บทที่ 12 ขาดทุนย่อยยับ
บทที่ 12 ขาดทุนย่อยยับ
จากบทเรียนเรื่องหมู เป้าหมายหลักของการฝึกสุนัขหาทรัฟเฟิลคือการสอนให้สุนัขหาทรัฟเฟิลเจอ ไม่ใช่ทำลายมัน
ดังนั้น เวลาฝึกจะต้องให้รางวัลกับการค้นพบของสุนัข ไม่ใช่ปล่อยให้มันขุดมั่วซั่วไปทั่ว
วิธีการฝึกสุนัขที่ปีแยร์สอนคือ ให้นำทรัฟเฟิลสดใส่ลงในถุงเท้าที่ไม่มีกลิ่น ผูกปมให้แน่นเพื่อไม่ให้ทรัฟเฟิลหลุดออกมา
จากนั้นใช้ถุงเท้าที่มีกลิ่นเฉพาะตัวนี้เป็นของเล่นให้สุนัข โยนออกไปแล้วให้มันคาบกลับมา
ทุกครั้งที่มันคาบถุงเท้ากลับมา ให้รางวัลมัน เช่น ขนมปังหรือเนื้อ เพื่อให้มันยอมปล่อยถุงเท้า
หลังจากฝึกแบบนี้ไประยะหนึ่ง ก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือการนำถุงเท้าไปซ่อน เริ่มจากในบ้านแล้วค่อยๆ ขยับไปนอกบ้าน เพื่อฝึกความไวต่อกลิ่นทรัฟเฟิลของสุนัขและทำให้มันจดจำว่า ทุกครั้งที่คาบของที่มีกลิ่นนี้กลับมาจะได้รางวัล
ปีแยร์บอกว่าเขาใช้วิธีนี้ฝึกสุนัขหาทรัฟเฟิลที่ ‘สร้างผลงานโดดเด่น’ มาแล้วกว่าสิบตัว ถึงแม้คนโพรวองซ์จะชอบคุยโว แต่เมื่อหักลบส่วนที่เกินจริงออกไป โรนันก็เชื่อว่าตัวเลขนี้คงไม่น้อยไปกว่านั้นมากนัก
แต่ตอนที่เขาฝึกเจ้าดำ กลับเจอปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนแรก
เจ้าดำไม่สนใจถุงเท้าเลยแม้แต่น้อย แถมยังหนีห่างเมื่อเห็นมัน
โรนันเดาว่ามันคงไม่ชอบสีฟ้า จึงไปซื้อถุงเท้าสีแดงคู่ใหม่มา แต่สถานการณ์ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
หรือว่าเจ้าดำไม่ชอบกลิ่นทรัฟเฟิล?
แต่พอโรนันเอาทรัฟเฟิลสดไปจ่อจมูกเจ้าดำ เจ้านั่นกลับงับเข้าปากทันที แล้วนั่งตัวตรงรอชิ้นต่อไปอย่างกระตือรือร้น
“คำเดียวก็เท่ากับค่าอาหารทั้งสัปดาห์ของเราแล้ว!” โรนัน ‘เห็นภาพหลอน’ ของการพาหมูไปหาทรัฟเฟิล
วีเยรีที่หยุดสุดสัปดาห์ ได้ดูขั้นตอนการฝึกสุนัขของโรนันทั้งหมด และยังใจดีจูงสุนัขของตัวเองมาสามตัว
“บางทีมันอาจจะไม่รู้ว่าเกมนี้เล่นยังไง” วีเยรีให้ความเห็น “นี่เป็นเรื่องปกติ เราต้องใช้ความเป็น ‘ครอบครัว’ พาให้มันรู้จักโลกใบนี้”
“ได้ผลเหรอ” โรนันถามอย่างครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ
“แน่นอน!” วีเยรีโยนถุงเท้าที่ใส่ทรัฟเฟิลออกไปไกลๆ
สุนัขตัวใหญ่สามตัวพุ่งออกไป ‘พรวด’ เดียว แต่เจ้าดำกลับนั่งแปะอยู่ข้างเท้าของโรนัน หอบหายใจอย่างเบื่อหน่าย เหมือนจะบ่นว่า น่าเบื่อชะมัด เจ้าสามตัวนี่ว่างมากรึไง?
โรนันมองวีเยรีอย่างขอความช่วยเหลือ
“ทำยังไงดี”
วีเยรีขยี้จมูกแล้วยักไหล่
“ก็ผิดปกติไปหน่อย แต่เราต้องยอมรับว่า ‘ลูก’ ของเราอาจจะมีปัญหาทางสติปัญญาบ้าง”
โรนัน “.”
หลังจากวันนั้น เจ้าดำก็งอน ไม่ยอมเล่นกับโรนันอีก ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคงจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้ยากในเร็วๆ นี้
วิธีการฝึกสุนัขนี้ไม่เพียงแต่พิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าดำไม่ค่อยฉลาดนัก แต่ยังทำให้โรนันสูญเสียช่องทางการได้รับ แต้มความสุข ไปอีกทางหนึ่ง เรียกได้ว่าขาดทุนย่อยยับจริงๆ
การแข่งขันหาทรัฟเฟิลในหมู่บ้านเขาคงไม่หวังแล้ว ด้วยความเร็วในการได้รับ แต้มความสุข ในตอนนี้ คงไม่ทันอัปเกรดก่อนถึงเส้นตายแน่นอน แต่เขาก็ยังอยากจะหาเงินจากการหาทรัฟเฟิลอยู่
บ่ายวันหนึ่ง โรนันไปที่โรงเตี๊ยมเก่าอีกครั้ง
หนึ่งคือทำตามคำแนะนำของปีแยร์ เพื่อทำความรู้จักกับเกษตรกรในหมู่บ้านให้เร็วที่สุด สองคืออยากจะถามว่ามีวิธีหาทรัฟเฟิลแบบอื่นอีกหรือไม่
‘การแข่งขันหาทรัฟเฟิล’ ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ของหมู่บ้านลูร์มาแรงกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น วันนี้คนที่มาดื่มเหล้าในโรงเตี๊ยมจึงไม่มากนัก มีเพียงเจ็ดแปดคนนั่งกระจัดกระจายกันอยู่
โรนันนั่งลงที่บาร์ สั่งเบียร์หนึ่งแก้ว พลางคิดว่าจะเริ่มเปิดประเด็นจากโต๊ะไหนดี
แต่คนโพรวองซ์กลับกระตือรือร้นกว่าที่โรนันคิดไว้ เบียร์ยังไม่ทันมาเสิร์ฟ ก็มีคนเข้ามาคุยกับเขาแล้ว
“มีไวน์ใหม่มาล็อตหนึ่ง ฉันแนะนำให้นายลอง” ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อต แจ็กเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม รองเท้าบูทหนัง กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ถือแก้วไวน์มานั่งข้างๆ เขา
เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่โรนันมาหาปีแยร์ที่นี่ เขากำลังคุยกับชายคนนี้อยู่ ตอนนั้นปีแยร์ได้แนะนำให้พวกเขารู้จักกัน โรนันจำได้ว่าชายคนนี้ชื่อเตโอ
เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนของปีแยร์ โรนันก็ผ่อนคลายลงทันที
“ไม่ใช่ของสหกรณ์โรงบ่มไวน์โมลีเหรอครับ”
ไวน์เป็นสิ่งที่คนฝรั่งเศสขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน
จากสถิติ คนฝรั่งเศสจะดื่มไวน์วันละ 3 แก้ว แต่โรนันเดาว่าข้อมูลนี้คงไม่รวมคนโพรวองซ์แน่นอน
ที่นี่ ทุกคนดื่มเหล้าตั้งแต่ลืมตาจนกระทั่งหลับตา
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีเหล้าเป็นเพื่อน แม้แต่ตอนขับรถก็ไม่เว้น
องุ่นส่วนใหญ่ที่เก็บเกี่ยวได้ในฤดูใบไม้ร่วงของหมู่บ้านลูร์มาแรงจะถูกส่งไปยังสหกรณ์โรงบ่มไวน์โมลีที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้ากิโลเมตร และทั้งหมู่บ้านก็สามารถซื้อไวน์จากที่นั่นได้ในราคาที่ถูกมาก
หลังจากย้ายมาที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงส่วนตัวหรือกินข้าวนอกบ้าน ไวน์ที่โรนันดื่มก็ล้วนผลิตจากที่นั่น
ทำไมโรนันถึงจำเรื่องนี้ได้แม่นยำน่ะเหรอ?
ก็เพราะทุกครั้งที่ดื่ม ระบบจะให้ แต้มความสุข 1 แต้ม เขาจึงไวต่อเรื่องนี้เป็นพิเศษ
เตโอยกแก้วขึ้นดื่มอึกใหญ่ หลับตาลงแล้วจูบนิ้วตัวเองอย่างโอเวอร์
“ ‘เซ็กซี่’ กว่าไวน์ของโมลีเสียอีก”
โรนันคุ้นเคยกับการแสดงออกที่ ‘โอเวอร์’ แบบนี้ของคนโพรวองซ์แล้ว อีกอย่างที่นี่ก็เป็นโรงเตี๊ยมเก่าที่รวมพลคนขี้เมา เขาจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
แต่เขาก็ยังให้เกียรติอีกฝ่ายโดยพูดกับเจ้าของร้านว่า
“ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ ขอแบบเดียวกับเตโอแก้วหนึ่ง”
“เพื่อนเอ๋ย นายไม่ผิดหวังแน่!” เตโอมาดื่มเหล้าตั้งแต่เช้า ตอนนี้ก็เริ่มกรึ่มๆ แล้ว เขาถามโรนันด้วยสายตาเลื่อนลอย “มาหาปีแยร์เหรอ เขาไปหาทรัฟเฟิลมาสองสามวันแล้ว”
โรนันส่ายหน้า
“ไม่ใช่ครับ”
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเตโอก็เป็นเกษตรกรเหมือนกัน โรนันจึงบอกจุดประสงค์ที่มาในวันนี้
“นักล่าทรัฟเฟิลทุกคนต้องใช้สุนัขนำทางเหรอครับ มีวิธีหาทรัฟเฟิลแบบอื่นอีกไหม”
เตโอเคาะแก้วเปล่า เป็นสัญญาณบอกให้เจ้าของร้านเติมอีกแก้ว
“ก็มีคนที่มีประสบการณ์จนหาทรัฟเฟิลเจอได้เหมือนกัน พวกนั้นเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ การไม่มีสัตว์อยู่ข้างๆ จะช่วยให้รักษาฐานลับของตัวเองได้ง่ายขึ้น แต่ที่หมู่บ้านลูร์มาแรงน่ะไม่มีคนเก่งขนาดนั้นหรอก ทุกคนใช้สัตว์ช่วยทั้งนั้น”
เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็สร่างเมาขึ้นมาหน่อย
“นายถามเรื่องนี้ทำไม”
อย่าดูถูกความอยากเอาชนะของผู้ชาย สองสามวันนี้เกษตรกรทั้งหมู่บ้านต่างก็ออกไปหาทรัฟเฟิลกันหมด
คนที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ที่นี่ตอนนี้ล้วนเป็นพวกที่หาทรัฟเฟิลไม่เก่ง หรือไม่ก็ยอมรับว่าตัวเองคงไม่ประสบความสำเร็จ
และทุกคนก็คิดว่าโรนันอยู่ในรายชื่อนั้นด้วย
เขาขับรถแทรกเตอร์เก่ง ใส่ปุ๋ยกำจัดวัชพืชก็ดูคล่องแคล่ว แต่การหาทรัฟเฟิลมันไม่เหมือนกัน
ขนาดพวกเขาที่อยู่กับธรรมชาติมาหลายสิบปียังยอมแพ้ แล้วเขาจะดันทุรังไปทำไมกัน?
คำตอบของเตโอทำให้โรนันผิดหวังอย่างมาก ในขณะที่ความคิดกำลังสับสน เขาก็ไม่ได้สังเกตเห็นแววประหลาดใจและไม่เชื่อถือในน้ำเสียงของอีกฝ่าย
“แค่ถามดูเฉยๆ ครับ”
เขาดื่มไวน์เข้าไปอึกหนึ่งด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
พบว่ามันอร่อยกว่าไวน์ที่ผลิตโดยสหกรณ์โรงบ่มไวน์โมลีจริงๆ เตโอไม่ได้โกหก
โรนันไม่อยากจะกลืนลงไปทั้งหมด เขาค่อยๆ ละเลียดชิมอยู่ในปาก ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
[การได้ลิ้มรสไวน์พื้นเมืองลูเบอรงขนานแท้ช่วยเพิ่มแต้มความสุข 2 แต้ม]