บทที่ 7 คนโพรวองซ์ที่ชอบสอดรู้สอดเห็น
บทที่ 7 คนโพรวองซ์ที่ชอบสอดรู้สอดเห็น
ใบไม้ร่วงที่เก็บไว้ทางตอนเหนือของหมู่บ้านหมักมานานกว่าหนึ่งปี เป็นปุ๋ยชั้นดี
โซอีแนะนำโรนันว่า พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ทั้งหมู่บ้านจะนำใบไม้ที่เก็บรวบรวมมาทิ้งไว้ที่นั่น ถ้าปีนี้เขาอยู่ที่ลูร์มาแรงในฤดูใบไม้ร่วงก็สามารถทำแบบนั้นได้เช่นกัน
“ผมทำแน่นอนครับ!” โรนันตะโกนตอบ
รถแทรกเตอร์ของบ้านหลุยส์เก่าเกินไป โซอีบอกว่าอายุมันอาจจะมากกว่าเธอเสียอีก
สำหรับของเก่าแบบนี้ แค่ใช้งานได้ก็พอแล้ว เรื่องเสียงดังอะไรนั่นมองข้ามไปได้เลย
แต่การได้นั่งใกล้ๆ กับโซอีทำให้โรนันตื่นเต้นมาก ถึงแม้ในหูจะมีแต่เสียง ‘ตึ่กๆ’ ของรถแทรกเตอร์ แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะชวนคุย
“คุณไปตลาดนัดเมื่อไหร่ครับ”
โซอีเป็นช่างฝีมือ เธอปั้นเซรามิกและเป่าแก้วอยู่ที่บ้าน พอทำเสร็จก็จะนำไปขายที่ตลาดนัด
“ฉันไปตลาดนัดที่ลูร์มาแรงทุกวันศุกร์ค่ะ” โซอีขยับเข้ามาใกล้โรนันเพื่อให้เขาได้ยินชัดขึ้น
“พาผมไปดูด้วยได้ไหมครับ” โรนันถามอย่างคาดหวัง
โซอีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
“วันศุกร์เจ็ดโมงครึ่งเช้า มาที่หน้าบ้านฉันนะคะ”
“ได้เลยครับ!” โรนันปล่อยมือจากพวงมาลัยแล้วทำท่าโอเค
โซอีแตะแขนโรนันเบาๆ เพื่อเตือน
“มีคนอยู่รอบๆ ระวังหน่อยนะคะ อย่าเสียสมาธิ”
เมื่อโซอีเตือน โรนันก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
วันนี้ชาวบ้านบนถนนเยอะจัง
อาแล็งไม่ได้บอกเหรอว่า ‘ที่ลูร์มาแรง ถ้าวันไหนเจอคนบนถนนเกินสิบคน แสดงว่าในหมู่บ้านมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว’
ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่หนักกว่าเดิม ชาวบ้านเหล่านี้กำลังเคลื่อนที่ตามเขา หรือแม้กระทั่งมีคนขับรถตามเขาด้วย
“ผมคือ ‘เรื่องใหญ่’ ของหมู่บ้านเหรอ” โรนันลูบหัวอย่างกลัดกลุ้ม
โซอีมองออกถึงสถานการณ์ จึงอธิบายให้โรนันฟังอย่างจนใจ
“ที่โพรวองซ์น่ะ สิ่งที่ทุกคนมีเหลือเฟือที่สุดก็คือเวลา ก็เลยจะชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเป็นพิเศษหน่อย คุณค่อยๆ ปรับตัวไปนะคะ”
โรนันเข้าใจลักษณะนิสัย ‘ชอบสอดรู้สอดเห็น’ ของคนโพรวองซ์อย่างถ่องแท้
เขาใช้รถแทรกเตอร์ใส่ปุ๋ยทั้งบ่าย ชาวบ้านก็ยืนดูเขาทั้งบ่าย
สวนหน้าบ้าน สวนหลังบ้าน ไร่องุ่น… บ้านใหม่ของโรนัน ‘ต้อนรับ’ แขกมากมายขนาดนี้เป็นครั้งแรก
ตอนแรกโรนันรู้สึกประหม่าเพราะถูกจับตามอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มปล่อยวาง เพราะยิ่งทำเสร็จเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งจบการถูกประหารชีวิตด้วยสายตาเร็วขึ้นเท่านั้น
สุดท้าย เขาก็เลยดื่มเหล้าไปทำงานไป ใช้ฤทธิ์แอลกอฮอล์สร้างความกล้าให้ตัวเอง
“เจ้าหนุ่มนี่มีจิตวิญญาณของคนโพรวองซ์จริงๆ นะ ภาพคนขับรถแทรกเตอร์ไปดื่มเหล้าไปนี่เห็นได้แค่ที่โพรวองซ์เท่านั้นแหละ”
“ใครบอกฉันว่าเขาทำไร่ไม่เป็น ถ้าไม่ได้เห็นกับตาฉันก็เชื่อไปแล้ว ไอ้คนขี้โกหก!”
“อองรีเจ้านั่นก็พูดจาเหลวไหลอีกแล้ว มิน่าล่ะฟันถึงผุหมดปาก”
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
เมื่อมองดูผลงานของตัวเองในวันนี้ โรนันก็อดตื่นเต้นไม่ได้
คาร์ลบอกว่า แม้แต่ในปีที่แย่ที่สุด ที่ดินแปดเอเคอร์ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวองุ่นได้ถึงสองพันกิโลกรัม
นั่นหมายความว่า ในเดือนกันยายนและตุลาคม โรนันจะได้รับเงินอย่างน้อยหนึ่งหมื่นห้าพันฟรังก์ และในกรณีที่ดีอาจสูงถึงสองหมื่นกว่าฟรังก์
ในปี 1986 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของคนฝรั่งเศสทั้งประเทศอยู่ที่ 2,000-4,000 ฟรังก์ องุ่นเหล่านี้สามารถรับประกันได้ว่าโรนันจะมีกินมีใช้ไปตลอดทั้งปี
“ต้องมีรายได้ทางอื่นอีกแน่นอน!” โรนันให้กำลังใจตัวเองอย่างตื่นเต้น
“ทำได้ไม่เลวเลยนี่” ชายวัยกลางคนสวมหมวกหนัง ชุดยีนส์ และไว้หนวดเคราดกหนาที่ตัดแต่งอย่างดีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
โรนันสังเกตชายคนนี้มานานแล้ว ไม่ว่าเขาจะไปยืนที่ไหน ชาวบ้านก็จะมารุมล้อมทันที แม้แต่อองรีที่ไม่เป็นที่ชื่นชอบของใครก็ยังยิ้มยื่นบุหรี่ให้เขา
“ทำครั้งแรกครับ ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะ” โรนันพูดตามความเป็นจริง
“ทำครั้งแรกเหรอ” ชายแปลกหน้าหันไปพูดกับฝูงชนด้านหลัง “เจ้าหนุ่มนี่ทำครั้งแรกนะอองรี ฉันจำได้ว่าครั้งแรกที่แกขับรถแทรกเตอร์น่ะตกคูน้ำไปเลยไม่ใช่เหรอ ต้องให้คนสิบกว่าคนช่วยกันดึงขึ้นมา”
ทุกคนรอบข้างหัวเราะลั่น อองรีเงียบปากสนิท ไม่กล้าเถียงแม้แต่คำเดียว
ชายคนนั้นถอดหมวกออกแล้วแนะนำตัวเองพร้อมรอยยิ้ม
“ฉันต้องบอกหลุยส์ซะแล้วว่าตำแหน่ง ‘เกษตรกรยอดเยี่ยม’ ของหมู่บ้านลูร์มาแรงที่ลูกชายเขาจะได้ครอง อาจจะต้องเลื่อนออกไปอีกสองสามปี สวัสดีโรนัน ฉันชื่อปีแยร์”
“สวัสดีครับ คุณปีแยร์”
ปีแยร์ เกษตรกรที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านลูร์มาแรง!
เขาก็ดูมาทั้งบ่ายเหมือนกันเหรอ?
โรนันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโชว์รำดาบให้ปรมาจารย์ดูมาทั้งบ่าย เขาจึงถามอย่างนอบน้อม
“มีอะไรต้องปรับปรุงไหมครับ”
การเพาะปลูก เลเวล 2 เทียบไม่ได้เลยกับปีแยร์ คำพูดของปีแยร์เห็นได้ชัดว่าเป็นการล้อเล่น คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อ
ปีแยร์ตบไหล่โรนันอย่างเป็นกันเอง
“ทำงานมาทั้งวัน ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม ไปกินข้าวคุยกันที่บ้านหลุยส์ดีกว่า ฉันอยากกินเนื้อตุ๋นฝีมือลีอามานานแล้ว!”
โรนัน “…”
สมกับเป็นคนโพรวองซ์ที่รักความสนุกสนานจริงๆ เหตุผลแบบนี้ก็คิดออกมาได้
แต่บ้านหลุยส์ไปทำอะไรให้ใครกัน?
ปีแยร์โอบไหล่โรนันเดินผ่านอองรีไป เขาอ้าปากช้าๆ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
อองรีรีบยิ้มทันที ไม่สนใจว่าเมื่อกี้อีกฝ่ายเพิ่งจะเหน็บแนมเขาไป
ปีแยร์เป็นแกนหลักของกลุ่มเกษตรกรในหมู่บ้านลูร์มาแรง มีคนมาจ้างเขาทำงานเยอะมากจนเขาทำไม่ไหว ถ้าเขายอมแบ่งงานให้คนอื่นบ้าง ทุกคนก็จะมีกินมีใช้
อองรีทำหน้าคาดหวัง นี่จะชวนฉันไปด้วยเหรอ?
“อองรี ไปบอกเอ็มม่าด้วยว่าคืนนี้ฉันไม่กลับไปกินข้าวที่บ้าน” ปีแยร์โอบไหล่โรนันแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เอ็มม่าคือภรรยาของปีแยร์
อองรี “???”
การมาเยือนอย่างกะทันหันทำให้โรนันทำตัวไม่ถูก
เพราะช่วงนี้เขาก็พึ่งพาครอบครัวหลุยส์มาไม่น้อย รถแทรกเตอร์ของพวกเขาก็ยังจอดอยู่ในไร่องุ่นของเขาอยู่เลย
เขากลัวว่าจะสร้างความประทับใจที่ไม่ดีให้กับครอบครัวหลุยส์ว่าเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ
แต่เมื่อหลุยส์กับลีอาได้ยินเหตุผลที่ปีแยร์มาขอข้าวกิน พวกเขากลับไม่โกรธเลยสักนิด แถมยังไล่วีเยรีออกไปอีก
“รีบไปบ้านคาร์ล อาแล็ง แล้วก็เฟรดดี บอกพวกเขาว่าไม่ต้องทำกับข้าวแล้ว ให้มาที่นี่เลย”
โรนัน “…”
คนโพรวองซ์นี่รักการสังสรรค์ขนาดไหนกันเชียว?!
หัวข้อหลักของงานเลี้ยง ‘ช่วยโรนันพัฒนาทักษะการเพาะปลูก’ เป็นเพียงข้ออ้าง
จนกระทั่งโรนันได้รับ แต้มความสุข แต้มที่ 11 หัวข้อสนทนาก็ยังไม่วกกลับมาเรื่องทำไร่ไถนาเลย
ปีแยร์ไปเข้าห้องน้ำครั้งหนึ่ง พอกลับมาที่โต๊ะก็ ‘ในที่สุด’ ก็เห็นโรนัน เขารีบยกแก้วขึ้นแล้วพูดกับหลุยส์ว่า
“หลุยส์ แกคิดมากไปแล้ว โรนันไม่ต้องการความช่วยเหลือเลยสักนิด ผลงานของเขาในไร่อาจจะโดดเด่นกว่าวีเยรีด้วยซ้ำ ถ้าฉันเป็นแกนะ ฉันจะเลิกคิดที่จะให้วีเยรีทำไร่ไปเลย เพราะคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาปรากฏตัวแล้ว”
จากนั้นเขาก็ส่ายหัวไปมาแล้วถามโรนัน
“นายทำอาชีพนี้ที่ปารีสเหรอ”
ผลงานของโรนันเมื่อตอนบ่ายในสายตาของผู้มีประสบการณ์ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงอีกมาก แต่จะให้เชื่อว่านี่คือการทำครั้งแรก ปีแยร์ไม่เชื่อเด็ดขาด เว้นแต่ว่าโรนันจะเป็นอัจฉริยะ!
หลุยส์รู้จักนิสัยของเพื่อนเก่าหลายสิบปีคนนี้ดี ปีแยร์ชอบแกล้งคนที่สุด
“ปีแยร์ ถ้าฉันเป็นแกนะ ฉันก็ไม่ทำไร่เหมือนกัน มาขายบ้านกับฉันดีกว่า ฮ่าๆ”
เสียงหัวเราะดังลั่นโต๊ะ มีเพียงปีแยร์ที่อธิบายอย่างจริงจัง
“ฉันพูดจริงๆ นะ!”
นิทานเด็กเลี้ยงแกะก็เป็นที่นิยมในฝรั่งเศสเหมือนกัน
ทุกคนคิดว่าปีแยร์แค่แกล้งคนเก่งขึ้น การแสดงของเขานั้นช่างแนบเนียนเหลือเกิน
ล้อกันเล่นรึเปล่า
โรนัน?
ทำไร่??
เลิกเล่นละครตามใจคุณชายได้แล้ว!
“คุณปีแยร์พูดจริงๆ ค่ะ” โซอีที่ปกติจะเงียบขรึม มองไปยังโรนันที่เงียบขรึมไม่แพ้กันด้วยสีหน้าซับซ้อน “โรนันไม่ได้ล้อเล่น เขาเตรียมตัวมาพร้อมจริงๆ”
เสียงหัวเราะทั้งโต๊ะเงียบกริบ