้น
“สุนัขพันธุ์โดเบอร์แมนของเจ้าของร้านขายเนื้อที่หมู่บ้านฟงแตนเพิ่งออกลูกมาสามตัว เดี๋ยวฉันจะขอมาให้ตัวหนึ่ง”
สุนัขพันธุ์โดเบอร์แมนมีนิสัยร่าเริง กล้าหาญ และซื่อสัตย์ เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับเฝ้าบ้าน
โรนันดีใจจนเนื้อเต้น
“ราคาเท่าไหร่ครับ”
สุนัขพันธุ์นี้ในปารีสมีราคาไม่ถูก แต่ก็ยังถูกกว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทำประกันบ้านแน่นอน
“พ่อหนุ่ม ที่โพรวองซ์น่ะ สุนัขคือครอบครัว ไม่ใช่สิ่งของที่จะเอามาซื้อขายกัน แค่นายเลี้ยงมันให้ดี ไม่ให้มันป่วย ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรแล้ว” ในอ้อมแขนของเฟรดดี เจ้าของวันเกิดในวันนี้กำลังหลับปุ๋ย
มันเป็นเพียงสุนัขพันธุ์ทางธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง แต่กลับมีวันเกิดเป็นของตัวเอง
“ผมจะเลี้ยงดูมันอย่างดีครับ” โรนันพูดอย่างแน่วแน่และซาบซึ้ง
เหมือนคนในครอบครัว
วันต่อมา
[การตื่นนอนในบ้านที่ว่างเปล่าช่วยเพิ่มแต้มความสุข 1 แต้ม]
ครบ 100 แต้มแล้ว!
โรนันรีบอัปเกรด การเพาะปลูก เป็นเลเวล 2 ทันที
เมื่อทักษะ การเพาะปลูก ได้รับการอัปเกรด ความรู้พื้นฐานทางการเกษตรจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา
เขาแต่งตัวแล้วเดินไปยังไร่องุ่นที่เต็มไปด้วยเถาองุ่นของตัวเอง
เขาลองสัมผัสดินดู จากความรู้ใหม่ที่เพิ่งได้รับมา ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องรดน้ำ
“แต่ต้องกำจัดวัชพืชและเตรียมปุ๋ย” โรนันมีทิศทางที่ชัดเจนสำหรับงานต่อไปแล้ว
สองสามวันก่อนตอนที่ทำความสะอาดคอกลา เขาเจอเครื่องมือทำฟาร์มอย่างจอบ เคียว และพลั่ว
ผู้เช่าที่ดินคนก่อนทำงานละเอียดมาก ไม่ค่อยมีวัชพืชขึ้นเท่าไหร่ โรนันใช้เวลาแค่ช่วงเช้าก็ทำขั้นตอนนี้เสร็จ
แต่การใส่ปุ๋ยกลับไม่ง่ายอย่างนั้น
อย่างแรกคือไม่มีปุ๋ย แค่ ‘ผลผลิต’ ของตัวเองไม่เพียงพอต่อความต้องการของที่ดินแปดเอเคอร์นี้
อย่างที่สองคือการทำด้วยมือเปล่ามันช้าเกินไป
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง โรนันก็ออกจากบ้านแล้วเดินไปทางบ้านของหลุยส์
หลุยส์กับลีอาไปทำงานแล้ว วีเยรีก็กำลังเรียนอยู่ คนที่มาเปิดประตูให้โรนันคือโซอีที่ทำงานอยู่ที่บ้าน
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” โซอีถามอย่างสุภาพ
“คุณรู้ไหมครับว่าพอจะหาปุ๋ยได้จากที่ไหน” โรนันเดาว่าโซอีที่เกิดและโตในหมู่บ้านลูร์มาแรงต้องรู้คำตอบแน่นอน
“ทางเหนือ ตรงรอยต่อระหว่างหมู่บ้านกับป่ามีกองใบไม้ร่วงกองใหญ่อยู่ คุณใช้พวกนั้นได้ค่ะ” โซอีกระชับคอเสื้อให้แน่นขึ้น
“ไกลไหมครับ” โรนันถามต่อ
“ไม่ไกลค่ะ แต่คุณต้องหาพาหนะใหญ่ๆ ไปขน” น้ำเสียงของโซอีแฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
เธอก็เหมือนกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ไม่คิดว่าโรนันจะทำไร่ไถนาเป็น
“ผมจำได้ว่าหลุยส์บอกว่าที่บ้านคุณมีรถแทรกเตอร์ที่ไม่ได้ใช้อยู่คันหนึ่งใช่ไหมครับ” โรนันนึกถึงบทสนทนาในงานเลี้ยง
โซอีพยักหน้า
“ให้แฟรงก์ยืมไปแล้วค่ะ แต่ฉันขับไม่เป็น คุณมาตอนบ่ายก็ได้ ให้วีเยรีช่วย”
โรนันพยักพเยิดหน้าไปทางหมู่บ้าน
“บ้านแฟรงก์อยู่ไหนครับ ผมขับเป็น เดี๋ยวผมขับไปเอง”
“คุณขับเป็นเหรอคะ” โซอีเบิกตากว้าง เจ้านั่นขับยากกว่ารถยนต์เยอะเลย โดยเฉพาะเวลาอยู่ในไร่ “คุณไปหัดมาจากไหนคะ”
“ผมเตรียมตัวมาพร้อมแล้วถึงได้มาที่นี่” โรนันยิ้มกว้าง
ตลอดหนึ่งเดือนที่ปารีสเขาไม่ได้อยู่เฉยๆ เขาไปเรียนขับรถแทรกเตอร์มา
โซอีปิดประตูที่อยู่ด้านหลัง แล้วมองดวงตาที่โค้งเป็นรอยยิ้มของโรนันพลางพูดว่า
“ฉันจะพาคุณไป”
ลักษณะเด่นที่สุดของการทำงานเกษตรคือความไม่สมดุลอย่างมากในการใช้แรงงานตามช่วงเวลา
ฤดูใบไม้ร่วงจะยุ่งจนหัวหมุน อยากให้หนึ่งวันมี 48 ชั่วโมง
แต่ในฤดูหนาว เกษตรกรกลับไม่ค่อยมีอะไรทำ
ในฤดูกาลนี้ สิบคนที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟตอนกลางวัน เก้าคนในนั้นคือเกษตรกร
อองรีผู้มีฟันผุทั้งปาก มือซ้ายถือกาแฟ มือขวาคีบบุหรี่ กำลังบ่นเรื่องสภาพอากาศกับเพื่อนร่วมอาชีพสองสามคนเสียงดัง
“สามปีที่ผ่านมา ฤดูหนาวหนาวขึ้นทุกปี ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกนายทุนนั่นแหละ! ลมจากไซบีเรียพัดมาถึงหมู่บ้านเราเร็วขึ้น ไม่มีเวลาพอที่จะอุ่นขึ้น เพราะพวกนั้นเปลี่ยนต้นไม้กับไร่นาให้กลายเป็นสถานที่จัดปาร์ตี้ส่วนตัวของพวกเขา!”
เขาสบถเสียงดังแล้วพูดต่อ
“เดี๋ยวก็จะมีที่ดินหายไปอีกแปดเอเคอร์แล้ว! คนพวกนี้จะไสหัวกลับไปอยู่ในเมืองของพวกเขาได้รึยัง!”
เกษตรกรอีกคนที่เคยเจอโรนันช่วยพูดแก้ต่างให้
“เขาบอกว่าจะดูแลไร่องุ่นเอง ไม่ได้จะรื้อมันทิ้ง”
อองรียิงฟันพูด
“ฉันยอมเชื่อหมอฟันดีกว่าเชื่อคนปารีส พวกนั้นมันพวกหลอกลวงที่คิดจะเอาเงินในกระเป๋าของแกไปทั้งนั้นแหละ”
ข้างนอกมีเสียง ‘ตึ่กๆ’ ที่เป็นจังหวะแต่ก็ค่อนข้างจะวุ่นวายดังใกล้เข้ามา
เมื่อตั้งใจฟังดีๆ ในหัวก็จะปรากฏภาพนอตกับชิ้นส่วนโลหะกำลังสั่นสะเทือนจนแทบจะหลุดออกจากแผ่นเหล็ก
เสียงนี้คนที่อยู่ในร้านกาแฟต่างคุ้นเคยกันดี มันคือเสียงรถแทรกเตอร์!
“ใครขยันขนาดนี้ เริ่มทำงานตั้งแต่เช้าเลยเหรอ” มีคนเดินออกไปดูด้วยความสงสัย
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องด้วยความประหลาดใจของคนคนนั้นก็ดังขึ้นจากนอกประตู
“พระเจ้าช่วย คนปารีสคนนั้นขับรถแทรกเตอร์เป็นด้วย!”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 6 อัปเกรดการเพาะปลูก

ตอนถัดไป