บทที่ 15 ตอนนี้มันเกี่ยวกับฉันแล้ว
บทที่ 15 ตอนนี้มันเกี่ยวกับฉันแล้ว
ที่ร้านอาหารของคุณนายเชลส์
ที่เดิม โซอีสั่งอาหารเหมือนกับสัปดาห์ที่แล้ว
หลังจากกินไปได้สักพัก เมื่อเห็นโซอีกินช้าลง โรนันถึงได้ถามคำถามที่เมื่อกี้ไม่ได้ลงลึก
“คุณรู้อายุผมได้ยังไงครับ”
เพื่อที่จะทำให้คนรอบข้างลืมตัวตน ‘คนปารีส’ ของเขาไปโดยสิ้นเชิง โรนันจะพยายามหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องส่วนตัว
โซอีดื่มเหล้าหวานหลังอาหารอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เห็นในสัญญาของพ่อฉันค่ะ”
การที่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่รับผิดชอบเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์จะรู้ข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
แต่โซอีกังวลว่าโรนันจะถามว่า ‘คุณมีนิสัยชอบดูข้อมูลลูกค้าของพ่อเหรอคะ?’ จึงไม่ให้เวลาอีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว รีบเปลี่ยนเรื่องคุย
“โต๊ะ เก้าอี้ และร่มกันแดดอาแล็งมีค่ะ ส่วนผ้าปูโต๊ะเลือกสีที่เข้ากับทรัฟเฟิลนะคะ”
ศูนย์จัดการตลาดนัดจัดแผงให้โรนันอยู่อีกฝั่งหนึ่ง สัปดาห์หน้าเขาก็สามารถไปตั้งแผงที่นั่นได้แล้ว
ความคิดของโรนันถูกโซอีพาออกไป เขาลองลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามอย่างลองเชิง
“ผมขอใช้แผงร่วมกับคุณได้ไหมครับ”
โซอีตกใจไปชั่วครู่ ปฏิกิริยาแรกคือ ‘เขาจงใจสร้างความสัมพันธ์กับฉันรึเปล่า?’ แต่ก็ล้มเลิกความคิดนั้นอย่างรวดเร็ว
พวกเขาทั้งสองเจอกันทุกสัปดาห์ในงานเลี้ยงของครอบครัว แต่โรนันไม่เคยแสดงความกระตือรือร้นต่อเธอเลย
อีกอย่างวิธีฆ่าเวลาของโรนันคือการไปดื่มเหล้าที่โรงเตี๊ยมเก่า ถ้าเขาสนใจเธอจริง ก็น่าจะหาโอกาสไปบ้านเธอบ่อยๆ สิ
“ทำไมคะ” โซอีถามโดยไม่มีน้ำเสียงขึ้นลง แต่จริงๆ แล้วเธอตกใจที่ตัวเองสามารถคิดอะไรมากมายได้ในเวลาไม่กี่วินาที
โรนันพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“คุณก็เห็นแล้ว ผมหาเงินจากทรัฟเฟิลได้ แต่ผมไม่มีรถ”
ทรัฟเฟิลขายดีมาก เกินกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก เป็นที่ต้องการและได้รับความนิยมอย่างมาก
ลูกค้าบางคนดูแต่ไม่ซื้อไม่ใช่เพราะไม่ชอบ แต่เพราะขนาดไม่เหมาะสม บางทีพวกเขาอาจจะอยากซื้อแค่ชิ้นเล็กๆ เพื่อแก้ความอยาก แต่ที่โรนันขายมันใหญ่เกินไป
เขามั่นใจว่า ไม่ว่าจะขุดเจอมากแค่ไหน ก็สามารถขายออกไปได้อย่างง่ายดาย
ตอนนี้ใกล้จะถึงเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ฤดูเก็บทรัฟเฟิลเหลืออีกแค่ช่วงปลาย โรนันต้องพยายามขุดให้ได้มากขึ้นในช่วงเวลานี้ เพื่อนำเงินไปติดตั้งเครื่องทำความร้อน เปลี่ยนหน้าต่าง และซื้อรถของตัวเอง
ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยรถของบ้านหลุยส์
การใช้แผงร่วมกับโซอีจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เธอ โรนันหวังว่าจะใช้วิธีนี้แลกกับสิทธิ์ในการใช้รถคันนั้น
ในตลาดนัดมีคนทำแบบนี้เยอะแยะ เขาเคยเห็นแม้กระทั่งแผงที่ขายทั้งน้ำผึ้งและอาหารทะเลด้วยซ้ำ ดูแล้วทรัฟเฟิลกับเครื่องปั้นดินเผาก็ไม่ได้เป็นส่วนผสมที่แปลกอะไร
จริงๆ แล้วถึงแม้โรนันจะไม่ทำแบบนี้ หลุยส์ผู้ใจดีก็ต้องให้เขายืมรถใช้อยู่แล้ว แต่โรนันรู้สึกเกรงใจ
หลังจากได้พบปะกันหลายครั้ง เขาก็ดูออกแล้วว่าทำไมหลุยส์ถึงปฏิบัติต่อเขาเหมือน ‘แขกผู้มีเกียรติ’ แต่โรนันไม่มีเพื่อนรวยๆ ที่จะมาลงทุนที่โพรวองซ์ได้
เขาที่ได้รับการศึกษาแบบจีนมาตั้งแต่เด็กไม่อยากจะติดหนี้บุญคุณใครมากเกินไป
โซอีดีใจที่โรนันพูดตรงๆ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดา แต่ในใจก็มีความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ยากจะมองข้าม
“คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ใช้รถคันนั้นได้ค่ะ ฤดูหนาวพ่อฉันไม่ค่อยมีงานยุ่ง จะขับรถออกไปก็แค่ตอนไปซื้อของ”
โรนันยิ้มพลางยักไหล่
“ถึงจะเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ก็ต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน”
เมื่อเห็นโซอีทำหน้าจริงจังจ้องมองโต๊ะ โรนันก็เลิกคิ้ว
“ถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็คงต้องเลี้ยงข้าวคุณทุกวันศุกร์แล้วล่ะครับ”
ในใจของโรนันก็วางแผนแบบนี้จริงๆ เมื่อสามวินาทีก่อน เขาก็ได้ยินเสียงที่น่าฟังอีกครั้ง
[การรับประทานอาหารกลางวันกับเพศตรงข้ามที่มีเสน่ห์ช่วยเพิ่มแต้มความสุข 5 แต้ม]
โซอีมอง ‘เด็ก’ ที่จริงใจและมีความสุขตรงข้ามอย่างจนใจ พลางบ่นในใจว่าเขาทำได้อย่างไรที่พูดออกมาแต่ละคำก็ทำให้เธอ ‘คิดไปไกล’ ได้ตลอด ในที่สุดก็ยอมแพ้
“ได้ค่ะ คุณใช้แผงร่วมกับฉันได้”
กินข้าวเสร็จ โรนันอุ้มกล่องที่ใส่ผลงานที่ยังขายไม่หมดของโซอีเดินไปตามถนนหลัก
“ของที่เหลือพวกนี้จะทำยังไงต่อครับ”
โซอีสามารถทำผลงานได้สัปดาห์ละสิบกว่าชิ้น แต่จะขายที่ตลาดนัดได้เพียงไม่กี่ชิ้น
“ไปขายที่ตลาดนัดอื่นต่อ หรือไม่ก็ส่งไปที่ร้านค้าเฉพาะทาง แต่ราคาจะลดลงเยอะเลยค่ะ”
“ร้านค้าเฉพาะทางที่ไหนครับ”
ในหมู่บ้านลูร์มาแรงไม่มีร้านขายเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องแก้วโดยเฉพาะ นี่ทำให้โรนันสงสัยขึ้นมา
เขายังไม่เคยออกจากที่นี่ไปเที่ยวหมู่บ้านอื่นเลย
“ปกติฉันจะส่งไปที่หมู่บ้านเมอแนร์บค่ะ” โซอีพูดตามความจริง
หมู่บ้านเมอแนร์บ หนึ่งในสามเหลี่ยมทองคำ มีระดับการค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่พัฒนามากกว่า
“ไปเมื่อไหร่ครับ พาผมไปด้วยได้ไหม” โรนันถามอย่างตื่นเต้น
โซอีชี้ไปที่กล่องในอ้อมแขนของเขา
“ฉันจะเก็บไว้ให้ได้เยอะๆ ก่อน เพราะไปทีหนึ่งก็ลำบาก คุณแน่ใจเหรอคะว่าจะไปกับฉัน? มันจะเยอะกว่านี้มากเลยนะ”
โรนันทำหน้าสบายๆ แล้วเขย่ากล่องในมือ
“หนักแค่ไหนก็ไม่เป็นไรครับ!”
พูดจบ โรนันก็รู้สึกว่าในมือเบาลง กล่องใบนั้นไปอยู่ในอ้อมแขนของคนอื่นแล้ว
อองรีเผยให้เห็นฟันผุทั้งปาก แล้วพูดกับโรนันอย่างกระตือรือร้น
“จะกลับบ้านเหรอ ฉันช่วยถือกลับไปให้”
โรนันกับโซอีมองหน้ากัน เหมือนจะถามอีกฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้น
โซอีกับอองรีไม่ได้รู้จักกัน แถมยังหลีกเลี่ยงเขาเพราะชื่อเสียงที่ไม่ดีอีกด้วย
โรนันกับอองรีเคยมีเรื่องกัน เขาคงไม่มาช่วยตัวเองหรอก
“ผมถือเองดีกว่าครับ” โรนันแย่งกล่องกลับมา แล้วส่งสายตาให้โซอี ทั้งสองคนก็รีบเดินเร็วขึ้น
อองรีหัวเราะแห้งๆ เหมือนอีกา แล้วเดินตามโรนันกับโซอีไป
“เดี๋ยวจะไปโรงเตี๊ยมเก่าไหม” อองรีถามโรนันอย่างชัดเจน
โรนันส่ายหน้า
“ไม่ไปครับ”
ไม่เพียงแต่วันนี้จะไม่ไป สองสามวันข้างหน้าก็จะไม่ไปเหมือนกัน เขาจะไปหาทรัฟเฟิล
อองรีใช้นิ้วที่แห้งกร้านเกาผม
“วันนี้จะประกาศผู้ชนะ”
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขันหาทรัฟเฟิล
โรนันถามอย่างสงสัย
“ใครจะได้ที่หนึ่งครับ”
ไม่ต้องรอจนถึงวินาทีสุดท้าย ผลก็น่าจะออกมาแล้ว
อองรีทำหน้าดูถูก
“ลูคัส พี่ชายของเตโอ เจ้านั่นมีสุนัขล่าเนื้อขนแข็งพันธุ์แท้อยู่ตัวหนึ่ง หมาตัวนั้นสามารถดมกลิ่นทรัฟเฟิลได้ไกลเป็นกิโลเมตร นี่มันโกงกันชัดๆ!”
โรนันไม่สนใจความไม่พอใจต่อโลกใบนี้ของอองรี แต่ก็จับข้อมูลที่เป็นประโยชน์บางอย่างได้
สุนัขล่าเนื้อขนแข็งพันธุ์โพรวองซ์?
เป็นสุนัขที่ใช้หาทรัฟเฟิลโดยเฉพาะเหรอ?
โรนันจดข้อมูลสำคัญนี้ไว้ในหัว
“ยินดีกับเขาด้วยครับ” โรนันพูดส่งๆ ไป
อองรียิ้มให้โรนันอย่างเป็นมิตรแต่ก็น่ากลัว
“ถ้าฉันเป็นนายนะ วันนี้ฉันจะไปดื่มเหล้าที่โรงเตี๊ยมเก่าสักสองแก้ว ที่นั่นทุกคนอยากจะเลี้ยงเหล้านายทั้งนั้นแหละ”
โรนันเลิกคิ้วแล้วส่ายหน้าให้เขา
“ฝากขอบคุณพวกเขาด้วย แล้วก็ให้พวกเขาดื่มเผื่อผมอีกสักสองสามแก้ว”
อองรีเดินตามอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา โซอีก็กลับไปเงียบขรึมเหมือนเดิม โรนันชวนคุยสองสามเรื่อง แต่ไม่ได้รับการตอบรับอะไรก็เลยเงียบปากไป
นี่ทำให้เขายิ่งไม่ชอบอองรีมากขึ้นไปอีก
เขายังอยากจะถามเรื่องหมู่บ้านอื่นกับโซอีอยู่เลย!
อองรีไม่เห็นความผิดปกติอะไรเลย ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นแบบ ‘ไม่ต้อนรับใคร’ อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
โรนันนี่มันบ้าจริงๆ!
ในหมู่บ้านมีผู้หญิงน่ารักๆ ตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาเอาใจก้อนน้ำแข็งก้อนนี้ด้วยนะ?
ใกล้จะถึงหน้าบ้านโซอีแล้ว ในที่สุดเธอก็พูดขึ้น
“ฉันจะบอกพ่อเรื่องนั้นค่ะ”
โรนันฟังออกว่าเธอหมายถึงเรื่อง ‘ยืมรถ’ จึงรีบห้าม
“ไม่ต้องครับ ผมจะบอกหลุยส์เอง นี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับเขา”
เขาจำได้ดีว่าโซอีเคยพูดว่า ‘นั่นเป็นเรื่องระหว่างคุณกับพ่อฉัน แต่นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับคุณ’ ไม่จำเป็นต้องดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้อง
โซอีแย่งของในมือเขาไป ดวงตาสีฟ้าที่พูดได้ของเธอ ปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมดของโรนัน
“ตอนนี้มันเกี่ยวกับฉันแล้ว”