บทที่ 14 รังแกเด็ก

บทที่ 14 รังแกเด็ก
ไม่มีใครเชื่อว่าโรนันจะหาทรัฟเฟิลเจอ
เขาไม่ได้ดื่มเหล้าอยู่ที่โรงเตี๊ยมเก่าตลอดเวลาเหรอ?
ถึงแม้จมูกจะบอกพวกเขาว่าในถุงคือทรัฟเฟิล แต่ก็ยังมีคนแนะนำให้โรนันเอาของออกมาให้ดู ผลก็คือพวกเขายิ่งไม่อยากจะเชื่อเข้าไปใหญ่
ใหญ่เท่าลูกเทนนิสเลยเหรอ?
ปีแยร์ใช้เล็บนิ้วก้อยขูดดินออกมานิดหน่อย แล้วเอามาดมที่จมูก
“สดๆ เลย เพิ่งขุดมาไม่เกิน 5 ชั่วโมง”
นี่ก็ตัดความเป็นไปได้ที่โรนันจะซื้อมา
ที่ที่ซื้อทรัฟเฟิลได้ไม่มีของสดขนาดนี้ คนที่ขุดของสดเจอได้ก็คงไม่ขายให้โรนัน เพราะตอนนี้เป็นช่วงแข่งขัน ทุกคนต่างก็อยากจะเป็นที่หนึ่ง
เตโอสร่างเมาแล้ว เขาพูดอย่างทึ่งๆ
“ที่แปลกกว่านั้นคือเขารู้วิธีเก็บรักษาทรัฟเฟิลด้วย มันทุกก้อนยังชื้นอยู่เลย ปีแยร์ นายสอนเขารึเปล่า”
หลังจากที่ทรัฟเฟิลถูกขุดขึ้นมาจากใต้ดิน มันจะเริ่มสูญเสียน้ำและแห้งลง ซึ่งจะทำให้น้ำหนักลดลง
ทรัฟเฟิลขายตามน้ำหนัก สิ่งที่ระเหยไปไม่ใช่น้ำ แต่เป็นธนบัตร!
นักล่าทรัฟเฟิลที่มีประสบการณ์จะให้ความสำคัญกับการรักษาความชื้นของทรัฟเฟิลเป็นอย่างมาก และโรนันก็ทำเช่นนั้น
สีหน้าของปีแยร์จริงจังขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ฉันไม่ได้สอนเขาเรื่องนี้”
เขาไม่เคยคิดว่าโรนันจะขุดทรัฟเฟิลเจอได้ จะไปสอนวิธีเก็บรักษาให้เขาได้ยังไง?
หรือว่าที่ที่เขาสุ่มๆ ไปเจอนั้นมีของ แล้วโรนันเด็กว่าง่ายคนนี้ไปฝึกที่นั่นแล้วขุดเจอ?
พระเจ้าช่วย นั่นมันทรัฟเฟิลก้อนใหญ่เท่าลูกเทนนิสเลยนะ!
เป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดที่เจอในสัปดาห์ของการแข่งขันเลย!
“นายขุดที่ไหน” เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐาน ปีแยร์ถาม
โรนันเลิกคิ้วให้เขา
“นักล่าทรัฟเฟิลทุกคนต่างก็มี ‘สวนลับ’ ของตัวเอง”
พูดจบ เขาก็เก็บทรัฟเฟิลอย่างระมัดระวัง แล้วดื่มไวน์อึกสุดท้าย
“พวกคุณดื่มกันไปก่อนนะ”
“ดื่มอีกหน่อยสิ! อย่าเพิ่งรีบกลับ!” รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงรั้งเขาไว้
ทุกคนต่างก็สงสัยว่าโรนันขุดทรัฟเฟิลเจอได้อย่างไร อยากจะล้วงความลับจากปากเขาให้ได้มากที่สุด
“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้มีธุระ” โรนันยิ้มพลางโบกมือ แล้วผลักประตูโรงเตี๊ยมเก่าออกไป
หลังจากโรนันไปแล้ว บรรยากาศก็กลับมาเหมือนเดิม เพียงแต่หัวข้อสนทนาก็ยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเขา
ทุกคนเดาว่าโรนันเป็นหนุ่มที่โชคดีมาก เพราะทุกคนที่เคยขุดทรัฟเฟิลต่างก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องอาศัยโชคขนาดไหน บางทีแค่อารมณ์ของสุนัขก็อาจจะส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายได้
ทันใดนั้น เตโอก็เหมือนเห็นผี ดวงตาแข็งทื่อ มองไปยังที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า
ปีแยร์เหลือบมองเขา
“ถ้าไม่ยอมแพ้ก็ไปขุดสิ การแข่งขันยังไม่จบ”
รวมถึงตัวปีแยร์เองด้วย หลายคนก็ได้รับผลกระทบจาก ‘ความโชคดี’ ของโรนัน ไม่เข้าใจว่าทำไมเทพีแห่งโชคถึงได้เข้าข้างคนอื่น ไม่ใช่ตัวเอง
เพียงเพราะโรนันหน้าตาดีกว่างั้นเหรอ?
แต่การท้อแท้ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ยอมแพ้ก็ ‘สู้’ กลับไป! ด้วยวิถีของเกษตรกร!
ยังไงเขาก็ตัดสินใจแล้ว ดื่มแก้วนี้หมดก็จะกลับบ้าน พรุ่งนี้ฟ้ายังไม่สางก็จะออกเดินทาง
เตโอพูดอย่างตะกุกตะกัก
“ไม่ ไม่ใช่หรอก ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าโรนันไม่มีสุนัขหาทรัฟเฟิล เขาขุดเจอได้ยังไง”
โรงเตี๊ยมเก่าระเบิดขึ้นทันที ไม่สามารถสงบลงได้อีก
วันนี้โรนันกลับบ้านเร็ว เพราะพรุ่งนี้เป็นวันศุกร์อีกแล้ว
เขาต้องไปตลาดนัดกับโซอี จะให้มีกลิ่นเหล้าติดตัวไปไม่ได้
วันรุ่งขึ้น โรนันก็เหมือนกับสัปดาห์ที่แล้ว มาถึงหน้าบ้านหลุยส์ก่อนเวลานัดสองสามนาที
เวลาผ่านไปเพียงสัปดาห์เดียว แต่อากาศก็หนาวลงมาก โรนันต้องเดินย่ำเท้าไปมาเพื่อคลายหนาว
นี่ทำให้เขานึกถึงแผนการสำหรับฤดูหนาวของตัวเอง
เตาผิงถูกใช้งานแล้ว แต่อุณหภูมิก็ยังไม่สูงขึ้น ทุกวันคนกับหมาต้องกอดกันเพื่อความอบอุ่น
นี่อาจจะเป็นเพราะหน้าต่างหลายบานมีลมรั่ว
เจ้าของบ้านคนก่อนอย่างคุณมีแชลจะมาใช้ชีวิตที่โพรวองซ์เฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น จึงไม่ได้ติดตั้งเครื่องทำความร้อน และยังละเลยปัญหาเรื่องการรักษาความอบอุ่นของบ้านในฤดูหนาว
แต่ไม่ว่าจะติดตั้งเครื่องทำความร้อนหรือเปลี่ยนหน้าต่างก็ต้องใช้เงินเยอะมาก และตอนนี้โรนันก็ยังต้องการซื้อรถอีกคัน
เขาจะไปยืมรถหลุยส์ทุกครั้งที่ออกไปหาทรัฟเฟิลไม่ได้
อีกอย่างถ้ามีรถ เขาก็จะสามารถเดินทางไปได้ไกลขึ้น ซึ่งสำคัญมากต่อการเก็บค่าประสบการณ์
เฮ้อ เงินเนี่ย มันช่างขาดแคลนจริงๆ!
โซอีก็มาก่อนเวลาสองสามนาทีเช่นกัน
เมื่อเห็นโรนันยืนตาเหม่อลอยอยู่หน้าบ้าน แถมยังเดินโซซัดโซเซ เธอก็อดหัวเราะไม่ได้
“เมื่อวานยังไม่สร่างเมาเหรอ”
แน่นอนว่าเธอก็ได้ยินฉายาใหม่ของโรนันแล้ว
โรนันรับของในมือโซอีมาอย่างเขินๆ โซอีก็ไม่ได้ปฏิเสธเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว จากนั้นเขาก็พูดอย่างอายๆ
“เมื่อวานไม่ได้ดื่มครับ”
“เหรอ?” โซอีจงใจลากเสียงยาว ดูเหมือนจะอารมณ์ดีมาก
โรนันรีบแก้ตัวอย่างร้อนรน
“ไม่ได้ดื่มเยอะครับ”
“แล้วเมื่อกี้คุณทำอะไรอยู่คะ” โซอีไม่ได้ ‘แกล้ง’ เขาต่อ
“หนาวนิดหน่อยครับ เลยขยับตัวนิดหน่อย” โรนันคงไม่บอกหรอกว่ากำลังกลุ้มใจเรื่องเงินอยู่
รอยยิ้มบนใบหน้าของโซอีหายไปทันที
“อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ วันนี้คุณอย่าไปเลย”
สัปดาห์ที่แล้วที่พาโรนันไปตลาดนัดก็เพราะเขาไม่เคยไป
สัปดาห์นี้เขาจะตามไปอีก ก็ไม่มีเหตุผลอะไรแล้ว
หรือเพียงเพราะต้องเลี้ยงข้าวเขางั้นเหรอ?
แต่ถ้าอย่างนั้นก็ให้โรนันมาหาเธอตอนเที่ยงก็ได้นี่นา… โซอีเริ่มโทษตัวเองที่จัดการเรื่องนี้อย่างไม่มีเหตุผล
โรนันยิ้มกว้าง
“วันนี้ผมก็ไปขายของเหมือนกันครับ”
“ขายอะไรคะ” โซอีกะพริบตาโตถาม
เธอไม่เห็นโรนันเอาอะไรมาด้วย
โรนันหยิบทรัฟเฟิลที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าและเก็บรักษาอย่างดีออกมาอย่างระมัดระวัง
“ของชิ้นนี้ ผมจะขายยังไงดีครับ”
โซอียืนนิ่ง ไม่รู้จะพูดอะไร
การเข้าร่วมตลาดนัดต้องมีการขออนุญาต ด้วยความช่วยเหลือของโซอี การอนุมัติก็ผ่านไปอย่างราบรื่น โรนันสามารถตั้งแผงขายได้ในวันนั้นเลย
แต่เขาไม่ได้เตรียมของที่จำเป็นสำหรับการตั้งแผงมา วันนี้จึงต้องมาเบียดกับโซอีไปก่อน
แผงของโซอีใหญ่มาก ถึงแม้จะแบ่งพื้นที่ให้แค่หนึ่งในสิบ แต่สำหรับทรัฟเฟิลหกก้อนของโรนันก็ยังดูกว้างขวางอยู่
ทรัฟเฟิลที่เป็นสินค้าตามฤดูกาลแบบนี้เป็นหนึ่งในของที่ขายดีที่สุดในตลาดนัด พอวางขายปุ๊บก็ดึงดูดลูกค้าได้ไม่ขาดสาย
ทรัฟเฟิลก้อนใหญ่เท่าลูกเทนนิสถูกซื้อไปในเวลาไม่ถึงสิบนาที ก้อนเล็กๆ ก็ขายหมดภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง รวมแล้วโรนันได้เงินมา 2,100 ฟรังก์
ไม่เพียงแต่โรนันจะทำเงินได้ก้อนโต ธุรกิจของโซอีก็ดีขึ้นตามไปด้วย
ถ้วยกับจานของเธอเป็นของที่มีราคาค่อนข้างสูงในตลาดนัด ชิ้นหนึ่งราคาอยู่ในช่วง 100-200 ฟรังก์
ปกติช่วงเช้าจะขายได้สองสามชิ้นก็ถือว่าทำตามเป้าแล้ว แต่เพราะทรัฟเฟิลช่วยดึงดูดลูกค้า วันนี้จึงขายได้ถึงห้าชิ้น
โรนันขายของหมดนานแล้ว โซอีก็ทำยอดขายเกินเป้า เธอจึงเริ่มเก็บร้านก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง
“ไปกันเถอะ ฉันเลี้ยงข้าว”
โรนันลุกขึ้นช่วยอย่างรู้หน้าที่
“วันนี้ให้ผมเลี้ยงดีกว่าครับ ถ้าไม่มีคุณผมก็ไม่รู้จะไปหาใคร”
ตอนนี้โรนันต้องการเงินด่วน และทรัฟเฟิลจะมีค่ามากที่สุดเมื่อยังสดอยู่
ถ้าลากไปขายสัปดาห์หน้า อาจจะเสียน้ำหนักไปส่วนหนึ่ง โซอีจึงช่วยชีวิตกระเป๋าเงินของเขาไว้
ผมสีทองของโซอีสยายลงมาราวกับน้ำตก เธอเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ถูกน้องชายที่อายุน้อยกว่าสองปีเลี้ยงข้าวติดกันสองครั้ง คนอื่นจะหาว่าฉันรังแก ‘เด็ก’ นะคะ”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 14 รังแกเด็ก

ตอนถัดไป