บทที่ 11: เนื้อหอมแบบไม่ทันตั้งตัว
บทที่ 11: เนื้อหอมแบบไม่ทันตั้งตัว
พอกลับมาถึงโต๊ะทำงาน หลินเซินก็รู้สึกเหมือนคนรอบข้างเป็นมิตรขึ้นมาทันที
หัวหน้าป้าวัยทองก็ไม่จู้จี้จุกจิกอีกต่อไป ลุงวัยกลางคนที่ปกติจะทำหน้าเคร่งเครียดก็ยิ้มแย้มทักทาย
ราวกับว่าจู่ๆ พวกเขาก็รู้จักคำว่ามารยาทและความเคารพขึ้นมาเสียอย่างนั้น
การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์มันส่งผลดีได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
หลินเซินรู้สึกเหลือเชื่ออยู่เหมือนกัน
งานที่เมื่อก่อนเคยน่าเบื่อหน่ายสุดๆ วันนี้กลับรู้สึกสบายขึ้นเยอะเลย
ก็แหม... พอไม่มีแรงกดดันเรื่องเงินแล้ว หลินเซินก็ทำงานได้อย่างสบายใจ
ห้าโมงเย็น หลังจากเลิกงาน หลินเซินก็ขึ้นไปที่ชั้นสามก่อน แวะไปที่ห้องทำงานของฉินเยว่นาน แต่ก็พบว่าเธอไม่อยู่
จากนั้นเขาก็ไปที่ฟิตเนสชั้นสี่เหมือนเช่นเคย
หลินเซินมองซ้ายมองขวา แต่ก็ยังไม่เห็นเงาที่คุ้นเคย
วันนี้วันจันทร์ หรือว่าฉินเยว่นานจะประชุมอยู่?
ในใจหลินเซินรู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ยืดเส้นยืดสาย วอร์มอัปร่างกายด้วยการยกเข่าสูง
วันนี้ เขาตั้งใจจะวิ่งให้ได้ความเร็วต่ำกว่า 6 นาทีต่อกิโลเมตรให้ได้!
หลังจากเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว หลินเซินก็เริ่มก้าวขาบนลู่วิ่งที่ตั้งความเร็วไว้ที่ 5 นาที 50 วินาที
ในตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าร่างกายรับภาระน้อยกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย
มีความหวัง!
หลินเซินยิ่งวิ่งยิ่งฮึกเหิม ควบคุมจังหวะการหายใจตามเสียงเพลงในหูฟัง
แต่ทว่า... สามกิโลเมตรแรกยังพอไหว พอสองกิโลเมตรหลังเขาก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
จนใจจริงๆ หลินเซินจึงต้องปรับความเร็วบนลู่วิ่งลงมาเหลือประมาณหกนาทีครึ่ง
พูดตามตรง ถ้าเป็นแค่เรื่องการวิ่งอย่างเดียว เขาชอบวิ่งกลางแจ้งมากกว่า
อย่างน้อยก็สามารถปรับจังหวะได้ตามใจชอบ ไม่เหมือนวิ่งในร่มที่ต้องมาคอยปรับความเร็วลู่วิ่งเอง
น่ารำคาญ
สุดท้าย เวลาที่ใช้ในการวิ่งห้ากิโลเมตรก็หยุดอยู่ที่ 30 นาที 20 วินาที
“ยังทำไม่ได้สินะ”
หลังจากลงจากลู่วิ่ง หลินเซินก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อย
แม้ว่าความเร็วจะดีขึ้นกว่าครั้งแรกมาก แถมหลังจากวิ่งเสร็จแล้วลมหายใจโดยรวมก็ยังคงสม่ำเสมอดีมาก
แต่การวิ่งมาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ก็ยังทำให้เขาก้าวข้ามกำแพงสามสิบนาทีไปไม่ได้อยู่ดี
ต่อให้มีประสิทธิภาพการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น 50% ก็ยังไม่ไหว
“อ่อน ก็ต้องฝึกเยอะๆ”
หลินเซินแซวตัวเอง พลางเช็ดเหงื่อพลางจิบน้ำเกลือแร่ทีละน้อย
ขณะที่เขากำลังจะไปเล่นเครื่องบริหารกล้ามเนื้ออก (Butterfly Machine) ต่อ จู่ๆ เขาก็สังเกตเห็นเงาที่คุ้นเคย
ในตอนนี้ ฉินเยว่นานกำลังยกบาร์เบลอยู่ที่เครื่องสควอท
ตอนเธอยืนอยู่ก็ยังดูไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ แต่พอเธอย่อตัวลงเท่านั้นแหละ สะโพกกลมกลึงที่ถูกกางเกงโยคะสีเทารัดรูปเน้นให้เห็นเด่นชัด ก็วาดส่วนโค้งที่เย้ายวนราวกับรูปหัวใจ
ถึงแม้จะไม่ได้อวบอิ่มเท่าพวกสะโพกทรงลูกพีชที่ผ่านการแต่งรูปในเน็ต แต่ก็ดูกลมกลึงเนียนละเอียดมาก
สุดยอดจริงๆ!
หลินเซินอดที่จะชื่นชมในใจไม่ได้
ถึงแม้แผ่นน้ำหนักจะมีแค่สองแผ่นเล็กๆ แต่ถ้ารวมน้ำหนักคานเข้าไปด้วยก็น่าจะประมาณยี่สิบห้าสามสิบกิโลกรัมได้เลยนะ? (*ห้าหกสิบชั่งจีน)
เก่งมาก!
บางทีอาจจะรู้สึกได้ถึงสายตาที่ร้อนแรงจากด้านหลัง ฉินเยว่นานก็หันมาเหลือบมองหลินเซินแวบหนึ่ง ดวงตาเย็นชาที่หรี่ลงเล็กน้อยแฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือก
“คุณมองอะไร?”
“ผมกลัวคุณจะรับไม่ไหว กะว่าจะมาช่วยประคองน่ะครับ”
หลินเซินจับจมูกแก้เก้อเล็กน้อย ผลลัพธ์คือเข้าทางฉินเยว่นานพอดี
“พอดีเลย”
พูดจบ ฉินเยว่นานก็เดินไปที่เครื่องยกน้ำหนักแบบนอน (Bench Press) นอนลงแล้วก็ส่งสัญญาณให้หลินเซิน
“ช่วยดูให้ฉันหน่อยนะ”
“ครับ”
หลินเซินเดินไปยืนอยู่ตรงตำแหน่งหัวของฉินเยว่นาน ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะมองอะไรหรอก แต่ดันเจอทัศนียภาพเบื้องล่างมันดีเกินไป
เหงื่อซึมเสื้อกล้ามออกกำลังกายสีขาวของฉินเยว่นาน ไหลลงมาตามซอกคอเนียนละเอียดสู่ร่องอกลึก
ถึงแม้จะไม่ได้ใส่บรา แต่ก็ยังคงดูตั้งชันได้รูป
ผู้ชายธรรมดาที่ไหนจะทนไหว?
ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทางที่คนหนึ่งนอนคนหนึ่งยืนอยู่ตอนนี้ มันก็ดูจะล่อแหลมชอบกล...
ก่อนหน้านี้หลินเซินเคยลองท่านี้กับกู้ว่านถิงที่ขอบเตียง เกือบจะทำเธอสำลักตาย
หลังจากนั้นเธอก็ไม่ยอมทำแบบนี้อีกเลย
หลินเซินรีบตั้งสติ กลัวว่าจะเผลอทำอะไรน่าอายออกไปแล้วโดนจับได้
ฉินเยว่นานดูเหมือนจะไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของเขา เธอยกบาร์เบลขึ้นลงพลางส่งเสียง “ฮึ่บๆ” แล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“หลังจากพิจารณาแล้ว ข้อเสนอเรื่องการขยายตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังตลาดล่างถูกปฏิเสธค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ?”
หลินเซินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ตอนนี้ตลาดล่างยังมีแบรนด์สัตว์เลี้ยงเข้าไปไม่เยอะเลยนี่ครับ เป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าไปยึดครองตลาดเลยนะ”
“เพราะจากการสำรวจตลาดพบว่า คนที่สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นครอบครัวชนชั้นกลาง เมื่อเทียบกับราคาแล้ว พวกเขาให้ความสำคัญกับคุณภาพของอาหารมากกว่าค่ะ”
ฉินเยว่นานยกบาร์เบลขึ้นลงสองสามครั้ง ก่อนจะให้หลินเซินช่วยวางกลับเข้าที่เดิม จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ข้างๆ เช็ดเหงื่อ
“เหมือนคุณเลี้ยงลูกน่ะ คุณจะยอมให้เขากินนมผงราคาถูกๆ เหรอคะ?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
หลินเซินบ่นพึมพำในใจ
มีแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่คู่ควรจะเป็นลูกของฉัน
“ยังไงซะ กลยุทธ์การตลาดแบบขายแพงกำไรน้อยก็ไม่เหมาะกับธุรกิจสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว แต่ข้อเสนอแนะของคุณก็ยังมีประโยชน์มากนะคะ”
ฉินเยว่นานลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็แสร้งทำเป็นพูดแบบไม่ใส่ใจออกมาประโยคหนึ่ง
“ยังไม่ได้กินข้าวเย็นใช่ไหมคะ ฉันเลี้ยงเอง”
“ไม่เป็นไรครับ”
หลินเซินลูบท้องตัวเองแล้วยิ้ม
“ปล่อยตัวปล่อยใจมากเกินไปไม่ได้หรอกครับ ไม่อย่างนั้นความพยายามทั้งหมดก็สูญเปล่าพอดี”
“คุณนี่ก็อดทนเก่งเหมือนกันนะ”
ฉินเยว่นานดูเหมือนจะไม่คิดว่าตัวเองจะโดนหลินเซินปฏิเสธ เธอรีบหลบสายตาแล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“ฉันมีคลาสโยคะต่อแล้ว ไปก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวก่อนครับ!”
หลินเซินรีบเรียกฉินเยว่นานไว้ จากนั้นก็ล้วงกระดาษ A4 ที่พับไว้อย่างเรียบร้อยออกมาจากกระเป๋าส่งให้เธอ
“นี่ใบลาออกของผมครับ เมื่อกี้ตอนไปที่ห้องทำงาน คุณไม่อยู่”
“ฉันไปประชุมมาค่ะ”
ฉินเยว่นานเหลือบมองเนื้อหาในกระดาษแวบหนึ่ง พอเห็นว่าไม่มีอะไรผิดพลาดก็พูดเบาๆ
“เดี๋ยวคุณส่งมอบงานให้เสี่ยวสวีด้วยนะคะ ฉันจะให้ฝ่ายการเงินทำสลิปเงินเดือนของคุณล่วงหน้าให้”
“รบกวนผู้จัดการฉินแล้วครับ”
มองตามฉินเยว่นานที่เดินจากไป หลินเซินก็อดที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ไม่ได้
ในที่สุดเขาก็กกล้าก้าวออกมาแล้ว!
ลาออก แล้วก็ไปเผชิญกับอนาคตที่สดใส!
วันที่ 31 กรกฎาคม ปี 2025, วันพฤหัสบดี
「ธนาคารเจี้ยนเซ่อ: บัญชี XXXX7946 ของท่านมีเงินเข้า ณ วันที่ 31 ก.ค. เวลา 00:01 จำนวน 1700.00หยวน ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 89,000.00 หยวน」
ปริมาณงานของหลินเซินในวันนี้แทบจะเท่ากับงานทั้งสัปดาห์ของเขาเลยทีเดียว
ถึงแม้จะไม่เยอะ แต่ก็จุกจิกน่ารำคาญ
อย่างแรกเลยก็คือการจัดหมวดหมู่เอกสารงาน แล้วก็ส่งมอบให้สวีเหล่ย
“ตรงนี้ระวังหน่อยนะ อย่าให้ปนกับของตัวเองล่ะ”
“ค่ะ”
สวีเหล่ยพยักหน้ารับคำ แต่ก็แอบเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของหลินเซินที่อยู่ข้างๆ หลายครั้งแล้ว
ภายใต้การยุยงของเพื่อนสนิท ตอนแรกเธอตั้งใจจะรอจนถึงวันศุกร์ค่อยขอวีแชทจากหลินเซิน
ผลลัพธ์คือใครจะไปรู้ว่า วันนี้เขาจะลาออก!
นี่ทำให้สวีเหล่ยทั้งประหลาดใจและรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
พร้อมกันนั้น ความคิดที่ยังลังเลอยู่ก็พลันแน่วแน่ขึ้นมาทันที
“เอ่อ!”
ขณะที่หลินเซินกำลังอธิบายรายละเอียดงานของตัวเองอย่างตั้งใจ จู่ๆ สวีเหล่ยก็หันหน้ามาถามเบาๆ
“พี่เซินคะ หนูขอแอดวีแชทพี่ได้ไหมคะ เผื่อมีอะไรไม่เข้าใจจะได้ถามพี่ได้”
“ได้สิ ในกลุ่มมีไอดีของฉันอยู่แล้ว”
“หนูหมายถึงวีแชทส่วนตัวค่ะ ไม่ใช่วีแชทที่ทำงาน”
วีแชทส่วนตัว?
หลินเซินชะงักไปครู่หนึ่ง พอเห็นท่าทีที่สวีเหล่ยเอาแต่เสยผมอยู่ตลอดเวลา เขาก็เข้าใจทุกอย่างในทันที
นังหนูนี่มันคิดไม่ซื่อ!
“ได้สิ”
หลินเซินยิ้มบางๆ ในใจก็รู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก
ดูท่าพอเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองแล้ว เรื่องเนื้อหอมมันก็มาเองแบบไม่ต้องพยายามเลยจริงๆ