บทที่ 11 บทเรียนปฐมวัยเริ่มขึ้นแล้ว

บทที่ 11 บทเรียนปฐมวัยเริ่มขึ้นแล้ว
บ่ายวันนั้น โรนันนั่งรถกระบะของปีแยร์ที่เสียงดังยิ่งกว่ารถแทรกเตอร์ มุ่งหน้าสู่ใจกลางเทือกเขาลูเบอรง
ปีแยร์ไม่เกรงกลัวต่อเสียงดังและความหนาวเหน็บเลยแม้แต่น้อย แม้ในอุณหภูมิที่ใกล้ศูนย์องศา เขาก็ยังคงเปิดหน้าต่างรถจนสุด วางข้อศอกพาดขอบหน้าต่างอย่างเท่ๆ พลางสูบบุหรี่และเล่าเรื่องราวประเพณีที่สืบทอดกันมาในหมู่เกษตรกรของลูร์มาแรงให้โรนันฟัง
“การหาทรัฟเฟิลต้องใช้ความอดทน ตอนที่โชคไม่ดีอาจจะหาไม่ได้เลยเป็นสัปดาห์ๆ ถึงแม้ราคาจะเย้ายวนใจมาก แต่การคว้าน้ำเหลวเป็นเวลานานก็บั่นทอนกำลังใจได้เหมือนกัน”
“ก็เลยคิดเกมขึ้นมาเหรอครับ” โรนันเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
ปีแยร์พูดอย่างกระตือรือร้น
“เราจะเอารูปของคนที่หาทรัฟเฟิลได้เยอะที่สุดในสัปดาห์นั้นไปแขวนไว้บนผนังของโรงเตี๊ยมเก่า ใครก็ตามที่มาดื่มเหล้าจะต้องพูดกับรูปนั้นว่า ‘แด่คุณ xx’! เป็นไงล่ะ น่าสนใจใช่ไหม”
โรนันแสร้งเห็นด้วย
“น่าสนใจครับ น่าสนใจ”
คนที่คิดเกมไร้สาระแบบนี้ขึ้นมาคงไม่ใช่คุณหรอกนะ?
“ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ!” ปีแยร์คาบบุหรี่ไว้ในปาก พลางตบหน้าอกขวาของตัวเอง แต่แล้วสีหน้าก็เศร้าลงอย่างรวดเร็ว “แต่การหาทรัฟเฟิลมันยากเกินไป ความกระตือรือร้นของทุกคนก็เลยรักษายาก สองสามปีมานี้ไม่มีใครเล่นเกมนี้แล้ว จะมีก็ต่อเมื่อในหมู่บ้านมีคนหาเห็ดคนใหม่ เกมนี้ถึงจะปรากฏขึ้นมาสักครั้ง คนที่หาไม่ได้จะต้องเลี้ยงเหล้าทุกคน”
ในหัวของโรนันผุดคำถามขึ้นมาสองสามข้อ
“มีใครเข้าร่วมบ้างครับ”
“เกษตรกรทุกคนในหมู่บ้าน” ในฐานะ ‘แกนนำ’ ของเกษตรกรในหมู่บ้านลูร์มาแรง ปีแยร์สามารถเรียกทุกคนมารวมตัวกันได้
“แล้วทุกคนจะรู้ได้ยังไงครับว่าเกมเริ่มแล้ว” โรนันถามต่อ
ในหมู่บ้านลูร์มาแรง ไม่ใช่ทุกบ้านจะมีโทรศัพท์ อย่างบ้านของโรนันก็ไม่มี
ถ้าเกิดมีคนที่ไม่ได้รับแจ้งข่าว ก็คงจะต้องเสียเงินเลี้ยงเหล้าอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่น่ะสิ?
ที่ถามแบบนี้ก็เพราะโรนันกังวลว่าตัวเองจะถูกนับรวมอยู่ในกลุ่ม ‘เกษตรกร’ ด้วย ไม่อยากให้กระเป๋าเงินต้องเดือดร้อน
ทันใดนั้นปีแยร์ก็หันมามองโรนัน
“ที่ลูร์มาแรง โรงเตี๊ยมเก่าก็เหมือนบ้านของพวกเกษตรกรนั่นแหละ นายก็ควรจะไปบ่อยๆ”
โรนันคิดไม่ผิดเลย เขาย่อมถูกนับเป็นหนึ่งในเกษตรกรอยู่แล้ว แถมยังเป็นประเภทที่ค่อนข้าง ‘ป็อปปูลาร์’ อีกด้วย
นี่คือเรื่องที่สองที่ปีแยร์อยากจะพูด
“เชื่อฉันสิ อีกไม่เกินครึ่งเดือนนายจะได้เป็นพี่น้องกับพวกขี้เมาเยอะแยะเลย”
โรนันเป็นหัวข้อสนทนาหลักของโรงเตี๊ยมเก่า พวกเกษตรกรต่างก็สนใจว่าคนต่างถิ่นคนนี้จะนำอาชีพใหม่ๆ มาให้พวกเขาได้หรือไม่ ทั้งยังสงสัยว่าเขาจะปลูกอะไรในไร่องุ่นผืนนั้น หรือแม้กระทั่งมีคนว่างงานเปิดวงพนันเรื่องนี้กันเลยทีเดียว
แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ยังคงมองในแง่ร้าย
แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ปีแยร์ก็หวังว่าโรนันจะได้รับการยอมรับจากน้องๆ กลุ่มนี้ คนทำไร่ไถนาคือพี่น้องกัน
แต่เรื่องนี้โรนันต้องพยายามด้วยตัวเอง
โรนันมองออกไปนอกรถ
“ผมจะไปบ่อยๆ ครับ”
เขาจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ ต่อไปนี้จะไปโรงเตี๊ยมเก่าสัปดาห์ละสองสามครั้ง อย่างที่โซอีบอก ชีวิตในโพรวองซ์มีเวลาเหลือเฟือ นี่ก็ถือเป็นวิธีฆ่าเวลาอย่างหนึ่ง
โรนันคิดว่าอย่างน้อยปีแยร์คงจะพาเขาเข้าไปในป่า แต่ไม่นึกว่าเวทีเล่าเรื่องตลกในวันนี้จะอยู่ข้างถนน D943
ถนน D943 แบ่งเทือกเขาลูเบอรงออกเป็นสองส่วน ทางเหนือคือลูเบอรงใหญ่ ทางใต้คือลูเบอรงเล็ก นี่คือถนนที่ชาวบ้านทุกคนที่อาศัยอยู่ในแถบลูเบอรงคุ้นเคยที่สุด
“แถวนี้มีทรัฟเฟิลด้วยเหรอครับ” โรนันมองซ้ายมองขวาอย่างไม่แน่ใจ
ปีแยร์ดึงสุนัขของเขาเข้ามาใกล้ แล้วขยิบตาให้โรนัน
“เป้าหมายของฉันคือที่หนึ่งของการแข่งขันนะ”
ทันใดนั้นโรนันก็นึกถึงคำพูดของโซอี ‘อย่าคาดหวังอะไรมากนะคะ พวกเขาจะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่ได้จะให้คุณขุดเจอจริงๆ หรอก นักเก็บเห็ดทุกคนไม่ชอบให้ใครมาเจอ ‘สวนลับ’ ของตัวเองหรอกค่ะ’
ดูเหมือนว่าจะมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์จริงๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะถามคำถามไม่ได้
ปีแยร์เป็นคนที่ชอบแบ่งปันประสบการณ์มาก
โรนันเดินตามปีแยร์ไปติดๆ
“การหาทรัฟเฟิลมีเคล็ดลับอะไรไหมครับ”
ปีแยร์สวมบทบาทอาจารย์อย่างเต็มที่
“สมัยก่อน เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดคือการมีหมูสักตัว แต่หมูก็สร้างปัญหาที่ไม่จำเป็นมากมาย หมูชอบทรัฟเฟิลมากกว่าคนรวยเสียอีก พอเจอปุ๊บก็จะกินอย่างบ้าคลั่ง หมูที่แข็งแรงตัวหนึ่งสามารถโตได้ถึง 300 กว่ากิโลกรัมสบายๆ นายคิดว่าตอนที่นายใช้แรงทั้งหมดแย่งทรัฟเฟิลมาจากปากของเจ้านั่น ทรัฟเฟิลจะเหลือสักเท่าไหร่กัน”
โรนันคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบอย่างจริงจัง
“ไม่รู้ว่าถ้าโฆษณาว่าหมูพวกนี้โตมาด้วยการกินทรัฟเฟิล จะมีคนยอมซื้อมันในราคากิโลกรัมละ 2,000 ฟรังก์รึเปล่านะครับ”
“ฮ่าๆๆ” ปีแยร์ตบไหล่โรนันแรงๆ สองครั้ง “นี่เป็นเรื่องตลกที่ดีที่สุดที่ฉันเคยได้ยินมาในปีนี้เลย!”
“ตอนนี้นายเข้าใจรึยังว่าทำไมสุนัขถึงมาทีหลังแต่ดังกว่า กลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของนักล่าทรัฟเฟิล” ปีแยร์ยิ้มพลางอุ้มสุนัขของเขาขึ้นมาในแนวนอน
โรนันพยักหน้าแล้วเดินไปยังต้น ‘โอ๊ก’ ต้นหนึ่ง
“ดีใจจริงๆ ที่สุนัขมาทีหลังแต่ดังกว่า”
ปีแยร์วางสุนัขลงแล้วหัวเราะ
“ทำไมล่ะ”
โรนันกางมือออกอย่างจนใจ
“ผมมีแต่หมา ไม่มีหมู ถ้าต้องใช้แต่หมู ตอนนี้ผมคงต้องไปจ่ายเงินที่โรงเตี๊ยมเก่าแล้วล่ะครับ”
ปีแยร์หัวเราะลั่น
“นายจะต้องเป็นคนโพรวองซ์ที่สมบูรณ์แบบได้แน่!”
เพื่อนเอ๋ย หรือว่านายคิดว่าตัวเองจะหาเจอในสัปดาห์นี้ได้งั้นเหรอ?
ต้นไม้ที่อยู่ตรงหน้านายนั่นไม่ใช่ต้นโอ๊กสักหน่อย!
แต่ฉันชอบความ ‘มองโลกในแง่ดี’ ของนายนะ!
ในช่วงสามชั่วโมงต่อมา ปีแยร์ได้ถ่ายทอดเคล็ดลับทั้งหมดที่เขารู้เกี่ยวกับการหาทรัฟเฟิลให้โรนัน
เขาสอนให้โรนันรู้จักชื่อต้นไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในเทือกเขาลูเบอรง และยังสอนวิธีการฝึกสุนัขหาทรัฟเฟิลอีกด้วย
โรนันตั้งใจฟังและจดจำไว้ในใจ
เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน เขาไปหาคุณนายเชลส์เจ้าของร้านอาหารเพื่อซื้อทรัฟเฟิลชิ้นเล็กเท่าเล็บมือ แล้วไปที่ร้านขายของชำเพื่อซื้อถุงเท้าคู่ใหม่
ปีแยร์บอกว่าสุนัขขาสั้นจะหาทรัฟเฟิลได้ดีที่สุด เพราะจมูกของพวกมันอยู่ใกล้พื้นโดยธรรมชาติ
เจ้าดำยังเล็กเกินไป แถมยังไม่ใช่สุนัขขาสั้นอีก โรนันจึงกังวลมากว่ามันจะทำหน้าที่นี้ได้หรือไม่
แล้วนี่จะถือว่าเป็นการใช้แรงงานเด็กหรือเปล่านะ?
แต่ในระบบของเขามีทักษะ การเก็บเกี่ยว อยู่ ถ้าได้สุนัขหาทรัฟเฟิลมืออาชีพมาช่วยอีกแรง ใครจะบอกว่าการแข่งขันครั้งนี้เขาไม่มีหวังล่ะ?
พอเข้าประตูมา เจ้าดำก็ทักทายโรนันอย่างอบอุ่นด้วยการเอาหน้ามาถูไถ แล้ววิ่งวนรอบตัวเขาอย่างตื่นเต้น
แต่ปฏิกิริยาของโรนันกลับไม่กระตือรือร้นเหมือนปกติ ในดวงตาของเจ้าตัวเล็กจึงปรากฏแววโง่เขลาอย่างใสซื่อขึ้นมาทันที
โรนันย่อตัวลง พยายามรักษาระดับสายตาให้ตรงกัน ลูบหัวมันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“จะได้กินเนื้อทุกมื้อรึเปล่าก็ขึ้นอยู่กับแกแล้วนะ”
เจ้าดำสัมผัสได้ถึงอันตรายจากน้ำเสียงของโรนัน มันจึงหันหลังวิ่งหนีทันที
โรนันเจอมันได้อย่างง่ายดายในที่นอนของมัน ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในใจก็ยิ่งทวีคูณ
หนีไปอยู่ในที่นอนตัวเองเนี่ยนะ
ต่อให้ซ่อนในห้องน้ำก็ยังดีกว่า
ไอคิวระดับนี้ทำเอาฉันไม่มั่นใจเลย!
“บทเรียนปฐมวัยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
อู อู
ในอ้อมแขนของโรนัน เจ้าดำส่งเสียงครางประท้วง

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 11 บทเรียนปฐมวัยเริ่มขึ้นแล้ว

ตอนถัดไป